ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 155 นินทา

 11 Views

“พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร? ศิษย์พี่เฟิงหยางเป็นบุตรนอกกฎหมายของอาจารย์ใหญ่เหลียนจริงๆรึ?” ภายในที่พักสตรีของสำนักหู่หยาง หญิงสาวหน้ากระเอ่ยถามหญิงสาวอีกสามคน ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความต้องการพูดซุบซิบนินทา

ถ้าหลิงฮันอยู่ที่นี่ เขาจะต้องจำหนึ่งในหญิงสาวอีกสามที่เหลือได้อย่างแน่นอนว่านางคือเซินจีอัน

“ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น ทำไมอาจารย์ใหญ่เหลียนจะต้องปกป้องเขาขนาดนั้นล่ะ? นั่นคือการต่อต้านตระกูลจักรพรรดิเลยนะ!” หญิงสาวที่ถักเปียสองข้างพูดขึ้นมา

“อาจจะใช่ แต่ใครจะรู้ล่ะ เขาอาจจะเป็นบุตรลับๆของบุตรนอกกฎหมายของเขาอีกทีก็ได้?” หญิงสาวชุดเขียวพูด

เซินจีอันไม่ได้พูดอะไร นางเคยเป็นศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักหมอกเมฆา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้นางภาคภูมิใจตลอดมา แต่หลังจากที่นางเข้าร่วมกับสำนักหู่หยาง นางได้รู้ตัวว่านางเป็นเพียงกบในก้นบ่อ พรสวรรค์ของคนที่อยู่ที่นี่ล้วนแต่ไม่อ่อนด้อยไปกว่านาง แถมส่วนใหญ่ยังแข็งแกร่งกว่านางด้วยซ้ำ

ยิ่งกว่านั้น นางเป็นคนที่มาจากภูมิหลังอันต่ำต้อย ในขณะที่สำนักนี้เป็นศูนย์กลางที่รวบรวมรุ่นเยาว์จากตระกูลชั้นสูงเอาไว้ จึงไม่แปลกที่นางจะไม่สามารถเชิดหน้าอย่างสง่าผ่าเผยได้ ภายในเวลาไม่กี่เดือน ความภาคภูมิใจและความยิ่งยโสของนางได้ถูกลบล้างออกไปอย่างหมดสิ้น

“ศิษย์พี่เฟิงหยางมีความขัดแย้งอะไรกับหลิงฮันกัน เขาถึงให้น้องชายของเขารวบรวมหลักฐานการทำผิดของหลิงฮัน แถมยังสัญญาอีกว่าจะให้รางวัลสำหรับข้อมูลที่หามาได้?” หญิงสาวผมเปียถามอย่างสงสัย

เมื่อเซินจีอันได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของนางลุกวาวในทันที

“ศิษย์น้องเซิน เจ้ามาจากเมืองต้าหยวนเหมือนกับศิษย์พี่เฟิงและหลิงฮันสินะ เจ้ารู้รึไม่ว่าพวกเขามีความบาดหมางอันใดต่อกัน?” หญิงสาวหน้ากระถามเซินจีอัน

สีหน้าของเซินจีอันกลายเป็นมืดมนและพูด “หลิงฮันเป็นคนที่โง่เขลา ไร้ความสามารถและน่ารังเกียจ! พวกเจ้ารู้รึไม่ว่าเขาเข้าสำนักหู่หยางมาได้อย่างไร?”

“ไม่รู้!” หญิงสาวอีกสามคนส่ายหัว

“เขาร้องขอให้บิดาของตัวเองไปเสี่ยงอันตรายเพื่อแลกกับสิทธิในการเข้าร่วมกับสำนักหู่หยาง!” เซินจีอันพูดและยิ้มอย่างเย็นชา

“ว่าไงนะ มีคนแบบนั้นอยู่จริงๆรึ?” หญิงสาวอีกสามคนอ้าปากค้างด้วยความตะลึง

“แน่นอน” เซินจีอันเริ่มพูดใส่ร้ายป้ายสีหลิงฮันต่อ “เจ้าเคยได้ยินชื่อของป่าปีศาจมารทมิฬรึเปล่า?”

