ขนาดตัวอักษร

GS บทที่ 4 เต่าดำหมอบ  

 19 Views

“ปกป้องข้างั้นเหรอ?” ลู่หยุนมองเก้อหลงอีกครั้ง

 

“ระดับการฝึกฝนของข้าถึงระดับปราณแปรเปลี่ยนแล้ว ถึงแม้มันจะไม่มากแต่ก็ไม่มีใครสู้ข้าได้” เมื่อคิดขึ้นแล้วเก้อหลงก็ก้าวไปข้างหน้าใบหน้าของเขายิ้มกว้าง “ที่สำคัญ ก็เพราะข้าคือราชเลขา เพราะงั้นทุกคนต้องให้ความเคารพยำเกรงแก่ข้า”

 

ตาเฒ่านี่ถ้าจะอาการหนัก! ลู่หยุนคิดในใจ “ ถ้าเป็นแบบนั้น เราต้องรบกวนราชเลขาเก้อด้วยนะ”

 

……

 

“ไอ้สารเลวลู่มันเข้ามาเดินในตัวเมือง!”

 

“สวรรค์ นี่มันยังไม่ตายอีกเหรอ?”

 

“สวรรค์ทอดทิ้งพวกเราแล้ว! เหตุใดไอ้ชั่วลู่มันยังมีชีวิตอยู่?”

 

“ยัยปีศาจว่านเฟิงก็อยู่ด้วย!”

 

“ตาแก่นั่นใครน่ะ? น่าจะเป็นราชเลขาเก้อนะ! ทำไมเขาถึงไปกับเจ้าลู่ล่ะ?”

 

“ไอ้แก่เก้อ!”

 

ความโกลาหลครั้งใหญ่ปะทุขึ้นทันทีที่ลู่หยุนปรากฏตัวในเมืองสนธยาพร้อมกับว่านเฟิงและเก้อหลง

 

ว่านเฟิงดูจะคุ้นเคยกับปฏิกิริยาพวกนี้เป็นอย่างดี เพราะสำหรับนางแล้ว ความต้องการของนายท่านคือคำสั่งที่ตัวนางต้องทำให้สำเร็จ และนั่นก็ทำให้เจ้าเมืองของนางกลายเป็นจอมทำลายล้างอันดับหนึ่งของเมือง

 

หยาดเหงื่อจาง ๆ ผุดขึ้นที่หน้าผากของเก้อหลง เขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ไหวแล้ว ชายชราไม่คุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้เลยสักนิด จอมหายนะลู่ ใครจะไปคิดล่ะว่าไอ้บัดซบนี่มันจะเลวร้ายได้ขนาดนี้!

 

ผัวะ!

 

ไข่เน่าลอยจากไหนก็ไม่รู้ กระแทกเข้าใส่หัวของเก้อหลงจากด้านหลัง กลิ่นของมันแรงเสียจนทำให้ชายแก่แทบอ้วกออกมา

 

ในทางกลับกัน ว่านเฟิงเอง นางก็ทำการร่ายกำแพงลมป้องกันเจ้านายของนางเรียบร้อยแล้ว

 

“นี่ข้าเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของชาวเมืองสินะ!” ลู่หยุนพูดกับตัวเอง “ ข้าเป็นไอ้สารชั่วชาติชั่วขนาดนั้นเลยเหรอ?”

 

“ท่านแย่กว่านั้น 10 เท่าเลย!” เก้อหลงพูดแห้ง ๆ ในขณะที่เขากำลังเช็ดคราบไข่เน่า

 

พวกเขาถอนหายใจเมื่อเดินทางมาถึงโรงชา ก่อนที่ลู่หยุนยื่นรายการซื้อของให้กับเธอ “ว่านเฟิง เจ้าไปซื้อกระดาษเหลือง ข้าวเหนียว แล้วก็พลั่วมา” 

 

“รับทราบเจ้าค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นออกเดินทางสู่ตลาดทันที

 

หนึ่งแสนปีก่อน ได้เกิดหายนะอันยิ่งใหญ่โลกแห่งเซียน ทำให้พวกเซียนจำนวนมากล้มตายไปพร้อม ๆ กับเส้นทางฝึกตนที่หายสาบสูญ หลังจากนั้นอีกหนึ่งแสนปีต่อมา โลกนี้ก็ค่อย ๆ ซ่อมแซมตัวเอง มีเซียนเพียงไม่กี่คนแล้วในตอนนี้ นั่นก็หมายความว่าเมล็ดพันธุ์วิเศษทุกชนิดจะฟื้นกลับมา

