ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 1,090 : ความสามารถในการมองเห็น

 43 Views



 

 

 

 

ถึงแม้ว่าใบหน้าของผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนจะไม่ได้บวมเป่ง  แต่ใบหน้าของเขาก็โป่งพองในความคิดของทุกคนแล้ว  กล้าที่จะพูดอย่างเต็มปากเต็มคำก่อนหน้านี้ออกมา  ว่าแขกผู้ท้าชิงจะต้องเป็นฝ่ายชนะอย่างแน่นอน  ก็ในเมื่อผู้ท้าเป็นถึงผู้ที่มีพรสวรรค์ของตำหนักหอกและมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก

 

เมื่อออกตัวแรงก็เท่ากับว่าขุดหลุมฝังตัวเอง  ใครไม่รู้ที่กล่าวหาว่ายี่ เทียนหยุนนั้นตาถั่ว  แต่กลับเป็นผู้พูดซะเองที่ตาถั่ว !!  คำพูดของยี่ เทียนหยุนก็แทบจะเปลือยความจริงทั้งหมดออกมาแล้วล่วงหน้า  แต่ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนก็ยังอยากที่จะลองของ  สุดท้ายเมื่อผลลัพธ์ออกมาตัวเองก็แทบจะไม่มีที่ให้มุดหนี 

 

” เยี่ยมไปเลย  นักสู้ชนะจริงๆด้วย  เทคนิคดาบของเขาช่างรวดเร็วจริงๆ  ข้าเห็นแต่เพียงลางๆเท่านั้น  ข้าคิดว่า  ภายในอาณาจักรต้นกำเนิดแห่งสรวงสวรรค์ของพวกเรา  เขานี่ละหมายเลข 1 ของการใช้ดาบ !! “

 

” ใช่  นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นการโจมตีที่รวดเร็วถึงปานนี้  ลองถ้าหากว่ามีเทคนิคดาบที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้แล้วละก็  เป็นไปได้ยังไงที่เขาจะเป็นคนโนเนมไม่มีชื่อเสียง ?? “

 

” แต่ไม่ว่าเรื่องราวมันจะเป็นยังไง  พวกเราก็ชนะแล้ว !!  10,000 หินดาวของพวกเรากลายเป็น 20,000 หินดาวแล้ว  งานนี้ได้กำไรกันเละเลย !! “

 

ต่างคนก็ต่างดีอกดีใจกันยกใหญ่  ที่สะใจก็คือ  ได้เห็นใบหน้าของผู้อาวุโสเสี่ยว เถียน ที่หน้าแตกหมอไม่รับเย็บอย่างยับเยิน 

 

ผู้อาวุโสดง หยุนก็ไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปง่ายๆ  เขาแสยะยิ้มออกมาพลางพูดว่า  ” ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียน  มันช่างเป็นไปตามที่สายตาท่านได้คาดคะเนไว้จริงๆ ??  ไหนละที่ว่าตำหนักหอกจะต้องชนะอย่างแน่นอน ??  เพียงแค่ลมหายใจเดียวคนของพวกเราหลายต่อหลายคนทั้งหมด  ก็ได้กำไรถึง 100,000 หินดาวแล้ว  ถึงแม้ว่ามันจะเป็นจำนวนที่ไม่มาก  แต่เพื่อความบันเทิงชนะก็ดีแล้ว “

 

ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนก็มองพวกเขาและยี่ เทียนหยุน อย่างโกรธแค้น  ไม่คิดเลยว่าตนเองจะต้องมาอับอายขายขี้หน้าต่อศัตรูตัวเองครั้งใหญ่ถึงเพียงนี้ !!  

