ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 1,103 : ปฐพีกษัตริย์ระดับ 9

 52 Views




 

 

 

 

สวรรค์กษัตริย์ระดับพรสวรรค์ทั้งสามกลับที่จะถูกยี่ เทียนหยุนฆ่าตายอย่างง่ายดาย  เมื่อตัวเขาได้เสริมเขี้ยวเล็บชิ้นใหม่เข้ามา  บุคคลทั้งสามก็เป็นได้แค่หนูลองยาเท่านั้น !!  ราวกับกลุ่มสวะของผู้ที่มีพรสวรรค์ก็มิปาน  ยิ่งไม่ต้องเปรียบเทียบกับยู้ฉิน  ที่มีดวงจิตของชาติที่แล้วอยู่กับตัวเลย

 

เมื่อได้อาวุธชิ้นใหม่ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวอย่างทักษะลับร่างสะท้านสวรรค์กับทักษะลับทะยานฟ้า  พลังที่แสดงออกมาก็เรียกได้ว่าแทบจะระเบิดดวงดาวทั้งดวงกันเลยทีเดียว !!  ฝั่งตรงข้ามจึงกลายเป็นถูกบดขยี้ลงอย่างง่ายดาย

 

ขนาดยังไม่ได้ทะลวงขึ้นสู่ขั้นปฐพีกษัตริย์ระดับ 9  ก็มีพลังถึงเพียงนี้แล้ว  แล้วถ้าหากว่าทะลวงขึ้นสู่ขั้นปฐพีกษัตริย์ระดับ 9 ละ ??  

 

” อันดับแรกก็จะต้องกำจัดทัณฑ์สวรรค์นี้ลงให้ได้ซะก่อน !! “

 

ยี่ เทียนหยุนก็แหงนหน้ามองไปที่เมฆดำฐานบัญชาการใหญ่ของทัณฑ์สวรรค์ในครั้งนี้เหมือนดั่งเช่นเคย  จากนั้นเขาก็ดีดตัวขึ้นไปยังด้านบนอย่างรวดเร็วด้วยทักษะลับทะยานสวรรค์ที่เขามี  แล้วก็ไม่รอช้าที่จะจัดการระเบิดฐานบัญชาการใหญ่นี้  ด้วยทักษะลับร่างสะท้านสวรรค์ในทันที

 

หลังจากที่เมฆดำถูกทำลาย  พลังดาวอันมั่งคั่งก็หลั่งไหลลงมาสู่ตัวของยี่ เทียนหยุน  พลังดาวจำนวนมากก็อาบไปทั่วทั้งร่างของเขาในยามนี้  มันซึบซาบเข้าสู่ดวงดาวภายในร่างกายของเขาและเสริมสร้างพลังกายให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

 

ยี่ เทียนหยุนจึงต้องนั่งปรับสภาพและฟื้นฟูพลังภายในของเขาในยามนี้ 

 

” นี่นะรึความรู้สึกของขั้นปฐพีกษัตริย์ระดับ 9   มันช่างรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกซะเหลือเกิน…  “

 

ยี่ เทียนหยุนก็รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวเป็นอย่างมากในยามนี้  แต่ทว่าเสียงๆหนึ่งที่ฟังเหมือนอยู่ใกล้ก็แว่วเข้ามา

 

” จ… เจ้า  นี่เจ้าฆ่าศิษย์พี่ทั้งสามของพวกเราอย่างงั้นเรอะ ?? ”  วินาทีนี้นักสู้จำนวนสองคนก็บินเข้ามายังสถานที่แห่งนี้  ภาพที่พวกเขาเห็นก็คือคราบเลือดและศพที่อยู่กระจัดกระจายกันอยู่คนละทิศคนละทาง  เมื่อเห็นดังนั้นแล้วพวกเขาก็ถึงกับเดือดดาลขึ้นมาในทันที 

 

ด้วยออร่าที่คุ้นเคยแบบนี้  ไม่ต้องสงสัยเลยว่า  นี่จะต้องเป็นเหล่าศิษย์พี่ของพวกเขาอย่างแน่นอน

 

เท่านั้นยังไม่พอ  ยังมีนักสู้คนอื่นๆที่ต่างก็ทยอยบินเข้ามายังพื้นที่บริเวณนี้อีกต่างหาก  เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนและการฟาดลงมาของสายฟ้าสวรรค์  จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า  มันจะสะดุดตานักสู้คนอื่นๆซักแค่ไหน 

 

และหนึ่งในนั้นก็มีศิษย์สำนักเดียวกันอย่างซือ กวนรวมอยู่ด้วย  เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ  สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนสีขึ้นมาในทันที

 

