ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 167 เอาเรื่อง

 12 Views

“เจ้ามาจากตระกูลใด? เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาสั่งให้ปรมาจารย์หยวนชู่หลอมเม็ดยาให้! ข้าอยากจะรู้เหลือเกินว่าเจ้ามาจากตระกูลจักรพรรดิหรือแปดตระกูลใหญ่!”

พวกเขามาจากตระกูลอู๋ หนึ่งในแปดตระกูลใหญ่ และเพราะว่าแปดตระกูลใหญ่กับตระกูลจักรพรดิมีความใกล้ชิดกัน พวกเขาจึงรู้ว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่คนจากขุมอำนาจทั้งเก้า และในเมื่อพวกมันไม่ใช่ จะมีตระกูลใดอีกที่แข็งแกร่งกว่าตระกูลอู๋?

ในความคิดของพวกเขา คนเหล่านี้จะต้องมาจากชนชั้นล่างและใช้เส้นสายบางอย่างในการผ่านเข้าศาลาบุปผางามมาแน่นอน เพราะงั้นคนเหล่านี้ถึงได้คิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าใครและถึงขนาดกล้าทำตัวอวดดีต่อหน้าปรมาจารย์หยวนชู่

“พวกเรา… พวกเรา” ป้าหนึ่งตัวสั่นจนพูดติดอ่าง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเมื่อนางเห็นเครื่องหมายตระกูลของผู้ชายสามคนตรงหน้า… ตระกูลอู๋!

หนึ่งในแปดตระกูลใหญ่!

ถึงแม้นางจะแต่งงานเข้าตระกูลอื่น แต่นั่นก็เป็นเพียงตระกูลชั้นกลางเท่านั้น แถมสามีของนางยังเป็นเพียงตัวตนอันต่ำต้อยและมีอำนาจไม่มากในตระกูล ถ้าเขารู้ว่านางล่วงเกินตระกูลอู๋ล่ะก็ การตัดหัวของนางคงจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการขอโทษตระกูลอู๋

แปดตระกูลใหญ่มีอำนาจในการตัดสินความเป็นตาย และเป็นรองเพียงตระกูลจักรพรรดิ!

“อะไร? รีบพูดออกมาสิ! ใครกันที่ทำให้เจ้ามีความกล้าถึงขนาดตะโกนออกคำสั่งกับปรมาจารย์หยวนชู่?” ชายตระกูลอู๋สามคนขู่เข็ญและยิ้มอย่างเลือดเย็นไปยังพวกมัน

บิดาของเจียงเฟยหยานเกือบจะเป็นลมเพราะความตกใจและความหวาดกลัว เขาเพียงได้ยินพี่สาวของเขาสองคนบอกว่าพวกนางไปขอให้ปรมาจารย์หยวนชู่หลอมเม็ดให้แต่ถูกปฏิเสธเท่านั้น เขาไม่เคยคิดเลยว่าพวกนางจะโง่ถึงขนาดกล้าไปทำท่าทางอวดดีใส่ปรมาจารย์หยวนชู่

ถ้านักปรุงยาระดับดำขั้นกลางโมโห และตระกูลอู๋เป็นคนออกมาลงโทษผู้ที่ไปล่วงเกินปรมาจารย์หยวนชู่ ตระกูลเจียงจะต้องจบสิ้นและไม่มีใครสามารถพูดโต้แย้งอะไรได้แน่นอน

ก็ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วไม่ใช่รึ? ใครใช้ให้พวกนางไปล่วงเกินนักปรุงยาตั้งแต่แรกล่ะ?

นักปรุงยาเป็นกลุ่มคนที่โดดเด่น พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่ไม่ว่าใครก็อยากสร้างคำพึงพอใจและกระชับมิตรด้วย แล้วดูสิ่งที่พวกเจ้าทำสิ? เจ้ากล้าไปทำตัวอวดดีต่อหน้านักปรุงยา พวกเขาจะไปสังหารใครถ้าไม่ใช่พวกเจ้า?

