ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 1,112 : สงครามแห่งการไล่ล่า

 40 Views








 

 
        ยู้ ฉินก็ขบฟันขาวที่เรียงกันสวยของเธอแน่น  เธอรึอุตสาห์คาดหวังในตัวยี่ เทียนหยุนเป็นอย่างมาก  ว่าชนะจะได้เป็นผู้ชายของเธอ  แต่จู่ๆตัวเขากลับที่จะยอมแพ้ซะนี่  นี่ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดใจจนกระทั่งหัวเสียเป็นอย่างมาก
 
 
” ข้าไม่ต้องการที่จะเป็นเกราะกำบังให้กับใครก็แค่นั้น ”  ยี่ เทียนหยุนก็ยักไหล่
 
 
” นี่ไม่ใช่เรื่องของเกราะบังภัย  ข้าอยากจะให้พวกเขาเหล่านี้รู้ว่า  พวกเขามิอาจจะเอาชนะเจ้าได้  เจ้าไม่อยากเป็นคู่เต๋าสวรรค์กับข้าอย่างงั้นรึ ?? ”  ยู้ ฉินก็ส่ายหัว  ถึงซอง หยุนจะชนะผ่านยี่ เทียนหยุนมาได้  แต่เธอก็ไม่ต้องการที่จะตกลงปลงใจเป็นคู่เต๋าสวรรค์กับเขา
 
 
ความทะเยอทะยานอยากของเธอนั้น  ไฉนเลยที่นักสู้เหล่านี้จะสามารถเทียบเคียงได้  ลำพังเพียงแค่มาตรฐานก็ไม่สามารถบรรลุเกณฑ์ที่เธอตั้งเอาไว้แล้ว  อย่างนี้นะเรอะที่ยังจะคิดแต่งงานกับเธอ  ปัญญาอ่อนสิ้นดี
 
 
” ก็ถ้าหากว่าเจ้าใช้กฏนี้  ชั่วชีวิตเจ้าก็ไม่ต้องแต่งงานกันพอดีนะซิ ”  ยี่ เทียนหยุน พูดแล้วก็ยักไหล่  ” เพราะไม่มีใครที่สามารถจะเอาชนะข้าได้  รวมถึงเจ้าด้วย ”  
 
 
พูดแล้วก็ฉีกยิ้มออกมาพร้อมกับสีหน้านั้นดูเบาสบายเป็นอย่างมาก  แต่ก็เหมือนจะแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งทนงตนที่ไม่มีที่สิ้นสุด
 
 
หลังจากบุคคลที่มีพรสวรรค์เหล่านี้ได้ฟัง  ภายในใจก็ถึงกับเดือดดาลขึ้นมาในทันที  มีฝีมือเพียงเท่านี้กลับที่จะจองหองวางกล้าม
 
 
คำที่ยี่ เทียนหยุนพูดออกมานั้นมิได้เฉพาะเจาะจงใครเป็นพิเศษ  แต่เขามองสถานการณ์ตามความเป็นจริงต่างหาก  เพราะปัจจุบันบุคคลเหล่านี้ก็แทบไม่ต่างอะไรจากขยะ !!  ถึงยังไงก็ไม่มีทางที่จะเทียบเคียงกับมาตรฐานที่ยู้ ฉินนั้นตั้งเอาไว้ได้
 
 
แม้แต่ซอง หยุนในตอนนี้  ใบหน้าจากที่เคยยิ้มแย้มก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเดือดดาลขึ้นมาในทันที
 
 
” ช่างสามหาวนัก  นี่ซิถึงจะเป็นปฐพีกษัตริย์เทียนหยุนตัวจริงที่ข้ารู้จัก ”  แต่ทว่าคนที่ไม่ได้เต้นไปกับคำพูดของยี่ เทียนหยุนก็คือยู้ ฉิน  นอกจากจะไม่ได้จะรู้สึกโกรธไปกับคำพูดของเขาแล้ว  เธอยังเอามือปิดปากหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขอีกต่างหาก
 
 
เธอชอบเขาที่มีบุคลิกตัวตนแบบนี้  พฤติกรรมการแสดงออกของเขาก่อนหน้านี้  มันทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก
 
 
เมื่อบรรดาบุคคลที่อยู่ ณ ที่นี้ได้ฟังบทสนทนาระหว่างทั้งสอง  ก็รู้ได้ในทันทีว่า  ทั้งสองนั้นรู้จักกัน  ไม่อย่างงั้นพวกเขาก็คงจะไม่พูดคุยกันในลักษณะแบบนี้  ตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีหรอก 
 