“อืมๆๆ พวกเราเคยได้ยินมาก่อน มันคือสถานที่ที่อันตรายอย่างมาก แม้แต่จอมยุทธระดับแก่นแท้จิตวิญญาณก็ยังไม่กล้าเข้าไป!” หญิงสาวอีกสามคนพยักหน้า

“ข้าได้ยินมาว่ามากกว่าหนึ่งร้อยปีก่อน คนของสำนักหู่หยางได้เข้าไปยังป่าปีศาจมารทมิฬและทำสมบัติอันล้ำค่าสูญหายไว้ที่นั่น ดังนั้นบิดาของหลิงฮันจึงทำข้อตกลงกับสำนักหู่หยาง โดยเขาจะเข้าไปยังป่าปีศาจมารทมิฬเพื่อนำสมบัติล้ำค่าชิ้นนั้นกลับมา แต่ต้องแลกกับการให้หลิงฮันเข้าร่วมกับสำนักหู่หยาง” เซินจีอันพูด

“หลิงฮันช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก!”

“เป็นบุตรที่อกตัญญูเสียจริง!”

หญิงสาวหน้ากระและหญิงสาวอีกสองคนต่างส่ายหัวเมื่อได้ยินเรื่องนี้ เขาช่างเป็นบุตรที่เลวจริงๆที่ขอให้บิดาของตนเองไปเสี่ยงอันตรายเพื่อที่เขาจะได้สามารถเข้าร่วมกับสำนัก

เซินจีอันแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ข่าวลือเป็นสิ่งที่ทุกคนชื่นชอบ ภายในเวลาไม่กี่วัน เรื่องของหลิงฮันจะต้องกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องพูดถึง นางไม่ชอบขี้หน้าหลิงฮัน โดยความไม่ชอบของนางนั้นเริ่มมาตั้งแต่ตอนที่นางยกเลิกการหมั้นกับหลิงฮัน อย่างไรก็ตาม หลังจากที่จู่ๆพรสวรรค์ของหลิงฮันก็ระเบิดออกมา ความไม่ชอบของนางก็เปลี่ยนเป็นความรังเกียจ

แน่นอนว่านางไม่อยากให้คนอื่นหัวเราะลับหลังและเยาะเย้ยว่านางตาบอดที่พลาดโอกาสแต่งงานกับสามีที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นนางจึงต้องการใส่ร้ายหลิงฮันเพื่อให้เขาสูญเสียจุดยืนและชื่อเสียง

***

พัฒนาการของหลิงฮันเป็นไปอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปเพียงสี่วัน เขาได้ทะลวงผ่านระดับรวมธาตุขั้นเจ็ดแล้ว

แต่เขาไม่ใช่คนที่มีพัฒนาการรวดเร็วที่สุด ยังมีอีกคนที่เป็นสัตว์ประหลายิ่งกว่าเขาเสียอีก

นั่นคือฮูหนิว

รากฐานวิญญานของนางไม่ใช่แค่แปลกประหลาด แต่มันยังมีความสามารถในการดูดซับพลังวิญญาณที่ไม่ด้อยไปกว่าหลิงฮัน แถมหลังจากที่นางฟักออกมาจากไข่ นางได้รับทักษะบ่มเพาะบางอย่างที่สมเหมาะกับรากฐานวิญญาณของนางมาด้วย

เพียงแค่สิ่งเหล่านี้การพัฒนาของนางก็ไม่ด้อยไปกว่าหลิงฮันแล้ว แต่ที่สำคัญคือความสามารถในการกินของนาง