 

ในเมื่อรูปการณ์เป็นแบบนี้  ตัวเขาก็ไม่รู้จะตอบโต้คนกลุ่มนี้ยังไง  ก็ใครใช้ให้เขาออกตัวแรงถึงเพียงนั้นกันเล่า  ถึงจะคิดบิดพลิ้วแก้ตัวยังไง  มันก็รังแต่จะพันตัวเองหนักขึ้นเท่านั้นเอง  

 

” เฮ้ย  นั่นไม่ใช่คนใหม่ที่เพิ่งจะเข้าร่วมกับตำหนักกระบี่เมื่อเร็วๆนี้อย่างงั้นเรอะ ??  แถมข้ายังได้ข่าวมาว่า  เขาเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อันสุดยอดนามว่า  เจี้ยน อู๋เทียน  ไม่คิดเลยว่ามือของผู้ดูแลจะรวดเร็วปานสายฟ้าถึงเพียงนี้  ไม่ทันไรก็ไปฉกเขามาเป็นนักสู้ในทำเนียบของตัวเองแล้ว !! “

 

” หน้าใหม่ ??  มิน่าทำไมข้าถึงไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน  ที่แท้ก็ศิษย์หน้าใหม่ของตำหนักกระบี่นี่เอง ”  

 

” แถมข่าวลือยังบอกอีกด้วยว่า  นี่คือนักสู้ที่มีพรสวรรค์อันดับ 1 ของเคล็ดวิชากระบี่  พูดได้ว่าเป็นอัจฉริยะในรอบพันปีเลยก็ว่าได้ !! ”  

 

หากว่าสวรรค์กษัตริย์คือขั้นที่สูงที่สุดในพระราชวังหอกแล้ว  อัจฉริยะที่มีเทคนิคในเชิงกระบี่อันเลอเลิศในรอบ 1,000 ปีอย่างเจี๋ยน อู๋เทียน  ความสามารถของเขาก็จะต้องเจิดจรัสเปล่งประกายกว่าบรรดาผู้ที่อยู่ในขั้นสวรรค์ด้วยกันไปไกลลิบ !!

 

ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนเมื่อได้ยินดังนั้นใบหน้าก็กลายเป็นซีดขาวพร้อมกับบิดเบี้ยวขึ้นมาในทันที  เห็นได้ชัดว่าข้อมูลไม่เพียงพอแล้วยังจะด่วนสรุปตัดสินใจ  หากว่ารู้ก่อนอย่างนี้ตัวเขาก็จะไม่พูดประโยคเหล่านั้นออกไปอย่างแน่นอน  เพราะท้ายที่สุดแล้วคนที่ตาถั่วก็คือตัวเขานั่นเอง

 

” ศิษย์น้อง  การวิเคราะห์ข้อมูลของเจ้าช่างร้ายกาจนัก  เป็นเพราะเจ้า  เพิ่งจะเข้ามาก็ทำให้พวกเราได้กำไรกันยกใหญ่แล้ว  เจ้าช่างเป็นดาวนำโชค  ของพวกเราซะจริงๆ !! “

 

” ใช่  ใช่  ศิษย์พี่พูดถูกแล้ว !!  พวกเราสงสัยว่า  หรือว่าเจ้าจะมาจากประตูสามภพแห่งแดนสวรรค์กัน  เพราะมีแต่คนของประตูสามภพแห่งแดนสวรรค์เพียงเท่านั้นที่จะทำอย่าางงี้ได้ !! “

 

” บ้าน่า  เขาจะคนของประตูสามภพแห่งแดนสวรรค์ไปได้ยังไง ??  เพราะถ้าหากว่าใช่จริงๆแล้วละก็  เขาจะมาเข้าร่วมกับอาณาจักรต้นกำเนิดของพวกเราทำไม ?? “

 

พวกเขาต่างก็เอาแต่มองไปที่หน้าของยี่ เทียนหยุนในตอนนี้  เพื่อดูว่ายี่ เทียนหยุน  จะตอบพวกเขาว่ายังไง 

 

” ประตูสามภพแห่งแดนสวรรค์อย่างงั้นเรอะ ??  ข้าไม่ใช่คนที่มาจากประตูสามภพแห่งแดนสวรรค์อะไรนั่นหรอก  ข้าเพียงแต่คาดเดาภายใต้ความคิด  แล้วเกิดโชคดีขึ้นมา  ก็เท่านั้นเอง ”  ยี่ เทียนหยุนก็ยังคงพูดถ่อมตัว

 

