ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 154 ความเชื่อมั่นของชูหวู่จิว

 7 Views

หลิงฮันกวาดสายตามองไปที่เขาและขมวดคิ้วขณะกล่าวว่า “แค่ระดับรวมธาตุขั้นแปด? ความก้าวหน้าของเจ้ามันช้าเกินไป!”

ชูหวู่จิวไม่สามารถหยุดให้ใบหน้าของเขากระตุกได้

นี่มันแค่ผ่านไปสิบวันเท่านั้นและเขาได้ทะลวงผ่านจุดสูงสุดของระดับรวมธาตุขั้นเจ็ดไปยังระดับรวมธาตุขั้นแปด นี่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขารู้สึกมีความสุขแล้ว และยังทำให้เขาเชื่อในคำพูดของหลิงฮันที่จะทำให้เขาสามารถก้าวข้ามหนานกงจื้อได้จริงภายในครึ่งปี

เขาปรารถนาถึงพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ในอีกด้านหนึ่งเขาต้องการที่จะทำการแก้แค้นของเขา ส่วนอีกด้านเขาปรารถนาถึงพลัง ดังนั้น ในไม่ช้าเขาได้ทะลวงระดับรวมธาตุขั้นแปดแล้ว และเขาต้องการที่จะพบหลิงฮัน มันอาจจะเป็นเรื่องน่าอายที่จะพบหลิงฮันถ้าเขาไม่ทะลวงผ่านเสียก่อน

แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าหลิงฮันจะรู้สึกไม่พอใจที่เขามีความก้าวหน้าช้าเกินไป!

“เจ้ามีกายาจันทราเงินและเป็นครั้งแรกที่เจ้าเริ่มฝึกทักษะจันทราเงิน เจ้าน่าจะได้รับประสบการณ์การตื่นขึ้นของสายเลือดของเจ้าอย่างกะทันหัน ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดความก้าวหน้าในระดับบ่มเพาะพลังของเจ้า แต่เจ้ากลับมีความก้าวหน้าแค่เล็กน้อยเท่านั้น ดูเหมือนว่าสายเลือดของเจ้าจะไม่ค่อยบริสุทธิ์เท่าไหร่นัก” หลิงฮันส่ายหัวเขาดูผิดหวังเล็กน้อย

แต่เมื่อเขาคิดถึงเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องที่ปกติอย่างมาก นั่นเป็นเพราะเผ่าจันทราสีเงินเป็นข่าวลือมาอย่างยาวนานถึงขั้นถูกกวาดล้าง ดังนั้นสายเลือดของชูหวู่จิวจึงไม่บริสุทธิ์ ใครมันจะไปรู้เพราะบางทีมันอาจจะเป็นยีนด้อยที่ทำให้สายเลือดปรากฏอยู่ในตัวเขา ขณะที่พ่อแม่ของเขาอาจเป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้น

“รับนี่ไป และทะลวงผ่านระดับก่อเกิดธาตุให้ได้ภายในหนึ่งเดือน ถ้าเจ้าทำไม่ได้ เจ้าไม่ต้องมาพบหน้าข้าอีก” หลิงฮันได้โยนขวดยาให้กับเขา มันมีเม็ดยาชำระล้างธาตุสิบเม็ดอยู่ภายในขวดยานี้

ทะลวงผ่านระดับก่อเกิดธาตุภายในเดือนเดียว?

ชูหวู่จิวรู้สึกประหลาดใจ มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน! เขามั่นใจว่าเขาสามารถทะลวงผ่านระดับรวมธาตุขั้นเก้าได้หรืออาจถึงจุดสูงสุดของระดับรวมธาตุขั้นเก้าภายในหนึ่งเดือน แต่หลิงฮันต้องการให้เขาทะลวงผ่านระดับก่อเกิดธาตุ? นั่นทำให้เขาต้องเปลี่ยนเมล็ดก่อเกิดของเขาให้เป็นปราณก่อเกิดของระดับก่อเกิดธาตุและรวมไปถึงความเข้าใจในการบ่มเพาะพลังของเขา มันอาจต้องใช้เวลาถึงสามปีถึงห้าปีหรืออาจแปดปีถึงสิบปีเลยด้วยซ้ำเพื่อที่จะทะลวงผ่านระดับก่อเกิดธาตุ แต่เขากลับให้เวลาแค่เดือนเดียวเท่านั้น?

