ขนาดตัวอักษร

GS บทที่ 7 ศพแมลงวัน  

 8 Views

ถ้ำด้านใน มีกำแพงยาวออกไป ไกลเสียจนไม่มีใครบอกได้ว่ามันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน มีเพียงแค่สายลมพัดผ่านเข้ามาอันเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเชื่อมต่อกับโลกภายนอก

“แปลกจัง มีกลิ่นเหม็นด้านนอก แต่พอเข้ามาข้างในแล้วมันกลับหายไป?” ไข่มุกในมือของว่านเฟิงเปล่งแสงนุ่มนวลส่องทาง

“นั่นคือกลิ่นสุสาน เพราะว่าสุสานถูกเปิดออก กลิ่นมันก็เลยจางหายไปด้วย”

“อย่างนี้นี่เองเหรอเจ้าค่ะ” ว่านเฟิงพยักหน้าเออออด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก

“ชั่วร้ายมาก! พวกเขาสร้างทางหลอกเอาไว้ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็จะไปเจอกับกับดักทั้งนั้นเลย“ ลู่หยุนพูดต่อ

โชคดีที่ชายหนุุ่มคำนวณการออกแบบสุสานด้วยรูปทรงของอิฐที่พวกเขาเพิ่งทุบเข้าไปก่อนหน้านี้มาแล้ว มิฉะนั้นแล้วพวกเขาทั้งคู่อาจตกลงไปในหลุมพรางจริง ๆ เข้าให้!

“มีลมข้างใน งั้นก็แสดงว่าทางเดินต้องเชื่อมออกไปยังที่ไหนสักแห่งไม่ใช่หรือเจ้าคะ?” ว่านเฟิงกล่าวอย่างสงสัยเมื่อนางได้ยินเสียงพึมพำของเขา

“นั่นแหละทำให้พวกคนสร้างสุสานดูเจ้าเล่ห์ขึ้นไปอีก ลมนั่นน่ะไม่ใช่ของจริงหรอก หากแต่มันแค่ถูกสร้างขึ้นมาให้วนเวียนอยู่ภายในนี้เท่านั้น มันเป็นกับดักให้เราตายใจ” ลู่หยุนเข้ามาใกล้กำแพงหินที่สุดทางเดินและลองเคาะทดสอบมันดู

แม้ว่ามันจะไม่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยที่พวกเขาเข้ามา แต่ชายหนุ่มก็พอเดาแบบแปลนของทั้งสุสานได้จากวัสดุที่ใช้ก่อสร้าง มันก็เหมือนกับที่เรามองเสือดาวแล้วรู้ได้ทันทีจากลายบนตัวมันนั่นแหละ

“ว่านเฟิง เจ้ากะเทาะกำแพงตรงนี่หน่อย สุสานอยู่ด้านหลังนี่แหละ!” ลู่หยุนกระพริบตาอย่างมีความสุข “รูปแบบนี้อาจจะดูพิเศษไปบ้าง แต่มันก็ไม่ได้พิเศษเกินไปขนาดนั้น”

ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด ว่านเฟิง นางก็ทำการขุดรูบนกำแพงหินด้วยดาบเล่มยาว

“นายท่านกำแพงมันแข็งมาก ต้องใช้อาวุธวิญญาชิ้นอื่น ด้วยดาบเล่มนี้ข้าน้อยไม่สามารถทำลายมันได้หมดเจ้าค่ะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยท่าทางหอบเหนื่อย มีเงาเปล่งประกายแวววาวของหยดน้ำบนหน้าผากของนาง

อาวุธวิญญาณ? ลู่หยุนกระพริบตา เขาไม่รู้ว่าอาวุธวิญญาณคืออะไร แต่ก็เลือกที่จะไม่ถามออกไป หากถามมากเกินไป เขาก็กลัวว่าจะเป็นการเปิดเผยตัวเอง เพราะงั้นชายหนุ่มเลยวางแผนว่าจะกลับไปอ่านหนังสือสักสองสามเล่มเพื่อทำความเข้าใจด้วยตัวเองเอาทีหลัง “สุสานที่แท้จริงควรอยู่จะข้างใน เจ้าพอจะจุดไฟได้ไหม?”

