ขนาดตัวอักษร

GS บทที่ 8 ว่านเฟิงอีกคนนึง  

 12 Views

“ว่านเฟิง เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?” ลู่หยุนยื่นมือออกมาอย่างรวดเร็วเมื่อเขาเห็นนางทำท่าจะโอนเอน

“นายท่าน ทำไมยังไม่ออกไปอีกเจ้าค่ะ?” ว่านเฟิงน้ำตาแทบไหลเมื่อเห็นว่าพวกแมลงมากันอย่างไม่สิ้นสุด พวกมันทำอะไรนางไม่ได้ก็จริง แต่กับเจ้านายของนางนั้น คงถึงตายเลยทีเดียว และไม่ทันขาดคำมันก็ได้บินเข้าไปหาชายหนุ่มในทันที

“พวกเราจะหนีไปด้วยกัน!” กีบลาสีดำอยู่ในมืออย่างแน่นหนา ลู่หยุนจ้องมองไปที่ผีดิบพันปีเบื้องหน้า

ผีดิบที่ไหม้เกรียมด้วยไฟ บอกไม่ถูกเลยว่าเหมือนมันคล้ายกับอะไร อย่างไรก็ตามลู่หยุนก็ยังสัมผัสได้ถึงสายตาที่เย็นชาจากมัน

 เห็นได้ชัดว่าเจ้าผีดิบตัวนี้มีสติปัญญาอยู่พอสมควร และมันก็กำลังทำท่าเหมือนพยายามจะพูดโต้ตอบอะไรบางอย่าง

“ไปกันเถอะ!” เจ้าเมืองหนุ่มคว้าร่างของว่านเฟิงแล้วออกวิ่ง ฝูงแมลงวันบินตามไปมากกว่าตอนแรกถึง 10 เท่า

“วิ้ว(เสียงผิวปาก)!” ว่านเฟิงผิวปากเบา ๆ เพื่อเรียกพลังงานภายในออกมาเล็กน้อยจนทำให้เกิดพายุขนาดใหญ่ขึ้นอีกลำ ก่อนที่นางจะส่งมันไปในทิศทางที่ฝูงแมลงวันอยู่ ดูเหมือนว่าสาวใช้ตัวน้อยคนนี้จะสามารถควบคุมวิชาของนางได้ชำนาญขึ้นเล็กน้อยหลังจากการต่อสู้ไปสองถึงสามครั้ง

“ร่าห์!” ผีดิบพันปีที่เห็นดังนั้น มันก็คำรามออกมา ก่อนจะเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

ใบหน้าของหญิงสาวซีดลง เลือดไหลออกจากมุมปากของว่านเฟิงอย่างไม่อาจควบคุม การคำรามเมื่อกี๊สร้างความเสียหายให้กับร่างกายของนางเข้าเสียแล้ว

แต่ในเวลาเดียวกัน ว่านเฟิงก็เหมือนจะเห็นเข้ากับมังกรสีดำจาง ๆ ตัวหนึ่งอยู่ด้านนอกร่างของลู่หยุน

ลู่หยุนทำการกระโดดเข้าไปในทางเดินที่ด้านหลังของทางออกที่แท้จริง ก่อนจะลากว่านเฟิงให้ตามเขาไป

“นี่มันทางตัน!” เขาส่ายหัวและตะโกนให้หยุด

ตะเกียงน้ำมันจำนวนมากที่ลุกติดด้วยเปลวไฟสีเขียวติดอยู่ทั้งสองด้านของทางเดิน ต้องขอบคุณแสงนั่นที่ทำให้พวกเขาเห็นว่าปลายทางของทางเดินแห่งนี้นั้นจบลงที่กำแพง!

ชายหนุ่มดันหลังเข้าไปติดกำแพงพยายามใช้แรงเปิดมันออก แต่มันก็ไม่ขยับเลย นี่มันทางตันชัดๆ!

หึ่ง หึ่ง หึ่ง หึ่ง หึ่ง !!

กองทัพแมลงวันบินเข้าหาพวกเขา ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของผีดิบด้านหลัง ความสิ้นหวังเริ่มถาโถมเข้าหาว่านเฟิง

“ไม่สิ เดี๋ยวก่อน!” ลู่หยุนบังคับให้ตัวเองสงบสติอารมณ์และรีบคิดตามสถานการณ์อย่างรวดเร็ว “ใช่แล้ว กลไก จะต้องมีกลไกบางอย่างที่นี่!”

