ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 1,105 : เส้นทางแห่งราชาสวรรค์

 58 Views



 

 

 

 

คำพูดของซือ กวนทำให้ยี่ เทียนหยุนนั้นรู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมาก  หากว่าเป็นบุคคลอื่นแล้วละก็  เขาก็คงจะตอบรับไปนานแล้ว

 

การจะทะลวงขึ้นสู่ขั้นสวรรค์กษัตริย์นั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น  นับได้ว่านี่เป็นเรื่องที่ยากมากๆเลยทีเดียว  ฐานบ่มเพาะพลังยิ่งสูงเท่าไร  ก็จะต้องใช้ระยะเวลามากยิ่งขึ้นเท่านั้น  หากอยากจะทะลวงขึ้นสู่ระดับต่อไป  และการที่ซือ กวนปฏิเสธความหวังดีของยี่ เทียนหยุนเช่นนี้  นี่ก็แสดงว่าตัวเขานั้น  มีความเป็นห่วงเป็นใยหวังดีต่อตัวของยี่ เทียนหยุนจริงๆ  นี่ทำให้ยี่ เทียนหยุนรู้สึกชื่นชอบเขาขึ้นมาในทันที

 

คนที่จะปฏิเสธโอกาสอันล้ำค่าที่อยู่ต่อหน้าตัวเองเช่นนี้  มีอยู่น้อยมาก  นี่แสดงว่าความรู้สึกของซือ กวนที่มีต่อยี่ เทียนหยุนนั้นเป็นของจริง

 

” ศิษย์พี่ซือ กวน  ข้าไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ถึง 3 อันหรอก  ท่านช่วยรับไปเถอะ  ตัวท่านเองก็ดูเหมือนว่าจะติดอยู่ในคอขวด  ครั้งหน้าจะได้มีโอกาสมาที่นี่อีกหรือเปล่าก็ไม่รู้  ไม่จำเป็นที่จะต้องแสดงความสุภาพออกมาหรอก  ก็ท่านเป็นคนพูดเองมิใช่หรือว่า  หากว่าทะลวงขึ้นสู่ระดับ 9 ของขั้นปฐพีกษัตริย์แล้วละก็  ผู้อาวุโสจะต้องประคบประหงมคอยดูแลข้าเป็นอย่างดีนะ “

 

” ถึงเวลานั้นข้าเชื่อว่า  ข้าจะต้องได้รับทรัพยากรเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน  และถึงแม้ว่ามันจะต้องยืดระยะเวลานานออกไปอีกซักหน่อย  ก็ไม่เห็นเป็นไร  เผลอๆข้าอาจจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้งนึงก็เป็นได้ “

 

ยี่ เทียนหยุนก็คะยั้นคะยอพยายามที่จะให้ซือ กวนตอบรับจี้หยกจากตัวเขา  การที่ยี่ เทียนหยุนอยากจะช่วยเขาก็เพราะรู้สึกชื่นชอบในอุปนิสัยใจคอของซือ กวนผู้นี้

 

เขาจำเป็นที่จะต้องอยู่ที่นี่เป็นระยะเวลานาน  เพื่อที่จะกำหนดรู้ทำความเข้าใจในสภาวะต่างๆภายในร่างให้ดียิ่งขึ้นไปอีก  ไม่อย่างงั้นเขาจะไม่มีทางทะลวงผ่านคอขวดนี้ไปได้

 

เมื่อได้ฟังยี่ เทียนหยุนพูดเช่นนั้น  ซือ กวนก็เริ่มที่จะลังเลเล็กน้อย  ทันใดนั้นเขาก็กัดฟันพูดออกมาว่า  ” ถ้าอย่างงั้นข้าจะยอมติดหนี้ศิษย์น้องหยุนในครั้งนี้  ข้าติดอยู่ในสภาวะคอขวดจนอยากที่จะทะลวงขึ้นไปได้จริงๆ  จากนี้เป็นต้นไป  ไม่ว่าศิษย์น้องหยุนจะขอให้ข้าทำอะไร  แม้ว่าจะต้องบุกน้ำลุยไฟหรือว่าจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคขวางหนามที่เต็มไปด้วยอันตราย  ข้าก็จะต้องช่วยเจ้าอย่างแน่นอน !! “

 

ยี่ เทียนหยุนเชื่อคำพูดของเขา 100%  นั่นก็เพราะหากยี่ เทียนหยุนคิดดูใคร  เขาจะดูที่ค่าความชื่นชอบเป็นหลัก  หากว่าความชื่นชอบต่ำแล้วมาพูดแบบนี้  ต่อให้พูดดีกับเขายังไงเขาก็ไม่มีทางที่จะเชื่อใจคนๆนั้นเป็นอันขาด 

 

