ขนาดตัวอักษร

[SC] บทที่ 3 สิ่งที่น่าอึดอัดใจเล็กน้อย

 31 Views

หากมีคนได้ยินเรื่องพวกนี้ เขาคงจะโดนหาว่าบ้าอย่างแน่นอน

สำหรับเหล่าผู้ทรงอำนาจทั้งหลายในปัจจุบันแล้ว ส่วนมากมันจะไม่ได้คาดคิดว่าพวกเขาสามารถทะยานขึ้นมาได้จนถึงทุกวันนี้ และเมื่อพวกเขาก้าวมาถึงจุดสูงสุด พวกเขาก็จะได้รับการยอมรับ

การหาคำตอบสุดท้ายอาจจะใช้เวลาเป็น 10 ปี หรืออาจจะ 20 ปี

ดังนั้นซิงเฉิงจึงไม่ได้สนใจว่าใครจะคิดยังไงกับเขา

แม้ว่าเส้นทางนี้จะเต็มไปด้วยขวากหนามและอันตราย แต่ซิงเฉิงก็ตัดสินใจแล้วว่าจะต้องเดินหน้าต่อไปไม่ว่าจะต้องเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม

หลังจากสูบบุหรี่เสร็จ ซิงเฉิงก็เดินลงมาจากชั้นดาดฟ้าของเซี่ยงไฮ้แกรนด์ฮอล์

เมื่อกลับมาถึง ซิงเฉิงก็ขับรถมาเซอราตี้แกรนธูริสโม่สีแดงสดกลับมายังสวนฉือเหมาริเวอร่า หลังใช้เวลามองอยู่นานซิงเฉิงก็หาบ้านของเขาเจอจนได้

เมื่อเข้าไปในบ้านเขาก็เปิดไฟ ซิงเฉิงก็รู้สึกอยากที่จะมีเงินซะจริง เพราะถ้ามีเงินล่ะ เขาก็จะสามารถซื้อบ้านหรูๆ ได้ ยิ่งเขาได้เห็นทิวทัศน์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยแล้ว ซิงเฉิงยิ่งมุ่งมั่นมากยิ่งขึ้น

ระหว่างการเดินทางมายังเซี่ยงไฮ้ ซิงเฉิงไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาด้วย ซึ่งนั่นทำให้เขาต้องไปหาซื้ออะไรหลายๆ อย่างในวันพรุ่งนี้ แต่ยังโชคดีที่บ้านหลังนี้มีของจำเป็นๆอย่างครบครันทำให้ไม่เดือดร้อนมากนัก

ในตอนที่ล้มตัวลงนอน ซิงเฉิงก็นอนไม่ค่อยจะหลับเท่าไหร่ เขาได้แต่คิดถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้

หาน เกาผิงจะต้องเป็นคนใหญ่คนโตแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงจะไม่มาอยู่ที่ทอมสันกอล์ฟที่มีแต่คนรวยกับคนชั้นสูง

แต่ก็นั่นแหละ ซิงเฉิงคิดว่าปัญหาที่หาน เกาผิงกำลังมีอยู่ในตอนนี้ ก็คงจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ด้วยเช่นกัน ไม่อย่างงั้นเขาคงไม่มีท่าทีกังวล ซึ่งต่างจากท่าทีสบายๆ ที่พวกเขาเจอกันตอนแรก

ใครกันที่สามารถทำให้หาน เกาผิงต้องร้องขอความช่วยเหลือ ปัญหาแบบไหนที่เขากำลังเผชิญอยู่ แล้วจะผ่านมันไปได้ไหม?