ความคิดของเขาเริ่มหมุนวนไปมาอย่างรวดเร็ว “ว่านเฟิงจัดการแมลงนั้นที แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็โยนเจ้ากระดาษนี้เข้าใส่ผีดิบเลย!” เขาส่งกีบลาสีดำให้หญิงสาว

“รับทราบเจ้าค่ะ!” หญิงสาวตอบรับอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นท่าทีของลู่หยุน ว่าแล้วอาวุธวิญญาณก็เรืองแสงอีกครั้ง นางส่งรัศมีดาบเพื่อปัดป้องแมลงวันอย่างเต็มกำลัง อย่างไรก็ตามด้วยความที่ตอนนี้หญิงสาวได้รับบาดเจ็บสาหัสมาสองครั้งแล้ว ดังนั้นแสงจึงไม่แหลมคมเหมือนก่อนหน้า ถึงแม้ว่านางจะสามารถกำจัดแมลงวันได้ แต่มันก็ไม่สามารถคงสภาพแบบนี้ไว้ได้นาน

“กลไก กลไก อยู่ที่ไหนกัน?” ลู่หยุนลากมือของเขาไปตามกำแพง

“นายท่าน กลไกคืออะไรเหรอเจ้าค่ะ?” ว่านเฟิงได้ยินคำพูดของนายท่านตัวเอง นางจึงหันหลังกลับมาถามหลังจากที่จัดการพวกแมลงไปได้บางส่วน

“หืม?” ลู่หยุนกระพริบตาจากนั้นก็ตบหน้าผากอย่างรุนแรง บ้าเอ๋ย! ที่นี่มันโลกเซียน ไม่ใช่โลกมนุษย์!

ในฐานะของโจรขุดสุสาน เขาสามารถปรับตัวได้ทุกอย่างไม่ว่ามันจะแปลกมากขนาดไหนเขาก็ทำได้หมด “เฮ้อ ที่นี่มันไม่มีกลไก มันคือค่ายกล มันคือฮวงจุ้ย!” เขาเบิกตาเพื่อรับรายละเอียดทั้งหมดของกำแพง

มันเรียบลื่นมาก ๆ แต่ก็มีลวดลายบางอย่างถูกแกะสลักลงไป

“ฝีมือยอดเยี่ยม งานฝีมือที่น่าทึ่งสุด ๆ! พวกเขาใช้ฮวงจุ้ยแกะสลักเป็นภาพไว้บนกำแพงนี้!” ความตกใจและชื่นชมปรากฏในสายตาของลู่หยุน

ฮวงจุ้ยของโลกมนุษย์ และการจัดวางค่ายกลของโลกเซียนเป็นหนึ่งเดียวกัน ชายหนุ่มอาจไม่รู้เกี่ยวกับค่ายกล แต่ลู่หยุนก็รู้จักฮวงจุ้ย เมื่อเขาสามารถทำความเข้าใจกับฮวงจุ้ยได้ มันก็ย่อมสามารถใช้วิธีเดียวกันเพื่อปลดค่ายกลตรงหน้านี้ได้ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การเอาค่ายกลมาแปลงเป็นอักษรภาพเพื่อสลักมันลงไปบนกำแพงแบบนี้ นี่กลับเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

“อืม ข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับลวดลายพวกนี้เลย แต่ทุกฮวงจุ้ยบนโลกมันมีหลักการเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือทุกอย่างต้องเชื่อมต่อเข้ากับ หนึ่งสิ่งที่ซ่อนอยู่ สองหลักการ สามสิ่งสำคัญ สี่หน่วย ห้าธาตุ หกทิศทาง เจ็ดดวงดารา แปดเหลี่ยม เก้าเขตแดน และสิบความสอดคล้อง“

“ทุกอย่างต้องไม่ทิ้งจากความจริงเหล่านี้! ว่านเฟิง ดาบนั่น!” ทันใดนั้นเขาก็ร้องเรียกหญิงสาวในทันที!

สาวใช้ตัวน้อยตัดสินใจโยนดาบไปให้ลู่หยุนในทันที ก่อนที่นางจะประกบมือและใช้วิชาอื่นเพื่อต้านแมลงวันเอาไว้ เมื่อผีดิบปรากฏตัวขึ้นที่ปลายทางเดินนั่น หญิงสาวก็กำกีบลาสีดำไว้ในมือแน่นไม่กล้าขว้างมันออกไป

นี่คืออาวุธสุดท้ายที่มี!