ประตูสามภพแห่งแดนสวรรค์ที่พวกเขากำลังพูดถึงอยู่นี้  อันที่จริงแล้วก็คือกลุ่มอิทธิพลลับที่ไม่ได้อยู่ในดินแดนพระเจ้าแห่งนี้  นี่ถือเป็นอาณาจักรลับอันสุดยอดเลยก็ว่าได้  ที่แม้แต่กลุ่มอิทธิพลเกรด 3 เองก็ยังไม่กล้าเข้าไปเกี่ยวข้องหรือว่าตอแยด้วย  

 

” เดาอย่างงั้นเรอะ ??  ถ้าบอกว่าสี่เกมที่ผ่านมา  โชคดีเพราะเดาถูกทั้งหมด  ใครเขาจะเชื่อ !! “

 

พวกเขาต่างก็พากันแย้มยิ้ม  คิดว่าศิษย์น้องผู้นี้ช่างเป็นคนดีที่ถ่อมตัวซะจริงๆ  ยิ่งมองก็ยิ่งชื่นชอบในการกระทำของเขา

 

” เผ่ามนุษย์นะเรอะที่จะเป็นศิษย์ของอาณาจักรสามภพแห่งแดนสวรรค์ ??  ข้าว่าฝันกลางวันชัดๆ !! ”  ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนก็มองมาที่พวกเขา  จากนั้นก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเย็นชาว่า  ” ในเมื่อเจ้าสามารถที่จะมองผลการแข่งขันที่ผ่านมาได้อย่างแม่นยำ  ผู้อาวุโสดง หยุน  ถ้าอย่างงั้นก็เอาอย่างงี้เป็นไง  พวกเรามาลองยืดเส้นยืดสายแข่งขันกันดูหน่อยไหมเป็นไร  เพื่อดูว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ !! “

 

ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนนั้นรู้สึกโมโหจนทนไม่ไหวอีกต่อไป  เขาจึงต้องการที่จะกู้หน้าจากเหตุการณ์ที่ผ่านมากับผู้อาวุโสดง หยุน

 

” แล้วจะแข่งขันกันยังไงละ  แต่พวกเราเกรงว่า  ทีมของท่านจะไม่ดีพอนะซิ !! ”  ศิษย์พี่อย่างยู้ หลงและคนอื่นๆต่างก็ต้องการที่จะหาโอกาสเล่นงานฝั่งของผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนอยู่แล้ว  เพิ่งจะเดินเข้ามาไม่ทันไร  ก็โดนกล่าวหาว่าพวกเขานั้นรับขยะเข้ามาซะแล้ว  พอมาถึงตอนนี้ก็น่าจะรู้แล้วละว่า  ใครกันแน่ที่เป็นขยะ !! 

 

ผู้อาวุโสดง หยุนยังคงสงวนท่าทีมิได้ตกปากรับคำอะไรกับทางฝั่งตรงข้าม  

 

ยี่ เทียนหยุนเองก็ยกสายตาขึ้นมองดู  สามคนที่ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนนำมานี้  เขารู้สึกว่า  พวกเขาดูมีความกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก  อีกทั้งฐานบ่มเพาะพลังของเขาก็จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว  แต่ละคนนั้นล้วนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของขั้นสวรรค์กษัตริย์ระดับ 5 ด้วยกันทั้งนั้น  ดูทรงพลังใช่เล่นเลยทีเดียว

 

ลองผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนพาคนทั้งสามมากินดื่มยังสถานที่แห่งนี้แล้วละก็  บุคคลเหล่านี้  ก็จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

 

” ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียน  ในเมื่อท่านต้องการจะท้าประลองแข่งขัน  ถ้าอย่างงั้นก็ไม่มีปัญหา  ว่าแต่ว่าแล้วเราจะแข่งกันยังไงละ ?? ”  ผู้อาวุโสดง หยุนก็รู้สึกทนไม่ได้ที่ถูกกระตุ้นยั่วยุอยู่แบบนี้เช่นเดียวกัน  เขาคิดว่าตัวเองก็มีศิษย์ผู้มีพรสวรรค์จำนวนมากอยู่ในมือ  แล้วเรื่องอะไรที่เขาจะต้องไปกลัวฝั่งตรงข้ามที่มาท้าเขาเหยงๆซึ่งหน้าแบบนี้