“จุดไฟเหรอเจ้าคะ?” ว่านเฟิงดีดนิ้วของนางเพื่ออัญเชิญเปลวไฟที่ปลายนิ้ว

“นี่มันอะไรกัน?” ภาพที่เห็นทำให้ลู่หยุนตะลึงหนักกว่าเดิม

“นายท่าน นี่เป็นเพียงวิชาจากพลังธาตุพื้นฐานทั้ง 5 เอง ใคร ๆ ก็ใช้ได้ทั้งนั้นเจ้าค่ะ” หญิงสาวถอนหายใจ ก่อนจะจำได้ว่าเจ้านายของนางไม่สามารถฝึกฝนได้

ลู่หยุนพยักหน้าก่อนหยิบกระดาษสีเหลืองออกมาหนึ่งแผ่น จุดไฟด้วยเปลวไฟเล็ก ๆ นั่น ก่อนที่เขาจะเหวี่ยงกระดาษลงในหลุมที่ว่านเฟิงกะเทาะมัน

ชายหนุ่มจับตามองลูกบอลแสงอย่างตั้งใจ

“มันกำลังไหม้ งั้นก็ไม่มีปัญหา พวกเราเข้าไปข้างในได้แน่ ๆ” ลู่หยุนถอนหายใจด้วยความโล่งอก หากลูกบอลเพลิงดับมอดก่อนที่ไฟจะหมด เขาก็จะเลือกทางอื่นแทน

“นายท่านรอบรู้จริง ๆ ทำไมว่านเฟิงถึงไม่รู้เรื่องพวกนี้กันนะเจ้าค่ะ?” นางถามด้วยความสงสัยพร้อมกับจ้องมองไปที่ลู่หยุน

“ฉันจะเป็นเจ้าเมืองได้ยังไงถ้าฉันไม่รู้จักเรื่องพวกนี้น่ะ?” หัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะ หากแต่เขาก็สามารถรักษาความแนบเนียนของตนเองเอาไว้ได้

“จริงด้วยเจ้าค่ะ” ว่านเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย “นายท่านได้ให้ข้าน้อยอยู่ห่างตัวตั้งแต่ตอนนั้น และข้าน้อยคนนี้ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลย”

ลู่หยุนกระพริบตา “ตอนนั้น?”

หญิงสาวหน้าแดงและปฏิเสธที่จะตอบกลับ

พนันได้เลยว่าไอเด็กเปรตนี่จ้องจะงาบว่านเฟิงแน่ ๆ แต่กลับกลายเป็นว่านั่นกลับทำให้นางทิ้งระยะห่างมากขึ้น แต่ถ้าสังเกตจากท่าทางของนางแล้ว นางก็คงไม่ขัดขืนหรอกมั้งถ้าข้าจะทำอะไรแบบนั้นกับนางจริง ๆ

ลู่หยุนผลักความคิดนั้นออกไปก่อน เขาค่อย ๆ ย่างเท้าเข้าสู่สุสาน

“นายท่าน!” สาวใช้ส่งเสียงท้วงทันทีขณะที่ทั้งคู่เดินเข้าไปในอุโมงค์

“อะไร?” ลู่หยุนหันหลังกลับและเห็นแต่เพียงความมืดสนิท เขาไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือที่ยื่นออกมา หมอกควันที่กระจัดกระจายของลูกบอลสีเขียวอ่อนที่ลอยอยู่ในอากาศ นั่นคือไข่มุกของว่านเฟิง

“ข้าน้อยสัมผัสอะไรไม่ได้เลยเจ้าคะ” เสียงของหญิงสาวเริ่มจริงจังขึ้นมาแล้ว

ต้องขอบคุณวิชาความรู้เรื่องผู้ฝึกตน 101 จากว่านเฟิงที่พึ่งสอนเมื่อคืน ลู่หยุนจึงรู้ว่า ‘การสัมผัส’ คือหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ผู้ฝึกตนทุกคนสามารถใช้ได้ ดังนั้นหากมันหายไป นั่นก็เท่ากับว่าพวกเขาตาบอดไปครึ่งตัวเลยทีเดียว

“ไม่ต้องกังวล” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับมืออันอ่อนนุ่มของสาวรับใช้ “มีฮวงจุ้ยที่นี่ ไม่สิ ข้าหมายถึงค่ายกล มันคอยลบสติของเจ้าอยู่ ดูนี่สิ แม้แต่แสงจากไข่มุกก็ยังโดนบดบังไปด้วยเลย”

ว่านเฟิงพยักหน้าในความมืด ร่างกายของนางอยู่ในท่าทางที่ระแวดระวัง และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

สำหรับสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ ความมืดคือสิ่งที่น่าหวาดกลัว แต่เมื่อลู่หยุ่นเคยทะลวงสุสานมานับไม่ถ้วนแล้ว มีหรือที่ท่าเจ้าเมืองคนนี้จะกลัว และชายหนุ่มก็เริ่มที่จะชินกับความมืดโดยรอบแล้วเสียด้วย

 พูดอีกนัยนึงก็คือสำหรับตัวเขาแล้ว ที่นี่มันก็เหมือนกับสวนหลังบ้านนั่นแหละ

ลู่หยุนวางมือของว่านเฟิงไว้บนบ่าของเขา “ โอบไหล่ของข้าไว้แล้วตามมา”

“เจ้าค่ะ” หญิงสาวยอมรับอย่างว่าง่าย

ลู่หยุนเดินเข้าไปใกล้กำแพงแล้วยื่นหน้าเข้าไปสำรวจ “นี่ควรเป็นห้องฝังศพ” เขาขมวดคิ้ว “หืม?”