ลู่หยุนรับดาบมา “อึ่ก หนักฉิบหาย!” แขนของเขาตกลงจนเกือบจะกระแทกกับพื้น เจ้าเมืองหนุ่มถือดาบด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี ก่อนจะเหวี่ยงมันเข้าใส่กำแพง

หึ่ม!

เสียงฮัมที่นุ่มนวลดูเหมือนจะก้องกังวานในอากาศราวกับประกายไฟสีเขียวเล็ก ๆ ในขณะเดียวกันน้ำหนักที่ถูกกดลงบนหัวใจของลู่หยุนก็หายไป

“นายท่าน ไว้เราจะได้พบกันอีกในชาติหน้าเจ้าคะ!” ว่านเฟิงวิ่งเข้าใส่ผีดิบด้วยความสิ้นหวัง

“ว่านเฟิง ทำบ้าอะไรของเจ้า?? แค่โยนไอ้นั่นในมือเจ้าออกไปก็พอ!” การเปิดทางออกแทบจะกินแรงของลู่หยุนทั้งหมด และภาพของนางรับใช้ที่กำลังวิ่งเข้าใส่ผีดิบมันก็ทำให้เขาแทบบ้า

“เอ๊ะ?” คำพูดของเจ้านายทำให้หญิงสาวขว้างแผ่นกระดาษนั่นออกไปทันที

ตู้ม!

กีบนั่นระเบิดกลางอากาศทำให้ข้าวเหนียวกระจายใส่ไปทั่วตัวของผีดิบ

“อ่าฮ่า! กีบที่ไม่ได้อบนี่มันไม่ค่อยได้ผลเลย” ลู่หยุนหัวเราะเบา ๆ ให้กับอาวุธที่เขาสร้างขึ้น ซึ่งอยู่ ๆ มันก็ระเบิดก่อนถึงเป้าหมายเสียอีก ใช่แล้วเขารีบสุด ๆ จนไม่มีเวลาเตรียมของต่าง ๆ สำหรับการขุดค้นนี้

“ร่าห์ !!!” ผีดิบส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธเมื่อเห็นข้าวเกลื่อนกลาด คลื่นเสียงที่น่ากลัวซัดเข้าใส่ร่างของว่านเฟิงจนลอยไปกระแทกกับลู่หยุน

“แม่งเอ้ย ข้าได้ตายแน่ ๆ” ชายหนุ่มถอนหายใจ

หึ่ม!

ในช่วงเวลานั่นเอง มังกรเก้าตัวแบกโลงศพก็ปรากฏตัวต่อหน้าของชายหนุ่ม หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีชิ้นผ้าฝ้ายขนาดใหญ่เข้ารับเมื่อนางกระแทกเข้าใส่ลู่หยุน มันนิ่มและนุ่มนวลจนเจ้านายของนางไม่เป็นอะไร

‘ถึงนางจะเป็นเด็ก แต่ก็มีรูปร่างองเอวที่งดงาม’ นี่คือความคิดสุดท้ายของลู่หยุน ก่อนที่แรงอัดจะส่งพวกเขาให้ลอยเข้าไปชนกับกำแพง

เกิดคลื่นระลอกเล็ก ๆ ข้ามทางกั้นนั่น ก่อนที่มันจะกลืนร่างของพวกเขาทั้งคู่เข้าไป จากนั้นรอยที่ลู่หยุนได้ผ่าเปิดไว้ มันก็ได้ปิดสมานกันอย่างช้า ๆ

ถึงจะไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก แต่ข้าวเหนียวจำนวนมากก็สามารถชะลอผีดิบเอาไว้ได้ เมื่อมันมาถึงที่กำแพง เจ้าผีดิบพันปีก็ได้แต่ยกมือขึ้นทุบกำแพงด้วยความโกรธเกรี้ยว

แน่นอนว่ากำแพงก็ไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว

……

แสงสว่างของไข่มุกส่องสว่างไปทั่วห้องหิน ตำแหน่งของห้องนี้คืออะไรที่ธรรมดาเป็นอย่างมาก มีหม้ออยู่ตรงกลาง ที่ข้าง ๆ ก็มีรูปปั้นมนุษย์ตั้งอยู่ หม้อใบนั้นหันเข้าใส่ประตูหิน และไม่มีอะไรอื่นนอกจากของทั้งสองที่ว่ามา