หลังจากปลุกรากฐานวิญญาณได้แล้ว ความสามารถในการเปลี่ยนอาหารทุกอย่างที่กินเข้าไปให้เป็นปราณก่อเกิดของนางก็ยังไม่หายไป ในทางกลับกัน ความสามารถนั่นของนางนั้นทรงพลังขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพียงผ่านไปห้าวัน พลังบ่มเพาะของเด็กสาวก็บรรลุถึงระดับหลอมกายาขั้นเก้า

อย่างไรก็ตาม เขาไม่รู้ว่ากำแพงคอขวดที่กั้นระหว่างระดับพลังจะสามารถหน่วงรั้งนางเอาไว้ได้หรือไม่ เพราะอย่างไร การที่คนเราจะผ่านคอขวดไปได้ ก็จำเป็นต้องมีความเข้าใจในระดับพลังนั้นๆเสียก่อน ซึ่งพลังที่สะสมเอาไว้ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะทำให้ทะลวงผ่านระดับได้ แต่แล้วในที่สุดเขาก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับนางแม้แต่น้อย

หลังจากนั้นอีกหนึ่งวัน ฮูหนิวก้าวผ่านไปยังระดับรวมธาตุได้อย่างราบรื่นและง่ายดายราวกับดื่มน้ำ

หลิงฮันไม่สามารถหาคำใดมาบรรยายได้อีกต่อไป หรือว่าฮูหนิวจะเป็นตัวตนอันทรงพลังที่กลับมาเกิดใหม่เช่นเดียวกับเขา? นั่นก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะอย่างไรรากฐานวิญญาณของเด็กสาวก็แปลกประหลาดเกินไป มันไม่เพียงมีรูปร่างเป็นหญิงสาวที่งดงาม แต่ยังเกือบจะทำลายวิญญาณของเขาได้อีกด้วย

แต่ในสายตาของพี่น้องลิ่ว ทั้งหลิงฮันกับฮูหนิวล้วนแต่เป็นสัตว์ประหลาดทั้งคู่ พวกนางได้มองดูพลังบ่มเพาะที่สูงขึ้นของทั้งสองคนในช่วงไม่กี่วันมานี้ และรู้สึกราวกับว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่ความจริง

จริงอยู่ที่พลังบ่มเพาะของพวกนางสูงกว่าหลิงฮันกับฮูหนิว อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเพราะพวกนางใช้ทรัพยากรบ่มเพาะของตำหนักบุปผาร่วงหล่นจึงทำให้พวกนางสามารถบรรลุระดับก่อเกิดธาตุขั้นสูงได้ในช่วงอายุต่ำกว่ายี่สิบปี

ส่วนความสำเร็จในอนาคตของพวกนางนั้นขึ้นอยู่กับความพยายามและพรสวรรค์ของพวกนางเท่านั้น

แต่เมื่อพวกนางมองไปยังพัฒนาการที่รวดเร็วราวกับสัตว์ประหลาดของทั้งสองคน พวกนางรู้ได้เลยว่าถึงแม้ทั้งสองจะบรรลุระดับพลังที่สูงกว่านี้ ความรวดเร็วในการบ่มเพาะพลังของพวกเขาก็คงจะยังไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสะพรึ่งกลังอย่างมาก

หลิงฮันอยากจะใช้ทักษะบ่มเพาะพลังของฮูหนิวเป็นแนวทาง แต่ไม่ว่าเด็กสาวจะพยายามขนาดไหนนางก็ไม่สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ นางสามารถบอกได้เพียงแค่ว่าทักษะบ่มเพาะพลังนี้เป็นสิ่งที่นางเรียนรู้ได้จากสัญชาตญาณ นางไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจมันและไม่สามารถอธิบายออกมาได้