” ศิษย์น้องเจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก !!  ต่อให้เจ้าอยากจะลงมือ  เจ้าก็ควรที่จะเลือกสถานที่อันห่างไกลที่ลับตาคนซักหน่อย !! ”  ซือ กวนที่มาก็พูดพลางส่ายหัวพร้อมกับฝืนยิ้มออกมา  หากว่าถูกค้นพบ  ยี่ เทียนหยุนจะต้องถูกลงโทษอย่างแน่นอน

 

หากว่าเป็นพวกเดียวกันก็ยังพอปกปิดให้แก่กันและกันได้  แต่ถ้าหากว่าอยู่ต่างอาณาจักรแล้วละก็  นั่นก็เป็นอีกเรื่องนึง

 

บรรดานักสู้คนอื่นๆที่บินมาที่นี่ต่างก็แสดงสีหน้าพึงพอใจออกมา  พวกเขามักจะนิยมชมชอบในความโชคร้ายของผู้อื่นเสมอ

 

” ก็ถ้าข้าฆ่าศิษย์พี่ทั้งสามของพวกเจ้าแล้วยังไง ?? ”  ยี่ เทียนหยุน ก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับตอบอย่างสดชื่น  จากนั้นเขาก็เริ่มที่จะยึดทรัพย์สินของอีกฝ่ายทีละคนๆ  แน่นอนว่ารวมไปถึงจี้หยกของแต่ละคนด้วย

 

มีจี้หยกถึง 3 อันแบบนี้  นี่ก็ทำให้เขาอยู่ที่นี่ไปได้อีกนานแล้ว  หากว่าครบกำหนด 1 เดือนแล้วเขาไม่ออกไป  เดี๋ยวผู้อาวุโสเกา หวงก็มอบหมายให้คนอื่นมารับหน้าที่เฝ้าเขาต่อเอง

 

นักสู้เหล่านี้เมื่อเห็นว่ายี่ เทียนหยุนยังคงทำหน้ายิ้มระรื่น  ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ได้ก็รู้สึกกังขาเป็นอย่างมาก  ทันใดนั้นหนึ่งในพวกเขาก็พูดออกมาด้วยความโมโหว่า  ” วางสิ่งของทั้งหมดลงเดี๋ยวนี้  ทำไมเจ้าถึงทำอย่างนั้น  ไม่คิดเลยว่าปัจจุบันอาณาจักรต้นกำเนิดแห่งสรวงสวรรค์จะมีศิษย์เลวๆอย่างเจ้า  นี่เจ้าต้องการจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรทั้งสองอย่างนั้นเรอะ ?? “

 

ผลลัพธ์ที่ลุกลามและบานปลายเช่นนี้  ไม่มีใครที่สามารถจะทานรับผลของมันได้  แต่ยี่ เทียนหยุนก็หาได้สะทกสะท้านต่อคำพูดของฝั่งตรงข้ามแต่อย่างใดไม่  เขากลับที่จะแสดงสีหน้ายิ้มเยาะออกมาพลางพูดว่า  ” กระทบความสัมพันธ์ระหว่างสองอาณาจักรอย่างงั้นเรอะ ??  ถ้าอย่างงั้นพวกเจ้าก็ลองดูซิว่า  เป็นใครกันแน่ที่ทำลาย กฏเป็นคนแรก !! “

 

ว่าแล้วยี่ เทียนหยุนก็นำแผ่นดิสก์เรคคอร์ทออกมา  จากนั้นภาพและเสียงก็ปรากฏออกสู่สายตาของสาธารณชนในทันที  

 

” สหาย  ข้ามีทางเลือกให้กับเจ้าสองทางในตอนนี้  หากว่ายังไม่อยากตายเพราะทัณฑ์สวรรค์ในครั้งนี้ก็จงมอบสมบัติที่เจ้ามีออกมาให้หมดซะ  เลือก !! “

 

…. 

 

” นี่พวกเจ้าเห็นว่าข้าโง่หรือยังไง  หากว่าเชื่อฟังคำขู่ของพวกเจ้า  ข้าก็ตายเร็วขึ้นนะซี  พวกเจ้าวางแผนที่จะฆ่าข้ามาตั้งแต่ต้นอยู่แล้วอย่างเงียบๆ… “

 

ทั้งภาพและเสียงก็ปรากฏขึ้นสู่สายตาของคนทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้ราวกับฉายหนัง  ยี่ เทียนหยุนไม่ใช่คนโง่  เขารู้ว่าสถานการณ์จะต้องดำเนินมาถึงจุดๆนี้  เขาจึงวางแผนที่จะบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ในดิสก์แผ่นนี้  ตราบใดที่พิสูจน์ได้ว่าฝั่งตรงข้ามเป็นฝ่ายเริ่มคุกคามตนเองก่อนแล้วละก็  ที่เหลือก็ไม่สำคัญแล้ว