ซือ กวนนั้นเป็นคนสำนักเดียวกัน  แถมอุปนิสัยใจคอของเขาก็ยังนับว่าไม่เลวอีกต่างหาก  ดังนั้นการจะผูกมิตรเป็นเพื่อนกับคนๆนี้ในระยะยาว  ก็มิใช่เรื่องเสียหายอะไร

 

” หากว่าถึงเวลานั้นจริงๆ  ข้าจะต้องขอให้ท่านช่วยอย่างแน่นอน ”  ยี่ เทียนหยุนก็พูดไปยิ้มไป

 

ทันใดนั้นเขาก็มอบจี้หยกนี้ให้กับซือ กวน  ซือ กวนก็รับมันมาอย่างระมัดระวัง  นี่เป็นของล้ำค่าที่ยากจะไขว้คว้าหามาได้  ฉะนั้นจะต้องระมัดระวังให้ดี

 

” ตอนนี้ข้าสามารถที่จะบ่มเพาะพลังอยู่ที่นี่ได้ประมาณเดือนกว่าๆแล้ว  ต้องขอขอบคุณเจ้าจริงๆ ”  ซือ กวนก็ลองตรวจสอบจี้หยกที่ได้รับมาจากยี่ เทียนหยุน  ซึ่งนี่เป็นจี้หยกที่อยู่ในสภาพที่ดีมากๆเลยทีเดียว  หากว่ามีจี้หยกชิ้นนี้อยู่กับตัวแล้วละก็  อย่างน้อยๆก็สามารถที่จะอยู่ที่นี่ได้เป็นระยะเวลาเดือนนึงอย่างแน่นอน

 

และแน่นอนว่าสภาพของจี้หยกที่เหลืออีก 2 ชิ้น  ก็ย่อมที่จะอยู่ในสภาพที่ดี  ไม่แตกต่างจากจี้หยกที่ซือ กวนได้รับมาอย่างแน่นอน  เพราะพวกเขาเข้ามาพร้อมกัน  จี้หยกจึงยังไม่ได้รับความเสียหายมากนัก

 

ภายใต้การนำของซือ กวน  พวกเขาก็มาถึงยังจุดหมายปลายทางอย่างรวดเร็ว  ซึ่งนั่นก็คือ  เส้นทางแห่งราชาสวรรค์นั่นเอง

 

เส้นทางราชาสวรรค์นั้นก็คืออุโมงค์ช่องทางเดินที่ทอดยาว  อาจจะคดเคี้ยวเป็นวงกลมแต่ในที่สุดก็ทอดยาวจนไปถึงยอดภูเขาสูงที่อยู่เบื้องบน

 

เมื่อพวกเขามาถึง  ยี่ เทียนหยุนก็เห็นบรรดานักสู้จำนวนมากที่ต่างก็นั่งบ่มเพาะพลังกันตลอดทาง  หากจะให้พูดตรงๆก็คือว่า  นั่งอยู่ในอุโมงค์ช่องทางเดินที่ทอดยาวนั่นเอง  แต่ช่องทางเดินของที่นี่นั้นแปลกกว่าที่อื่นเป็นอย่างมาก  เพราะไม่มีต้นไม้หรือว่าใบหญ้าขึ้นอยู่เลยแม้แต่ต้นเดียว  ทุกอย่างดูว่างเปล่าไปหมด

 

นอกซะจากระยะ 1,000 เมตรถึงจะมีต้นไม้และดอกไม้จำนวนนึง  แต่สำหรับทางเดินบริเวณนี้นั้นล้วนว่างเปล่า  รวมไปถึงตรงส่วนยอดก็เช่นเดียวกัน  ขนาดบริเวณภูเขายังเป็นสถานที่เปลือยเปล่าเลย  ดูแล้วช่างน่าเกลียดจริงๆ

 

แต่ทว่าถึงจะเป็นแบบนี้  แต่ที่นี่ก็อุดมไปด้วยกลุ่มนักสู้ที่นั่งบ่มเพาะพลัง

 

ยี่ เทียนหยุนก็กวาดสายตาออกไปโดยรอบในคราวนี้  บรรดาเหล่านักสู้ที่อยู่ที่นี่นั้นมีไม่ต่ำกว่า 100 คนเลยทีเดียว  ประมาณร้อยกว่าๆ  เหล่านี้คือสุดยอดผู้ที่มีพรสวรรค์ของห้าอาณาจักรใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย  ที่พวกเขายอมจ่ายต้นทุนอันมหาศาล  เพื่อฝึกฝนคนเหล่านี้ให้เติบใหญ่ขึ้นมาเพื่อหวังที่จะเป็นแกนหลักในอนาคต  แต่ทว่าลำพังเฉพาะร้อยกว่าคนที่อยู่ที่นี่ก็เท่ากับจี้หยกที่เปรียบได้กับสมบัติระดับเต๋าสวรรค์ขั้นต่ำเป็นจำนวน 100 กว่าชิ้นแล้ว