 
เมื่อเห็นพวกเขาพูดคุยกันอย่างสนิทสนมชิดเชื้อแบบนี้  ซอง หยุนก็ระเบิดความโกรธออกมาในทันที  ” ตราบใดที่ชนะเขาได้ก็เพียงพอแล้วใช่ไหม ??  ถ้าอย่างงั้นก็มาเลย !! “
 
 
ว่าแล้วซอง หยุนก็สืบเท้าก้าวเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าของยี่ เทียนหยุนในทันที  จากนั้นก็พูดห้วนๆกับเขาว่า  ” จงตอบรับการดวลของพวกเราซะ !! “
 
 
ซอง หยุนในตอนนี้ก็แทบไม่ต่างอะไรกับคนโรคจิต  เขาต้องการที่จะต่อสู้กับยี่ เทียนหยุนให้จงได้  เขาตั้งใจจะระเบิดยี่ เทียนหยุนด้วยกำปั้นของเขา  เพื่อเอาชนะใจหญิงสาวที่สวยสดงดงามราวกับเทพธิดาหิมะนางนี้ให้จงได้
 
 
แต่สิ่งที่เปรียบเสมือนแรงกระตุ้นยิ่งกว่า  นั่นก็คือความอับอายของตนเอง  เขาไม่คิดเลยว่าผู้หญิงที่เขาชื่นชอบ  จะสนิทชิดเชื้อกับศิษย์น้องของตนถึงเพียงนี้ 
 
 
” ช้าก่อน  นี่ท่านคิดว่าการดวลกันแบบนี้จะมีความหมายอย่างงั้นเรอะ ?? ”  ยู้ ฉินก็มองเขาด้วยสายตาที่ตำหนิติเตียน  ” ข้าหมายความว่าให้ประลองกันในเส้นทางราชาสวรรค์  ไม่ใช่ต่อสู้แข่งขันกันทางทักษะยุทธ์ !!  ก่อนที่ข้าจะแยกจากไป  ไหนขอดูหน่อยซิว่า  ใครจะสามารถเอาชนะชายคนนี้ได้  ข้ามีเวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 2 เดือนเท่านั้น “
 
 
แน่นอนว่ายู้ ฉินจะไม่เลือกการแข่งขันกันทางด้านทักษะยุทธ์  ฐานพลังแตกต่างกันซะขนาดนี้แล้วมันจะไปมีความหมายอะไร  สู้เปรียบเทียบแข่งขันกันในเส้นทางราชาสวรรค์ไม่ได้  ที่สามารถจะแข่งขันกันได้  ว่าใครจะเดินไปได้ไกลกว่ากัน
 
 
” ที่แท้ก็แข่งกันบนเส้นทางราชาสวรรค์นี่เอง  ถ้าอย่างงั้นก็ง่ายยิ่งขึ้นไปอีก !! ”  ซอง หยุนก็ถอนสายตาออกจากยี่ เทียนหยุน  จากนั้นเขาก็มองตรงไปข้างหน้าพร้อมกับแววตามุ่งมั่นที่เปล่งประกายอีกครั้งหนึ่ง
 
 
ซอง หยุนนั้นคิดว่า  แข่งกันแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน  เพราะถึงยังไงตัวเขาก็จะต้องปีนขึ้นไปบนยอดเขาอยู่ดี
 
 
” ข้าไม่รู้สึกสนใจในนการแข่งครั้งนี้แม้แต่นิดเดียว  เพราะถึงยังไงข้าก็จะต้องปีนขึ้นไปให้สุดทางสายนี้อยู่แล้ว  พวกเจ้าจะเป็นยังไงข้าไม่สนแต่อย่างขวางทางข้าก็แล้วกัน ”  ยี่ เทียนหยุนก็ไม่เต็มใจที่จะสนใจพวกเขาอีกต่อไป  
 
 
” นี่เจ้าคิดจะหนีอย่างงั้นเรอะ ?? ”  ซอง หยุนก็จ้องมองยี่ เทียนหยุนด้วยนัยน์ตาที่เจิดจรัสและเปล่งประกาย
 
 
” หนี ?? ”   ยี่ เทียนหยุนก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเย้ยหยันอยู่ในที   ” ข้านะเรอะที่จะหนี  ข้าพูดได้แต่เพียงว่า  เจ้าจะเป็นยังไงก็ช่าง  แต่ถ้าหาก คิดว่าจะสามารถเอาชนะข้าได้  ก็ลองดู !! “
 