 

เมื่อซือ กวนได้เห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมด  ตัวเขาก็พูดอย่างโมโหโทโสขึ้นมาในทันทีว่า  ” ดี  ที่แท้คนที่ต้องการจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายก็คือพวกเจ้านี่เอง !!  ไม่คิดเลยว่าศิษย์พี่ของพวกเจ้าจะรวมหัวกันคุกคามศิษย์น้องข้า  ในตอนที่กำลังจะข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์แบบนี้  ดีนะที่ศิษย์น้องข้านั้นแข็งแกร่งผนวกกับมีสายฟ้าสวรรค์คอยช่วย !! “

 

เมื่อเรื่องกลับกลายมาเป็นกลับตาลปัตรเช่นนี้  ฝั่งตรงข้ามก็ดูเหมือนจะกลับกลายเป็นจนมุมขึ้นมาในทันที  เพราะจนด้วยหลักฐานที่มี  ถึงยังไง  พวกเขาก็ไม่มีทางที่จะปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ไปได้อยู่แล้ว  เพราะภาพและเสียงมันชัดเจนซะขนาดนี้ 

 

เมื่อคนอื่นๆได้เห็นดั่งนี้ก็พากันส่ายหัว  ไม่คิดเลยว่ายี่ เทียนหยุนจะซุกซ่อนไม้เด็ดเอาไว้แบบนี้  ตอนนี้เห็นทีว่าคนที่จะเป็นฝ่ายถูกลงโทษจะไม่ใช่ยี่ เทียนหยุนซะแล้ว  แต่ทว่ากลับกลายเป็นฝั่งตรงข้ามที่กล่าวหาเขาซะเอง !!  

 

” การข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ในครั้งนี้ดูเหมือนว่าข้าจะต้องออกแรงมากเป็นพิเศษ  ข้าจะบอกเรื่องนี้กับผู้อาวุโสเกา หวงได้รับรู้  ถึงเวลานั้นอาณาจักรของพวกเจ้าจะต้องรับผิดชอบ !! ”  ยี่ เทียนหยุนก็บอกกล่าวกับพวกเขาอย่างเย็นชา

 

ถึงยังไงเขาก็ไม่เชื่อว่าสองคนนี้  จะไม่รู้ซึ้งถึงพฤติกรรมของศิษย์พี่ทั้งสาม  พอพลาดขึ้นมาก็ทำทีเป็นโมโหกลบเกลื่อน  ช่างไร้ยางอายสิ้นดี  

 

พอตอนนี้มีแผ่นดิสก์  ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอธิบายอะไรให้มันมากความแล้ว  เพราะว่านี่คือหลักฐานสำคัญที่มีน้ำหนักมากที่สุด

 

” น… นี่  นี่เป็นเพราะความถือดีของพวกเขา  ที่ฝ่าฝืนกฏข้อบังคับอย่างร้ายแรง  ไม่เกี่ยวกับอาณาจักรของพวกเราแต่ประการใด  พวกเราจะบอกเรื่องนี้ให้กับผู้อาวุโสได้รับทราบ  เพื่อที่ผู้อาวุโสจะได้เรียกประชุมหารือข้อสรุปของปัญหาในครั้งนี้ต่อไป…  “

 

ทั้งสีหน้าและคำพูดของพวกเขาก็อ่อนลง  ราวกับคนละคนก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน  แต่ทว่าภายในตานั้นยังคงฉาบไปด้วยความโกรธที่พาดผ่าน  ไม่คิดเลยว่า  แม้แต่ศพของพวกเขาก็ยังจะใช้การอะไรไม่ได้แบบนี้  ช่างเป็นการตายที่เสียเปล่าซะนี่กระไร   

 

” ดี  เมื่อถึงเวลานั้นก็หวังว่าทางฝ่ายเจ้าจะมีคำอธิบายที่เหมาะสม !! ”  ยี่ เทียนหยุน ก็พ่นลมหายใจออกมา  จากนั้นเขาก็บินมาที่ซือ กวนพร้อมกับพูดกับเขาอย่างยิ้มแย้มว่า  ” ศิษย์พี่ซือ กวน  พวกเราออกจากที่นี่กันเถอะ “

 

ซือ กวนก็พยักหน้าจากนั้นก็นำยี่ เทียนหยุนเดินออกจากสถานที่แห่งนี้ไป  ทิ้งไว้ก็แต่เพียงสองคนนี้ที่มองหน้าซึ่งกันและกันไปมา  จากเรื่องที่คิดว่าจะเงียบเชียบและสามารถจะใส่ร้ายฝั่งตรงข้ามในยามที่ฝั่งตนผิดพลาดได้  ก็กลับเป็นบานปลายลุกลามใหญ่โตจนเกินกว่าเหตุ

