ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 1,092 : วางแผน

 38 Views



 

 

 

” นี่ก็หมายความว่า…  ”  มือซ้ายของจิน หยูก็กุมบริเวณท้องน้อยของตนเอาไว้  ส่วนมือขวาก็ตวัดกวัดแกว่งดาบสีทองที่อยู่ในมือ  ปัดป้องดาบขนนกอย่างต่อเนื่อง  แต่พลังของเขากำลังตกลงเรื่อยๆ

 

แถมบาดแผลบริเวณท้องน้อยก็ดูจะเป็นปัญหาใหญ่ที่แท้จริงของเขา  เนื่องจากพลังดาวนั้นยังคงไหลออกอย่างต่อเนื่อง  นี่เองจึงทำให้เขามิอาจที่จะรวบรวมพลังได้

 

การใช้กลยุทธ์โจมตีด้วยขนนกจำนวนมาก  ก็สามารถที่จะกดดันไล่ต้อนจิน หยูจนต้องถอยแล้วถอยอีก  แต่ทว่าเมื่อไม่มีพลังซะแล้วจิน หยูจะเอาอะไรมาต้านทานการโจมตีของเฟิง หยู  หากว่าพลังดาวตรงช่วงท้องของเขาไม่รั่วไหล  ถึงเขาจะได้รับบาดเจ็บยังไงก็ยังจะสามารถต้านทานเฟิง หยูเอาไว้ได้อยู่ดี

 

แต่สวรรค์กษัตริย์จิน หยูนั้นดูจะอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ  เขาจึงมิอาจที่จะกลับสู่เกมได้  ได้แต่ถูกไล่ต้อนอยู่ฝ่ายเดียวและถ้าหากว่ายังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป  ตัวเขาก็จะต้องพ่ายแพ้โดยไม่ต้องสงสัยอย่างแน่นอน

 

” บัดซบเฮ้ย  นี่ผลลัพธ์มันออกมาเป็นเช่นนี้ได้ยังไง !? ”  ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนเมื่อเห็นว่าศิษย์ของตนนั้นถูกไล่ต้อนอย่างหมดรูป  ผิดกับภาพที่คิดเอาไว้ในหัว  ก็รู้สึกโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาในทันที  ” อย่าไปใส่ใจกับบาดแผลที่มี  สู้มันเซ่ !! “

 

เขาไม่ต้องการพ่ายแพ้  ต้องการที่จะเอาชนะอย่างหมดจดสมบูรณ์แบบ  ด้วยการเอาชนะ 2 เกมรวด  ไม่ต้องการจะพ่ายแพ้แม้แต่เกมเดียว !!  เพื่อไม่ให้มีจุดด่างพร้อย

 

วินาทีนี้จิน หยูก็กลายเป็นถูกไล่ต้อนครั้งแล้วครั้งเล่า  ครั้งแล้วครั้งเล่า  เขาต้องการที่จะตอบโต้ฝั่งตรงข้าม  แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามยังไงก็ไม่มีทางที่จะรวบรวมพลังได้เลย  และแล้วในที่สุดจิน หยูก็กลายเป็นกระเด็นด้วยการโจมตีที่รุนแรงอย่างต่อเนื่องของเฟิง หยู  ต้องร่วงหล่นลงไปกับกองกับพื้นเวที  กระอักเลือดอย่างต่อเนื่อง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณช่วงท้องที่มีเลือดไหลออกมาไม่ยอมหยุด  และบรรดาคนที่อยู่ ณ ที่นี้  ก็สามารถที่จะรู้สึกได้ถึงพลังดาวที่ไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง !!

 

ถึงแม้จะรู้สึกได้ถึงพลังดาวที่รั่วไหล  แต่ก็มิอาจที่จะมองเห็นพลังดาวที่ไหลซึมออกมาได้

 

วินาทีนี้เมื่อผลการต่อสู้ออกมา  บรรดาผู้คนต่างก็พากันสะดุ้งกันไปตามๆกัน  แทบจะไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า  เฟิง หยูจะไล่ถลุงฝั่งตรงข้ามอยู่ฝ่ายเดียวจนหมดสภาพแบบนี้  แต่นับประสาอะไรกับคนอื่นๆ  แม้แต่เฟิง หยูเองก็ยังถึงกับช็อค  นี่เขาเอาชนะฝั่งตรงข้ามได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ได้ยังไง ??  

 

สามารถที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าได้อย่างง่ายดายแบบนี้  แล้วเขาจะไม่รู้สึกตกใจได้อย่างไร ??