ซิงเฉิงจำเป็นที่จะต้องรู้ให้ได้เพราะมันจำเป็นกับชีวิตของเขาในเซี่ยงไฮ้

ถ้าหาน เกาผิงตั้งใจจะช่วยตัวเขาจริงๆ นี่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดี แต่ถ้าหาน เกาผิงทำไม่ได้ละก็ งั้นเขาก็จะหาทางออกอื่น

ถึงอย่างนั้น ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปกป้องหานปิง

“ไอ้ห่าเอ๊ย มีแต่เรื่องน่าปวดหัว” ซิงเฉิงสบถออกมาอย่างไร้ทางเลือก ตอนนี้ที่เขาทำได้ก็คงมีแค่การปลอบใจตัวเองก่อนจะหลับไปเท่านั้น

ตัดมาตอนเช้า ซิงเฉิงตื่นและออกมาวิ่งรอบบ้าน 2 รอบ เข้าครัวไปทำอาหารเพื่อคุณหนู หลังแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ตอนนั้นเวลาประมาณ 8 โมงเช้า เขาขับรถไปรับเธอทันที

หานปิงนั่งรออยู่ชั้นล่างตั้งแต่ 8:30 แล้ว วันนี้เธอไม่ได้แต่งตัวล่อตะเข้เหมือนเมื่อคืน แต่กลับสวมชุดสาวออฟฟิศสีเทาของดอล์ยแอนด์กาบาน่าส่วนกระเป๋าในมือเป็นของเฮอเมส

ถึงจะไม่ได้ดูเซ็กซี่เหมือนเมื่อวานก็ตาม แต่มันก็ยังไม่อาจปกปิดความงามของเธอได้เลยแม้แต่น้อย

“มาตรงเวลาดีนี่!” หานปิงไม่ได้มีท่าทีประทับใจซิงเฉิงแม้แต่น้อย ไม่ว่ายังไงเธอก็จะต่อต้านในสิ่งที่พ่อของเธอทำให้อยู่ดี นอกจากนี้เธอก็ยังคิดไปเองด้วยว่าซิงเฉิงนั้นถูกส่งมาเพื่อที่จะจับตาดูเธอ

ด้วยความสูง 170 เซนติเมตรบวกกับส้นสูง เมื่อหานปิงมายืนอยู่ข้างๆ ซิงเฉิง ความสูงของทั้งคู่ก็ดูไม่ต่างกันมากนัก แต่ถึงอย่างนั้นเสื้อผ้าของซิงเฉิงก็ดูโทรมเสียจนเทียบแทบไม่ได้

“คุณหนูคงยังไม่ได้ทานอะไร นี่อาหารเช้าสำหรับคุณครับ” ซิงเฉิงพูดแบบนิ่งๆ ก่อนที่จะส่งอาหารเช้าให้กับเธอ

หานปิงรับไปโดยไม่ได้ปฏิเสธ ก่อนที่จะมองอาหารในมือของเธอ และทิ้งลงไปถังขยะข้างๆ เธอหันมามองซิงเฉิงและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกมาว่า “ฉันไม่กินอาหารจากข้างถนน ที่หน้าบริษัทมีร้านกาแฟอยู่ด้านหน้า ไปซื้อมอคค่ามาให้ฉันแก้วนึง”

การกินทิ้งกินขว้างคือเรื่องที่เขาไม่ชอบ ซิงเฉิงรู้ดีว่าคนที่อยู่ในสถานการณ์อดยาก ไม่มีจะกินทั้งหลาย เขารู้ดีว่าอาหารมีค่าสำหรับคนเหล่านั้นมากขนาดไหน ซิงเฉิงได้แต่พยามระงับอารมณ์โกรธแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้านั่นเป็นสิ่งที่คุณหนูต้องการ …”

บริษัทของหานปิงอยู่ในตึกข้างสวนพักผ่อนถัดจากอาคารซิงหนาน นี่เป็นบริษัทของเธอเอง เธอไม่ได้ทำงานกับพ่อของเธอ

หานปิงไม่ได้ต้องการเป็นผู้สืบทอดของพ่อเธอ เธออยากที่จะทำในสิ่งที่เธออยากจะทำ ส่วนธุรกิจของพ่อเธอนั้นก็ยกให้เป็นปัญหาของเขาที่จะต้องจัดการเอง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม่ของเธอตายจากโรคร้าย เธอทำงานหนักมากในช่วงเวลาที่เธอมีชีวิตอยู่