 

” ก็ย่อมต้องเป็นการแข่งขันทางด้านศิลปะการต่อสู้อยู่แล้ว  พวกเราจะส่งศิษย์ออกไปครั้งละหนึ่งคน  ท่านจะส่งเจ้าเด็กคนนั้นออกมาด้วยก็ได้  แต่ถ้าท่านกลัวว่าเขาจะแพ้  ท่านก็ให้เขาใช้ความสามารถทางสายตา  เลือกศิษย์คนอื่นออกมาหนึ่งคนเพื่อเป็นตัวแทนของทางฝั่งท่าน เป็นไง ?? ” พูดจบผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนก็มองมาที่ยี่ เทียนหยุน  แน่นอนว่าเขาต้องการจะกู้หน้าคืน  จากเหตุการณ์หน้าแตกหมอไม่รับเย็บก่อนหน้านี้

 

ถึงแม้ว่าฝั่งตรงข้ามจะเป็นรุ่นเยาว์คนนึง  แต่ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนจะไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย  เพราะคำพูดคำจาของเขา  มันดูจะไม่มีความยับยั้งชั่งใจแม้แต่นิดเดียว  เหมือนไม่สนว่าฝั่งตรงข้ามจะเป็นใคร  หลักใหญ่ก็คือจะต้องกู้หน้าที่เสียไปคืนมาให้ได้ !! 

 

บรรดาศิษย์ทั้งหลายต่างก็มองหน้าซึ่งกันและกันไปมา  พวกเขาต่างก็คาดไม่ถึงว่าผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนจะมาไม้นี้

 

ฝ่ายของผู้อาวุโสดง หยุนนั้นแทบจะไม่ต้องคิดเลย  ” ไม่มีปัญหา  คนที่ลงแข่งขันจะได้รับเลือกโดยยี่ เทียนหยุน  ไม่ว่าเขาจะเลือกใครข้าล้วนไม่ขัดข้องทั้งสิ้น  ในเมื่อเขาเป็นศิษย์ของข้า  ข้าก็ย่อมที่จะต้องเชื่อมั่นในตัวเขา “

 

ฝ่ายศิษย์พี่ยู้ หลงและคนที่เหลือต่างก็พยักหน้าพลางหันมาพูดกับยี่ เทียนหยุนอย่างแย้มยิ้มว่า  ” ศิษย์น้อง  ความสามารถในการมองเห็นของเจ้านั้นแม่นยำมาก  งานนี้เห็นทีคงต้องหวังพึ่งเจ้าแล้ว “

 

ยี่ เทียนหยุนก็ยกยิ้มน้อยๆขึ้นบนใบหน้าของเขา  ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนคนนี้ดูท่าว่าจะเป็นบุคคลที่มีความอดทนต่ำซะจริงๆ

 

” ไม่มีปัญหา  ครั้นศิษย์พี่ให้ความไว้วางใจเชื่อมั่นในตัวข้าเช่นนี้  ข้าก็จะเป็นคนเลือกนักสู้ทางฝั่งเราเอง ”  จากนั้นยี่ เทียนหยุนก็หันมาทางผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนพลางพูดว่า  ” แล้วท่านจะตัดสินผลแพ้-ชนะกันยังไงละ ?? “

 

” แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่เกมเดียวเลิก  แต่ทว่าจะเป็นการตัดสินแพ้-ชนะกันทั้งหมด 3 เกมด้วยกัน  ใครชนะสองเกมก่อน  คนนั้นก็ถือเป็นผู้ชนะ  เป็นไง ?? ”  ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนก็พูดไปยิ้มไป  ” เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงคำครหานินทาในภายหลังได้ว่า  พวกเราคิดเอารัดเอาเปรียบเจ้า  ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้า  เจ้าจะส่งใครออกมาก็ได้  ไม่ว่าจะเป็นสวรรค์กษัตริย์ยู้ หลงหรือว่าสวรรค์กษัตริย์ฮัว เหลียน  หรือแม้กระทั่งคนอื่นๆที่อยู่ ณ ที่นี้  ได้ทั้งหมด ?? “

