ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 153 ภูมิหลังของเฟิงหยาง

 10 Views

ในช่วงเช้าตรู่ ทหารยามของจักรพรรดิได้มาที่สำนักเพื่อจับกุมเฟิงหยาง แต่เขาได้ทำการต่อต้าน ในท้ายที่สุด มันจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ เหลียนกวงซูผู้ที่ให้การสนับสนุนเฟิงหยางอย่างเต็มที่ได้รับข่าว มันจึงทำการขับไล่ทหารยามของจักรพรรดิออกจากบริเวณของสำนัก

มันเป็นทั้งคำสั่งขององค์ชายสามและคำร้องเรียนของคุณหญิงหยานเป็นเหตุทำให้ทหารยามของจักรพรรดิมาที่นี่ในวันนี้เพื่อจับกุมเฟิงหยาน เพราะเฟิงหยางได้ก่อความผิดกับตัวตนระดับสูงทั้งสองคนเมื่อวันก่อน

แต่เฟิงหยางเป็นคนที่กล้าหาญอย่างมากขณะที่ขัดขืนการจับกุมและเหลียนกวงซูได้ปกป้องเขาอย่างเต็มที่ นี่เป็นเรื่องที่น่าทึ่งอย่างยิ่งที่คนอื่นไม่อาจทำใจเชื่อได้

เฟิงหยางได้รับความกล้าหาญแบบนั้นมาจากไหน? และทำไมเหลียนกวงซูถึงปกป้องมันถึงขั้นต่อต้านตระกูลจักรพรรดิ?

เนื่องจากทั้งเฟิงหยางและเหลียนกวงซูไม่พูดอะไรออกมาเลย ทุกคนจึงทำได้เพียงแค่คาดเดา เป็นไปได้ไหมว่าเฟิงหยางเป็นลูกนอกสมรสของเหลียนกวงซู?

มันแทบจะไม่ถึงครึ่งวันเลย แต่ข่าวซุบซิบนินทานี้ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งสำนักแล้ว

หลังจากนั้น เฟิงหลัวถึงขั้นพยายามออกหมายจับ เขารวมรวบพยายามหลักฐานทั้งหมดที่พิสูจน์ว่าพฤติกรรมของหลิงฮันนั้นผิด  และใครก็ตามที่เต็มใจที่จะให้ข้อมูลจะได้รับรางวัลตอบแทน

หลิวอู๋ตงและหลีซื่อฉางยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน ดังนั้นพวกนางทั้งคู่จึงรู้สึกงงงวยและไม่พอใจ

“เฟิงหลัวมันเป็นแมลงสาบหรืออะไรกันแน่? เห็นได้ชัดว่ามันเป็นเพียงแค่เศษขยะ” หลิงฮันเองก็ถึงกับพูดไม่ออก เฟิงหลัวถูกไล่ออกจากสำนักอย่างไม่ต้องสงสัย แต่แล้วในพริบตามันก็กลับเข้ามาเรียนได้อีกครั้ง

“นั่นเป็นเพราะเฟิงหยาง” หลิวอู๋ตงกล่าว

“มันมีความสามารถที่ทำให้ชายชราเหลียนออกตัวปกป้องมันขนาดนั้นเลยรึ?” หลิงฮันกล่าวด้วยความไม่เข้าใจ “แม้ว่ามันจะเป็นลูกนอกสมรสของชายชราจริง แต่เขาไม่ควรที่จะให้ความสำคัญกับมันมากขนาดนั้น”

หลิวอู๋ตงและหลีซื่อฉางพวกนางจ้องมองไปที่เขา มีแค่หลิงฮันเท่านั้นที่กล้าพูดแบบนั้นกับคนที่อยู่ระดับแก่นแท้จิตวิญญาณ