“เฒ่าหก เฒ่าแปด ไปตบหน้าพวกมัน ปากของนังผู้หญิงโสโครกสองคนนั้นมันเน่าเหม็นเกินไป เมื่อสักครู่มีปรมาจารย์หยวนชู่อยู่ด้วย พวกเราจึงตบได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นตอนนี้ไปตบพวกมันซะ!” ชายวัยกลางคนชุดเขียวพูด

“ได้เลย!” ชายอีกสองคนเดินไปข้างหน้าเพื่อคว้าตัวป้าหนึ่งและป้าสอง

ชายทั้งสองมีพลังบ่มเพาะระดับรวมธาตุขั้นเก้าและมีความสามารถอันแข็งแกร่ง ถึงป้าหนึ่งกับป้าสองอยากจะหนี แต่พวกนางจะหนีได้อย่างไร? ยังไงพวกนางก็คงถูกจับตัวได้ในทันที

เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ หญิงสาวปากร้ายถูกตบอย่างต่อเนื่องด้วยฝ่ามืออันรวดเร็ว ใบหน้าของพวกนางกลายเป็นปูดบวม พวกนางถึงขนาดสำลักเศษฟันหลายซี่ออกมา นี่เป็นเพราะชายสองทั้งคนยั้งมือเอาไว้ ไม่เช่นนั้นหากพวกเขาใช้พลังเต็มที่ หญิงสาวระดับหลอมกายาสองคนจะทำอะไรได้?

จางฮวาเหลียนและถงหยวนไม่กล้าพูดอะไรแม้แต่คำเดียว พวกมันทำได้เพียงขดตัวกอดกันซ่อนตัวอยู่ตรงมุมสวน

“ข้าคือลูกสะใภ้ของตระกูลตวนมู่ อย่าสังหารข้าเลย!” ป้าหนึ่งร้องไห้สะอึกสะอื้น ใบหน้าที่เคยเรียบเนียนของนางตอนนี้เต็มไปด้วยโลหิตและน้ำตา จนเกิดเป็นภาพที่น่าเกลียดจนไม่อาจบรรยายได้

“ตระกูลตวนมู่?” ชายชุดเขียวเค้นเสียงดูถูก “เมื่อใดกันที่ตระกูลตวนมู่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น? ข้าอยากจะฟังคำอธิบายจากตวนมู่เซี๋ยงจริงๆ”

ตวนมู่เซี๋ยงคือผู้นำตระกูลคนปัจจุบันของตระกูลตวนมู่ แต่ดูจากน้ำเสียงที่ชายชุดเขียวใช้เรียกตวนมู่เซี๋ยง เขาคงไม่คิดว่าอีกฝ่ายมีความสำคัญอันใดเป็นแน่ ในใจของป้าหนึ่งเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง สถานการณ์วิกฤตในตอนนี้ทำให้สมองของนางทำงานอย่างรวดเร็วและรีบพูดออกไป “หวู่จื้อ! หวู่จื้อ! ช่วยข้าด้วย!”

“ใช่แล้วหวู่จื้อ ในเมื่อเจ้าสามารถจองสวนข้างศาลาได้ สถานะของเจ้าจะต้องไม่ตำกว่าอีกฝ่ายแน่นอน รีบใช้สถานะของเจ้าขู่ให้พวกมันกลัวเร็ว!” ป้าสองเองก็รีบพูดขึ้นมาราวกับนางเพิ่งตื่นจากฝัน

“ฮ่าๆๆ!” ชายชุดเขียวหัวเราะอย่างเย็นชา มีคนอยากจะใช้สถานะมาขู่ข้างั้นรึ? งั้นข้าก็อยากรู้จริงๆว่าคนคนนั้นจะยิ่งใหญ่สักแค่ไหน

จิงหวู่จื้อรู้สึกถึงเหงื่ออันเย็นเฉียบที่ปกคลุมทั่วร่างกาย เขาเป็นเพียงนายน้อยสามของตระกูลจิงจากเมืองต้าหยวน ในที่นั่นชื่อของเขาอาจจะทำให้ผู้คนหวาดกลัวจนล้มตายได้ แต่ในเมืองจักรพรรดินี่น่ะรึ… มันไร้ความหมาย!