 

ผู้อาวุโสเสี่ยว เถียน  ก็เพียงกวาดสายตามองกลุ่มของผู้อาวุโสดง หยุนเล็กน้อย  ในสายตาเขาคนที่สู้ได้ก็มีแต่เพียงยู้ หลงกับฮัว เหลียนเพียงเท่านั้น  ที่เหลือมันจะไปมีน้ำยาอะไร

 

” แต่ข้ากลับไม่คิดเช่นนั้น  วางใจเถอะ  สู้กับศิษย์ของท่านข้าไม่คิดจะส่งศิษย์พี่ยู้ หลง  หรือว่าศิษย์พี่ฮัว เหลียนลงสนามหรอก  หากว่าข้าส่งใครคนใดคนหนึ่งในสองคนนี้ออกไป  ถือว่าข้าแพ้ !! ”  วินาทีนี้ยี่ เทียนหยุนก็ชี้ไปที่ตาของเขา  ” ถ้าข้าแพ้ก็หมายความว่า  ความสามารถในการมองเห็นของข้านั้น  มันไม่ได้เรื่อง  หรือที่ผ่านมามันก็อาจจะเป็นแค่เรื่องฟลุ้คๆแต่เพียงเท่านั้น  ท่านว่าเป็นยังไง ?? “

 

คำพูดของยี่ เทียนหยุนก็ทำให้บรรดาศิษย์ทั้งหมดต่างก็พากันสะดุ้งโหยงขึ้นมาในทันที  ถึงแม้ว่าจะไม่พอใจในคำพูดของผู้อาวุโสเสี่ยว เถียนก่อนหน้านี้  แต่ก็ต้องยอมรับว่าศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขาก็คือ  ศิษย์พี่ยู้ หลงและศิษย์พี่ฮัว หลาน  หากว่าไม่ส่งสองคนนี้ออกไปแล้ว  หายนะจะมาไม่เยือนเช่นนั้นหรือ ??

 

” ฮ่าๆฮ่าๆ  ช่างตลกเลยเถอะกันไปใหญ่แล้ว !!  ผู้อาวุโสดงหยุนนี่นะเรอะศิษย์ที่ท่านเลือกจะเชื่อมั่น  ข้าว่างานนี้เจ้าเลือกเชื่อมั่นผิดคนซะแล้ว !! ”  ผู้อาวโสเสี่ยว เถียนก็หัวเราะจนแทบจะน้ำตาเล็ดน้ำตาไหลออกมา  ศิษย์ทั้งสามที่ตัวเองนำมามันจะธรรมดาได้ยังไง

 

ในความคิดของเขา  เกมทำท่าจะจบลงตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มซะแล้ว  หากไม่มีสองคนนี้แล้วละก็  พวกเขาจะเอาอะไรมาสู้ ?? หือ 

 

” ไม่  ข้าเชื่อใจในตัวเขา !! ”  ผู้อาวุโสดง หยุนก็ยังคงยืนพื้นในคำพูดเดิมของตน  ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือว่าเข้าแทรกแซงอะไร  เขามิได้รู้สึกข้องใจหรือว่ากังวลใจใดๆ  ในคำพูดของยี่ เทียนหยุน

 

จากห้าหกเกมที่ผ่านมา  ผู้อาวุโสดง หยุนเชื่อว่า  ยี่ เทียนหยุนจะต้องมีความมั่นใจที่จะชนะศึกในครั้งนี้อย่างแน่นอน !!  ลองยี่ เทียนหยุนกล้าเอ่ยปากออกมาเช่นนี้แล้วละก็  ตัวเขาก็ไม่มีปัญหา 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

###อยากพิมพ์คอมเมนท์/ซักถาม กด : Comment <https://www.facebook.com/CrazyLevelingSystemNovel/>

ขอขอบคุณรูปภาพจากเวป Pixabay : Paolo Ghedini

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top