“ตอนนี้ เฟิงหลัวได้ประกาศว่ามันกำลังรวมรวบหลักฐานเพื่อเอาผิดเจ้า เห็นได้ชัดว่ามันตั้งใจทำให้เจ้าลำบาก” หลีซื่อฉางกล่าว เฟิงหลัวไม่ได้มีสถานะอะไรในเมืองจักรพรรดิและหลักฐานที่มันกำลังเก็บรวบรวมอยู่ใช่ว่าจะถูกต้องทั้งหมด ดังนั้น มันเพียงแค่ต้องการวางแผนเพื่อที่จะสร้างความลำบากใจให้กับหลิงฮันและให้ชื่อเสียงของเขาหม่นหมอง

หลิงฮันถูจมูกของเขาและกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าเฟิงหยางจะให้ความสำคัญกับข้าค่อนข้างมาก มันไม่เพียงแต่ต้องการสังหารฆ่าเท่านั้น แต่มันยังต้องการให้ข้าได้รับความพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์และไม่เป็นที่โปรดปรานอีกต่อไป”

ทั้งหลิวอู๋ตงและหลีซื่อฉางขมวดคิ้ว ตอนนี้เหลียนกวงซูกำลังปกป้องเฟิงหยาง ซึ่งแม้แต่จักรพรรดิพิรุณยังต้องไว้หน้าเขาอยู่บ้าง ดังนั้นเมื่อเฟิงหยางไม่ได้ทำลายกฎของจักรวรรดิอย่างเปิดเผย อย่างการฆ่าคนบนถนนของเมืองจักรพรรดิหรืออะไรทำนองนั้น เขาจึงสามารถทำตัวเหมือนทรราชได้และเมินข้ามมันไป

หลิงฮันสามารถทำแบบเดียวกันได้ เขามีสองตัวตนนักปรุงยาที่ยิ่งใหญ่อยู่เบื้องหลังเขา และในความเป็นจริง เขามั่นใจว่าเขาล้ำเส้นได้มากกว่าเฟิงหยาง

แต่เห็นได้ชัดว่าเหลียนกวงซูไม่ใช่ผู้สนับสนุนหลักของเฟิงหยาง

“ผู้สนับสนุนหลักของมันควรมาจากนอกแคว้นพิรุณ” หลิงฮันกล่าวด้วยความมั่นใจ

เมื่อวานเฟิงหยางได้พูดอย่างโอ้อวดว่ามันสามารถที่จะสังหารหลิงฮันในที่สาธาณะได้ภายในสามเดือน นั่นหมายความว่ายังไงกัน? นั่นหมายความว่ามันไม่สนใจเรื่องอำนาจของจักรพรรดิพิรุณ

มีจอมยุทธระดับบุปผาผลิบานคอยดูแลเรื่องภายในแคว้นพิรุณ แต่ทว่าตั้งแต่ที่เฟิงหยางทำตัวเมินเฉยต่อตระกูลจักรพรรดิแห่งแคว้นพิรุณได้นั้น นั่นหมายความว่าผู้ที่สนับสนุนมันอยู่เบื้องหลังจะต้องอยู่ระดับบุปผาผลิบานเป็นอย่างน้อยและในแคว้นพิรุณนี่มันไม่มีใครอื่นที่อยู่ระดับบุปผาผลิบานนอกจากสมาชิกลึกลับของตระกูลจักรพรรดิ

หลิงฮันลูบคางของเขา หรือว่าเขาควรจะไปสอบเพื่อเอาใบรับรองเป็นนักปรุงยาระดับปฐพี?

