ขนาดตัวอักษร

บทที่ 47 ความแกร่งที่เพิ่มขึ้นมาก

 23 Views

บทที่ 47

ความแกร่งที่เพิ่มขึ้นมาก

 

เวลาผ่านไปดั่งสายน้ำไหลและแค่ชั่วพริบตาในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

 

= ในสนาม =

 

หลี่ฟู่เฉิน กระตุ้นความแข็งแกร่งของแขนทั้งสองข้างโดยการยกเสาหินขนาดยักษ์ที่มีน้ำหนัก3,000กิโลกรัม

 

หลี่ฟู่เฉินสวมใส่แค่กางเกงขาสั้น ผิวดูเรียบเนียนราวกับผ้าไหม แต่หนาและทนทานในเวลาเดียวกัน ดูเหมือนว่าดาบจะไม่สามารถตัดผิวหนังของเขาได้ ร่างกายที่เพรียวบางทำให้เห็นรูปกล้ามเนื้อเด่นชัดแสดงขอบและเส้นทั้งหมด มันเหมือนร่างของชายหนุ่มอายุ 16หรือ 17ปีแทนที่จะเป็นเด็กอายุ 14ปี

 

บูม !

 

หลี่ฟู่เฉินวางเสาหินลง ไม่แสดงอาการหอบหรือเหนื่อยล้าเลย

 

โครงร่างเล็ก ๆ ที่มีความแข็งแกร่ง 3,000กิโลกรัมมันเป็นภาพที่ดูน่าเกรงกลัวมาก

 

หลี่ฟูเฉินมีน้ำหนักเพียง130กิโลกรัมนั่นหมายความว่าทุกกิโลกรัมของกล้ามเนื้อโดยเฉลี่ยมีความแข็งแรงมากกว่า20กิโลกรัม

 

“แยกออก”

 

หลี่ฟูเฉินใช้แขนเป็นเหมือนคมมีดตัดก้อนหินอย่างเฉียบขาดและแยกชิ้นส่วนออกจากกัน

 

“ความแข็งแกร่ง 3,000กิโลกรัมช่างน่าอัศจรรย์”

 

วิชาการต่อสู้สีเลือดขั้นที่สอง ทำให้หลี่ฟู่เฉินรู้สึกถึงความแข็งแกร่งตลอดกาลจากภายในร่างกาย ลมหายใจที่หนักแน่นกลายเป็นลูกศรที่สามารถยิงใบไม้ที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร การชกครั้งเดียวทำให้เกิดเสียงดังสนั่นกระแทกหูและแรงหมัดอันดุเดือดสามารถทำให้เกิดรอยบุ๋มดังกึกก้องอยู่ในเสาหินซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร

 

นอกเหนือจากการเพิ่มความแข็งแกร่งทางกาย การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดของหลี่ฟู่เฉินคือผิวหนังและชั้นเนื้อที่หนาแน่นขึ้น

 

หลี่ฟู่เฉินรู้สึกว่าผิวของเขาไม่ได้เป็นผิวหนังมนุษย์อีกต่อไป แต่เหมือนผิวของสัตว์อสูรซึ่งเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ เนื้อหนังมังสาของเขากลายเป็นดั่งเนื้อของสัตว์อสูรด้วยเช่นกัน ทุกตารางนิ้วของชั้นเนื้อมีพละกำลังมหาศาล เมื่อไม่ได้ใช้งานมันจะนุ่มและอ่อนโยน แต่เมื่องอและเกร็งมันจะแข็งเหมือนก้อนหิน

 

หลี่ฟู่เฉินทำการทดสอบด้วยการชกตัวเองด้วยแรงที่น้ำหนักหลายพันกิโลกรัม แต่เขาไม่รู้สึกอะไรเลยและคิดว่ามันแค่การนวด

 

เห็นได้ชัดจากพลังหมัดและพลังเตะ ถ้าพลังหลายพันกิโลกรัมฝังลงในใบมีด มันคงจะสามารถเจาะร่างกายของเขาได้

 

แม้ว่าหลี่ฟู่เฉินใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกฝนวิชาการต่อสู้สีเลือดแต่เขาก็ไม่ได้เพิกเฉยการบ่มเพาะอื่น ๆ ของเขา

 

เพียงหนึ่งสัปดาห์ผ่านมา เขาประสบความสำเร็จในขั้นที่เจ็ดของขอบเขตพลังลมปราณ

 

เมื่อขั้นลมปราณก้าวไปสู่อีกระดับที่สูงขึ้น ความยากของมันก็เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ

 

หนึ่งในกฎของนิกาย ระบุว่าศิษย์ที่ไม่ถึงขอบเขตก่อกำเนิดก่อนอายุ 20จะถูกลดระดับไปเป็นศิษย์นักบวชนิกายชั้นนอก

 

ทุกปีจะมีสาวกหลายร้อยคนที่ถูกลดระดับให้เป็นนักบวชภายในนิกายและเหตุผลหลักคือการไร้ความสามารถในการพัฒนาขอบเขตกำเนิดภายในระยะเวลาที่กำหนด

 