ดูนั่น มีศิษย์หลายคนที่อยู่ในสำนักหู่หยาง แต่มันจะมีสักกี่คนกันที่อยู่ระดับก่อเกิดธาตุ?

มันน้อยกว่าร้อยคนเสียอีกและคนเหล่านั้นส่วนใหญ่ต่างมีอายุมากกว่ายี่สิบห้าปี!

แต่ถ้าเขาไม่อาจทะลวงผ่านระดับก่อเกิดธาตุได้ภายในหนึ่งเดือน เขาก็จะไม่มีคุณสมบัติเป็นลูกน้องของหลิงฮัน?

ทันใดนั้น ความรู้สึกบางอย่างได้บุกเข้ามาภายในใจของชูหวู่จิว ถ้าเป็นคนอื่น เขาจะตายด้วยความสุขหลังจากที่ชนะตัวเองหรือไม่? แต่ชูหวู่จิวเป็นคนที่รักษาคำพูดของตัวเอง และมีความภาคภูมิใจในตัวเอง

หากถูกทอดทิ้งทั้งที่ยังไม่ได้เป็นแม้แต่ลูกน้องที่ต่ำต้อย…แล้วเขาจะมีหน้ายืนตัวตรงอย่างสงาผ่าเผยในอนาคตได้อย่างไร?

“ตกลง ภายในหนึ่งเดือน ข้าจะต้องทะลวงผ่านระดับก่อเกิดธาตุได้อย่างแน่นอน!” เขากัดฟันพูดออกมา

“ไปซะ!” หลิงฮันสบัดมือไล่เขา

ชูหวู่จิวหันหลังกลับและจากไป เบื้องหลังเขาหลิงฮันกำลังยิ้มออกมา ด้วยเม็ดยาของเขาและการยั่วยุโดยเจตนาของเขาเมื่อครู่ มันจะทำให้เด็กจากเผ่าจันทราสีเงินควรจะทะลวงผ่านระดับก่อเกิดธาตุได้ภายในหนึ่งเดือน?

“เล่น! เล่น!” ฮูหนิวดึงแขนของเขาและดูไม่พอใจ

“เอาล่ะไปเล่นเถอะ” หลิงฮันและฮูหนิวออกจากสำนัก พวกเขาได้เดินเที่ยวชมเมืองจักรพรรดิอีกครั้งและแวะไปที่ศาลาบุปผางามในระหว่างทาง

“ทำไมเจ้าถึงอยู่ที่นี่?” หลังจากได้รับการแจ้งจากสาวใช้แล้ว หยุนชวงชวงจึงรีบมาหาหลิงฮันอย่างรวดเร็ว

หลิงฮันส่ายหัวและถามว่า “เจ้าถูกใครทุบตีหรือตำหนิมาหรือไงถึงได้ระบายความโกรธใส่ข้า?”

“เจ้านั่นแหละที่ทำให้ข้ารู้สึกโกรธ!” หยุนชวงชวงกล่าวด้วยความฉุนเฉียว นางรู้สึกโมโหที่หลิงฮันทำตัวสงบเสงี่ยมอยู่ตลอดเวลา

แม้ว่านางจะเกลียดชังเมื่อถูกคนอื่นจ้องมองด้วยความลามก ในฐานะที่นางเป็นหญิงสาวที่งดงามจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่นางจะมีความภาคภูมิใจเป็นของตัวเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อหลิงฮันจ้องมองมาที่นาง มันราวกับว่าเขากำลังมองอากาศ แน่นอนว่านางย่อมรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก และเมื่อไหร่ก็ตามที่นางมองตาของชายหนุ่มคนนี้ นางทำได้เพียงกัดฟันทน