ถ้าเขามีสถานะนักปรุงยาระดับปฐพี แม้แต่จอมยุทธที่ทรงพลังอย่างระดับตัวอ่อนวิญญาณยังต้องปฏิบัติกับเขาอย่างสุภาพ แล้วจอมยุทธที่อยู่ระดับบุปผาผลิบานจะนับว่าเป็นอันใด อย่างไรก็ตามใบรับรองระดับสูงสุดที่สามารถทำได้ในแคว้นพิรุณคือระดับดำขั้นสูง เพราะมันไม่มีนักปรุงยาคนใดที่อยู่สูงกว่าระดับนี้แล้วในแคว้น หากสูงกว่านั้นมันจะไม่มีใครสามารถเป็นพยานถึงความสามารถของเขาได้

“แค่ชั่วคราว นักปรุงยาระดับดำขั้นสูงน่าจะเพียงพอ ข้าเชื่อว่าแม้แต่จอมยุทธระดับบุปผาผลิบานยังต้องไว้หน้าพวกเขาอยู่บ้าง’ หลิงฮันคิด ถ้าเขามีสถานะของนักปรุงยาปกป้องเขา อย่างน้อยที่สุดมันคงจะไม่มีใครกล้าโจมตีเขาอย่างเปิดเผย

‘ข้าไม่ได้วางแผนที่จะกลับไปสู่ศาสตร์ปรุงยาในชีวิตนี้ แต่มีคนทำให้ข้าต้องทำตัวสะดุดตาและข้าได้ดึงดูดปัญหาใหญ่มาทั้งๆที่อยู่ระดับรวมธาตุเท่านั้น” เขาถอนหายใจออกมา แต่มีเพียงแค่การแสดงออกที่เฉยเมยเท่านั้นอยู่บนใบหน้าของเขา

ในชีวิตที่แล้วของเขา เขาเป็นถึงจอมยุทธระดับสวรรค์และในช่วงชีวิตสุดท้ายของเขา เขาได้เดินทางไปยังสถานโบราณที่อันตรายหลายแห่ง ซึ่งมันเป็นอันตรายที่ร้ายแรงกว่าที่เขากำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ถึงหนึ่งร้อยเท่า อย่างไรก็ตาม เขายังคงมีชีวิตรอดจนถึงวันนี้

สำหรับเฟิงหยาง มันเป็นเพียงแค่เสี้ยนหนามเล็กๆเท่านั้นบนเส้นทางของเขา

มีเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้นที่หลิงฮันสนใจ อย่างแรกคือหอคอยทมิฬลึกลับ อย่างที่สองคือรากฐานวิญญาณที่อยู่ในตันเถียนของฮูหนิว และอย่างที่สามคือศิษย์สี่คนที่เขาได้พบเจอ

“เฟิงหลัวมันเป็นคนที่น่ารังเกียจอย่างแท้จริง เขาได้ชัดว่ามันเป็นคนที่ชั่วช้ามาก ข้าจะขอให้ท่านอาจารย์ขับไล่มันออกไป ข้าไม่เชื่อว่าอาจารย์เหลียนจะพามันกลับไปที่ฝ่ายวรยุทธได้อีก” หลีซื่อฉางกล่าวด้วยความไม่พึงพอใจ

หลิงฮันหัวเราะออกมาเสียงดังและพูดว่า “ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น ข้าอยากเห็นว่าพวกมันสองพี่น้องจะใช้ลูกเล่นอะไรกับข้า!”

ตั้งแต่ที่เฟิงหยางต้องการฆ่าเขา เขาจึงไม่มีเหตุผลที่จะปรานีมันอีกต่อไป เมื่อเขามีพลังมากพอ เขาจะต้องฆ่าเฟิงหยางและน้องชายของมันอย่างแน่นอน เขายังมีเรื่องที่ต้องจัดการกับอู่โปวอีก ซึ่งมันกล้าที่จะเข่นฆ่าคนจำนวนมากในที่พักอาศัยของตระกูลหลิง หลิงฮันจะไว้ชีวิตมันได้อย่างไร?

นอกจากพวกมันทั้งสามคนแล้วยังมีเฉินหยุนเซียงอีกคน

มันถึงเเวลาที่เขาจะต้องจัดการกับชายชราคนนี้ด้วย

หลิงฮันหันหน้าไปหาหลิวอู่ตงและถามว่า “ตระกูลเฉินทำการค้าประเภทไหน?”

