ขนาดตัวอักษร

GS บทที่ 5 หัวของข้าอยู่ที่ไหน?

 19 Views

“อาวุธวิญญาณ!” สีหน้าของว่านเฟิงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อหญิงสาวเห็นดาบเล่มยาวนั่น นางก็ตัดสินใจใช้พลังปกป้องเจ้านายที่อยู่เบื้องหลังทันที

 

“หึหึหึ สาวน้อย หลังจากที่ข้าจัดการลู่หยุนแล้ว เจ้ากับข้า พวกเราจะเดินทางไปด้วยกันทั่วโลก ลู่หยุนมันฆ่าหลานของข้า ดังนั้นเจ้าจะต้องอุ้มลูกเป็นร้อย… ไม่สิ เป็นพันให้กับข้า!” เก้อหลงร้องเสียงดัง ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวไปข้างหน้าพร้อมกับดาบที่เลงไปยังลำคอของลู่หยุน

 

เร็วมาก! ความเร็วของเก้อหลงทำให้หัวใจของลู่หยุนสัมผัสได้ถึงเงาแห่งความตายที่กำลังโอบล้อมตัวเขาไว้ น่าแปลก ตัวเขากลับรู้สึกสงบผิดปกติ ที่เป็นแบบนี้อาจเป็นเพราะตัวเขาเคยเจอกับประสบการณ์เฉียดตายมาก่อน ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เดียวกันอีกครั้ง ชายหนุ่มจึงสามารถมองมันด้วยสายตาที่เฉยเมยแบบนี้ได้

 

ชายหนุ่มคิดที่จะถอยหลังกลับ แต่ก็พบความจริงที่น่าตะลึงว่าร่างของเขานั้นอ่อนแอกว่าพวกมนุษย์ทั่วไปเสียอีก

 

สมองของลู่หยุนยังคงทำงานได้ดีเกี่ยวกับการสู้และหนี แต่ร่างของเขาไม่สามารถทำตามได้

 

“ข้าจะต้องตายอีกรอบแล้วงั้นเหรอ?” ชายหนุ่มบ่นกับตัวเอง รอยเท้าแห่งความตายใกล้เข้าราวกับสหายสนิทที่แสนคุ้นเคย

 

“ทางนี้!” ว่านเฟิงพูดด้วยความโกรธเคือง ลำแสงสีเขียวหยกพุ่งออกจากนิ้วมือของนาง

 

เคร้ง!

 

ลำแสงนั่นปะทะเข้ากับดาบยาวจนทำให้มันเบี่ยงทิศทางไป

 

เก้อหลงสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่สัมผัสกับดาบของเขาจนต้องถอยกลับมา ว่านเฟิงเองก็ไม่ได้ดีไปกว่านั้นเลย สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนไปพร้อมกับดึงพลังกลับมา

 

“แข็งแกร่งมาก! เจ้าอยู่ในระดับแกนกลางงั้นเหรอ!” ความหวาดกลัวส่องประกายไปทั่วใบหน้าของราชเลขา

 

“ว่านเฟิงฆ่าไอ้แก่นี่ซะ!” ลู่หยุนร้องบอก เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย ส่วนอกของชายหนุ่มก็เจ็บราวกับถูกคนทุบตีอย่างต่อเนื่อง 

 

“ข้า ข้า ข้า… ไม่กล้า” ว่านเฟิงตะลึงกับคำสั่ง ฆ่าใครสักคน?

 

นางเคยฆ่าคนมาก่อนที่ไหนเล่า?

 

แม้ว่านางกับลู่หยุนจะโดนเหยียดหยามบนถนน แต่นางก็ไม่เคยฆ่าใครมาก่อน

 

“โฮ่โฮ่ ถ้างั้นก็ตายเสียเถอะ!” ดวงตาของเก้อหลงเปล่งประกาย เขากระโดดเข้าหาว่านเฟิงอย่างรวดเร็ว

 

“อย่าเข้ามาใกล้นะ!” ว่านเฟิงปล่อยลำแสงออกมาจากปลายนิ้วด้วยท่าทางลนลาน

 

เก้อหลงเห็นมันชัดเจนในครั้งนี้ มันเป็นพายุขนาดจิ๋ว

 

“พลังต่อสู้ต่ำแบบนี้ เจ้าพึ่งจะบรรลุได้ไม่นานสินะ? แม้จะอยู่ในระดับแก่นทองคำ แต่การด้อยประสบการณ์ของเจ้ามันช่างน่าขันสิ้นดี!” เก้อหลงหมิ่นการโจมตีของว่านเฟิง เมื่อเข้าถึงตัว ตาเฒ่าก็ตีเข้าไปที่หลังคอของหญิงสาวทันที

 

ดวงตาของว่านเฟิงกลอกขึ้น ก่อนจะหมดสติไป

 

“ท่านเจ้าเมือง นี่คือสิ่งที่ท่านคาดหวังงั้นหรือ? ถึงตาท่านแล้ว” เก้อหลงเดินไปหาเหยื่ออีกรายด้วยท่าทางผ่อนคลาย “ตายซะ!”