 

” บัดซบเฮ้ย !! “

 

หลังจากที่ผู้อาวุโสเสี่ยว เถี่ยนสบถออกมา  เขาก็รีบบินลงมาตรวจสอบอาการบาดเจ็บศิษย์ของตนเองบนเวทีในทันที  จากนั้นก็พูดออกมาอย่างตกอกตกใจว่า  ” จากบาดแผลบริเวณท้องน้อยทำให้พลังแห่งดวงดาวไหลออก…  “

 

สำหรับผู้ที่มีพรสวรรค์  ดวงดาวภายในร่างจะต้องสมบูรณ์  นี่คือสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากที่อยู่ภายในร่างก็ว่าได้  หากว่าดวงดาวถูกทำลาย  นี่นับเป็นเรื่องร้ายแรงที่อาจทำให้ถึงตายได้  ในยามนี้เมื่อดวงดาวภายในร่างได้รับความเสียหาย  ร่างกายก็ย่อมเกิดความสับสนปั่นป่วนครั้งใหญ่

 

เคสนี้นับประสาอะไรกับจะต่อสู้  แค่ต้านทานเอาไว้ร่างกายไม่ระเบิดนี่ก็นับว่าดีถมไปแล้ว

 

” ทำไม  ทำไมเจ้าถึงได้ลงมือหนักหน่วงอำมหิตถึงเพียงนี้  ไม่คิดเลยว่าจะถึงขนาดทำลายดวงดาวที่อยู่ภายในร่างของศิษย์ข้าแบบนี้ !! ”  ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนในตอนนี้ดูแทบไม่ต่างอะไรจากหมาบ้า  ที่เริ่มเห่าหอนไปทั่วแล้ว

 

” ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนนี่เจ้าหมายความว่าอะไร ??  การต่อสู้ของคนทั้งสองพวกเราก็ดูอยู่  ข้าไม่เห็นว่าศิษย์ของข้าจะลงมือหนักหน่วงอะไรเลย  การโจมตีก็สุดแสนจะธรรมดาพื้นๆ  ไม่ได้โจมตีรุนแรงจนเกินกว่าเหตุอะไรตามที่ท่านกล่าวหาเลยซักนิด !!  นี่เรื่องเล็กน้อยของเหล่าศิษย์เพียงแค่นี้  ท่านถึงกับกล้าใส่ร้ายศิษย์ข้าเชียวรึนี่ ?? ”  ผู้อาวุโสดง หยุนยามนี้ก็ดูเหมือนจะแสดงความโกรธออกมา  เขาเองก็บินลงมาบนเวทีประลองเช่นเดียวกัน

 

นับประสาอะไรกับผู้อาวุโสดง หยุน  คนทั้งหมดก็เห็น  ว่าสวรรค์กษัตริย์เฟิง หยูไม่ได้ลงมือรุนแรงอะไรเลย  เขาเพียงแต่โจมตีธรรมดาๆแต่เพียงเท่านั้น  เพียงแต่ว่า  เมื่อสามารถที่จะทำลายการป้องกันของฝั่งตรงข้ามลงได้  สภาพของจิน หยูจึงเป็นอย่างที่เห็น

 

นี่มิใช่การโจมตีที่ฝ่าฝืนกฏอะไร  ทั้งหมดล้วนเป็นอุบัติเหตุ  นี่เป็นเรื่องที่เกิดจากอุบัติเหตุ  แล้วเหตุไฉนถึงพูดว่ามันเป็นความตั้งใจกันเล่า ?? 

 

” ถ้าอย่างงั้นแล้วผีที่ไหนมันเป็นคนทำให้ศิษย์ข้าต้องตกอยู่ในสภาพสาหัสเช่นนี้กัน !! ”  ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนก็มองมาที่ยี่ เทียนหยุน  ไม่ต้องสงสัยเลยว่า  เฟิง หยูคือคนที่ยี่ เทียนหยุนเป็นคนเลือก  หากไม่ใช่เพราะเขา  แล้วจะเป็นใครไปได้อีก

 

” นี่ท่านคิดว่าเป็นแผนการอันชั่วร้ายของข้าอย่างงั้นเรอะ ??  ข้าเพียงแต่อยู่ข้างบนและก็เพียงแค่ทำการจิ้มเลือกศิษย์พี่เฟิง หยูออกมาเท่านั้นเอง  แล้วข้าทำผิดอะไร ?? ”  ยี่ เทียนหยุนก็กล่าวตอบพร้อมกับยักไหล่

 

ครั้งนี้บรรดาผู้คนโดยทั่วไปต่างก็คิดว่า  สวรรค์กษัตริย์เฟิง หยูนั้นเป็นคนที่ยี่ เทียนหยุนส่งออกไป  และผลการแข่งขันที่ออกมาก็ผิดคาด  เป็นเฟิง หยูที่สามารถจะเอาชนะสวรรค์กษัตริย์จิน หยูที่มีพลังเหนือกว่าไปได้ !!  เปิดฉากมาก็ไล่ขย่มอยู่ฝ่ายเดียวเลย  ถึงแม้จะเป็นการชนะที่ไม่ได้ดูสวยงามและรุนแรงอะไรมากนัก  แต่ชนะก็คือชนะ 

