ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 162 หยานเทียนจ้าว

 11 Views

หยานเทียนจ้าวยังคงแสดงท่าทีเขินอายต่อไป โดยมีสีหน้าที่แดงตลอดการรับประทานอาหาร เมื่อคุณหญิงหยานเห็นเช่นนั้น นางทั้งรู้สึกปวดใจและรักใคร่ไปพร้อมกัน  นอกจากนี้ยังเพิ่งความรู้สึกแง่บวกให้กับหลิ่วอู๋ตงและหยุนชวงชวงที่มีต่อเขา พวกนางทั้งสองคนต่างชื่นชอบเขาเหมือนกับน้องชาย

แต่แน่นอนว่ามันเป็นเพราะการแสดงของเขา ทำให้เกิดความหนาวเย็นปะทุอยู่ในใจของหลิงฮันมากยิ่งขึ้น

แต่ด้วยความรักที่คุณหญิงหยางแสดงให้เขาเห็น ถ้าหลิงฮันป่าวประกาศว่าจะกำจัดเขาอะไรทำนองนั้นออกมา นางจะต้องตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขาอย่างแน่นอนและกำจัดเขาเหมือนสัตว์ตัวหนึ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นเพียงแค่ลางสังหรณ์ของเขาเท่านั้น

…จนกว่าเขาจะบรรลุถึงจุดที่เขาอยู่ยงคงกระพัน เช่นนั้น ตราบใดที่เขาคิดแบบนั้น เขาสามารถทำตามที่เขาต้องการได้โดยไม่จำเป็นต้องกังวลว่าคนอื่นจะคิดเช่นกับการกระทำของเขา

สิ่งที่โชคร้ายคือ ตอนนี้เขาอยู่แค่ระดับรวมธาตุขั้น 7 เท่านั้น

“พี่ใหญ่หลิง ทำไมท่านถึงดูอารมณ์เสียล่ะ?” หยานเทียนจ้าวถามหลิงฮันขึ้นมาอย่างฉับพลันและมีรอยยิ้มปรากฏอยู่ที่มุมปากของเขาและจ้องมองหลิงฮันเขม็ง

รอยยิ้มได้ปรากฏบนใบหน้าของหลิงฮันขณะที่เขาถามออกไปว่า “เจ้าคิดว่าข้าอารมณ์เสียเพราะอะไรล่ะ?”

“นายน้อยหลิงมีคุณหนูหลิ่วอยู่เคียงข้างเขา แล้วเขาจะไม่รู้สึกมีความสุขได้อย่างไร?” คุณหญิงหยานกล่าว นางเป็นนายหญิงแห่งสถานเริงรมย์แห่งนี้จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่นางจะพูดตรงไปตรงมา

หลิ่วอู๋ตงรู้สึกเขินอายทันทีกับคำพูดของนางและดวงตาของนางเผยให้เห็นถึงความสุข นางหันไปชำเลืองมองหลิงฮัน แต่เมื่อนางเห็นเขาดูเฉยเมย มันทำให้นางรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

“ข้ายังไม่ได้แสดงความยินดีให้กับพี่ใหญ่หลิงเลย ท่านจะแต่งงานกับพี่สาวอู๋ตงเมื่อไหร่หรือ?” หยานเทียนจ้าวถามออกมาด้วยท่าทางไร้เดียงสา

เจ้าเด็กเหลือขอนี่ชักจะเอาใหญ่!

หลิงฮันคิดอยู่ในใจ เมื่อหยานเทียนจ้าวหลับนิทรา เขาควรจะมีอายุประมาณ 5-6 ปีเท่านั้น หลังจากที่เขาตื่น เขาควรมีสติปัญญาเท่ากับเด็กอายุ 5-6 ปี และต้องใช้เวลาเพื่อพักฟื้นก่อนที่สติปัญญาของเขาจะตามคนที่มีอายุเดียวกับเขาได้ทัน

แต่ทว่า เพียงแค่มองดูวิธีการพูดคุยของเขาในตอนนี้ ใครจะคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้ได้นอนหลับมานานกว่าสิบปี?