 

และผู้ฝึกตนเองก็ใช่ว่าจะกินมันจนสามารถเข้าถึงระดับเซียนได้ ดังนั้นพวกเขาจึงยังต้องการสารอาหารตามปกติอยู่

 

“กระดาษเหลืองและข้าวเหนียว?” เก้อหลงถามด้วยความสงสัย

 

ลู่หยุนกวาดสายตาไปที่ราชเลขา “ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ? เจ้ามาที่นี่เพื่อมาดูแลข้าไม่ให้เป็นอันตรายใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้นก็อย่าถามในสิ่งที่เจ้าไม่ควรจะรับรู้”

 

การมีเก้อหลงอยู่ข้างเขา เพียงแค่นี้ก็ทำให้หงุดหงิดพอสมควรแล้ว มันจะดีกว่านี้ถ้าตาแก่นี่เป็นสาวสวย แต่ความจริงแล้วมันก็ยังคงเป็นความจริง!

 

ริมฝีปากของเก้อหลงบิดเบี้ยวเล็กน้อย เขาเลือกที่จะนิ่งเฉย

 

ว่านเฟิงกลับมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับถุงข้าวเหนียว กองกระดาษสีเหลือง พลั่วและจอบ

 

“เรากำลังจะออกจากเมือง” ลู่หยุนประกาศเมื่อเขาได้ของที่ต้องการครบแล้ว

 

“ออกจากเมืองเหรอ?” เก้อหลงดีใจสุด ๆ การออกจากเมืองนั่นหมายถึงความตาย มันจะเป็นการเดินทางไปสู่ความตายของไอ้สารเลวนี้อย่างแน่นอน!

 

แต่ยังไม่ทันที่เก้อหลงจะได้ทำอะไร ว่านเฟิง นางก็รีบวิ่งไปทางประตูทางทิศตะวันออก มือของหญิงสาวคว้าตัวลู่หยุนเอาไว้ ตอนนี้พวกเขาสองคนกำลังวิ่งไปตามแรงลม

 

ตำหนักเจ้าเมืองอยู่ที่ใจกลางเมือง มหานครแห่งนี้กว้างใหญ่กว่า 100 ไมล์ ด้วยพลังของลู่หยุนในตอนนี้ เขาไม่สามารถไปถึงประตูเมืองได้ภายในเวลาอันรวดเร็วแน่

 

ว่านเฟิงหยิบยันต์ออกมาเร่งความเร็วของเธอกว่าเดิม 10 เท่า

 

“ตามพวกเขาไป!” เก้อหลงกัดฟันและรีบวิ่งตามไป “นังเด็กนั่นไปถึงระดับปราณรวมตัวได้ตั้งแต่อายุยังน้อย! นี่มันอัจฉริยะชัด ๆ ถ้าเลี้ยงดูดี ๆ ล่ะก็นางจะต้องเข้าสู่ระดับแกนกลางได้ภายในวันเดียวแน่ ไปจับพวกมันมา!” เก้อหลงประเมินสภาพของว่านเฟิงได้จากพลังที่ถูกปล่อยออกมา

 

เพื่อที่จะปกปิดตัวตนของนางเอาไว้ ว่านเฟิงจึงใช้พลังแค่ระดับปราณรวมตัวเท่านั้น แท้ที่จริงแล้วพลังของหญิงสาวสูงกว่าเก้อหลง ซึ่งเรื่องแบบนั้นก็คงไม่มีทางที่เขาจะยอมรับมันได้ง่าย ๆ แน่

 

“แต่หลังจาก 6 เดือนนังนั่นก็จะต้องตายไปพร้อม ๆ กับไอ้สารเลวนั่น…“ เก้อหลงลู่บมือของเขาอย่างละโมบ “ถ้าข้าเก็บพลังหยินจากนางได้ ข้าก็จะได้พลังของนาง! บางทีข้าอาจจะเข้าสู่ระดับแกนกลางก็เป็นได้!”

