ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 188: เก้าศาลา

 141 Views

หลังจากที่พวกเขาจากไป พวกเขาก็คิดว่าจะต้องมีการค้นพบหรือไม่ก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอย่างแน่นอน แต่ทว่าความเป็นจริงแล้วกลับไม่มีอะไรเลย

 

เรื่องดังกล่าวถูกระงับไว้หลังจากที่ BGD ถูกพาตัวกลับมา

 

พอเขาได้ยินข่าวว่าขบวนรถที่อีกเมืองถูกทำลาย เขาก็รู้ในทันทีว่าใครคือผู้ก่อเหตุ

 

มันยากสำหรับเขาที่จะจินตนาการว่าความแข็งแกร่งของมนุษย์ก็สามารถไปถึงขั้นนั้นได้ แต่เขาก็ได้เห็นด้วยตาของตัวเองแล้ว

 

ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงตัดสินใจที่จะระงับสถานการณ์ทั้งหมดนี้ไว้หลังจากที่ได้คิดไตร่ตรอง มิฉะนั้นแล้วจะทำให้เกิดความตื่นตระหนก ซึ่งส่งผลกระทบต่อตำแหน่งของตนและอาจกระตุ้นให้ผู้อื่นหาทางแก้แค้นได้

 

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อทางศาสนาของเขานั้นหนักแน่นขึ้นหลังจากเหตุการณ์นี้ เนื่องจากมีมนุษย์ที่แข็งแกร่งเช่นนั้นแฝงตัวอยู่ในโลกนี้ การดำรงอยู่ของพระเจ้าจึงต้องมีความแน่นอนด้วยเช่นกัน

 

และสองคนที่เกี่ยวข้องนั้นก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ BGD หลังจากที่พวกเขาจากไปแล้วและก็ไม่ได้ก่อปัญหาอะไรด้วยเช่นกัน พวกเขาได้ผ่านชายแดนของตุรกีไปแล้วก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและได้กลับไปที่กาซีอันเท็พ หลังจากนั้นพวกเขาก็สุ่มหาหลังคาสักที่เพื่อพักพิง กลางคืนที่นี่ไม่เย็นเอาซะเลย

 

แม้เหยินปาเชียนจะไม่แน่ใจ เขาก็รู้สึกว่าจักรพรรดินีคงจะเหนื่อยล้าแล้ว

 

กระเป๋าทั้งสองใบถูกวางไว้ด้านข้าง เหยินปาเชียนนอนอยู่ตรงมุมกำแพง จากมุมมองของเขา เขาสามารถเห็นจักรพรรดินียืนอยู่บนหิ้ง ทอดสายตาเห็นเมืองในความมืดและแสงที่ส่องสว่างเป็นระยะ สายลมยามค่ำคืนโบกสะบัดพัดเส้นผมรวมถึงชายกระโปรงของนางปลิวขึ้น

 

เหยินปาเชียนเพลิดเพลินไปกับการมองดูจักรพรรดินียิ่งขึ้น มันทำให้เขารู้สึกร่าเริงเบิกบานใจ แม้จะเป็นมุมมองเพียงแค่ด้านหลังหรือเพียงแค่นางนิ่งเฉยก็ตาม

 

เมื่อฟ้าสาง พวกเขาก็ลงไปรับประทานอาหารเช้าและกลับมาพร้อมกับฟิล์มห่อของ ซึ่งห่อหุ้มขวดไว้อย่างพิถีพิถัน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้รับยาถอนพิษที่มีส่วนผสมของมะแว้งนกกับพราลิด็อกซีมมาแล้ว แต่การใช้ยาถอนพิษหลังจากที่ได้รับพิษก็ยังคงอันตรายอยู่ ยังไงซะยาถอนพิษก็จะต้องใช้เวลาสักพักจึงจะออกฤทธิ์

 

พอมองดูจักรพรรดินีที่ห่อขวดด้วยฟิล์มแล้ว เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่าในวันนี้นางได้ทำหลายสิ่งหลายอย่างซึ่งนางไม่เคยทำมาก่อน