อย่างไรก็ตาม คุณหญิงหยาน หลิ่วอู๋ตงและหยุนชวงชวงไม่ได้สังเกตเห็นถึงความประหลาดนี้ และถึงแม้พวกนางจะสังเกตเห็น พวกนางคงจะคิดว่าเด็กคนนี้เป็นอัจฉริยะที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและใช้ชีวิตได้ตามปกติ

หลังจากนั้น หลิงฮันเพียงแค่ยิ้มออกมา เด็กหนุ่มนี่มันไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของเขา แล้วทำไมเขาจะต้องหวาดกลัวมันด้วย? เขาเคยกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว เขาเพียงแค่รู้สึกไม่สบายใจหยานเทียนจ้าวราวกับว่ามันมีวิญญาณชั่วร้ายซ่อนตัวอยู่ในร่างกายของมัน ซึ่งทำให้เขารังเกียจมัน

“คุณหญิงหยาน ข้าอยากให้ท่านเสิร์ฟอาหารเพิ่ม เด็กน้อยนี่เป็นคนที่ตะกละมาก” หลิงฮันกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาและชี้ไปที่ฮูหนิวที่กำลังกินอหารอย่างมูมมาม

คุณหญิงหยานและหยุนชวงชวงรู้สึกประหลาดใจ ทำไมเด็กสาวตัวเล็กนี่ถึงอยากอาหารมากขนาดนี้?

“เป็นเรื่องดีที่นางกินเก่ง” คุณหญิงหยานกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“แต่นางกินเก่งเกินไป ข้ากำลังจะยากจนเพราะความหิวโหยของนาง” หลิงฮันกล่าวพรางถอนหายใจ

ขณะเดียวกัน หลิ่วอู๋ตงได้ชำเลืองมองขณะที่ได้ยินคำพูดของหลิงฮัน เมื่อครู่เขาเพิ่งทำเงินได้มากกว่าร้อยล้าน ไม่ว่าฮูหนิวจะกินเก่งแค่ไหน นางไม่มีทางทำให้เขาจนได้ และเขายังกล้าพูดเรื่องความจนอีก! เขาเป็นคนที่แสดงละครเก่งเสียจริง!

ด้วยคำสั่งของคุณหญิงหยาน อาหารจำนวนมากถูกนำมาเสิร์ฟพร้อมกัน ฮูหนิวจ้องมองอาหารทุกจาน และในที่สุดนางตัดสินใจที่จะไม่ใช้ตะเกียบอีกต่อไป และใช้มือเปล่าของนางคว้าอาหารแทน นางหยิบคว้าอาหารด้วยความรวดเร็วมาก ทำให้คุณหญิงหยานและคนอื่นที่มองดูอยู่รู้สึกตกใจกับความเร็วของนาง

พวกนางเคยเห็นคนที่กินจุมามาก แต่คนที่กินได้เยอะขนาดนี้…แน่นอนว่าพวกนางไม่เคยเห็นมาก่อน

หยานเทียนจ้าวจ้องมองไปที่ฮูหนิวอยู่สักพักและเผลอยิ้มออกมา เขารู้สึกทึ่งในตัวนางมาก อย่างไรก็ตาม ฮูหนิวเป็นเด็กสาวที่มีความรู้สึกอ่อนไหวมากและรีบยกหัวขึ้นจ้องมองเขาทันที สายตาของนางเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมและจิตสังหาร ซึ่งทำให้ใบหน้าที่ซีดขาวของเขาซีดขาวมากกว่าเดิม