 

วิธีการไม่ใช่เรื่องสำคัญ  สิ่งสำคัญคือผลลัพธ์

 

ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนก็รีบทำการรักษาศิษย์ของตน  ดวงดาวภายในได้รับความเสียหาย  นี่เป็นเรื่องร้ายแรงที่จะต้องรีบทำการรักษาและฟื้นฟู  มิฉะนั้นแล้วก็อาจจะส่งผลกระทบต่อฐานพลังได้ 

 

เมื่อการต่อสู้บนเวทีจำต้องหยุดลงชั่วคราว  คราวนี้บรรดาศิษย์ทั้งหลาย  ก็เริ่มที่จะอัศจรรย์ใจกับการคิดคำนวณของยี่ เทียนหยุน

 

” ขนาดจิน หยูยังถูกกำราบลงได้  นี่มันช่างน่าเหลือเชื่อซะจริงๆ !!  บอกตรงๆว่าครั้งแรกที่ศิษย์น้องเลือกเฟิง หยูออกมานั้น  ข้ารู้สึกเป็นกังวลใจมิใช่น้อย  แต่พอมาตอนนี้  ดูเหมือนว่าข้าจะคิดไปเองซะแล้ว “

 

” ใช่  ใครจะไปคิดกันละว่า  เฟิง หยูจะเอาชนะฝั่งตรงข้ามลงได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ ??  ขนาดขนซักเส้นของเฟิง หยู  จิน หยูมันยังทำอะไรไม่ได้เลย “

 

” เฟิง หยู  ศิษย์น้องได้พูดอะไรกับเจ้าก่อนหน้านี้กันแน่ ?? “

 

นี่คือเรื่องสำคัญที่สุดที่ทุกคนอยากรู้  ว่ายี่ เทียนหยุนนั้นพูดอะไรกับเขาก่อนหน้านี้กันแน่  ถึงทำให้ตัวเขานั้นสามารถที่จะเอาชนะจิน หยูได้อย่างง่ายดายแบบนี้

 

” ศิษย์น้องเล็กไม่ได้พูดอะไรกับข้า  เขาเพียงแต่บอกว่า  ให้ระเบิดพลังทั้งหมดออกมาโจมตีฝั่งตรงข้าม  ปกติใช้เคยใช้สไตล์ไหนก็ให้ใช้สไตล์นั้น  แต่ทว่าจำเป็นที่จะต้องบุกตะลุยไปข้างหน้า ”  เฟิง หยูก็เฉลยคำพูดของยี่ เทียนหยุนที่ได้บอกกล่าวแก่ตนออกมา

 

” ง่ายๆแค่นี้นะน่ะ ?? ”  พวกเขาต่างก็พากันสะดุ้งตัวโยน

 

” ก็ง่ายๆเพียงเท่านี้นี่แหละ !! ”  เฟิง หยูก็พูดต่ออีกว่า  ” เพราะว่าข้าเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง  แต่ข้าก็เลือกที่จะเชื่อฟังในคำพูดของศิษย์น้องอย่างไม่มีเงื่อนไข  ศิษย์น้องให้ข้าโจมตีจิน หยูปกติ  แต่ทว่าให้ปะทะตรงๆซึ่งหน้าตั้งแต่เริ่มเกม  ใครจะรู้  ว่าเขาจะร่วงไม่เป็นท่าแบบนี้  อาจจะเป็นเพราะท่าโจมตีของข้าก็เป็นได้  ที่สามารถจะปลดปล่อยฝนดาบห่าใหญ่ออกมาได้เป็นจำนวนมากในคราวเดียว  ทำให้ฝั่งตรงข้ามมิอาจที่จะป้องกันตัวได้  ประกอบกับโดนจุดสำคัญเข้า  เขาจึงแพ้ไปอย่างง่ายดาย “

 

” นั่นแสดงว่าศิษย์น้องเล็กคงจะเห็นข้อบกพร่องเล็กๆน้อยๆในตัวของจิน หยู  เขาถึงได้พูดเช่นนั้นออกไป ”  ครานี้ศิษย์พี่ใหญ่ยู้ หลงก็กล่าวออกมาพร้อมกับใบหน้าที่ยกยิ้มเล็กน้อย

 

ครานี้บรรดาศิษย์ทั้งหลายต่างก็จับจ้องมองมาที่ยี่ เทียนหยุน  ราวกับกำลังรอฟังคำตอบจากปากของเขา

 