และด้วยความที่พ่อของเธอไม่ค่อยจะอยู่บ้านเท่าไหร่ เมื่อแม่ของเธอล้มป่วยจึงไม่มีใครรับรู้เลย แล้วในที่สุดแม่ก็จากไปพร้อมกับรอยร้าวความสัมพันธ์ระหว่างหานปินกับพ่อที่ขยายใหญ่จนแทบจะแตกหักกันไปในวันนั้น

นั่นเป็นเหตุที่หานปิงเลือกที่จะอยู่เคหะฮัวหลุน 9 ไมล์แม้ว่ามันจะไม่ไกลจากทอมสันกอล์ฟวิลล่าเลยก็ตาม

“ถึงพ่อจะบอกให้นายมาคุ้มครองฉัน แต่ว่าเราต้องทำความเข้าใจใหม่ก่อน” หลังจากที่ขึ้นรถหานปิงก็คุยกับซิงเฉิง

“ผมฟังอยู่ครับ” ซิงเฉิงตอบกลับสั้นๆ

หานปิงเม้มปากแล้วว่าต่อ “อย่างแรก มาหาฉันให้ตรงเวลาทุกครั้งที่ฉันเรียก นายว่างอยู่แล้วนี่”

“รับทราบครับ ถ้ามีเรื่องที่ต้องทำผมจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าครับ” ซิงเฉิงพูดแล้วพยักหน้ารับ

“สอง อย่างเข้ามารบกวนพื้นที่ส่วนตัวของฉัน แล้วอย่าบอกหาน เกาผิงหรือใครก็ตามที่ฉันเจอ”

“รับทราบครับ หน้าที่ของผมคือคุ้มครองคุณอยู่แล้ว ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้นกับคุณก็ไม่มีปัญหาครับ!”

สาม ถ้าฉันพูดอะไรนายต้องฟังฉัน!”

“ข้อนี้ผมขอแย้งครับ ตราบใดที่มันไม่นอกลู่นอกทางผมก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่ถ้ามันจะสร้างปัญหาในภายหลัง ผมก็จะไม่ทำตามนะครับ” ซิงเฉิงพูดแล้วเหล่ตามอง

“ขอเบอร์โทรกับวีแชทหน่อย ถ้าฉันอยากให้ทำอะไรฉันจะบอกนาย” ก่อนที่เธอจะพูดต่อว่า “เย็นไว้ ฉันไม่ได้พิศวาสนายหรอก”

ซิงเฉิงเอาโนเกียของตัวเองออกมา “ผมมีแต่เบอร์ ไม่มีวีแชท เครื่องแบบนี้ผมใช้ไม่เป็นหรอก”

เมื่อเห็นโนเกียรุ่นลายครามหานปิงก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น เธอว่าพลางชี้ไปทางซิงเฉิง “นายไปอยู่หลังเขาที่ไหนมาเนี่ย? นี่มันยุคไหนแล้ว? ยังใช้โนเกียอยู่อีกเหรอ?ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันทนไม่ไหวแล้ว”

จริงๆ แล้วมือถือเครื่องเก่าของซิงเฉิงก็เป็นสมาร์ทโฟนเหมือนกันนั่นแหละ แต่ตอนที่เดินทางไปทั่วเขาขายมันเอาเงิน แล้วไปซื้อโนเเกียแบบถูกที่สุดมาใช้แทน

“หาน เกาผิงไม่ได้ให้เงินนายมารึไง? หลังส่งฉันแล้ว ก็ไปซื้อเครื่อใหม่ซะ เอาแบบที่ใช้วีแชทได้นะ” หานปิงหัวเราะออกมาอีก แล้วก็ว่าต่อ “แล้วก็ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ด้วย เดี๋ยวฉันจะขายหน้า”