นอกจากหลิงฮันแล้วไม่มีใครรู้ตัวตนของฮูหนิว

เพราะเช่นเดียวกับที่ไม่มีใครคิดว่าหยานเทียนจ้าวจะครอบครองวิญญาณร้าย แน่นอนว่าไม่มีใครคิดว่าเด็กสาวตัวเล็กอย่างฮูหนิวจะมีความสามารถที่จะทำร้ายผู้อื่นได้ พวกเขาคิดแค่ว่านางเป็นคนกินเยอะ

หยานเทียนจ้าวรู้ตัวอย่างรวดเร็วว่าหลิงฮันกำลังจ้องมองมาที่เขาอยู่ เขาจึงยิ้มกลับให้หลิงฮันอย่างเป็นมิตร ในขณะเดียวกัน หลิงฮันจ้องมองเขาอย่างมีความหมาย ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหยานเทียนจ้าวจางหายไปอย่างช้าๆ นี่ไม่ใช่ลักษณะของเด็กหนุ่มที่มีอายุ 15-16 ปี ยิ่งไปกว่านั้นเขาได้หลับนิทรามานานกว่า 10 ปี และเพิ่งลืมตาตื่นได้ไม่กี่วันเท่านั้น

“นายน้อยหลิง โปรดรับตราคำสั่งศาลาบุปผางามไว้ด้วยเถิด” คุณหญิงหยานมอบแผ่นหยกที่ถูกแกะสลักด้วยรูปดอกไม้อย่างประณีตให้กับหลิงฮันเป็นของขวัญ “ผู้ที่ถือครองแผ่นหยกนี่ไม่เพียงแต่จะได้รับส่วนลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์ในศาลาบุปผางาม แต่ท่านสามารถมาที่นี่ได้โดยไม่ต้องทำการจอง และจะมีลานที่ได้รับการออกแบบสำหรับลูกค้าที่ทรงเกียรติอย่างนายน้อยหลิง”

หลิงฮันรับแผ่นหยก เขายิ้มออกมาและกล่าวว่า “ขอบคุณคุณหญิงหยาน”

โดยภาพรวมแล้ว ทั้งเจ้าภาพและแขกรับเชิญค่อนข้างรู้สึกสนุกกับงานเลี้ยงนี้ แน่นอนว่าคนที่มีความสุขที่สุดคือฮูหนิว นางกินไปเยอะมากจนท้องของนางอ้วนกลมเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาจากความจริงที่ว่านางได้กินอาหารเข้าไปมาก แต่ท้องของนางกับอ้วนกลมเล็กน้อยหลังจากที่กินอาหารเข้าไปมหาศาล มันจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ

ตอนนี้หลิงฮันไม่ค่อยอยากรู้ว่าอาหารที่นางเขมือบเข้าไปนั้นไปอยู่ที่ไหน กลับกัน รากฐานวิญญาณที่อยู่ในร่างกายของเด็กน้อยนี่มันเป็นอะไรที่น่าตกใจกว่าอีก

คุณหญิงหยานได้จัดเตรียมรถม้าให้กับพวกเขาทั้งสามคนเพื่อเดินทางกลับไปที่สำนัก ในครั้งนี้หยุนชวงชวงไม่ได้เป็นคนออกมาส่งพวกเขา แต่เป็นคุณหญิงหยานกับหยานเทียนจ้าวที่มาส่งพวกเขาที่ประตูและมองพวกเขาจากไป

บนรถม้า ฮูหนิวเป็นคนที่กินจุและนอนเก่ง นางได้พบกับจุดที่นอนหลับสบายที่สุดคือในอ้อมแขนของหลิงฮันและนอนหลับไป หลังจากนั้นไม่นานได้มีเสียงกรนดังออกมาจากปากของนาง

“คุณหญิงหยานเป็นคนที่น่าสงสารมาก นางจัดการทุกอย่างในศาลาบุปผางามด้วยตัวเองและยังต้องดูแลลูกของนางอีก ถ้าข้าเป็นนาง ข้าคงล้มป่วยไปนานแล้ว” หลิ่วอู๋ตงกล่าวด้วยความเศร้า

หลิงฮันคิดอยู่ชั่วครู่แล้วถามออกมาว่า “เจ้าเคยคิดไหมว่าทำไมหยานเทียนจ้าวถึงหลับนิทรา?”