 
พูดแล้วยี่ เทียนหยุนก็ไม่สนใจฝั่งตรงข้ามอีกต่อไป  เขายกเท้าพร้อมกับพุ่งทะยานไปข้างหน้าผ่านตัวของสวรรค์กษัตริย์ซอง หยุนไปในทันที
 
 
” หนอยแน่เจ้าเด็กคนนี้  หืม…  กรอด !!  ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า  สมบัติที่อยู่ภายในมือเจ้า  มันจะสามารถช่วยเจ้าต่อไปได้ซักกี่น้ำ !! ”  ต่อให้ตาย ก็ดูเหมือน ซอง หยุนจะคิดว่า  ที่ยี่ เทียนหยุนขึ้นมาถึงที่นี่ได้  เป็นเพราะพึ่งพาอาศัยพลังจากสมบัติไม่ได้พึ่งพาอาศัยพลังของตัวเอง
 
 
แต่ทว่านี่ก็เป็นจุดที่ทำให้ยี่ เทียนหยุน  หงุดหงิดนิดๆ  ไอ้หมอนี่นี่ชอบพูดอะไรไร้สาระราวกับคนไม่มีสมองออกมาอยู่เรื่อย
 
 
ทันใดตัวเขาก็ปีนขึ้นไปยังด้านบนพลางส่งเสียงออกมาว่า  ” ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะปรากฏตัวอยู่ที่นี่  แถมยังมีอีกสถานะนึงอีก  ถ้าอย่างงั้นก็แสดงว่าเจ้าเข้าร่วมกับกลุ่มอิทธิพลเกรด 2 อื่นละซิ “
 
 
” ก็เจ้ายังรู้แหล่งบ่มเพาะพลังชั้นยอดแบบนี้  แล้วทำไมข้าถึงจะรู้บ้างไม่ได้ ?? ”  ยู้ ฉินก็พูดตอบยี่ เทียนหยุน  ” เส้นทางราชาสวรรค์แห่งนี้คือสถานที่อันยอดเยี่ยม  ในชีวิตก่อนของข้าก็เกือบที่จะปีนขึ้นไปยังจุดสูงสุดของมันแล้ว  หากว่าชาตินี้ข้าสามารถที่จะปีนขึ้นไปยังจุดสูงสุดของมันได้แล้วละก็  โอกาสที่ข้าจะทะลวงขึ้นสู่ขั้นราชาสวรรค์ก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม “
 
 
” เส้นทางราชาสวรรค์แห่งนี้ลึกลับถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ?? “
 
 
” แน่นอนอยู่แล้ว  ข้ายืนยันได้เลยว่า  มิเพียงแต่อาณาจักรทั้งห้าเพียงเท่านั้นที่ครอบครองสถานที่แห่งนี้  แม้แต่อาณาจักรเกรด 3 ก็ต้องการที่จะมีโควต้าหรือว่าส่วนแบ่งในสถานที่แห่งนี้ด้วย  แล้วถ้าหากว่าอาณาจักรเกรด 3 เอ่ยปาก  มีรึที่อาณาจักรเกรด 2 จะทำอะไรได้  คงได้แต่ยอมจำนนเชื่อฟังแต่โดยดี ”  ยู้ ฉินก็พูดต่อไปว่า  ” ว่ากันว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์การขโมยแห่งสรวงสวรรค์ก็คือสมบัติที่ไร้เทียมทาน  ที่นักสู้ผู้เชี่ยวชาญอันยิ่งใหญ่ทิ้งเอาไว้  นี่เองที่ทำให้แม้แต่กลุ่มอิทธิพลอย่างอาณาจักรเกรด 3 หมายตาสถานที่แห่งนี้  แต่ไม่ว่าพวกเขาจะทำยังไงก็มิอาจที่จะครอบครองสถานที่แห่งนี้ได้  ทำได้ก็แต่เพียงส่งคนของตนเข้ามาเพียงเท่านั้น “
 
 
” มิอาจที่จะครอบครองได้แม้กระทั่งกลุ่มอิทธิพลเกรด 3 ?? ”  ยี่ เทียนหยุนก็ถึงกับสะดุ้งโหยงในทันที  ดูเหมือนว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์การขโมยแห่งสวรรค์จะไม่ใช่ธรรมดาอย่างที่เห็นซะแล้ว
 