หลังจากพักผ่อนเป็นเวลานานลู่หยุนก็นอนหงุดหงิดกับไข่มุกในมือ

“ว่านเฟิง เป็นอะไรไหม?” เขาถามแล้วก็ไอหนักมาก

“ข้าน้อยมิเป็นไรเลยเจ้าค่ะ” เลือดไหลออกมาจากปากของว่านเฟิง นี่พอเดาได้เลยว่านางได้รับบาดเจ็บหนักแค่ไหน ซึ่งหลังจากนั้นหญิงสาวก็นั่งขัดสมาธิเพื่อเริ่มฟื้นฟูตัวเองในทันที

“นายท่าน สัมผัสของข้ากลับมาแล้ว!” สาวใช้ตัวน้อยประกาศด้วยความยินดี

“ว่านเฟิง ข้าบอกแล้วไงว่าอย่าเรียกข้า นายท่าน ให้เรียกว่า คุณชาย ก็พอแล้ว“ ลู่หยุนพยายามบอก

สาวรับใช้กัดริมฝีปากของตัวเอง ก่อนจะตอบด้วยความพยายามอย่างหนักว่า “รับทราบเจ้าค่ะ”

รอยยิ้มกระพริบไปทั่วใบหน้าของลู่หยุน “ ที่นี่ปลอดภัย พักผ่อนกันก่อนเถอะ”

“รับทราบเจ้าค่ะ”

ไม่นานหญิงสาวก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับใบหน้าที่ดูแปลกเล็กน้อย

 “อืม? ประติมากรรมหินนี้ดูเหมือนเป็นคนจริง ๆ ด้วย” หญิงสาวเดินเข้าไปที่รูปปั้นแล้วถูมันเบา ๆ มันเย็นมากจนรู้สึกเหมือนทำจากน้ำแข็ง ซึ่งนั่นก็ทำให้นางตัวสั่นอย่างบอกไม่ถูก

“นี่น่าจะเป็นที่รวมสมบัติทั้งหมดที่เจ้าของสุสานมี” ลู่หยุนเริ่มทำการสำรวจอย่างเต็มรูปแบบในขณะที่ว่านเฟิงกำลังฟื้นตัว ไม่มีอะไรอื่นนอกจากรูปปั้นและหม้อขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางห้อง สิ่งของที่ฝังพร้อมกับศพคงเป็นหม้อนี้ละมั้ง

“นี่เป็นหม้อของยอดนักปรุงยา!” ว่านเฟิงร้องอุทานด้วยความยินดีอย่างยิ่ง “ เจ้าของสุสานเป็นเซียนด้านปรุงยาหรือ?”

“ยอดนักปรุงยา? เขาทำยานพคุณได้ด้วยรึเปล่า?”

“ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ยานพคุณเป็นยาวิเศษที่หายไปตั้งแต่เมื่อนานมากแล้ว ว่ากันว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถปรุงมันขึ้นมาได้ก่อนที่มันจะสูญหายไป” ว่านเฟิงส่ายหัว “ หม้อต้มยานี้น่าจะเป็นอาวุธวิญญาณ มันมีค่าอย่างแน่นอน!”

ดวงตาของนางเปล่งประกายด้วยความรุนแรงจนเกือบเปล่งแสงที่มองเห็นได้ออกมา

ลู่หยุนมองไปที่หม้อยา สีทองแดงสม่ำเสมอดูสูงประมาณสี่เมตร มันต้องมีน้ำหนักอย่างน้อยหลายพันกิโลกรัม

“ว่านเฟิง เจ้าย้ายมันออกมาได้ไหม?” เขาถามด้วยรอยยิ้มเซ็งๆ

หญิงสาวส่ายหัวอย่างว่างเปล่า “ ข้าสามารถพยายามได้ แต่มันก็กินเวลาหลายวันอยู่”

 “ถ้างั้นก็ลืมมันซะ ถ้ารอขนาดนั้นข้าน่าจะหิวตายเสียก่อน ไปตรวจดูที่อื่นกันดีกว่า ในเมื่อเจ้าของเป็นยอดนักปรุงยา งั้นเขาก็น่าจะมียาวิเศษหรืออะไรที่ใกล้เคียงอยู่บ้างล่ะ ” ไข่มุกในมือลู่หยุนส่องแสงช่วยให้เขาเดินไปยังประตูหินขนาดใหญ่

การขุดค้นหลุมฝังศพของผู้อื่ม การที่จะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นย่อมเป็นเรื่องธรรมดา

หวือ! ทันใดนั้นร่างสีดำก็ถูกยิงออกมา

ปัง! ดูเหมือนจะมีบางอย่างกระทบกับไข่มุกที่ส่องประกายในมือของลู่หยุน และทำให้มันแตกเป็นเสี่ยง ๆ ทันที ความมืดย่างกรายเข้ามาอีกครั้ง

“นาย… ท่าน!” ว่านเฟิงกระโดดไปข้างหน้า ก่อนจะมาถึงฝั่งของลู่หยุน

“เมื่อกี้มันอะไรน่ะ?” คิ้วขมวดเล็กน้อย เขาโน้มตัวเข้าหาสาวใช้

“ข้าก็ไม่รู้เจ้าค่ะ” ว่านเฟิงตอบ

ลู่หยุนรู้สึกว่าผมทั้งหมดบนร่างกายของเขาตั้งตรง “ นั่นใครน่ะ?”

