ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 168 ลูกถีบลอบกัดของฮูหนิว

 16 Views

หลิงฮันอยู่ห่างเกินไปที่จะช่วยฮูหนิวได้ทัน และในขณะที่เขาเห็นว่ากำปั้นของชายชุดเขียวกำลังจะโดนร่างฮูหนิว เด็กสาวได้หมุนตัวหลบการโจมตีของชายชุดเขียวและไปโผล่ที่ด้านหลังของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว นางทำมือเป็นกรงเล็บและโจมตีออกไป

ปัง ปัง ปัง เสียงการโจมตีที่รุนแรงดังขึ้น ชายชุดเขียวได้รับผลจากการประมาทอีกครั้ง หลังของมันถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องจนเสื้อคลุมขาดว่อนไปทั่วราวกับเป็นผีเสื้อ พร้อมกับหยดโลหิตที่กระเด็นไปทั่วพื้นที่

ใครจะไปคิดว่าเด็กสาวที่มีอายุเพียงห้าถึงหกปีจะมีความสามารถที่ร้ายกาจเพียงนี้?

อย่างไรก็ตาม ความต่างระหว่างระดับรวมธาตุกับก่อเกิดธาตุนั้นกว้างใหญ่เกินไป แม้ชายชุดเขียวจะดูเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ แต่มันได้ใช้ปราณก่อเกิดคุ้มกันร่างเอาไว้ก่อนแล้ว เพราะงั้นมันเลยไม่ได้รับบาดเจ็ดสาหัสอะไรนัก กระดูกและอวัยวะภายในของมันไม่ได้รับอันตรายแม้แต่น้อย

ถึงจะอย่างนั้นมันก็คำรามขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด มันเป็นจอมยุทธระดับก่อเกิดธาตุขั้นสอง แต่กลับต้องมาถูกทำร้ายโดยเด็กสาวตัวน้อยๆ

“ตาย!” มันปล่อยหมัดออกมาใส่ฮูหนิวที่ยังอยู่ตรงหลังของมัน

ฮูหนิวเคลื่อนไหวและหมุนตัวข้ามมาอยู่ตรงหน้าอกของชายชุดเขียวในทันที ‘ปัง’ มันไม่สามารถหยุดหมัดของตนเองได้ทันเวลาและชกเข้าไปเต็มๆหลังตัวเอง ความเจ็บปวดที่รุนแรงทำให้ใบหน้าของมันเปลี่ยนเป็นสีเขียว น้ำตาของมันไหลไปทั่วแก้มอย่างไม่อาจควบคุมได้เพราะความทุกข์ทรมาน

พลังบ่มเพราะของหลิงฮันอาจจะลดลงจากชีวิตที่แล้ว แต่ดวงตาของเขายังคงคมกริบเหมือนเดิม เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า เขาก็ไม่รู้สึกกังวลอีกต่อไป ฮูหนิวจะต้องไม่เป็นอะไรแน่ๆ

“อ้ากก ออกไปไกลๆข้าซะ!” ชายชุดเขียวชกหมัดออกไปอีกครั้ง ครั้งนี้มันชกไปที่หน้าอกตัวเอง แต่ฮูหนิวนั้นราวกับนางเป็นลิง นางเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วไปเกาะอยู่ตรงต้นขาของมัน

ครั้งนี้ ในที่สุดชายชุดเขียวก็เรียนรู้ได้เสียที มันสามารถหยุดการโจมตีของตนเองได้ทันเวลา แต่โชคร้ายที่ฮูหนิวได้แอบเตะเข้าไปที่ส่วนลับของมัน

มันอยู่ในระดับก่อเกิดธาตุแล้วไง่ละ? ไม่ว่ายังไงร่างกายของคนเราก็ยังมีจุดอ่อนอยู่ดี อย่างเช่น ดวงตา ตันเถียน และสำหรับผู้ชายก็ยังมีส่วนนั้นด้วย ลูกเตะของฮูหนิวรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง ชายชุดเขียวใช้มือทั้งสองข้างกุมระหว่างขาทันที ขาของมันแกว่งไปมา ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงและกัดฟันแน่น คนอื่นจะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเส้นเลือดบนลำคอของมันปูดบวม ตอนนี้มันไม่มีแรงแม้แต่ตะโกนระบายความเจ็บปวดออกมา