 
” แต่อันที่จริงกลุ่มอาณาจักรเกรด 3 ก็ใช่ว่าจะไร้เทียมทาน  เหตุที่น่าเกรงขามก็เพราะมีตัวตนที่ทรงพลังนั้นอาศัยอยู่  อย่างไรก็ตามสิ่งที่พวกเขาหมายตาดินแดนศักดิ์สิทธิ์การขโมยแห่งสวรรค์นี้ก็คือ  สมบัติอันน่าทึ่งต่างหาก…  เพื่อที่ว่าพวกเขาจะได้มีสมบัติชั้นเยี่ยมเพิ่มมากขึ้นไปอีก ” 
 
 
ยี่ เทียนหยุนก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ  เขารู้ว่ามีบุคคลที่อยู่เหนือคน  มีภูเขาที่อยู่เหนือภูเขา  สำหรับพวกเขาบุคคลที่มีพรสวรรค์เหล่านี้ล้วนไร้ซึ่งความหมาย  สิ่งที่มีความหมายที่แท้จริงสำหรับพวกเขานั้นก็คือสมบัติที่อยู่ที่นี่ต่างหาก
 
 
” จะต้องปีนขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดของเส้นทางแห่งนี้ละซินะ…  ”  ยี่ เทียนหยุนก็ราวกับว่ามีพลังขึ้นมาในทันที  นั่นก็เพราะเขาเองก็ต้องการที่จะรู้ให้ได้ว่า  ข้างบนนั้น  มันมีอะไรกันแน่ ??
 
 
ยี่ เทียนหยุนจึงเกิดแรงอึดมากขึ้นกว่าเดิมเป็น 2 เท่า  แต่ถึงกระนั้นตัวเขาก็มิได้ติดประมาทแต่ประการใด…  ส่วนทางฝั่งของซอง หยุน  ก็ 100 เมตรหยุดครั้ง  100 เมตรแล้วเขาก็หยุดทีนึงเพื่อกำจัดภาพลวงตา
 
 
แต่ทางฝั่งของยี่ เทียนหยุนนั้นโหดกว่า  นั่นก็คือ  เขาสามารถจะเคลื่อนที่ไปได้ 1 ไมล์แล้วก็หยุดทีนึง  นี่เป็นการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วกว่ากันเป็นอย่างมาก
 
 
ส่วนสปีดในการเคลื่อนที่ของยู้ ฉินนั้น  ก็ไม่ได้ช้าเช่นเดียวกัน  จัดได้ว่าสูสีกับของยี่ เทียนหยุน  ชีวิตในชาติปางก่อนของเธอนั้นเกือบจะขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของสถานที่แห่งนี้แล้ว  พอมาชาตินี้เธอมีดวงจิตของชาติที่แล้วอยู่ในตัว  สปีดของเธอถึงแม้ว่าจะมิอาจเทียบได้กับของยี่ เทียนหยุน  แต่ก็ยังนับว่าเร็วกว่าคนอื่นหลายเท่านัก
 
 
สำหรับคนอื่นๆนั้น  ลำพังเพียงแค่ดูก็รู้แล้วว่าหมดสิทธิ์ตามแล้ว 
 
 
คงมีแต่เพียงผู้ที่มีพรสวรรค์แถวหน้าเท่านั้น  ที่จะเข้าร่วมสงครามไล่ล่าในครั้งนี้ได้  พวกเขาจึงมิได้สนใจที่จะเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้
 
 
การคิดที่จะแข่งขันกับซอง หยุน  ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดนัก  ดีที่สุดก็คือทำตัวเฉยๆไม่โดดเด่นอะไรจะปลอดภัยกว่า
 
 
ยี่ เทียนหยุนมิได้ให้ความสำคัญกับคนเหล่านี้มาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว  เขายังคงตั้งหน้าตั้งตาบุกตะลุยมุ่งไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง  ทำลายภาพลวงตาครั้งแล้วครั้งเล่า  ครั้งแล้วครั้งเล่า  จนในที่สุดเขาก็เริ่มที่จะรู้สึกถึงโลกอีกโลกนึง  ที่แฝงตัวอยู่ ณ ที่แห่งนี้ 
 
 
” หากคิดที่จะทะลวงเส้นทางราชาสวรรค์แห่งนี้แล้วละก็  ก็จะต้องฝ่าด่านเส้นทางชีวิตทั้ง 100 รูปแบบอย่างงั้นเรอะ ?? ”  เมื่อยี่ เทียนหยุนออกมาจากภาพลวงตา  ก็เหมือนว่าตัวเขานั้น  เริ่มที่จะมองเห็นความคิดของคนที่สร้างที่นี่ขึ้นมาออกบ้างแล้ว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
   
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
ขอขอบคุณรูปภาพจากเวป Pixabay : Clker – Free – Vectors – Images

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top