“นี่คือเม็ดยาคงกระพันที่ข้าได้ให้คำสัญญาไว้กับคุณหญิงหยาน รับมันไว้” หลิงฮันนำขวดหยกออกมาและวางไว้บนโต๊ะ

“มัน…มันปรุงเสร็จแล้ว?” หยุนชวงชวงถามออกไปทันทีด้วยความประหลาดใจและไม่ทำตัวชวนทะเลาะอีกต่อไป

“นักปรุงยาระดับนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาหลายวันเพื่อเตรียมการก่อนที่จะเริ่มกระบวนการปรุงยาด้วยหรือ?” หลิงฮันกล่าว

หยุนชวงชวงอดที่จะสงสัยไม่ได้แม้แต่สองตัวตนนักปรุงยาที่ยิ่งใหญ่อย่างฟูหยวนเชิงและหวู่ซงหลินยังส่ายหัวที่จะปรุงเม็ดยาคงกระพัน แต่หลังจากผ่านไปได้แค่ค่ำคืนเดียว หลิงฮันได้นำเม็ดยาคงกระพันมามอบให้ เขาไม่ได้โกหกใช่ไหม?

“ข้าไม่อยากพูดมากนักยิ่งเป็นสาวน้อยที่โง่เขลาอย่างเจ้าแล้ว เพียงแค่เจ้ามอบเม็ดยาให้กับคุณหญิงหยาน ข้าคงต้องขอตัว” จากนั้นหลิงฮันได้อุ้มฮูหนิวขึ้นมา ซึ่งนางได้หลับไปแล้วหลังจากที่เล่นจนหมดแรงและเหนื่อยล้า

สาวน้อยที่โง่เขลา?

หยุนชวงชวงรู้สึกโกรธและเกือบจะกระโจนใส่เขา เจ้าเด็กนี่จะต้องตาบอดเป็นแน่แท้ เขาไม่เห็นรูปร่างและส่วนเว้าส่วนโค้งที่น่าหลงใหลของนางเลยงั้นรึ? สาวน้อยที่โง่เขลาประเภทไหนกันที่จะมีหน้าอกยื่นออกมาเหมือนกับนาง?

“และเจ้าเองก็เป็นแค่เด็กโง่ที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!” นางพูดตอบโต้

“ลาก่อน สาวน้อยผู้โง่เขลา” หลิงฮันโบกมือให้นางและเดินออกไป

“ว๊ากกก ข้ากำลังจะตายเพราะความโกรธ!” หยุนชวงชวงกระทืบเท้าของนางด้วยความโกรธ แต่หลังจากนั้นชั่วครู่ นางได้พูดกับตัวเองว่า “มันไม่สำคัญว่ามันจะเป็นของจริงหรือของปลอม ข้าควรจะนำมันไปมอบให้กับคุณหญิงหยานก่อนเป็นอันดับแรก” จากนั้นนางได้รีบไปที่ลานที่อยู่ส่วนที่ลึกที่สุดของศาลาบุปผางาม ซึ่งคุณหญิงหยานมักจะอยู่ที่นี่

“คุณหญิง!” นางได้ย่างก้าวเดินเข้าไปในลานและเคาะประตูเบาๆ

“เข้ามา” น้ำเสียงของคุณหญิงหยานดังออกมาจากด้านใน และเสียงของนางดูเหนื่อยเล็กน้อยและสิ้นหวัง

หยุนชวงชวงผลักประตูและเดินเข้าไป มันเป็นห้องนอนที่นางเพิ่งก้าวเข้ามา คุณหญิงหยานกำลังนั่งอยู่ด้านข้างเตียง ขณะที่บนเตียงนอนมีเด็กหนุ่มที่มีอายุเพียงสิบห้าหรือสิบหกปีนอนอยู่ หน้าตาของเด็กหนุ่มมีความคล้ายคลึงกับคุณหญิงหยานประมาณสี่สิบถึงห้าสิบเปอร์เซ็น

