ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 143 เต้นอย่างเชื่อฟัง

 12 Views

**ตอนนี้เปิดกลุ่ม 4 แล้วนะครับ ใครสนใจสามารถติดต่อได้ที่เพจเลยครับ**

 

ถันเหว่ยฉีก้มหัวลงเพื่อขอโทษในทันที “นายน้อยฮัน โปรดอภัยให้กับตัวข้าที่ตาบอดด้วย”

 

ถึงแม้ขงเหวินฮุยจะไม่พอใจ แต่เมื่อมันเห็นว่าแม้แต่ถันเหว่ยฉียังก้มหัว มันจะยังกล้ายืนตัวตรงอยู่ได้อย่างไร มันก้มหัวตามและพูด “ข้าผิดไปแล้ว โปรดยกโทษให้ข้าด้วยนายน้อยฮัน!”

 

“ไสหัวไป!” จื่อเหยียนตะโกนดุด่าและชี้นิ้ว

 

ทั้งสองคนขอบคุณพระเจ้าในใจที่ท่านยังมอบโชคดีให้กับพวกมัน และในขณะที่พวกมันกำลังจะเตรียมตัวเผ่นหนีนั่นเอง…

 

“ใครใช้ให้พวกเจ้ากลับ?” จู่ๆหลิงฮันก็ถามขึ้นมา

 

จื่อเหยียนอดที่จะแสดงความไม่พอใจเล็กน้อยออกมาไม่ได้ นางเป็นคนที่องค์ชายสามไว้ใจที่สุด และทั่วทั้งเมืองจักรพรรดินี้ ใครจะไม่ทักทายนางอย่างสุภาพว่า ‘คุณหนูจื่อเหยียน’? แต่ถึงอย่างนั้น ขนาดนางออกมาเป็นผู้ไกล่เกลี่ยแล้ว หลิงฮันยังไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ให้จบๆไป นี่ไม่ใช่ว่าเป็นการจงใจไม่ไว้หน้านางต่อหน้าสาธารณชนหรอกรึ?

 

ทั้งถันเหว่ยฉีและขงเหวินฮุยเป็นผู้เชี่ยวชาญในการดูสีหน้าผู้อื่น และมันก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาทันที ตราบใดที่จื่อเหยียนเกิดความขัดแย้งกับหลิงฮัน พวกมันก็กลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบ ในขณะเดียวกัน หลี่เฮ่าและจูเสวี่ยอี้กลายเป็นกังวลกับท่าทางอวดดีของหลิงฮัน

 

“นายน้อยฮันมีคำสั่งอะไรอีกงั้นรึ?” ถันเหว่ยฉีถามอย่างสุภาพ มันรู้ว่ายิ่งมันทำตัวเคารพมากขึ้นเท่าไหร่ หลิงฮันก็จะยิ่งทำท่าทางอวดดีมากขึ้นเท่านั้น และความไม่พอใจของจื่อเหยียนก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วย

 

“ข้าได้พูดไปแล้ว พวกเจ้าทั้งสองจะต้องเต้นอยู่ที่นี่หนึ่งชั่วโมง แล้วพวกเราจะลืมเรื่องราวของวันนี้ซะ” หลิงฮันพูด

 

“นายน้อยฮัน ความตายเป็นสิ่งที่ดีเสียกว่าความอัปยศ!” ในด้านความเจ้าเล่ห์ แน่นอนว่าขงเหวินฮุยก็เชี่ยวชาญเช่นกัน มันร่วมมือกับถันเหว่ยฉีอย่างเข้าขากันในทันที และจงใจแสดงสีหน้าโมโหออกมา

 

จะมีใครเชื่อว่ามันเป็นฝ่ายบอกให้จูเสวี่ยอี้เต้นแก้ผ้าก่อน?

 

สีหน้าของจื่อเหยียนกลายเป็นไม่พอใจมากยิ่งขึ้น นางไม่ได้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ และรู้เพียงแค่สิ่งที่นางเห็นในตอนนี้ จริงอยู่ที่หลิงฮันทำตัวอวดดีเกินไป แต่อย่างไรเขาก็เป็นคนที่องค์ชายสามอยากจะเป็นสหายด้วยอย่างมาก ดังนั้นนางจึงไม่กล้าจะล่วงเกินหลิงฮันเช่นกัน “นายน้อยฮัน นั่นไม่เกินไปหน่อยรึ? ทำไมไม่ให้พวกมันเตรียมของขวัญแล้วค่อยไปขอโทษนายน้อยฮันกับสหายอย่างจริงจังในวันพรุ่งนี้แทนล่ะ?”