 

“ในเมื่อพวกมันอยากจะออกจากเมืองไปก็ดี เหอะ ถ้างั้นก็คงไม่มีใครที่จะได้รับของขวัญชั้นเยี่ยมแบบนี้นอกจากข้าอีกแล้วล่ะ!” เปลวไฟแห่งความโลภลุกโชนขึ้น ว่าแล้วเขาก็รีบวิ่งออกไป

 

เมืองสนธยา ประตูตะวันออก

 

ยามเฝ้าเมืองทั้งสองเห็นลู่หยุนและว่านเฟิงที่กำลังวิ่งมาแต่ไกล อันที่จริงแล้วนั่น การออกจากเมืองของพวกเขาคงเป็นเรื่องอยากพอสมควร เพราะมีชนชั้นสูงมากมายได้ใช้อำนาจห้ามให้เจ้าเมืองออกจากที่นี่

 

“ช้าก่อน! พวกท่านจะไปไหนกัน?” ชายในเครื่องแบบทหารนายหนึ่งกระโดดลงมาจากกำแพงเมืองหยุดพวกเขาทั้งคู่

 

“เจ้าเมืองคนนี้อยากจะออกจากเมืองเท่านั้นเอง มีปัญหาหรือเปล่า?” ลู่หยุนตะโกนอย่างเย็นชาใส่เขา

 

“ไม่มีเลยขอรับ!” ทหารเริ่มมีความหวาดกลัว “มันมี…”

 

“ไม่ต้องห่วง ท่านหยิง ตาแก่คนนี้จะปกป้องท่านเจ้าเมืองเอง” เก้อหลงวิ่งตามมาทันและพูดกับยามเฝ้าเมือง

 

“ถ้าเป็นตามที่ท่านราชเลขาพูดล่ะก็! อนุมัติได้!” นายทหารหยิงหัวเราะและหลีกทางให้กับพวกเขา

 

มีข่าวลือว่าหลานสาวของตาแก่นั่นตายด้วยน้ำมือของลู่หยุน ถ้าหากเก้อหลงไปกับเจ้าสารเลวนี่ด้วยละก็ เขาจะต้องหาทางจัดการลู่หยุนได้แน่! นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมพวกชนชั้นสูงหลาย ๆ คนถึงให้เขาอยู่ใกล้กับลู่หยุน

 

 ไม่มีใครกล้าพอที่จะฆ่าเจ้าเมืองอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่กับเก้อหลง ใบหน้าชั่วร้ายปรากฏบนหน้าของนายทหารหยิงเมื่อเขามองลูหยินเดินทางออกไป

 

ทั้งสามเดินทางไปยังเขาแดงสนธยาหลังจากออกจากเมือง

 

“ท่านกำลังจะขึ้นไปบนเขาใช่ไหม?” ใบหน้าที่มีสีสันแห่งความสุขของเก้อหลง เมื่อเขากำลังนึกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

 

ภูเขาอยู่นอกเมือง นี่ช่างเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่ตาเฒ่าอย่างข้าต้องการ! ข้าจะจัดการลู่หยุนก่อน แล้วก็จัดการว่านเฟิงเพื่อที่จะได้กลายเป็นระดับแกนกลาง!

 

แม้การฆ่าลู่หยุนจะหมายความว่าข้าไม่สามารถอยู่ในเขตสนธยาได้อีกต่อไป ตาเฒ่าพวกนั่นต้องการให้ข้าจับตามองเด็กเปรตนี่มากกว่าจะให้ข้าจัดการมัน บางทีข้าอาจจะเป็นแพะรับบาปเรื่องนี้หลังจากที่มันตายก็ได้

 

…ถ้าอย่างนั้นข้าจะต้องฆ่าเขาโดยที่ไม่มีใครรู้ ถ้าข้าเข้าสู่ระดับแกนกลางได้หลังออกจากเมืองไป ทั้งทั่งโลกเซียนข้าก็จะหนีไปที่ไหนก็ได้!

 

  ทั้งหมดรีบเดินทางไปยังตีนเขา

 

ภูเขาแดงสนธยามีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เป็นสีแดงสดทั่วทั้งเขต ด้วยสาเหตุที่ว่ามันเป็นสุสานของเซียน นั่นก็ทำให้มันเป็นสถานที่ที่เป็นลางร้าย ไม่มีใครกล้าเข้ามาที่นี่เลย แม้แต่เซียนเองก็ตาม

 

แม้ว่านักผจญภัยหลายคนพยายามที่จะสำรวจหลุมฝังศพ และหาโอกาสแสวงโชคอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่มีใครทำมันได้สำเร็จ

 

แม้แต่เซียนก็ตายที่นี่

 