“คุณหญิงหยาน หลิงฮันได้เดินทางมาที่นี่เมื่อครู่เพื่อส่งมอบเม็ดยาคงกระพัน” หยุนชวงชวงกล่าวด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา แม้ว่านางจะรู้ว่าไม่ว่านางจะพูดเสียงดังแค่ไหน เด็กหนุ่มที่กำลังนอนอยู่ก็ไม่มีทางตื่นขึ้นมา

“ว่าไงนะ!” คุณหญิงหยานลุกขึ้นมากะทันหัน ใบหน้าของตาเต็มไปด้วยความตกใจ

“นี่คือเม็ดยาคงกระพันที่หลิงฮันได้นำมามอบให้” หยุนชวงชวงนำขวดยาที่หลิงฮันมอบให้กับนางออกมา แม้ว่านางจะรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับขวดยานี่ แต่นางก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาและปล่อยให้คุณหญิงหยานเป็นคนตัดสินใจ

คุณหญิงหยานยื่นมือออกไปและรับขวดยา เพราะนางรู้สึกตื่นเต้นเกินไปมือของนางจึงหยุดสั่นไม่ได้ นางเพิ่งจะมองเห็นเศษเสี้ยวแห่งความหวังเมื่อคืนก่อน และไม่เคยคิดเลยว่าเศษเสี้ยวแห่งความหวังจะกลายเป็นจริงในวันนี้

ไม่ใช่ว่านางไม่คิดถึงความเป็นไปได้ที่เม็ดยานี่อาจเป็นของปลอม แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าความหวังสุดท้าย นางได้เลือกที่จะไม่สนใจความเป็นไปได้นั้น

นางเปิดขวดยาและภายในขวดมีเม็ดยาแค่สามเม็ดเท่านั้น เม็ดยาเหล่านั้นมีสีเหลืองแดงและมีกลิ่นหอมหวานและขม

“สีและกลิ่นนี่เหมือนกับที่นายท่านหยางจุนได้อธิบายเอาไว้!” นางรู้สึกตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น นางมองไปที่เด็กหนุ่มที่กำลังหลับอยู่บนเตียงแล้วยิ้มออกมาและพูดว่า “ชวงชวง ไปเอาน้ำมาให้ข้าหน่อย”

หยุนชวงชวงรู้ว่าคุณหญิงหยานได้ตัดสินใจแล้วและนางจึงรีบไปเทน้ำใส่แก้ว

คุณหญิงหยานเปิดปากของเด็กหนุ่มและป้อนเม็ดยาคงกระพัน ในขณะเดียวกัน หยุนชวงชวงนำแก้วเข้าไปใกล้แล้วเอียงแก้ว จากนั้นเม็ดยาได้ไหลลงไปในลำคอของเด็กหนุ่ม

หญิงสาวสองคนกำลังจ้องมองไปที่ชายหนุ่มอย่างใจจดใจจ่อและหลังจากนั้นแค่ชั่วครู่ เปลือกตาของเด็กหนุ่มก็กระตุก!

“ชวงชวง เจ้าเห็นไหม? เจ้าเห็นมันไหม?” คุณหญิงหยานถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอน

“ข้าเห็นเจ้าค่ะ คุณหญิง! ข้าเห็นมัน!” หยุนชวงชวงรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

“สิบปี! สิบปี!” น้ำตาไหลลงมาที่แก้มของคุณหญิงหยาน “ในที่สุดเทียนเอ๋อก็ตื่นเสียที!”

“ข้าขอแสดงความยินดีด้วยเจ้าค่ะ คุณหญิง!” หยุนชวงชวงยิ้มกว้างออกมา

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top