 

“พวกเราจะทำตามคำแนะนำของแม่นางจื่อเหยียน!” ถันเหว่ยฉีและขงเหวินฮุยพยักหน้าอย่างสุภาพในทันที

 

“พี่ชายหลิง ลืมเรื่องนี้ไปเถอะ!” หลี่เฮ่าและจูเสวี่ยอี้พูดขึ้นมา

 

หลิงฮันไม่สนใจและพูด “พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องลำบากไปเตรียมของขวัญอะไรทั้งนั้น ตราบใดที่พวกเจ้าแก้ผ้าเต้นที่นี่ในวันนี้ เรื่องราวทุกอย่างก็จะจบ”

 

“อย่าให้มันมากเกินไป ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะกล้าสังหารพวกเรา!” ขงเหวินฮุยตะโกนขึ้นมาเพื่อตั้งใจยั่วยุหลิงฮัน

 

หลิงฮันยิ้มและพูด “จักรวรรดิล้วนแต่มีกฎของตัวมันเอง ใครจะกล้าฝืนกฎล่ะ? อย่างไรก็ตาม พวกเจ้าเป็นเพียงมดปลวก ทางเลือกที่ดีที่สุดของพวกเจ้าคือแก้ผ้าเต้นอย่างเชื่อฟัง ไม่เช่นนั้นข้าจะฉีกเสื้อผ้าของพวกเจ้าและจับพวกเจ้าแขวนเอาไว้ที่ถนนเป็นเวลาสามวันสามคืน”

 

“นายน้อยฮัน!” จื่อเหยียนอดไม่ได้ที่จะพูดแทรก ความเย็นชาได้ปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของนางเล็กน้อย

 

“อะไร? เจ้าไม่เห็นด้วยรึ?” หลิงฮันหันไปมองที่นาง

 

“ฮ่าๆๆๆ จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร!” เสียงหัวเราะหนึ่งดังขึ้น และองค์ชายสามได้เดินออกมา “เจ้าสองคนนั้นบังอาจมาทำให้การพูดคุยระหว่างนายน้อยฮันกับข้าล่าช้า จะปล่อยให้พวกมันกลับไปโดยไม่มีบทลงโทษที่รุนแรงได้อย่างไร?”

 

“องค์ชายสาม!” ถันเหว่ยฉีและขงเหวินฮุยอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง พวกมันไม่เคยคิดเลยว่าหลิงฮันจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์ชายสามขนาดนี้ ในตอนนั้นเอง ขงเหวินฮุยถึงเริ่มพอจะเดาได้ว่าจื่อเหยียนคือใคร และช่วยไม่ได้ที่จะตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

 

นั่นคือองค์ชายสาม องค์ชายจักรพรรดิที่สามผู้มีอำนาจที่แท้จริงอยู่ในมือ และในอนาคต เขาเป็นคนที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นผู้ครองบัลลังก์

 

จื่อเหยียนเขยิบไปยืนด้านหลังองค์ชายสามในทันที ราวกับว่านางเป็นเงาขององค์ชายสาม

 

“เจ้าได้ยินที่นายน้อยฮันพูดแล้วไม่ใช่รึ? จงแก้ผ้าเต้นที่นี่ซะ!” องค์ชายสามพูดอย่างสงบนิ่ง แต่น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความกดดันจนไม่อาจขัดขืนได้

 

นี่คือออร่าของผู้ที่มีสถานะสูงส่ง

 

สีหน้าอันเจ็บปวดปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของ ถันเหว่ยฉีกับขงเหวินฮุยแต่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ไม่กล้าขัดขืนและเริ่มถอดเสื้อผ้าด้วยความรู้สึกอัปยศ

 

“น้องชายหลิงฮันเชิญเลย!” องค์ชายสามพูดด้วยรอยยิ้ม ด้วยสถานะของเขา แน่นอนว่าเขาไม่มีทางอยู่ที่นี่ต่อเพื่อคอยดูผู้ชายสองคนแก้ผ้าเต้น

 

“จะว่าอะไรไหมถ้าข้าพาสหายของข้าสองคนเข้าไปด้วย?” หลิงฮันถาม

 

“ไม่มีปัญหาแน่นอน!” องค์ชายสามหัวเราะตอบ

 

หลิงฮันยิ้มไปทาง หลี่เฮ่าและจูเสวี่ยอี้ “ถ้าพวกเจ้าไม่มีธุระอะไรต่อจากนี้ อยากจะไปกับข้ารึไม่?”