ดังนั้นแม้ว่าภูเขาจะอยู่ใกล้กับเมืองสนธยาแค่ไหนก็ตาม แต่มันก็ปราศจากสิ่งมีชีวิตด้วยเช่นกัน

 

“เต่าดำหมอบอยู่บนเนินเขาเพื่อกำราบโชคลาภของภูเขานี้ ภาพของเต่าดำเกิดจากงูและเต่ารวมกันกลายเป็นลักษณะของหยินสุดขั่ว  มันปรากฏเป็นพื้นที่สีดำ กับดักแห่งความตาย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงไม่มีใครมาที่นี่” ลู่หยุนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความสงสัยขณะที่เขามองภูเขา

 

ทั้งโลกนี้มีการแบ่งฮวงจุ้ยอยู่ 4 แบบ ค่ายกล พื้นที่ แบบรัศมี และแบบรัศมีครอบคลุมทั่วโลก

 

เต่าดำหมอบที่อยู่ตรงหน้าเขานี้คือตัวอย่างที่ดีของฮวงจุ้ยแบบพื้นที่ บนโลกนั้นฮวงจุ้ยแบบนี้หมายถึงความภักดีและความยิ่งใหญ่ นั่นก็หมายความว่าใครก็ตามที่ถูกฝังอยู่ในเขาลูกนี้จะต้องเป็นคนที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน

 

มังกรแบกโลงในเมืองเองก็คือตัวอย่างสำหรับฮวงจุ้ยแบบรัศมี

 

“สถานที่แห่งนี้เงียบสงบและไร้ผู้คน เป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมในการฆ่าใครสักคนและฝังศพ” ลู่หยุนพูดอย่างฉับพลัน

 

“เอ๊ะ?” หัวใจของเก้อหลงแทบจะหยุดเต้น “ ท่านเอาอะไรมาพูดว่าข้าจะสังหารท่าน?”

 

“แกส่งหลานสาวสุดรักให้มาเกลี้ยกล่อมข้า แต่ก็จบลงที่ถูกข้าคนนี้ทรมานจนตาย ก่อนตายนางบอกว่าแกเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของนาง แกไม่อยากแก้แค้นงั้นเหรอ?” ลู่หยุนส่ายหัวเล็กน้อย

 

จริง ๆ แล้วลู่หยุนเองก็รู้สึกเศร้าพอสมควรที่ได้ยินเรื่องนี้จากว่านเฟิง ลู่หยุนคนก่อนไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเอาเสียเลย ตัวเขาเป็นคนกล้าก็จริงแต่ว่ามันไม่ใช่แบบนี้! ใครมันจะกล้าทำร้ายสาวงามแบบว่านเฟิงได้ลงคอกัน??

 

การเกิดมาในสายเลือดต้องสาปนี้ทำให้เขาอ่อนแอกว่าคนทั่วไป บวกกับการที่มีมังกรแบกโลงศพอยู่ในเมือง นี่มันก็ยิ่งทำให้พลังงานปีศาจมากมายแผ่ออกมา ยังไม่ต้องพูดถึงราชเลขาเซียที่จับให้ตัวเขาอยู่กลางรูปแบบการปฏิเสธหยินทั้ง 9 ก่อนหน้านั้นด้วย

 

โชคดีมากที่เจ้าของร่างคนก่อนไม่ได้กลายเป็นขันที แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นเจ้าลู่หยุนคนเก่าที่มักหาโอกาสเข้าหาว่านเฟิงอยู่บ่อยครั้ง มันก็ไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวนางได้เลยแม้แต่น้อย

 

ตระกูลเก้ออยู่ใต้บัญชาของตระกูลลู และเก้อหลงเองก็แนะนำหลานสาวให้กับลู่หยุน ช่างน่าเสียดายที่มันเป็นการเดินหมากที่ผิดพลาดสำหรับเขา การส่งนางไปให้กับเจ้าเมืองคนนี้ถือเป็นการหยามเกียรติมาก! ด้วยความโกรธามันจึงทำให้เจ้าเมืองคนก่อนจัดการทำร้ายหญิงสาวจนถึงแก่ความตาย

 

“หึหึหึหึ ในเมื่อรู้แล้วล่ะก็ จงตายเสียเถอะ!” เก้อหลงหัวเราะอย่างแรงกล้าแล้วเรียกดาบขึ้นมาในมือของเขาโดยที่ไม่มีใครรู้ที่มาของมัน จู่ๆ มันก็ปรากฏบนมือของเก้อหลง!

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top