“เจ้าชื่อหวู่จื้ออะไรนะ?” ชายชุดเขียวยิ้มอย่างดุร้าย “ข้ายืนอยู่ตรงนี้ บอกชื่อของเจ้ามา และให้ข้าดูเสียหน่อยว่าข้าจะกลัวจนตายไหม?”

“ท่านต้องล้อเล่นแน่ๆ นี่เป็นเพียงแค่ความเข้าใจผิดเท่านั้น!” จิงหวู่จื้อพูดและประสานมือคารวะอย่างสุภาพ “ผู้อาวุโสสองคนนี้ของข้าดื่มเยอะเกินไป ทำให้พวกนางบ้าบิ่นถึงขนาดไปล่วงเกินปรมาจารย์หยวนชู่ ข้าอยากจะขอให้พวกท่านและปรมาจารย์หยวนชู่ยกโทษให้ด้วย”

“เหอะๆ เจ้ารู้รึไม่ว่าผู้หญิงโสโครกสองคนนั้นเรียกปรมาจารย์หยวนชู่ว่าอย่างไร?” มุมปากของชายชุดเขียวปรากฏร่องรอยดูถูกเล็กน้อย “สุนัขเฒ่า! เจ้าได้ยินรึไม่ พวกมันกล้าเรียกปรมาจารย์หยวนชู่ว่าสุนัขเฒ่า! ข้ามีชีวิตอยู่มาหลายสิบปีและนี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นคนกล้าดูถูกปรมาจารย์หยวนชู่ว่าสุนัขเฒ่า!”

จิงหวู่จื้อและสมาชิกตระกูลเจียงอีกสามคนมีสีหน้าซีดเผือด พวกเขาเกือบจะกระโจนออกไปบีบคอหญิงสาวปากร้ายทั้งสองให้ตาย!

ถ้าพวกเจ้าอยากจะตาย งั้นก็ตายไปแค่พวกเจ้าสิ! ทำไมจะต้องกลับมาลากคนอื่นไปตายกับเจ้าด้วย?

ป้าหนึ่งและป้าสองเต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจ หนึ่งในเหตุผลที่พวกนางกล้าทำตัวอวดดีเช่นนั้นเป็นเพราะจู่ๆพวกนางก็สามารถเข้ามานั่งภายใจสวนด้านข้างของศาลาบุปผางามได้ ซึ่งทำพวกนางรู้สึกราวกับสถานะของพวกนางสูงขึ้นเทียมฟ้า แต่เหตุผลหลักเลยก็เป็นเพราะพวกนางเมาจริงๆ

ไม่เช่นนั้น ไม่ว่าพวกนางจะโง่ขนาดไหน พวกนางคงไม่กล้าบุกไปขอเม็ดยาจากปรมาจารย์หยวนชู่เช่นนั้นหรอก ยิ่งกว่านั้นพวกนางยังด่าอีกฝ่ายว่าสุนัขเฒ่าหลังจากถูกปฏิเสธอีก

แต่ตอนนี้ ทุกอย่างล้วนสายไปแล้ว!

“ไม่มีอะไรจะพูดแล้วสินะ?” ชายชุดเขียวพาดมือไว้ที่หลัง ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่วบริเวณและเค้นเสียงขึ้นมา “พวกบ้านนอกนี่ช่างอวดดีเสียจริง ขนาดข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งนานแล้วยังมีคนกล้านั่งอยู่กับที่อีก!”