หลี่ฟู่เฉินไม่กังวลกับกฎนี้เลย เขาผ่านทั้งหมดได้ด้วยอายุเพียง 14ปี

 

ความฝันของทุกคนคือการพัฒนาสู่ขอบเขตก่อกำเนิดโดยเร็ว

 

มีคนเคยกล่าวว่า ยิ่งบรรลุได้เร็ว ก็ยิ่งบรรลุขอบเขตปฐพีราบรื่นขึ้น หลังจากขอบเขตปฐพี ยังมีขอบเขตปราณสวรรค์และขอบเขตฟื้นคืนเช่นกัน

 

“ถึงเวลาแล้วที่ข้าควรจะเสี่ยงมากกว่านี้อีกหน่อย”

 

หลี่ฟู่เฉินมีความแกร่งทางร่างกายและสำเร็จระดับขอบเขตพลังลมปราณทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น เขาไม่กลัวที่จะพบกับผู้เยี่ยมยุทธ์คนอื่น ๆ เมื่อกลับมาหลังจากเก็บเกี่ยว กรณีที่แย่กว่านั้นก็คือเขาแค่ต้องต่อสู้กับผู้แย่งชิง

 

ที่หุบเขาแห่งภูเขาเกิงเชี่ยง

 

หลี่ฟูเฉินผลักแร่ส่วนที่เหลือของแร่หิมะเงินออกจากหลุม

 

ครืดๆ ครืดๆ

 

แร่หิมะเงินถล่มลงมาที่ระดับความลึกของหุบเขา พื้นดินสั่นสะเทือนและเศษหินกระจายไปทั่ว

 

แร่หิมะเงินที่เหลืออยู่มีน้ำหนักประมาณ1,800กิโลกรัม แม้จะหนักแต่ก็ยังอยู่ภายในขีดจำกัดของหลี่ฟู่เฉิน

 

หลี่ฟู่เฉินขุดแร่หิมะเงินออกมาอย่างช้าๆ

 

***

 

ระหว่างทางเมื่อใดก็ตามที่หลี่ฟูเฉินรู้สึกเหนื่อยล้าเขาจะหยุดพัก ถ้าเขารู้สึกกระหายน้ำเขาจะหยุดดื่มน้ำ ห้าวันต่อมาเขาก็เข้ามาอยู่ใกล้กับนิกายคังเหลียน

 

***

 

“หลี่ฟู่เฉิน เจ้าแบกอะไรอยู่? มาให้พวกเราช่วยแบ่งเบาบ้าง”

 

หลี่ฟู่เฉินตอนนี้กลายเป็น’คนดัง’

 

ครั้งแรกเป็นเหตุการณ์ปลาขุมทรัพย์ที่เขาได้รับคะแนนสะสม 16,000 แต้ม หลังจากนั้นเขาไม่ได้กลับไปที่ทะเลสาบคังเหลียนอีกเลยแต่กลับไปที่ภูเขาศิลาแทน

 

สิ่งที่ทุกคนรู้คือหลี่ฟู่เฉินแลกเปลี่ยนสินแร่เหล็กดิบเพื่อแลกแต้มในการเที่ยวแรกและเที่ยวที่สอง มีข่าวลือว่าเขาได้แลกโอสถบรรเทาร่างกาย 139 เม็ดและใช้แต้มแลกประมาณ 30,000 แต้ม

 

ดังนั้นทำให้ทุกคนเริ่มสงสัยว่าหลี่ฟู่เฉินค้นพบกองแร่คุณภาพระดับสูงในภูเขาศิลา แต่ใช้แร่เหล็กดิบเป็นที่กำบังเพื่อซ่อนการเก็บเกี่ยวของเขา

 

กลุ่มขอบเขตพลังลมปราณขั้นที่แปด ศิษย์นิกายชั้นนอกล้อมรอบหลี่ฟู่เฉินอยู่ ทุกคนมีสีหน้าแสดงเจตนามุ่งร้าย

 

“ออกไปซะ!” หลี่ฟู่เฉินจ้องมองสายตาเย็นชาไปยังผู้คนเหล่านี้

 

“หลี่ฟู่เฉิน เจ้าควรลดความยโสของลงบ้าง! เจ้าไม่เคยได้ยินคำพูดนี้เหรอ “การแบ่งปันคือความห่วงใย” การเอาทุกอย่างเพื่อแค่ตัวเองนั้นไม่ใช่นิสัยที่เหมาะสมเลย!” เยาวชนโครงร่างสูงใหญ่ชี้ไปที่หลี่ฟู่เฉินและติเตียน

 

“ท่านอาวุโสหลิว ทำไมต้องเสียเวลาเจรจากับมัน ด้วยจำนวนของพวกเรา ถ้าทุกคนถ่มน้ำลายใส่ เขาจะจมน้ำตายแน่!” เด็กหนุ่มอีกคนพูดจาอย่างร้ายกาจ

 

หลี่ฟู่เฉินวางตระกร้าที่เต็มไปด้วยแร่หิมะเงินลง ขยับคอไปมาและเอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า “เข้ามาทีเดียวพร้อมกันให้หมด! ข้าจะได้ประหยัดเวลา”

 

“หยิ่งจองหอง…”

 

ลมพายุพัดผ่านมา เด็กหนุ่มที่มีกระดูกหนาปล่อยหมัดไปที่หลี่ฟู่เฉิน

 

ปึ้ง!