ซิงเฉิงไม่ได้ใส่ใจกับคำเยาะเย้ยของหานปิง เขารู้ดีว่าคนรวยไม่ได้เลวร้ายโดยสันดานหรอก แต่สภาพแวดล้อมบีบให้พวกเขาออกมาเป็นแบบนั้น

ถ้าพวกเขาไม่ยอมที่จะเติบโต พวกเขาก็จะต้องเสียใจ ถ้าพวกเขาโตขึ้น พวกเขาจะตระหนักได้ว่าพวกเขาเคยโง่ขนาดไหน

ดังนั้น เขาถึงไม่มีเหตุผลที่จะโกรธหานปิง

เมื่อมาถึงบริษัทของหานปิง เธอก็ลงจากรถ พวกคนรอบข้างต่างมีท่าทีที่ตกใจมาก น่าจะเพราะว่าเห็นหานปิงมีผู้ชายมาส่งที่ออฟฟิศเป็นครั้งแรก พวกเขาคงคิดกันว่าซิงเฉิงเป็นแฟนของหานปิง

ซิงเฉิงจอดรถก่อนที่จะไปซื้อกาแฟให้กับหานปิง เขาตัดสินใจซื้อเค้กมาอีกชิ้นนึง หลังจากที่ได้ถามทางกับพนักงานในบริษัทแล้ว ซิงเฉิงก็เดินตรงไปยังออฟฟิศของหานปิงทันที ทุกคนมัวแต่ตกตะลึงจนไม่มีใครเข้ามาขวางเขาเลยแม้แต่คนเดียว

เขาเคาะประตูก่อนที่จะเข้าไปวางกาแฟพร้อมกับเค้กที่ซื้อมาโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำแล้ว ก่อนที่ซิงเฉิงจะเดินจากไป

แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง เมื่อซิงเฉิงเดินออกมาด้านนอกสำนักงาน ก็เกิดความวุ่นวายไปทั่วทั้งตึก ซึ่งตัวหานปิงยังไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ซิงเฉิงขับรถตรงไปยังห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ที่สุด เขาไม่ได้ใช้เงินที่ได้มาแบบฟุ่มเฟือย เขาซื้อเสื้อผ้านิดหน่อย รวมทั้งสูท 2 ตัว เสียเงินไปราวๆ 1 พันหยวน ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาปวดใจมากพอแล้ว

หรูหราง่ายมาก ประหยัดยากกว่าหลายเท่าตัว

เขารู้ดีว่าเงินไม่ได้หากันง่ายๆ ตัวซิงเฉิงเองก็เคยทำงานพิเศษในช่วงที่เรียนอยู่เพื่อเก็บเงิน แล้วนี่ยังรวมไปถึงช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมาที่เขาเดินทางไปทั่ว ทั้งหมดนี้มันทำให้เขารู้ซึ้งถึงความยากจนเป็นอย่างดี

ซิงเฉิงกลับมาที่บริษัทอีกรอบ ในที่สุดหานปิงก็เข้าใจแล้วว่า เธอลืมบอกอะไรบางอย่างไป เธอจึงลากซิงเฉิงมาที่กลางห้องโถงก่อนจะพูดออกมาว่า “ทุกคนขออนุญาตให้ฉันได้แนะนำเขาคนนี้ก่อน ซิงเฉิง ผู้ช่วยส่วนตัวของฉัน ในอนาคตถ้าเกิดปัญหาอะไรก็ขอให้เขาช่วยได้ เอาหล่ะๆ กลับไปทำงานได้แล้ว”

ตอนนั้นเองซิงเฉิงก็ได้รับรู้ว่าวันคืนแห่งความทรมานได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

แน่นอนทุกคนรู้ว่าหานปิงหมายถึงอะไร พวกเขาคงจงใจใช้ซิงเฉิงให้ไปซื้อพวกอาหารเครื่องดื่ม หรือไปยกของจากชั้นล่างมาให้