” คือ ข้าสังเกตเห็นว่าร่างกายของเขามีความผิดปกติเล็กน้อย  การไหลเวียนของพลังดาวที่อยู่ภายในร่าง  ไม่ค่อยจะเสถียรนัก  ดูแปรปรวนพิกล  ข้าก็เลยคาดการณ์ว่าเขาคงจะได้รับบาดเจ็บจากการบ่มเพาะพลังเมื่อเร็วๆนี้มาอย่างแน่นอน  ดังนั้นตราบใดที่เราโจมตีถูกเขาเพียงเล็กน้อย  ก็คงจะสามารถทลายการป้องกันของเขาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ”  ยี่ เทียนหยุนก็เฉลยจุดสำคัญออกมา

 

ด้วยดวงตาตรวจสอบของเขา  ข้อมูลของจิน หยูก็แสดงออกมาหมดแล้ว  รวมไปถึงจุดอ่อนอันใหญ่หลวงของเขาด้วย  ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้พลังอะไรที่แข็งแกร่งเลย  หากตราบใดที่โจมตีโดนจุดสำคัญ  ทุกอย่างก็อย่างที่เห็น

 

” แต่ทำไมเจ้าถึงไม่พูดถึงจุดอ่อนของเขาออกมาตรงๆเลยละ ?? ”  ใครบางคนก็เอ่ยถามยี่ เทียนหยุนขึ้นมาในยามนี้

 

” หากว่าพูดโต้งๆออกมาแบบนั้น  จิน หยูก็จะรู้ตัวและจะเพิ่มความระมัดระวังจุดอ่อนของเขามากขึ้นเป็นพิเศษนะซี  โอกาสประสบความสำเร็จของพวกเราก็คงจะมีไม่มากนัก ”  ยี่ เทียนหยุนก็ตอบกลับพร้อมกับใบหน้าที่ยกยิ้มเล็กน้อย

 

เมื่อได้ฟังยี่ เทียนหยุนอธิบายแล้ว  ศิษย์ทั้งหมดต่างก็รู้ได้ในทันทีเลยว่า  แท้ที่จริงแล้วนี่คือแผนการที่ยี่ เทียนหยุนได้วางเอาไว้แล้ว  หากว่าบอกแผนการทั้งหมดหรือพูดความจริงกับเฟิง หยูแล้วละก็  มีหวังเมื่อขึ้นไปบนเวที  สายตาของเขาก็คงจะเอาแต่จับจ้องมองแต่จุดอ่อนของฝั่งตรงข้าม  โดยที่ไม่เป็นอันทำมาหากินอะไรกระมัง  แล้วอย่างนี้  มันจะไม่เป็นการประกาศให้ฝั่งตรงข้ามได้รับรู้อย่างโจ๋งครึ่มเช่นนั้นหรือ ?? 

 

” ช่างร้ายกาจนัก  เจ้ามองเห็นแต่พวกเรากลับมองไม่เห็นอะไรเลย !! “

 

ศิษย์ทั้งหลายในตอนนี้ต่างก็เริ่มเบาใจขึ้นมาในทันที  พลังแห่งการสังเกตของยี่ เทียนหยุนนั้นเหลือเชื่อจนน่าพิศวงจริงๆ !!  นี่เป็นเรื่องที่ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนไม่เคยรู้มาก่อน  คิดว่าความสามารถของยี่ เทียนหยุน  มันก็อย่างงั้นอย่างงั้นเอง

 

ยี่ เทียนหยุนก็ยิ้มแย้มอย่างเบิกบานใจ  ตราบใดที่รู้จุดอ่อนของฝั่งตรงข้าม  อะไรๆก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป  ต่อให้ไม่ต้องส่งนักสู้ที่ทรงพลังออกไป  เขาก็สามารถที่จะจัดการฝั่งตรงข้ามได้เหมือนกัน

 

และแล้วผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนก็กลับขึ้นมา  สีหน้านั้นดูซีดขาวอย่างเห็นได้ชัด  ” เกมต่อไปข้าจะส่งซาน เยียนออกมา  ฝ่ายเจ้าละจะส่งใครออกมา !! “

 

เรื่องราวก็ชักจะเข้มข้นขึ้นมาทุกทีแล้ว  หากอยากจะกู้หน้ากลับคืนมา  ก็จะต้องส่งตัวที่เก่งที่สุดออกมา  แต่ก็ไม่รู้ว่ายี่ เทียนหยุนจะส่งใครออกมาในเกมนี้นี่ซิ ??   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

###อยากพิมพ์คอมเมนท์/ซักถาม กด : Comment <https://www.facebook.com/CrazyLevelingSystemNovel/>

ขอขอบคุณรูปภาพจากเวป Pixabay : Arek Socha

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top