“เสื้อผ้า” หลิวอู๋ตงตอบกลับทันที

“ทำอะไรบางอย่างให้ข้าที หน้าร้านทุกร้านของตระกูลเฉิน ข้าจะเปิดร้านขายเสื้อผ้าและขายสินค้าต่ำกว่าร้านค้าของมันสิบเปอร์เซ็น” หลิงฮันกล่าวในขณะที่เขามอบเงินให้กับหลิวอู๋ตง

หลิวอู๋ตงเข้าใจเป้าหมายของเขาทันที เขากำลังวางแผนที่จะทำให้การเงินของตระกูลเฉินเสียหาย เหตุผลที่เฉินหยุนเซียงประสบความสำเร็จมาหลายครั้งมันเป็นเพราะความมั่งคั่งของตระกูลเฉิน ซึ่งมันได้ทำการว่าจ้างสมาชิกจากสมาคมวารีล้างปฐพีเพื่อช่วยเหลือมันลักพาตัวเด็กสาว

ถ้ามันสูญเสียความมั่งคั่งทั้งหมดไป ตระกูลซุนก็จะลดตัวลงมาเพื่อคุ้มครองมัน

“ตกลง ข้ารู้ว่าข้าต้องทำอะไรแล้ว” นางกล่าวพร้อมพยักหน้า “แต่นี่อาจเป็นหลุมลึก เจ้าแน่ใจแล้วหรือที่จะใช้เงินของเจ้าแบบนั้น?”

หลิงฮันยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องห่วง เงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับข้า”

สำหรับนักปรุงยาระดับสูง แน่นอนว่าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา เขาเพียงแค้ต้องปรุงเม็ดยาระดับดำขั้นสูงและรับรองว่าผู้คนจะต้องต่อสู้เพื่อแย่งชิงมันมา

หลิวอู๋ตงรู้สึกโล่งใจ นางกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่แล้วจู่ๆจมูกของนางได้เหี่ยวย่นก่อนเมื่อนางสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะถามว่า “ทำไมถึงมีกลิ่นหอมของผู้หญิงอยู่ที่นี่?”

“โอ้ ข้าเพิ่งไปหาผู้หญิงไร้บ้านสองคนมา” หลิงฮันกล่าวด้วยเหตุผล

“หืม?” หลิวอู๋ตงและหลีซื่อฉางมองหน้ากันก่อนที่จะแสดงออกอย่างตื่นตัว และพวกนางได้ถามออกไปพร้อมกันว่า “พวกนางอยู่ที่ไหน?”

ตอนไหนกันที่พวกนางสนิมสนมกันมากขนาดนี้?

“คารวะ คุณหญิง!” ลิ่วเฟิงเอ๋อและน้องสาวของนางเดินออกมาพร้อมกัน ความงดงามของพวกนางถูกรวบรวมไว้ในพื้นที่เดียวกัน มันทำให้บ้านทั้งหลังสว่างไสวมากยิ่งขึ้น

หญิงสาวทั้งสี่คนพูดคุยกันไม่หยุดและในไม่ช้าหลิงฮันก็เริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับการสนทนาของพวกนาง เขากำลังจะเดินออกไปแต่แล้วฮูหนิวก็ปรากฏตัวออกมาจากที่ไหนสักแห่งและเกาะติดตัวเขาเหมือนกับลิง

“เล่น! เล่น!” เด็กน้อยยังคงแกว่งแขนของหลิงฮันไปมาด้วยสีหน้าอ้อนวอน

“เอาล่ะไปเล่นกันเถอะ” หลิงฮันหัวเราะออกมาเสียงดัง เขาเพิ่งจะย่างก้าวออกไปข้างนอกเพื่อที่จะออกไปเมื่อเขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้เขา เมื่อเขาเห็นหลิงฮัน ชายหนุ่มโค้งคำนับหลิงฮันด้วยความเคารพทันที “ชูหวู่จิวขอแสดงความเคารพต่อท่านอาจารย์!”

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top