 

หลังจากที่ออกมาแล้ว  ซือ กวนก็ยกหัวแม่โป้งให้กับยี่ เทียนหยุนพลางพูดสรรเสริญเขาออกมาว่า  ” ศิษย์น้องเทียนหยุน  เจ้านี่ช่างแยบยลซะจริงๆ  รู้จักบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ด้วย  ไม่อย่างงั้นมีหวังคงได้โดนใส่ร้ายป้ายสีจากสองคนนั้น  จนดิ้นไม่หลุดอย่างแน่นอน “

 

” นี่เป็นเรื่องที่จะต้องบันทึกภาพเอาไว้อยู่แล้ว  ไม่อย่างงั้นก็จะเกิดปัญหาใหญ่ตามมา  ช่างรวมหัวกันดีซะเหลือเกิน  แผน 1 พลาดยังจะมีแผน 2 ตามมาอีก  เล่นใหญ่จัดใหญ่มัดมือชกข้าฝ่ายเดียวแบบนี้  หากอยากจะดิ้นก็ใช่ว่าจะหลุดออกมาง่ายๆ ”  ยี่ เทียนหยุนก็พูดตอบด้วยสีหน้าที่ดูสบายๆ  เขารู้อยู่แล้วว่าเรื่องราวมันจะต้องออกมารูปแบบนี้

 

แต่ปากเปล่ารึจะสู้ภาพและเสียง  ถึงแม้ว่าภาพ  จะสามารถตัดออกมาเฉพาะบางตอนที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายตนเองได้  แต่ทว่าภาพสถานการณ์โดยรวมก็มิอาจที่จะหลอกลวงกันได้

 

” อ่อ…  ข้าเกือบจะลืมแสดงความยินดีกับเจ้าซะสนิทเลย  ศิษย์น้องเทียนหยุน  การที่เจ้าสามารถจะทะลวงขึ้นสู่ระดับที่ 9 ของขั้นปฐพีกษัตริย์ได้แบบนี้  มันช่างน่าทึ่งซะจริงๆ !! ”  

 

” สูงสุดของข้าก็คือการทะลวงขึ้นสู่ขั้นปฐพีกษัตริย์ระดับ 8 เพียงเท่านั้น  จากนั้นข้าก็ทะลวงขึ้นสู่ขั้นสวรรค์กษัตริย์เลย  มิฉะนั้นเกรงว่าข้าคงจะต้องพ่ายแพ้ให้กับมันอย่างแน่นอน  ตอนนี้เจ้าได้กลายเป็นศิษย์จำนวนไม่กี่คนของอาณาจักรต้นกำเนิดแห่งสรวงสวรรค์  ที่สามารถที่จะทะลวงขึ้นสู่ขั้นปฐพีกษัตริย์ระดับ 9 ได้  ไปแล้วนะ “

 

” มีจำนวนกี่คนของอาณาจักรต้นกำเนิดแห่งสรวงสวรรค์อย่างงั้นเรอะ  ที่สามารถจะทะลวงขึ้นสู่ขั้นปฐพีกษัตริย์ระดับ 9 ได้ ?? ”  ยี่ เทียนหยุนก็เอ่ยถาม

 

” มีไม่เกินสิบ  นี่ทำให้สามารถที่จะจินตนาการถึงความน่าสะพรึงกลัวของพวกเจ้าได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวแหละ ?? ”  ซือ กวนก็พูดอย่างอิจฉาว่า  ” จากนี้เป็นต้นไปเจ้าจะได้รับการประคบประหงมเป็นอย่างดีอย่างแน่นอน  แต่ข้าจะขอเตือนเจ้าไว้อย่าง  เจ้าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมถึงพร้อมที่สุดเอาไว้  เพราะเมื่อถึงตอนที่เจ้าจะทะลวงขึ้นสู่ขั้นสวรรค์กษัตริย์แล้วละก็  ก็ไม่แน่ว่าเมื่อนั้น  เจ้าจะมีชีวิตรอดกลับออกมาได้ !! ”  

 

สีหน้าของซือ กวน  ก็กลายเป็นซีเรียสจริงจังขึ้นมาในทันที  รอยยิ้มแม้แต่เพียงน้อยนิดก็ไม่ปรากฏให้เห็นบนใบหน้าของเขาในยามนี้ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

###อยากพิมพ์คอมเมนท์/ซักถาม กด : Comment <https://www.facebook.com/CrazyLevelingSystemNovel/>

ขอขอบคุณรูปภาพจากเวป Pixabay : ArtTower

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top