 

เก้อหลงแกว่งดาบไปที่ลำคอของลู่หยุนพร้อมกับร้องคำรามออกมา

 

นี่ข้าจะตายอีกครั้งแล้วซินะ?

 

ในขณะนั่นเอง จู่ๆ ลู่หยุนรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างลอยออกมาจากร่างกายของเขา สติของชายหนุ่มบังคับให้ฝ่ามือของเขาประกบเข้าหากัน

 

ฮื้ม

 

แสงสีดำเปลงแสงอยู่ระหว่างมือของเขา มังกรเก้าตัวแบกโลงศพสีดำสนิทปรากฏระหว่างมือของลู่หยุน มันพุ่งเข้าไปกระแทกอย่างรุนแรงที่อกของเก้อหลง

 

“ วิชาต่อสู้!” ราชเลขากรีดร้องอย่างน่ากลัว แววตาของชายแก่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

 

ลู่หยุนไม่สามารถฝึกฝนได้ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมไอ้หมอนี่ถึงสามารถใช้วิชาต่อสู้ได้? สิ่งที่เขาใช้มันแข็งแกร่งกว่าพายุของว่านเฟิงถึง 10 เท่าเสียอีก!

 

เสียงของกระดูกแตกดังขึ้นจากอกของเก้อหลง เขากระเด็นออกไปเป็นระยะทางหลายสิบเมตร ก่อนที่จะกระแทกเข้ากับพื้นอย่างรุนแรง ฟองเลือดไหลออกมาจากปากของชายแก่ ร่างของเขากระตุกอยู่ชั่วครู่นึง ก่อนที่ร่างของราชเลขาเก้อจะหยุดนิ่ง และตายจากโลกนี้ไป

 

“หา??” ลู่หยุนแข็งตัวในขณะที่เขาดูภาพที่วิ่งออกมาจากมือของเขา “ใช่แล้ว! ฮวงจุ้ยที่ปรากฏเมื่อคืนนี้เข้าสู่ร่างกายของข้า เก้อหลงเรียกมันว่าเป็นวิชาต่อสู้สินะ?”

 

ความพิศวงปกคลุมไปทั่วใบหน้าของชายหนุ่ม ตอนนี้เขาใช้พลังทั้งหมดที่มีออกไปแล้ว นี่ทำให้ร่างกายของลู๋หยุนอ่อนแออย่างมากในตอนนี้

 

“ถ้างั้น… มังกรที่พุ่งออกมาก็คือสิ่งที่อยู่ในร่างของข้าสินะ? แต่ข้าไม่ใช่ผู้ฝึกตน… นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่?” ชายหนุ่มรู้สึกสับสนมาก ๆ ในตอนนี้

 

“นายท่าน?” ว่านเฟิงค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมา เธอร้องดังลั่นเมื่อเห็นลู่หยุนนอนอยู่บนพื้น ขณะที่เก้อหลงนอนตายอยู่ฝั่งตรงข้าม

 

“นายท่าน ปลอดภัยหรือเปล่า?! เพราะว่านเฟิงไร้ประโยชน์ที่ไม่สามารถฆ่าคนได้เอง!” เธอช่วยลู่หยุนลุกขึ้นดวงตาสีแดงของเธอ

 

“เอาดาบนั้นแล้วตัดหัวของเก้อหลงออก” ลู่หยุนสูดลมหายใจนิด ๆ เพื่อฟื้นฟูพลังงาน

 

ข้าเป็นโจรขุดสุสานไม่ใช่นักบุญ เพราะงั้นต้องจัดการคนที่เข้ามายุ่มย่ามให้เงียบสนิท มีแต่คนตายเท่านั้นแหละที่พูดไม่ได้ ดังนั้นทุกอย่างจึงต้องถูกจัดการให้ตรงตามรูปแบบของมัน การโจมตีก่อนหน้านี้ห่ากเคลื่อนออกไปอีกนิดเดียว อาจจะเป็นตัวเขาเองก็ได้ที่ต้องตาย และถึงแม้ไอ้แก่นี่จะนอนนิ่งไปแล้ว แต่เพื่อความแน่ใจ ดังนั้นมันต้องซ้ำ!