ทันใดนั้นมือที่กำลังค้นหาของเขาก็แตะเข้ากับสิ่งที่ยื่นออกมาจากกำแพง ท่านเจ้าเมืองหนุ่มกดมันลงไปเบา ๆ

พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!

เปลวไฟที่น่าขนลุกทำให้ทั้งห้องสว่างขึ้น โคมไฟน้ำมันแปดดวงฝังอยู่บนผนัง ไม่แน่ใจว่าเขาไปสัมผัสเข้า แต่กลไกนั่นก็คงไปจุดประกายไฟพวกนั้นเข้าพอดี เปลวไฟที่ส่องผ่านกระจกเป็นสีเขียว

“ไฟสีเขียว?” ลู่หยุนสั่น

แสงสีเขียววาดเงา ทำให้ทุกสิ่งในห้องรวมถึงโลงศพหินขนาดมหึมาที่อยู่ตรงกลางดูลึกลับ และน่ากลัว การรวมกันของเปลวไฟสีเขียวและโลงศพยิ่งทำให้ภาพตรงหน้าดูน่าขนลุกเป็นพิเศษ

“นี่คือสุสานของเซียนจริง ๆ !” ว่านเฟิงอุทานตัวสั่นหลังจากมองโลงศพหินอย่างใกล้ชิด

“อย่าแตะโลงศพนั่นนะ!” ลู่หยุนกลืนน้ำลายหลังจ้องมองที่โลงศพอย่างมั่นคง “มันเป็นค่ายกลแห่งความจริงเท็จ! ควันและกระจกทำให้สถานที่นี่อยู่ในโครงสร้างของเต่าดำหมอบแห่งเขาแดงสนธยา ภาพลวงตาปิดบังความเป็นจริงในทางเดินด้านนอก และตอนนี้จินตนาการก็ครอบคลุมทุกความจริงในห้องฝังศพ! ไอ้สารเลวคนไหนมันเป็นคนสร้างสุสานกัน?!”

แม้ว่าที่นี่จะไม่ใช่โลก และลู่หยุนก็อยู่ในร่างใหม่พร้อมด้วยเอกลักษณ์ใหม่ ๆ แต่ประสบการณ์อันน่าสะพรึงกลัวก็ได้สอนเขามาทั้งชีวิต เขาสามารถสังเกตและเข้าใจใจกลางของสุสานได้เป็นอย่างดี

“นี่เป็นอีกหนึ่งจุดรวมตัวของพลังหยิน ใครจะไปรู้ล่ะว่าจะมีอะไรถูกเลี้ยงขึ้นมาในห้อง? ไป รีบหนีเร็วเข้า!” ทันทีที่ชายหนุ่มกลับมาได้สติ เขาก็ดึงว่านเฟิงให้วิ่งออกมาที่ประตูหินพร้อม ๆ กันอย่างรวดเร็

นอกเหนือจากหลุมมหึมาที่ว่านเฟิงเพิ่งขุดไปแล้ว ยังมีทางออกอีกสี่ทางในห้องเก็บศพนี้ อย่างไรก็ตามมีเพียงหนึ่งในนั้นเท่านั้นที่เป็นของจริง อีกสามจะนำไปสู่ความตาย

ครืน

ในขณะนั้นเอง ฝาโลงศพหินก็ค่อย ๆ เปิดออกอย่างช้า ๆ ทั้วทั่งห้องเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่า แขนดำคล้ำสองข้างยื่นออกมาจากด้านใน

“นั่นอะไรน่ะเจ้าค่ะ?” เสียงของว่านเฟิงสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว หญิงสาวไม่เคยเห็นสิ่งแปลกประหลาดเช่นนี้ในชีวิตของนางมาก่อน!

“ข้าวก้อนใหญ่!” ลู่หยุนตะลึง “ หรือจะเรียกมันว่าผีดิบก็ได้! สิ่งมีชีวิตที่ถูกสวรรค์และโลกทอดทิ้ง พวกมันเร่ร่อนไปทั่วทั้งสามโลกและเส้นทางชีวิตทั้ง 6 มันไม่ใช่ทั้งคนเป็นและคนตาย วิ่งเร็วเข้า!”