ผู้ชายทุกคนในบริเวณนี้รัดขาตัวเองแน่นอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขารู้สึกหวาดเสียวจนเหงื่อไหลออกมา

ฮูหนิวกระโดดออกมาเกาะอยู่บนตัวหลิงฮัน นางเบ๊ะปากและหันหน้าไปทางชายชุดเขียวราวกับนางเป็นปีศาจน้อยแสนซุกซนที่ไร้เดียงสา

ตุบ ชายชุดเขียวล้มลงไปอยู่ในท่าคุกเข่าบนพื้น ทั่วทั้งร่างของมันกำลังชักกระตุก เห็นได้ชัดว่าลูกเตะเมื่อสักครู่ทำให้มันเจ็บปวดขนาดไหน

ใครจะไปคิดว่าจอมยุทธระดับก่อเกิดธาตุที่ทรงพลังจะถูกเด็กสาวจัดการด้วยวิธีที่อัปยศขนาดนี้? ถ้าเป็นคนอื่นทำแบบนี้คงจะโดนมองอย่างดูถูกไปแล้ว แต่ว่าคนที่ทำคือฮูหนิว

ชายร่างใหญ่และแข็งแกร่งอย่างเจ้ากลับลดตัวลงไปรังแกเด็กสาว ต่อให้ของลับของเจ้าถูกบดขยี้มันก็สมควรแล้ว ยิ่งกว่านั้นเจ้ายังอยู่ในระดับก่อเกิดธาตุโดยที่อีกฝ่ายเป็นเพียงเด็กสาวอายุห้าถึงหกปี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนแต่สร้างความอัปอายและความอัปยศให้กับเจ้าอย่างแท้จริง

“ทำได้ดีมาก!” หลิงฮันชูนิ้วโป้งให้ฮูหนิว “ในอนาคตถ้ามีใครกล้ามารังแกเจ้าอีก จงเตะให้แรงจนพวงสวรรค์ของพวกมันกระจุยไปซะ! ถ้าเจ้ามีปัญหาภายหลัง ข้าจะเป็นคนปกป้องเจ้าเอง!”

“หนิวเข้าใจแล้ว!” ฮูหนิวยิ้มกว้าง

เห้ย เจ้าสอนเด็กแบบนั้นได้อย่างไร? เจ้าไม่กลัวว่านางจะกลายเป็นอันธพาลสาวเมื่อโตขึ้นรึไง?

“เจ้า… เจ้าโดนดีแน่! พวกเราเป็นสมาชิกของตระกูลอู๋! ตระกูลอู๋เชียวนะ! เจ้าเคยคิดได้รึไม่? พวกเราเป็นหนึ่งในแปดตระกูลใหญ่!” ชายอีกสองคนพยายามวางท่าให้ดูเข้มแข็ง ตอนนี้พวกมันหวาดกลัวอย่างมาก  เพราะพวกมันสองอยู่ในระดับรวมธาตุเท่านั้น

อย่าคิดว่าเพียงเพราะพวกมันเป็นคนของตระกูลใหญ่แล้วจะมีพลังบ่มเพาะที่ทรงพลังได้เองโดยไม่ต้องทำอะไร ทุกๆตระกูลล้วนแต่มีสมาชิกที่มีพรสวรรค์และด้อยพรสวรรค์

“ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าก็ควรอยู่เฉยๆไม่ต้องพล่ามมาก!” หลิงฮันเริ่มลงมือ เขาพุ่งเข้าไปโจมตีใส่ทั้งสองคน