 

  “เอ๊ะ?” ว่านเฟิงไม่รู้ว่าต้องทำยังไง

 

“เอาละ เจ้าไปได้แล้ว” ลู่หยุนถอนหายใจเมื่อเห็นการแสดงออกของหญิงสาว

 

“เอ๊ะ?” ว่านเฟิงทำหน้าสงสัยอีกครั้งและมองไปยังเจ้านายของนาง

 

“ตัวตนเก่าของข้าทำร้ายคนมานักต่อนัก อนาคตต่อจากนี้ต้องอันตรายมากแน่ ๆ ถ้าเจ้าไม่สามารถฆ่าคนหรือจัดการกับศพได้ เจ้าก็ไม่ต้องอยู่กับข้าหรอก แบบนั้นรังแต่จะทำให้เจ้าตายเปล่าๆ” ลู่หยุนพูดช้าๆ

 

ว่านเฟิงทำตัวไม่ถูกเมื่อได้ยินคำสั่งแบบนั้น สติของนางรับคำสั่งและหยิบดาบของเก้อหลง ก่อนจะเดินไปที่ร่างของเขา

 

“การตัดหัวของเขาหมายความว่าข้าสามารถอยู่ข้าง ๆ นายท่านได้!” หญิงสาวกัดฟันและเฉือนลงที่คอของเก้อหลง

 

“แกรู้ได้ยังไงว่าข้าแกล้งตาย!” ทันใดนั้นศพของราชเลขาเก้อก็กระโจนขึ้น ชายแก่รวบรวมพละกำลังของเขาก่อนที่จะกระแทกตัวไปที่ลำตัวของว่านเฟิง

 

“เจ้ายังไม่ตาย!” ว่านเฟิงกรีดร้อง นางกัดฟันแน่นพร้อมกับปล่อยพลังผ่านดาบยาวเล่มนั้น

 

ชิ้ง

 

แสงดาบพุ่งผ่านหน้าผากของเก้อหลง

 

“อาวุธวิญญาณ…มีเพียงระดับแกนกลางเท่านั้นที่สามารถ…” เขาล้มลงกับพื้น ตอนนี้ราชเลขาเก้อหลงได้ตายลงอย่างแท้จริงแล้ว

 

ว่านเฟิงดึงดาบกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะตัดหัวของเก้อหลงออก เมื่อตัดหัวเสร็จหญิงสาวก็หันกลับไปหาลู่หยุน

 

“เขาจะฆ่าข้า แถมมันยังจะบังคับให้เจ้ามีลูกกับมันอีก เพราะฉะนั้นไอ้แก่นี่ต้องตาย” ลู่หยุนอธิบายเบา ๆ “ถ้าเราอยากจะมีชีวิตรอดก็ต้องจัดการพวกที่อยากจะจัดการเรา นี่แหละคือกฎของโลกนี้”

 

“ชีวิตของคนอื่นหมายถึงความตายของเรา”

 

ความจริงถูกพ่นออกมาผ่านปากของลู่หยุนพุ่งทะลุไปยังหัวใจของว่านเฟิงราวกับยาพิษ ถ้าพวกเขาอยากจะมีชีวิตอยู่ก็ต้องฆ่าคนที่ปองร้ายเรา

 

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าอย่างมั่นคง

 

“เอาละ ไปเยี่ยมสุสานกันหน่อย” ด้วยสภาพร่างกายปัจจุบันของลู่หยุน เขาไม่สามารถทำขุดค้นสุสานได้ด้วยตัวคนเดียว จึงได้ให้ว่านเฟิงมาด้วย

 

ตัวคนเดียวในโลกแห่งเซียนหลังจากฟื้นคืนชีพขึ้นมา คนที่เขาสามารถเชื่อใจได้นอกจากตัวเองก็คือหญิงสาวแสนใสซื่อคนนี้เท่านั้น

 

……

 

ร่างของลู่หยุนและว่านเฟิงจางหายไปในระยะไกล

 

นี่ก็เป็นโลกที่โหดร้ายเช่นนี้เอง

 

“หัวข้าอยู่ที่ไหนนะ? โอ้ อยู่นี่เอง”

 

ทันใดนั้นร่างที่ไร้วิญญาณของเก้อหลงก็ลุกขึ้นนั่ง มือของเขาคว้านหาไปรอบ ๆ จนพบหัวของตัวเอง ก่อนจะนำมันวางกลับเข้ามาที่เดิม

 

รูขนาดใหญ่ตรงกลางหน้าผากของเขา ทะลุตั้งแต่ด้านหน้าไปยังด้านหลังจนเผยให้เห็นวัตถุสีขาวด้านใน ดวงตาของเขาว่างเปล่า รอยยิ้มอันน่าขนลุกปรากฏขึ้น

 

เก้อหลงลุกขึ้นและเดินตามร่องรอยที่พวกลู่หยุนเดินทางไป

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top