เสียงที่น่ากลัวของว่านเฟิงดังอยู่ข้างเขา “ทำไมเสียงเหมือนข้าเลย?”

เธอสามารถได้ยินเสียง แต่เท่าที่เธอจำได้ ที่ห้องนี้ไม่มีใครอื่นนอกจากลู่หยุนและตัวนางเอง! งั้นเสียงที่น่าขนลุกมาจากไหนกัน!

ลู่หยุนบังคับให้ตนเองสงบลงก่อนจะพูดออกมาว่า “ว่านเฟิงจุดไฟเดี๋ยวนี้”

เพี้ยะ! ว่านเฟิงดีดนิ้ว

เพี้ยะ! เสียงคนอื่นดีดนิ้วตาม

เปลวไฟสีเขียวขนาดเล็กสองดวงสว่างขึ้นท่ามกลางความมืดในเวลาเดียวกัน แสงสลัวของเปลวไฟ ทำให้เขาสามารถเห็นคนที่อยู่ในห้องตอนนี้ และมันก็คือว่านเฟิงอีกคนนึง!

“คนที่อยู่ข้างคุณชายเป็นตัวปลอม ข้าน้อยต่างหากคือตัวจริง” รอยยิ้มที่แปลกประหลาดปรากฏบนใบหน้าของว่านเฟิงอีกคน

  …

             **หนึ่งสิ่งที่ซ่อนอยู่,สองหลักการ,สามสิ่งสำคัญ,สี่หน่วย,ห้าธาตุ,หกทิศทาง,เจ็ดดวงดารา,แปดเหลี่ยม,เก้าเขต และสิบความสอดคล้อง**

ตรงท่อนบนเมื่อกี้ที่ลู่หยุนพูดเลข 1 – 9 นั่น มันมีความหมายของมันอยู่

1 สิ่งที่ซ่อนอยู่ – คือสถานที่ให้กำเนิดทั้งจักรวาลและมนุษย์ทั้งหลาย

2 หลักการ – หยินและหยาง สถานที่ซึ่งอันประกอบไปด้วยจักรวาล โลก สวรรค์ และมนุษย์

3 สิ่งสำคัญ – ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบไปด้วยจักรวาล โลก สวรรค์ และมนุษย์

4. หน่วย – สี่หน่วยแห่ง 28 กลุ่มดาวที่แบ่งออกเป็น 7 ตำหนัก หมายถึง มังกรฟ้า(มังกรจริงๆนะ ไม่ใช่โอ) พยัคฆ์ขาว วิหคเพลิง และ เต่าดำ

5. ธาตุ – ธาตุทั้งห้า อันได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง

6 ทิศทาง – เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ทิศบน(สวรรค์) และทิศล่าง(โลกมนุษย์)

 7 ดวงดารา – ดวงดาวที่ใหญ่ที่สุด มีความหมายถึงจีนโบราณ

8 เหลี่ยม – ปากั้ว หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ฮวงจุ้ย สิ่งสำคัญที่ลัทธิเต๋าจะใช้ในการดูดวงและทำนายอาชีพการงานในอนาคต *ลองนึกภาพที่เป็นสัญลักษณ์หยินหยางตรงกลางและมี 8 เหลี่ยมยื่นออกมาเป็นแง่งๆที่พวกซินแสใช้ดูดวง

9 เขตแดน – ท้องฟ้าถูกแบ่งออกเป็น 9 เขต การติดตามการเคลื่อนไหวของหมู่ดาวจะช่วยให้ผู้คนเข้าใจถึงลมฟ้าอากาศและอื่นๆที่กำลังจะมาถึงได้

10 ความสอดคล้อง – ทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก บน ล่าง ชีวิต ความตาย อดีต และอนาคต

             *ใครที่อยากลงลึกไปอีกก็ใช้คีย์เวิร์ดนี้หาใน Google ก็แล้วกัน Taiji (Philosophy)*

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top