 

ยกตัวอย่างเช่น สิ่งต่าง ๆ อย่างการดูแลป้อนอาหารให้คนอื่นท่ามกลางงานจิปาถะอื่น ๆ นี่คือสิ่งที่จักรพรรดินีไม่เคยได้สัมผัสเลย

 

และตอนที่นางทำสิ่งเหล่านี้ นางก็ไม่ได้บ่นสักคำ สีหน้าอันเย็นชาของนางเป็นเพียงแค่บุคลิกลักษณะดั้งเดิมของนาง

 

“ชุดเธอดูสกปรกนะ” เหยินปาเชียนพูดโดยทันที ชุดของจักรพรรดินีสกปรกเล็กน้อยจริง ๆ ด้วย นางสวมชุดที่เขาซื้อกับนางที่ไหหลำเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อผ่านไปหลายวัน ไม่ว่านางจะละเอียดลออแค่ไหน ก็ยังมีฝุ่นอยู่บนชุดของนางรวมถึงมีคราบบาง ๆ ที่ตามขอบอยู่ดี

 

จักรพรรดินีเมินคำพูดของเขาแล้วปัดชายกระโปรงเล็กน้อย ถึงแม้ว่าจะมองเห็นไม่ชัด แต่บนตัวนางก็ยังพอมีฝุ่นอยู่บ้าง

 

เหยินปาเชียนหัวเราะเมื่อได้เห็นท่าทางของนาง ทำให้นางค่อนข้างเคือง

 

“พวกเราจะไปซื้อชุดกันเมื่อข้าน้อยหายแล้ว” เหยินปาเชียนพูดอย่างอ่อนโยน มันไม่เหมือนกับที่เขาพูดกับนาช่า อ่อนโยนภายนอก แต่ภายในเย็นชา ซึ่งทำให้จักรพรรดินีค่อนข้างอึดอัดกับความรู้สึกนั้น คราวนี้มันดูจริงใจและสนิทสนมโดยแท้จริง

 

“ตกลง !” จักรพรรดินีตอบโดยไม่ได้เงยหน้า

 

 

 

สองวันครึ่งต่อมา พวกเขาก็กลับไปยังอีกโลกในทันที ในขณะนี้เป็นเวลา 3 วันห่างจากที่หมาย 15 วันในอีกโลก เมื่อพวกเขาเดินทางไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมงห่างจากเก้าศาลา จักรพรรดินีก็บอกให้ฉีสุ่ยหยุดบนยอดเขา นางวางเหยินปาเชียนไว้ด้านข้างแล้วหายวับเข้าไปในป่า หลังจากนั้นสักพักนางจึงกลับมาพร้อมกับเครื่องแต่งกายของนางในชุดผ้ามัสลินสีแดงกับเสื้อสีขาวด้านในก่อนหน้านี้

 

ด้วยสถานภาพของนางที่นี่ นางไม่อาจปล่อยให้คนอื่นดูถูกเครื่องแต่งกายที่สกปรกของนางได้

 

“รอข้าตรงนี้นะ อีกซักพักข้าจะกลับมา” จักรพรรดินีพูดพลางถือกระเป๋าสีดำไว้ในอ้อมแขนของตน นางเข้าใจว่าสิ่งนี้ทรงพลังเพียงใดและกระเป๋าใบเดียวก็คงจะเพียงพอแล้ว

 

“จริง ๆ แล้วข้าน้อยอยากเห็นปฏิกิริยาของคนพวกนั้นตอนที่ได้เห็นฝ่าบาทขอรับ ข้าน้อยอยากเห็นท่วงท่าวีรชนตอนที่ฝ่าบาทแสดงทักษะของเซียนชั้นยอด ข้าน้อยคิดว่ามันจะเป็นภาพการเคลื่อนไหวที่น่าชมที่สุด และจะฝังอยู่ในใจข้าน้อยตลอดไปขอรับ

 