วันนั้นซิงเฉิงได้พบกับช่วงเวลาที่ขมขื่น

หานปิงทำงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดหย่อน เธอทยอยพบลูกค้าและประชุมกับงานต่างๆ ข้าวกลางวันเธอก็ไม่แตะเลยแม้แต่น้อย

ซิงเฉิงยังตกใจในสิ่งที่เธอทำ อารมณ์ของเธอไม่ค่อยจะคงที่เท่าไหร่ เหล่าลูกน้องของเธอต่างโดนเธอว่าในการทำงาน

หลังเลิกงานทุกคนต่างกลับไปกันหมดเหลือเพียงแค่หานปิงที่ทำงานล่วงเวลา ซิงเฉิงรู้สึกหิวเป็นอย่างมากในตอนนี้ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะว่าหานปิงก็ยังไม่มีท่าทีที่จะเลิกงานเลยแม้แต่น้อย

ในที่สุดซิงเฉิงก็ทนไม่ได้แล้ว เขาเดินไปผลักประตูแล้วก็คุยกับเธอ “ถ้าจะทำอะไรต่อก็กินข้าวก่อนเถอะครับ แล้วถ้ามันไม่ได้รีบอะไรเอาไว้ทำพรุ่งนี้ก็ได้ครับ”

“อย่ามากังวลอะไรไม่เข้าเรื่อง รอไปเถอะ” หานปิงตอบโดยไม่แม้แต่เงยหน้าขึ้นมามอง

ซิงเฉิงจงใจยิ้มอย่างชั่วร้ายไปทางหานปิงพร้อมๆ กับเลียริมฝีปากของเขา “ตอนนี้พวกเราอยู่กันสองต่อสอง ถ้าฉันจะทำอะไรเธอ ก็คงไม่มีใครเข้ามาช่วยเธอสินะ?”

“นายจะทำอะไร?” ตอนนี้ด้านในของตึกก็มีแค่ซิงเฉิงกับเธอเท่านั้น หานปิงเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว เธอพึ่งรู้จักซิงเฉิงแค่เพียงผิวเผินเท่านั้นเอง ไอ้ผู้ชายคนนี้จริงๆ แล้วเป็นยังไงบ้างนั้น เธอยังไม่รู้แม้แต่น้อย

ซิงเฉิงแสยะยิ้ม “ถ้าฟังที่ฉันพูดก็ไม่มีอะไรหรอก แต่ถ้าไม่ฟังก็ไม่แน่นะ”

หานปิงรู้ดีว่าซิงเฉิงกำลังสร้างปัญหาให้เธอ แต่เธอก็รู้สึกเหนื่อยแล้วเหมือนกัน ดังนั้นเธอตัดสินใจที่จะกลับบ้าน ส่วนงานก็ทิ้งไว้ทำต่อทีหลัง

หลังจากเก็บของเธอก็ปิดไฟแล้วล็อคประตู ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันที่ซิงเฉิงไปขับรถมารับพอดี

เมื่อซิงเฉิงขับออกมาจากตึกเล็ก เขารู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ปกติ นั่นก็เพราะว่ามีชายสองคนกำลังเดินมาทางพวกเขา ซิงเฉิงไม่แม้แต่จะหันไปมองรอบๆ ก็ที่จะใช้จังหวะที่เผลอยื่นมือออกไปผลักหานปิงให้ออกไป

อย่างไรก็ตามเขารู้สึกว่าเขาไปแตะอะไรบางอย่างที่เขาไม่ควรจะแตะซะแล้ว

แล้วเมื่อเขารู้ตัวอีกทีหานปิงก็ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ “ซิงเฉิง!!”

เสียงดังลั่นจนคนรอบๆ ต่างหันมามอง

ซิงเฉิงรู้ดีว่า ดูเหมือนที่เขาทำไปนั่นจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดเล็กน้อยเสียแล้ว …

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top