ข้าวก้อนใหญ่อยู่ในท่านั่งแล้ว รูปร่างสีดำทำให้ไม่สามารถแยกแยะรูปร่างที่แท้จริงได้

ฮื้ม ฮื้ม ฮื้ม

ทันใดนั้นสิ่งที่ฟังเหมือนแมลงวันก็บินออกมาจากโลง เจ้าแมลงวันโลหิตบินตรงไปยังพวกเขาทั้งสองคนในทันที

“นายท่านรีบหนีไปเจ้าคะ!” ว่านเฟิงตื่นตระหนกเมื่อเห็นภาพนี้ นางทำการเหวี่ยงมือของลู่หยุนเพื่อจะผลักให้เขาเข้าประตูหินไป แสงสีฟ้าครามที่ระเบิดออกมาจากดาบยาวของหญิงสาวหมุนไปมาในอากาศเพื่อก่อให้เกิดตาข่ายแสงปริมาณมหาศาล

ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!

แมลงวันแต่ละตัวที่สัมผัสกับตาข่าย พวกมันต่างกระจัดกระจายเป็นชิ้น ๆ บนพื้น

“อย่าเข้ามาใกล้เชียวนายท่าน พวกมันคือสัตว์อสูรที่มีความสามารถเทียบเท่าระดับปราณประยุกต์!” ว่าแล้วพายุสีเขียวถูกยิงออกมาจากดวงตาของว่านเฟิง

ถึงแม้หญิงสาวจะไม่กล้าฆ่าคน แต่กับพวกแมลงวันพวกนี้ นางกล้า!

ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!

พายุมีขนาดโตขึ้นกว่าสามเมตรจนมันสัมผัสเข้ากับส่วนบนของห้อง ก่อนที่พายุสีเขียวจะขยับเข้าไปหาฝูงแมลงวันที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุดพวกนั้น แม้แมลงวันจะมีจำนวนมาก แต่พวกมันก็ไม่สามารถเทียบได้กับวิชาของว่านเฟิง ในท้ายที่สุดแลงวันโลหิตก็ถูกทำลายลงไป

ในที่สุดนางก็ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของผู้ฝึกตนแล้ว!

ผลั่ก!

สิ่งที่ฟังดูเหมือนจะเป็นบางสิ่งที่ใหญ่ ๆ กระโจนออกมา โดยไม่ทันระวังตัว เจ้าสิ่งนั้นก็ทำให้ว่างเฟิงเสียสมาธิและทำให้นางต้องกระอักเลือดออกมา และเมื่อหญิงสาวได้รับบาดเจ็บ เจ้าพายุสีเขียวของนางก็ได้หายไปในทันที

ผีดิบสีดำปีนออกมาจากโลงศพ มันยืนอยู่ด้านหน้าโลงของมัน ก่อนที่จะจ้องมองไปยังว่านเฟิง สิ่งที่กระแทกเข้ากับเธอนั้น ก็มาจากสองเท้าที่มันกระแทกลงไปบนพื้นนั่นเอง

มีแมลงวันเลือดสีแดงมากออกมาจากโลงศพเพิ่มขึ้นอีก

“นายท่าน หนีไปเจ้าคะ!” ว่านเฟิงเร่งรีบอย่างใจจดใจจ่อ แต่เมื่อนางหันหลังกลับไปก็เห็นว่าลู่หยุนยังคงอยู่ด้านหลังเธอ

“มันคือแมลงวันศพ เฉพาะร่างของผีดิบอายุหนึ่งพันปีเท่านั้นที่จะมีสิ่งเหล่านี้” ลู่หยุนถอนหายใจเบา ๆ “ข้าเคยอ่านเกี่ยวกับพวกมันในบันทึกโบราณของนิกายเท่านั้น แต่ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะได้เห็นพวกมันด้วยตาของตัวเองในโลกเซียนแห่งนี้! แมลงวันศพเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก ๆ แม้แต่ยอดฝีมือก็ใช้ว่าจะจัดการมันได้ง่าย ๆ ”

“ผีดิบตัวนี้อายุกว่าพันปี โลกเซียนนี่มันสุดยอดชะมัด!” ร่างกายของชายหนุ่มสั่นด้วยความตื่นเต้น มีบางสิ่งที่เขาเคยเห็นในหนังสืออยู่ที่นี่! ในฐานะโจรขุดสุสานชั้นเซียน ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นไปกว่าการสำรวจสิ่งที่น่าตื่นเต้นอีกแล้ว!

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top