แต่ตอนนี้ข้าน้อยไม่ไปทำให้ฝ่าบาทลำบากคงจะดีกว่า” เหยินปาเชียนหัวเราะ

 

จักรพรรดินีเผยรอยยิ้มแสนอ่อนโยนแต่ยังคงความงดงาม มันเป็นภาพที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถเห็นได้ในโลกนี้

 

“อีกซักพักข้าจะกลับมา ฉีสุ่ย ปกป้องเค้าด้วยล่ะ”

 

“หากไม่ได้ผลจริง ๆ ก็ยังเป็นความปลอดภัยของฝ่าบาทซึ่งนั่นสำคัญที่สุดขอรับ โปรดอย่าพยายามกล้าหาญจนเกินไป ฝ่าบาทมีความสำคัญมากกว่าข้าน้อยเป็นร้อยเท่าจริง ๆ ข้าน้อยไม่อยากให้ฝ่าบาทเจ็บตัวขอรับ” สีหน้าของเหยินปาเชียนเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมในขณะที่พูดสิ่งที่ต้องการพูดมาตลอด แม้ตนจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตนหากมีอะไรเกิดขึ้นกับนางก็ตาม

 

คำพูดเหล่านั้นเป็นคำพูดที่จริงใจที่สุดที่เขาเคยพูดมาทั้งชีวิต

 

“ไม่มีใครขวางทางข้าได้หรอก” จักรพรรดินีตอบกลับพลางมองเขาด้วยสายตาอันเจิดจรัส นางตบหัวฉีสุ่ยแล้วกระโจนลงจากยอดเขาไปในพริบตา

 

ภาพเรือนร่างนั้นที่มุ่งหน้าไปอย่างกล้าหาญยังคงอยู่ในสายตาของเหยินปาเชียน และยังคงฝังลึกอยู่ในใจของเขาและครอบงำจิตใจไว้ทั้งหมด

 

 

 

กิตติศัพท์ความองอาจของเก้าศาลาได้แผ่ขยายออกไปอย่างกว้างขวางในสมัยที่มหาจักรวรรดิเซี่ยเพิ่งก่อตั้งขึ้น อย่างน้อยก็มากกว่า 400 ปีมาแล้ว

 

หากใครพูดถึงเก้าศาลาล่ะก็ นอกเหนือจากการทำงานแบบวิกลจริตแล้ว พวกเขายังเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีเซียนอยู่หลายคน

 

การที่บอกว่าจำนวนเซียนเทียบเท่ากับจำนวนปลาคาร์พข้ามแม่น้ำนั้น อันที่จริงมันก็ไม่ได้ไกลจากความจริงนักหรอก

 

เก้าศาลานั้นมีชื่อเสียงอย่างมาก ในเวลาไม่กี่ร้อยปีมีคนอย่างน้อย 4 คนได้เลื่อนขั้นเป็นเซียนในสิบอันดับแรกของโลก จากข้อเท็จจริงอย่างเดียวผู้คนจะไม่กล้าดูถูกพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

 

แต่ทว่า เก้าศาลานั้นใหญ่มากจนมีผู้ที่รู้ซึ้งโดยถ่องแท้เพียงหยิบมือเท่านั้น ยังไงซะคนส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบไปคบค้าสมาคมกับกลุ่มคนสติฟั่นเฟือนอยู่แล้ว

 

เก้าศาลานั้นอยู่ในแนวเทือกเขา เรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านกว้างใหญ่ที่แออัดยัดเยียด ทั้งหมู่บ้านมีหลายพันครอบครัวกระจัดกระจายไปตามเทือกเขา และทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมู่บ้านนั้นเป็นระเบียบเรียบร้อย สาวกของเก้าศาลานั้นเป็นที่รู้จักจากคนนอกในนามงูพิษ พวกเขาเหมือนกับคนธรรมดาในหมู่บ้านที่มักจะคุยเล่นและปล่อยมุขตลกอยู่เสมอ

 