“มันน่าจะเป็นเพราะโรคบางอย่าง ถูกต้องไหม? ที่คล้ายคลึงกับเส้นโลหิตสามหยินเร้นลับของข้า” หลิ่วอู๋ตงกล่าว และนั่นเป็นเหตุที่ทำให้นางเอาใจใส่หยานเทียนจ้าวและรักเขาเหมือนกับน้องชายตัวน้อย

“แล้ว… ในตอนที่เขาตกอยู่ในอาการหลับนิทรา เขาควรมีอายุประมาณ 5-6 ปี แต่นี่เขาเพิ่งลืมตาตื่นขึ้นได้ไม่กี่วันกลับสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ เจ้าไม่คิดว่าแปลกหรือ?” หลิงฮั่นถาม

“บางทีเขาอาจเป็นอัจริยะตั้งแต่กำเนิด?” หลิ่วอู๋ตงตอบกลับแล้วถามว่า “หืม ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ค่อยพึงพอใจเทียนจ้าว?”

“ข้าไม่ชอบเขา” หลิงฮันพูดออกไปอย่างตรงไปตรงมา

“หนิวเองก็ไม่ชอบ!” จู่ๆฮูหนิวก็ตื่นขึ้นมาและนั่งตัวตรงบนตักของหลิงฮันด้วยสีหน้าจริงจังมาก

“เพราะอะไรกัน?” หลิ่วอู๋ตงรู้สึกอยากรู้นิดหน่อย

หลิงฮันส่ายหัวและกล่าวว่า “ข้าไม่อาจอธิบายได้ว่าทำไม ข้ารู้สึกว่าเจ้าเด็กนั่นเป็นคนที่ชั่วร้ายมากและทำให้ข้าอยากลงไม้ลงมือ ดังนั้น มันจะเป็นเรื่องดีมากหากเจ้าเด็กนั่นไม่ปรากฏตัวต่อหน้าข้าอีก”

“ตีเขา! ตีเขาเลย!” ฮูหนิวสบัดมือของนางไปมา

“พวกเจ้า!” หลิ่วอู๋ตงพูดไม่ออก ‘ทำไมหลิงฮันถึงไม่ชอบหยานเทียนจ้าว? หืม หรือมันเป็นเพราะว่าข้าปฏิบัติกับหยานเทียนจ้าวดีเกินไป ดังนั้นเขาเลยรู้สึกอิจฉา?’ เมื่อนางคิดเช่นนั้น หัวใจของหลิ่วอู๋ตงเริ่มเต้นเร็วขึ้น

“หากเจ้าไม่ชอบเขา ข้าก็จะไม่ไปพบเจอเขาอีก” นางกล่าวขณะกอดอก และใบหน้าของนางเริ่มแดงขึ้นทำให้นางดูน่าหลงใหลมาก

หญิงสาวคนนี้เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า?

แต่ไม่เป็นไร ตราบใดที่นางไม่ได้ติดต่อกับหยานเทียนจ้างอีกครั้ง เช่นนั้นก็ไม่เป็นไร แม้ว่าพลังของเจ้าเด็กนั่นจะเทียบกับเขาไม่ได้ แต่หลิงฮันยังคงรู้สึกว่ามันแปลกประหลาดมากเกินไป และถ้าการคาดเดาของเขาไม่ผิดและหยานเทียนจ้าวตกอยู่ในอาการหลับนิทราเพราะใครบางคนทำเช่นนั้นกับเขา หรือบางทีใครบางคนค้นพบความชั่วร้ายของเขา แต่เขาไม่สามารถสังหารเด็กอายุ 5-6 ปีได้ ดังนั้นจึงทำให้เขาตกอยู่ในอาการหลับนิทราแทน

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top