 

หลี่ฟู่เฉินยกขาขวาขึ้นและถีบส่งคู่ต่อสู้ของเขาลอยขึ้นด้วยการเตะเพียงครั้งเดียวจนกระอักเลือดขณะทะยานออกไป

 

ความแกร่ง 3,000 กิโลกรัม ในแง่ของร่างกายพวกเขาจะมีสิ่งใดมาเปรียบเทียบ ปัจจุบันหลี่ฟู่เฉินไม่จำเป็นต้องพึ่งพาทักษะการต่อสู้ของเขาทั้งหมด สิ่งที่เขาต้องทำคือใช้ความเร็วและพลังในการเอาชนะคนกลุ่มนี้

 

“รวมตัวกันทั้งหมด!” เยาวชนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำได้ออกคำสั่งโดยมีเจตนาชั่วร้ายในแววตา

 

ศิษย์ทั้งแปดคนทั้งหมดวิ่งเข้าไปหาหลี่ฟู่เฉินในเวลาเดียวกัน พวกเขาเป็นเหมือนพายุรุนแรงที่รวมตัวกันแน่นและไม่สามารถหลีกพ้นได้

 

“นี่แหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ”

 

ในสายตาของหลี่ฟู่เฉินคนกลุ่มนี้เชื่องช้าเกินไป

 

หลี่ฟู่เฉินตีกวาดขาปัดหนึ่งในนั้นออก

 

และหมุนตัวเพื่อเลี่ยงการจู่โจมจากศิษย์สามคน จากนั้นจัดการเตะต่อเนื่องสองครั้งเพื่อส่งศิษย์สองคนลอยออกไป

 

เขายกแขนซ้ายขึ้นเพื่อสกัดกั้นหมัดจากเยาวชนคนหนึ่ง ปล่อยหมัดขวาเหมือนงูพิษเจาะเข้าไปในช่องท้องของเด็กผู้นั้น

 

ปั้ง! ปั้บ! ป้าบ!

 

เพียงไม่กี่ลมหายใจ ผืนแผ่นดินที่ว่างเปล่าทั้งหมดนี้ เหลือหลี่ฟู่เฉินลำพัง มีเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวด บางคนถึงกับซี่โครงหักสะบั้น

 

“พลังอะไรกันเนี่ย!”

 

ในระยะไกลมีสาวกนิกายชั้นนอกบางคนจับจ้องอยู่ หลี่ฟู่เฉินเหมือนเสือที่กำลังรอเหยื่อ แต่กลับไม่มีอะไรเลยนอกจากยืนนิ่งเงียบและงงงัน

 

“นี่มันเกินกำลังที่จะเอาชนะได้! ในบรรดาศิษย์นิกายชั้นนอก ข้าเกรงว่าแม้กระทั่งผู้อาวุโสขอบเขตพลังลมปราณก็ไม่อาจต้านทานได้!”

 

“เขามาอยู่ที่นี่เมื่อ 3 เดือนก่อน เขาจะแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร”

 

“หรือว่าเขาจะเป็นดั่งอัจฉริยะอีกคนหนึ่งเหมือนกวนเซี่ย”

 

ราวกับเป็นเรื่องสัพเพเหระ หลี่ฟู่เฉินแบกแร่หิมะเงินและเดินต่อไป

 

“หลี่ฟู่เฉิน รอก่อน!” หัวหน้ากลุ่มชี้ไปที่หลี่ฟู่เฉินและตะโกนเสียงก้าวร้าว

 

หลี่ฟู่เฉินหยุดนิ่งบนทางเดิน“ดูเหมือนว่าข้าจะปราณีเกินไป”

 

ขณะที่เขาพูด เขาก็เข้าโจมตีด้านข้างของผู้นำกลุ่มนั้น

 

“อะไร .. จะ.จะ.เจ้าพยายามทำอะไร” ผู้นำเยาวชนพูดกระอุกกระอัก

 

“ข้าจะเผาฉากนี้ให้เป็นความทรงจำของเจ้า”

 

แก้ก!

 

หลี่ฟู่เฉินหักขาท่อนล่างของฝ่ายตรงข้ามด้วยการกระทืบ

 

อ้ากส์!

 

หัวหน้ากลุ่มกอดขาของเขาและกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ลูกตากลิ้งไปมา

 

“ช่างเลือดเย็น ซุนยู่เบาเป็นลูกพี่ลูกน้องของหนึ่งในศิษย์ตัวเต็ง 500 คนของนิกายชั้นนอก”

 

“รอดู ซุนยู่เบาจะขอให้ลูกพี่ลูกน้องของเขาช่วยแก้แค้นให้แน่นอน”

 

หลี่ฟูเฉินหยิบแร่หิมะเงินและไม่สนใจสรรพเสียงใดๆของผู้ยืนดู…

 

 

 

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top