ในหมู่บ้าน มีคนขายเนื้อสัตว์ ผลไม้ ข้าว ก๋วยเตี๋ยว เกลือ และโลหะ มันไม่ต่างจากหมู่บ้านอื่นในโลกนี้เลย ยกเว้นหอคอยสูงเก้าหลังด้านหลังหมู่บ้านที่อยู่ติดกันซึ่งเป็นที่ดึงดูดความสนใจ

 

คนหลายคนจะเหลือบมองไปที่หอคอยสูงด้วยจิตใต้สำนึกขณะที่เดินไป ด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพ

 

มันจะเป็นความน่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่งสำหรับคนนอกหากได้เห็นเหตุการณ์เช่นนี้

 

มันเกินกว่าจินตนาการแล้วว่าคนสติฟั่นเฟือนเหล่านี้ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาในหมู่บ้านแห่งนั้นได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขาสามารถเรียกพี่น้องของพวกเขามาหาคุณได้ชั่วอึดใจแล้วฆ่าล้างตระกูลคุณในเวลาต่อมา

 

เหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าสาวกของเก้าศาลานั้นสามารถใช้ชีวิตเหมือนเหล่าชาวบ้านได้ ในขณะที่พวกเขาถูกผู้คนทั่วไปหวาดระแวง

 

ไม่มีทหารยามในเก้าศาลา ยังไงซะผู้คนมากมายก็นับได้ว่าเป็นเซียนอยู่แล้ว

 

มีเซียนระดับกงจักรดินอย่างน้อยมากกว่า 100 คน และเซียนระดับกงจักรมนุษย์นับไม่ถ้วนอยู่ที่นั่น ก้อนหินที่สุ่มโยนที่หลุดเป้าหมายอาจไปโดนชาวนาแก่ซึ่งเป็นเซียนระดับกงจักรดินได้

 

ไม่มีใครกล้าประพฤติตัวโหดร้ายในสถานที่เช่นนี้ ไม่เว้นแม้แต่ผู้คนจากเก้าศาลา

 

แต่ทว่าวันนี้ มีบางคนกล้ามาประพฤติตัวโหดร้าย

 

มีซุ้มประตูทางเข้าหมู่บ้าน ความสูงประมาณ 4-5 เมตร หลังจากที่ได้รับสายลมและฝนมาหลายร้อยปี บ้านแห่งนี้จึงเกิดรอยด่างพร้อย

 

และคำว่า “เก้าศาลา” ถูกสลักไว้ที่ซุ้มประตู มันหนาและสวยงาม ตัวอักษรทำให้รู้สึกได้ถึงดาบ

 

เรียกได้ว่าคำเหล่านั้นถูกฝากไว้โดยเจ้าศาลาผู้ยิ่งใหญ่ผู้ที่ก่อตั้งเก้าศาลา คำนั้นทำให้เขาซาบซึ้งในทักษะดาบ

 

ดังนั้นจึงมักจะมีผู้คนที่ศึกษาและฝึกฝนอยู่ใต้ซุ้มประตูนั้น

 

ในขณะนี้ มันก็ยังเป็นเช่นเดิม มีชาย 20-30 คนเงยหน้าขึ้นแล้วสังเกตอย่างใจจดใจจ่อเต็มที่ขณะที่นั่งอยู่ห่างจากซุ้มประตูอนุสรณ์ 10 เมตร

 

ในตอนนั้นเอง หญิงสาวชุดแดงได้ปรากฏตัวเหนือซุ้มประตูกำลังถือกระเป๋ารูปร่างแปลกประหลาด นางมองเห็นหมู่บ้านทั้งหมดโดยที่เท้าทั้งสองยันอยู่บนซุ้มประตู

 

“ฮวาซ่านหลิว ออกมาซะ !”

 

เสียงนั้นดังกึกก้อง แล้วเก้าศาลาที่ตอนแรกเงียบสงบก็ส่งเสียงซ่าราวกับกระทะร้อนอย่างไรอย่างนั้น

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top