ด้วยพลังระดับรวมธาตุขั้นสี่ เขาก็แข็งแกร่งพอที่จะต้านทานจอมยุทธระดับรวมธาตุขั้นเก้าอย่างฉีฮวงเย่แล้ว และตอนนี้พลังของเขาได้เพิ่มขึ้นมาเป็นรวมธาตุขั้นเจ็ด เพียงแค่เศษขยะสองชิ้นที่คิดต่อต้านเขาจะนับเป็นอันใดได้? ด้วยกระบวนท่าเดียว เขาสยบทั้งสองคนจนไม่อาจขัดขืน หลังจากนั้นฮูหนิวได้เดินเข้าและทุบตีชายทั้งสองอย่างรุนแรง

สมาชิกตระกูลเจียงกำลังมองดูอยู่ด้วยเหงื่อที่ท่วมตัว นั่นคือสมาชิกของตระกูลอู๋… แต่พวกมันกลับถูกทุบตีราวกับเป็นสุนัข ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ทุกคนที่นี่จะต้องตาย ขนาดป้าหนึ่งและป้าสองก็ไม่อาจร้องครวญครางอย่างเจ็บปวดได้อีกต่อไป พวกนางรีบพุ่งเข้าไปพยายามหยุดหลิงฮันและฮูหนิว

หลิงฮันไม่คิดจะนำตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับสองสาวปากร้าย เขาเดินถอยออกไปหลายก้าวอย่างไม่แยแส เพราะอย่างไรตอนนี้เขาก็ทุบตีชายทั้งสามจนพอใจแล้ว

“พวกเจ้าทุกคนตายแน่!” ในที่สุดชายชุดเขียวก็เริ่มหายใจเป็นจังหวะ ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความอับอายและความโกรธ มันเป็นจอมยุทธระดับก่อเกิดธาตุ และควรจะสามารถจัดการทุกคนในที่นี่ได้อย่างง่ายดาย แต่สุดท้าย มันกลับถูกจัดการอย่างง่ายดายโดยเด็กสาวตัวน้อยแทน ต่อจากนี้ชื่อเสียงที่น่าอับอายของมันคงไม่อาจลบล้างได้ไปตลอดกาล

“ถ้าเจ้าไม่พูด ก็ไม่มีใครคิดว่าเจ้าเป็นใบ้!” หลิงฮันถีบออกไป ‘ปัง’ ฟันครึ่งปากของชายชุดเขียวกระเด็นออกมา ความเจ็บปวดทำให้มันร้องโหยหวนอย่างทุกข์ทรมาน ครั้งนี้บาดแผลของมันสาหัสมากขึ้นไปอีก

สมาชิกของตระกูลเจียงกำลังมองไปทางหลิงฮันราวกับหลิงฮันเป็นคนบ้า ในสายตาของพวกเขา หลิงฮันไม่มีทางมีเบื้องหลังที่มีอำนาจเหนือกว่าแปดตระกูลใหญ่แน่นอน แต่เขาก็ยังกล้าที่จะทุบตีสมาชิดของตระกูลอู๋แบบไม่ไว้หน้า ไม่ใช่ว่านี่เป็นการฆ่าตัวตายรึไง? เขาเบื่อที่จะมีชีวิตต่อแล้ว?

แม้แต่จิงหวู่จื้อก็กลายเป็นซีดเผือด เขารู้ดีว่าหลิงฮันมาจากเมืองต้าหยวนเช่นเดียวกับเขา อย่างมากหลิงฮันก็สนิทชิดเชื้อกับนักปรุงยาระดับต่ำบางคนเท่านั้น

ตอนนี้หลิงฮันและพวกเขาตกอยู่ในสถานวิกฤตแล้ว!

“พวกเราไม่รู้จักเจ้า!” ป้าหนึ่งและป้าสองพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พวกนางหันไปทางบิดาของเจียงเฟยหยานและพูด “เจียงโป๋ซิน พวกเราขอตัดความสัมพันธ์ทุกอย่างกับเจ้า! จากนี้ไปจะไม่มีความเกี่ยวข้องระหว่างพวกเราอีก! เจ้าเป็นคนที่ก่อเรื่องนี้ขึ้นมา! อย่าลากพวกเราเข้าไปเกี่ยวด้วย!”