 

ราคาที่ต้องจ่ายนั้นนับว่ามหาศาลเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว  และนี่ก็เป็นเพียงคนกลุ่มเดียวเท่านั้น  เมื่อระยะเวลาผ่านพ้นไป  คนกลุ่มใหม่ก็จะทยอยเข้ามาอีก  หากว่าไม่รวยจริงก็คงจะทำอย่างนี้ไม่ได้เป็นอันขาด 

 

ต่อให้คุณจะเป็นนักสู้ที่มีพรสวรรค์สูงส่งซักเพียงใดก็ตามที  แต่ถ้าไม่มีแหล่งทรัพยากรที่มั่งคั่งและกลุ่มอิทธิพลคอยหนุนหลังแล้วละก็  ก็ไม่มีทางที่จะเจริญรุดหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็วได้

 

” ผู้เชี่ยวชาญก็จัดว่ามีมิใช่น้อยเลยทีเดียว  ขนาดสวรรค์กษัตริย์ระดับ 9 ก็ยังมี  ดูเหมือนว่าเขาต้องการที่จะทะลวงขึ้นสู่ขั้นเทพกษัตริย์ละซินะ ”  เมื่อยี่ เทียนหยุนพิจารณาดูแล้วก็พยักหน้า  การจะเลื่อนระดับขึ้นสู่ขั้นเทพกษัตริย์สำหรับที่นี่นั้น  นับว่าไม่ใช่งานที่โหดหินอะไร

 

ก็พลังดาวมากมายกว่าภายนอกซะขนาดนี้  ถ้าที่นี่มิอาจจะเลื่อนระดับได้  แล้วจะไปเลื่อนระดับในโลกภายนอกเช่นนั้นหรือ 

 

” นี่คือเส้นทางราชาสวรรค์  สถานที่บ่มเพาะพลังที่ดีที่สุดของแดนศักดิ์สิทธิ์การขโมยแห่งสวรรค์  มิอาจที่จะมองว่าทางเดินนั้นว่างเปล่าได้  เพราะที่นี่ก็คือ  สถานที่ดูดซับพลังดาวที่ดีที่สุด  หากว่าเปรียบเทียบจากความรู้สึกแล้ว ”  ซือ กวนก็แนะนำสถานที่แห่งนี้ให้กับยี่ เทียนหยุนได้รับฟัง

 

” ก็แล้วทำไมถึงไม่มีใครปีนป่ายขึ้นไปบนยอดเขากันละ ?? ”  ยี่ เทียนหยุนก็เห็นบรรดานักสู้นั่งกระจัดกระจายกันตามทางเดินต่างๆไปตลอดทั้งแนวเส้นทาง  มีเพียงนักสู้ไม่กี่คนเท่านั้น  ที่สามารถจะนั่งใกล้บริเวณยอดเขาได้

 

แต่ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่จะขึ้นไปยังจุดสูงสุดได้

 

” เพราะว่ามิอาจที่จะคลานขึ้นไปได้นะซี  ดังนั้นจึงไม่มีใคร…  ”  ซือ กวนก็พูดพลางส่ายหัว  ” จากคำร่ำลือที่ส่งต่อกันมา  บุคคลใดที่สามารถจะปีนขึ้นสู่ยอดบนสุดของภูเขาลูกนี้ได้  คนๆนั้นก็จะได้กลายเป็นศิษย์ของราชาสวรรค์ !! “

 

” ราชาสวรรค์ !! “

 

สายตาของยี่ เทียนหยุนก็กลายเป็นครุ่นคิดพิจารณา  ระดับพลังที่อยู่ในขั้นราชาสวรรค์นั้น  เป็นอะไรที่ผู้ที่อยู่ในขั้นเทพกษัตริย์มิอาจจะเทียบเคียงได้  นี่คือผู้เชี่ยวชาญระดับสูงสุดของกลุ่มอาณาจักรเกรด 3  สามารถที่จะนั่งอยู่บนตำแหน่งเจ้าอาณาจักรได้อย่างสบายๆ  

 

” ลำพังเพียงแค่ปีนขึ้นภูเขาเนี่ยนะ  ก็จะได้กลายเป็นศิษย์ของราชาสวรรค์  นี่จะไม่เป็นคำพูดที่กล่าวเกินจริงเกินไปหน่อยเช่นนั้นหรือ ?? ”  ยี่ เทียนหยุนก็เอ่ยถามอย่างนึกสงสัย

 