ในอีกด้านหนึ่ง เป็นเพราะเซินจีอัน ฉายา ‘บุตรอกตัญญู’ ของหลิงฮันจึงแพร่กระจายไปทั่วสำนัก และทุกคนต่างคิดไปแล้วว่าหลิงฮันบังคับให้บิดาของเขาขายชีวิตตนเองเพื่อที่เขาจะได้เข้าร่วมสำนักหู่หยาง ซึ่งทำให้พวกมันรังเกียจการกระทำของหลิงฮันเป็นอย่างมาก

ในตอนนั้นเอง เฟิงหลัวกลายเป็นตัวแทนแห่งความชอบธรรม เหตุการณ์ที่เว่ยเหอเลอโดนไล่ออกถูกนำขึ้นมาพูดคุยอีกครั้ง และมีบางคนไปร้องขอให้ตรวจสอบอีกครั้งว่าเว่ยเหอเลอเป็นฝ่ายผิดหรือไม่

“พวกเราจะทำอย่างไรดี? ตอนนี้มีแต่คนกำลังพูดถึงเรื่องแย่ๆของเจ้าอยู่” หลิวอู๋ตงมาหาหลิงฮัน และกัดฟันโกรธทันทีเมื่อนางเอ่ยถึงข่าวลือของเขา

ใครก็ตามที่มาจากเมืองต้าหยวนล้วนแต่รู้ดีว่าหลิงฮันเข้าร่วมกับสำนักได้เพราะเขาได้อันดับหนึ่งในการประลอง แต่ข่าวลือที่แพร่กระจายเป็นวงกว้างได้เปลี่ยนถูกให้เป็นผิด และไม่มีใครยอมเชื่อความจริง

“ข้ารู้ตัวเองว่าข้าบริสุทธิ์ ถ้าคนอื่นอยากจะนินทาก็ปล่อยพวกมันไป แต่หากพวกมันกล้ามาพูดเรื่องเหล่านั้นต่อหน้าข้า ข้าจะเลาะฟันทั้งปากของพวกมันทิ้งซะ” หลิงฮันพูดอย่างไม่สนใจ

ในฐานะที่เคยเป็นถึงจอมยุทธระดับสวรรค์ เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดกับเขายังไง

เมื่อเขาแสดงความสามารถในด้านวรยุทธอันยอดเยี่ยมออกไป ข่าวลือทั้งหมดก็จะถูกลบล้างไปเอง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น และเพราะประตูไม่ได้ปิดเอาไว้ ใบหน้าอันงดงามจึงได้โผล่ขึ้นมาและพูด “คุณชายหลิงอยู่ที่นี่รึเปล่า?”

หลิวอู๋ตงหันหน้าไปมอง และอดที่จะแสดงสีหน้าแปลกประหลาดออกมาไม่ได้ ดวงในด้านผู้หญิงของหลิงฮันช่างมากมายจริงๆ เขาเพิ่งจะมาอยู่ในเมืองจักรพรรดิไม่นานก็รู้จักสาวงามมากมายแล้วงั้นรึ?

หลิงฮันมองไปยังคนต้นตอของเสียงและยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “เด็กโง่ ทำไมเจ้าถึงตามหาข้า?”

สาวงามคนนั้นคือหยุนชวงชวง ในตอนแรก นางอยู่ในอารมณ์ที่ดีอย่างมาก แต่เมื่อนางได้ยินคำที่หลิงฮันใช้เรียกนาง ความโกรธได้ปะทุขึ้นในใจของนางทันที “คุณหญิงอยากจะเชิญนายน้อยหลิงไปยังศาลาบุปผางามเพื่อที่จะขอบคุณนายน้อยหลิงด้วยตัวเอง!”

“โอ้ เมื่อไหร่ล่ะ?” หลิงฮันถาม

“ถ้านายน้อยหลิงไม่มีธุระอะไรสำคัญ งั้นก็เชิญมาคืนนี้เลย”

“เอาแบบนั้นก็ได้!” หลิงฮันพยักหน้า ยังไงคืนนี้เขาก็ไม่มีอะไรสำคัญให้ทำอยู่แล้ว

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top