เจียงเฟยหยานและครอบครัวของนางรวมทั้งจิงหวู่จื้อกลายเป็นโกรธเกรี้ยวจากคำพูดของพวกนาง บุตรและมารดาสองคู่นี้เป็นคนบุกเข้าไปหาปรมาจารย์หยวนชู่และดูถูกอีกฝ่ายว่าเป็นสุนัข แต่ตอนนี้พวกนางบอกว่าไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้?

เป็นไปได้อย่างไรที่จะมีคนหน้าด้านเช่นนี้อยู่บนโลก!

“ไม่มีใครในที่นี้สามารถหนีไปไหนได้ทั้งนั้น!” ชายชุดเขียวพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งร้าย ร่างกายส่วนล่างของมันชาจนไม่สามารถรู้สึกอะไรแล้ว มันไม่รู้เลยว่าตอนนี้มันยังเป็นผู้ชายอยู่หรือไม่ ถ้ามันหมดสมรรถภาพความเป็นชายไปจริงๆ มันจะต้องสังหารทุกคนในที่นี้สามครั้งเพื่อระบายความโกรธ

“หืม เจ้ายังกล้าเปิดปากพูดอีกรึ?” หลิงฮันรู้สึกประหลาดใจและยกเท้าขึ้นอีกครั้ง

“ไม่!” ชายชุดเขียวหวาดกลัว ชายหนุ่มคนนี้เป็นคนบ้าอย่างแท้จริง เห็นได้ชัดว่าเขารู้ว่ามันมาจากตระกูลอู๋ แต่เขาก็ยังกล้าโจมตีมัน ยิ่งกว่านั้นทุกๆการโจมตีของหลิงฮันก็ช่างรุนแรงจนมันรู้สึกกลัว ใครใช้ให้มันบาดเจ็บหนักจนไม่สามารถปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกไปได้ล่ะ?

แต่มันสาบานเลยว่ามันจะต้องทำลายกระดูกหลิงฮันและโยนเศษขี้เถ้าของหลิงฮันให้ลอยไปตามลมแน่นอน!

“เจ้ายังไม่สำนึกจากใจ!” หลิงฮันยิ้มอย่างสงบนิ่ง ฮูหนิวแยกเขี้ยวและคำรามต่ำ นางแสดงนิสัยอันป่าเถื่อนออกมา

ชายชุดเขียวรู้สึกว่าหัวใจของมันกำลังถูกบีบรัด เทียบกับหลิงฮันแล้ว มันหวาดกลัวฮูหนิวมากกว่า เด็กสาวคนนี้ราวกับเป็นสัตว์อสูรในร่างมนุษย์  ถ้าเป็นคนปกติอาจจะสามารถพูดคุยกันด้วยเหตุผลหรือติดสินบนได้ แต่ถ้าเป็นสัตว์อสูรล่ะ? การใช้คำพูดสื่อสารล้วนแต่ไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง

“ล้มเลิกความคิดซะ ต่อให้ข้าทุบตีเจ้าจนตาย ผู้อาวุโสของตระกูลเจ้าก็ทำได้เพียงพูดว่าข้าทำถูกแล้ว!” หลิงฮันพูดอย่างใจเย็น

‘ไร้สาระ!’ ชายชุดเขียวคำรามด้วยความเหยียดหยามอยู่ในใจ แม้แต่สมาชิกของตระกูลเจียงต้องส่ายหัวกับคำพูดของหลิงฮัน นั่นเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน! ถ้าหลิงฮันเป็นบุตรนอกสมรสของจักรพรรดิพิรุณ ผู้อาวุโสของแปดตระกูลใหญ่ก็อาจจะพูดเช่นนั้นได้ และหากหลิงฮันมีสถานะเช่นนั้นจริง แน่นอนว่าเขาจะทำให้ตระกูลอู๋ก้มหัวต่อหน้าเขาได้

ซื่อฟง เจ้ายังจัดการไม่เสร็จอีกรึ?” ในตอนนั้นเอง เสียงของชายชราคนหนี่งก็ดังขึ้นมาจากข้างนอก

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top