” นี่ไม่ได้เป็นคำพูดที่กล่าวเกินจริงเลยแม้แต่นิดเดียว  เพราะถ้าหากว่าใครก็ตาม  ที่สามารถจะปีนขึ้นไปยังจุดสูงสุดได้แล้วละก็  ก็จะมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นสู่ขั้นราชาสวรรค์ในอนาคตได้ !!  หรืออย่างน้อยๆก็มีโอกาสมากกว่าผู้ที่อยู่ในขั้นเทพกษัตริย์ส่วนใหญ่ ”  ซือ กวนก็ยักไหล่พลางพูดว่า  ” ข้าไม่จำเป็นที่จะต้องพูดมากหรือว่าโฆษณาชวนเชื่อใดๆทั้งสิ้น  เจ้าดูเอาเองซิ  ว่าปัจจุบันมีใครที่คิดล้มเลิกหรือว่าละทิ้งความพยายามอันนี้บ้าง  อย่างน้อยๆก็จะได้เป็นมังกรอย่างเทพกษัตริย์  และไม่ต้องพูดถึงขั้นราชาสวรรค์ที่เปรียบประดุจดั่งเทพก็มิปาน “

 

ยี่ เทียนหยุนก็พยักหน้า  คำอธิบายนี้ช่างสมเหตุสมผลนัก  แต่ถ้าหากพูดว่าเมื่อไปถึงยอดได้ก็จะได้กลายเป็นราชาสวรรค์  มันก็จะฟังดูเลอะเทอะเกินจริงไปมาก  แต่ถ้าหากว่ามีใครทำได้ก็จะได้แนวทางของมรดกแห่งราชาสวรรค์มาไว้ในครอบครองก็เป็นได้  และนี่จะเป็นประโยชน์สำหรับอนาคตที่จะทะลวงขึ้นสู่ขั้นราชาสวรรค์เป็นอย่างมาก

 

หากว่าพูดลอยๆ  พูดให้ตายยังไงก็คงจะไม่มีใครเชื่ออย่างแน่นอน

 

” ถึงแม้ว่าจะยากเย็นยังไง  แต่ผู้คนจำนวนมาก  ก็ยังคงไม่ละทิ้งความพยายามละซินะ ”  ยี่ เทียนหยุนก็สามารถจะมองเห็นภาพตัวอย่างประกอบกับคำพูดของซือ กวนได้เป็นอย่างดี  ผู้คนจำนวนมากต่างก็พยายามที่จะก้าวไปข้างหน้าให้จงได้  ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ที่อยู่ในขั้นสวรรค์กษัตริย์ก็ตามที  ที่กำลังพยายามอย่างหนัก  นั่นก็เพราะ  กว่าจะก้าวขึ้นไปได้ทีละก้าวๆนั้น  ดูยากลำบากเป็นอย่างมาก  นี่เองที่ทำให้ดูตลกเป็นยิ่งนักเมื่อมองจากระยะไกล

 

” ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะไม่มีใครที่สามารถยืนยันได้  แต่ถ้าหากว่าลองได้มาที่นี่แล้ว  ก็จะต้องมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อทดสอบความสามารถของตนเอง  มิฉะนั้นแล้วก็ถือว่ามาเสียเที่ยว  ที่นี่คือสถานที่บ่มเพาะพลังที่ดีที่สุด  อีกทั้งการเดินไปตามเส้นทางของถนนสายนี้ก็มิได้ถือว่าเป็นการขัดแย้งกับการบ่มเพาะพลังแต่ประการใด “

 

ซือ กวนนั้นพายี่ เทียนหยุนมายังจุดสตาร์ทของที่นี่

 

” ศิษย์น้องเทียนหยุน  ขอให้เจ้าเริ่มต้นจากที่นี่  ตราบใดที่เจ้าเดินผ่านที่นี่ครั้งนึงแล้ว  ครั้งต่อไปเจ้าก็จะสามารถบินตามอำเภอใจได้  ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินเข้ามาใหม่อีกครั้งนึง ”  ซือ กวนก็พูดต่อไปอีกว่า  ” ดังนั้นแล้วไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นกังวลว่า  จะต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่  หากว่าครั้งหน้าเจ้าได้มีโอกาสมายังสถานที่แห่งนี้อีก  เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเดินเข้ามาอีกต่อไป “

 

” ช่างคล้ายคลึงกับสามภพซะนี่กระไร ?? ”  ยี่ เทียนหยุนก็พยักหน้า  บินไม่ได้เพราะจะต้องเจอกับแรงโน้มถ่วงตั้งแต่ต้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

###อยากพิมพ์คอมเมนท์/ซักถาม กด : Comment <https://www.facebook.com/CrazyLevelingSystemNovel/>

ขอขอบคุณรูปภาพจากเวป Pixabay : Sebastian Ganso

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top