ในที่สุดเขาก็สังเกตเห็นหลิงฮัน

หลิงฮันไม่มองชายชุดเขียวแม้แต่น้อย เขาเพ่งความสนใจทุกอย่างไปกับการแย่งอาหารกับฮูหนิว แน่นอนว่าเขาเพียงแค่กำลังหยอกล้อเล่นกับเด็กสาว ต่อให้เขาแย่งอาหารมาได้เขาก็ไม่กินอยู่ดี เพราะเขาอิ่มแล้ว

“ช่างโอหังนัก เห็นว่าบิดาเจ้าอยู่ตรงนี้แต่ยังกล้านั่งเฉยอีกรึ?” ชายชุดเขียวจ้องอย่างดุร้ายและปลดปล่อยแรงกดดันออกมา

ดวงตาของหลิงฮันเปลี่ยนเป็นเย็นชาและสะบัดมือออกไป กระดูกในมือของเขาถูกเขวี้ยงใส่ชายชุดเขียวทันที

ชายชุดเขียวเอื้อมมือออกไปเพื่อคว้ากระดูก แต่ในขณะที่มือของเขากำลังจะสัมผัสกับมัน กระดูกที่หลิงฮันเขวี้ยงออกไปก็เปลี่ยนทิศทางเลี้ยวผ่านมือเขาอย่างปาฏิหาริย์ และกระแทกโดนหน้า

อย่างแรก เขาประมาทคู่ต่อสู้ และข้อสอง หลิงฮันโยนกระดูกออกไปด้วยวิธีแปลกประหลาดทำให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น

“เจ้ากำลังแส่หาความตาย!” ชายชุดเขียวคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด เขากระโดดเข้าใส่หลิงฮันและง้างหมัดเพื่อเตรียมทุบตีหลิงฮัน

เท้าของหลิงฮันกระแทกกับพื้นและพุ่งถอยหลัง เขาสามารถใช้ทักษะย่างก้าวเมฆาสลายได้อย่างง่ายดาย

จอมยุทธอ่อนแอระดับรวมธาตุกลับสามารถเยือกเย็นได้ในขณะที่ถูกจอมยุทธระดับก่อเกิดธาตุจู่โจม?

ชายชุดเขียวไม่สามารถชกโดนหลิงฮัน และในขณะที่มันไม่สามารถโค่นหลิงฮันลงได้หลังจากชกไปหลายหมัด สีหน้าของมันได้เปลี่ยนเป็นจริงจังและหยุดโจมตี “เจ้าหนู เจ้าเป็นใครกัน?”

“ตบหน้าตัวเองสิบครั้งแล้วข้าจะพูดกับเจ้า” หลิงฮันพูดอย่างใจเย็น ชายคนนี้กล้าพูดว่ามันคือบิดาของเขาต่อหน้าหลิงฮัน เขาจะปล่อยมันไปโดยไม่ทุบตีได้อย่างไร?

“ช่างโอหัง!” ชายชุดเขียวคำรามต่ำและเริ่มโจมตีหลิงฮันอีกครั้ง

ฟุบ! ฮูหนิวไต่เก้าอี้ลงมาอย่างรวดเร็วและพุ่งเข้าหาชายชุดเขียวด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว

“หืม!” ชายชุดเขียวไม่ได้สนใจฮูหนิวตั้งแต่แรก แต่เมื่อเด็กสาวลงมือ เขาตกตะลึงอย่างมากที่เด็กสาวอายุเพียงห้าหรือหกปีจะมีพลังอยู่ที่ระดับรวมธาตุ!

ใครจะไปอยากเชื่อ?

แต่ด้วยความโกรธอันมหาศาล เขาจึงตัดสินใจทำบางสิ่งอย่างลับๆ ในเมื่อเขาไม่สามารถทำอะไรหลิงฮันได้ งั้นเขาก็จะทำร้ายเด็กสาวคนนี้แทน! รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของชายชุดเขียวและเขาได้ปล่อยหมัดเข้าใส่ฮูหนิวอย่างโหดเหี้ยม

“ช่างกล้านัก!” หลิงฮันคำรามด้วยความโกรธ ชายคนนี้กล้าแม้กระทั่งคิดจะทำให้เด็กสาวเช่นนี้บาดเจ็บสาหัส มันช่างไร้ความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง! หลิงฮันรีบกระโดดไปข้างหน้าเพื่อป้องกันหมัดที่พุ่งเข้าใส่ฮูหนิว

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top