 

“ได้จริงๆรึ?” จังหวะหัวใจของ หลี่เฮ่ากับจูเสวี่ยอี้ เต้นแรง นั่นคือองค์ชายสามเชียวนะ ถ้าพวกเขาสามารถร่วมทานอาหารกับอีกฝ่ายได้ ในอนาคตจะมีใครในเมืองจักรพรรดิที่กล้ารังแกพวกเขา?

 

หลิงฮันจะต้องมีความคิดเช่นนั้นแน่ เพราะงั้นเขาถึงได้ชวนพวกเขาให้เข้าร่วมไปกับเขา ภายในใจของทั้งสองรู้สึกขอบคุณหลิงฮันเป็นอย่างยิ่ง

 

“แน่นอน” หลิงฮันพูดด้วยรอยยิ้ม

 

“ขอบคุณพี่ชายหลิง! ขอบคุณองค์ชายสาม!” หลี่เฮ่าและจูเสวี่ยอี้ พูดขึ้นมาพร้อมกันพร้อมกับมองไปยังหลิงฮันด้วยสายตาเร่าร้อน

 

หลิงฮันเพิ่งจะมาถึงเมืองจักรพรรดิไม่กี่วัน แต่กลับสามารถเป็นแขกขององค์ชายสามได้แล้ว ช่างเป็นชายหนุ่มที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

 

ทั้งห้าคนหันหน้าเดินเข้าไปยังศาลาบุปผางาม ส่วน ถันเหว่ยฉีและขงเหวินฮุยพวกมันยังคงแก้ผ้าเต้นอยู่บนถนนต่อไป ถึงแม้องค์ชายสามกับคนอื่นๆจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว พวกมันก็ไม่กล้าเผ่นหนี ไม่งั้นหากองค์ชายสามรู้เข้า เรื่องราวอาจจะใหญ่โตไปมากกว่านี้ก็ได้

 

การที่มีชายหนุ่มสองคนถอดเสื้อเต้นในที่สาธารณะเป็นภาพที่หาดูได้ยาก ดังนั้นพวกมันจึงกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนในทันที

 

“ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก ที่มาแก้ผ้าเต้นที่นี่!”

 

“ที่สำคัญคือทำไมคนที่เต้นต้องเป็นผู้ชายสองคนด้วย ถ้าหากเป็นหญิงสองคน ภาพอาจจะน่ามองมากกว่านี้”

“ฮ่าๆ ดูกระปู๋เล็กๆสองอันนั่นสิ มันใหญ่ไม่ถึงครึ่งของข้าด้วยซ้ำ!”

 

ผู้ชมเริ่มพูดจาเยาะเย้ย ทำให้ ถันเหว่ยฉีกับขงเหวินฮุย รู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา

 

“พี่ชายถันพวกเราจะทำอย่างไรกันดี?” ขงเหวินฮุยถามอย่างเจ็บแค้น ความอับอายครั้งนี้ไม่ใช่เป็นแค่ของเขาคนเดียว แต่จะต้องเกี่ยงโยงไปถึงตระกูลขงเบื้องหลังของเขา ในอนาคต สถานะภายในตระกูลของมันจะต้องตกต่ำอย่างมากเพราะเหตุการณ์ครั้งนี้แน่นอน

 

“หุบปาก!” ถันเหว่ยฉีมีท่าทีราวกับจะทำการสังหารคน ถ้าไม่ใช่เพราะขงเหวินฮุย ตัวเขาจะตกต่ำถึงขนาดนี้ไหม? จริงอยู่ที่เขารังเกียจหลิงฮัน แต่เขารังเกียจขงเหวินฮุยยิ่งกว่าหลิงฮันเสียอีก

 

เมื่อเห็นชายหนุ่มสองคนขยับกระปู๋หมุนไปมาในท่าทางต่างๆ ผู้ชมได้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

 

***

 

หลังจากเข้าไปในศาลาบุปผางาม หลิงฮันได้ลบตัวตนของ ขงเหวินฮุยและถันเหว่ยฉีออกจากสมองอย่างสมบูรณ์ เขาไม่ใช่คนที่จะเก็บเรื่องของมดปลวกสองตัวมาคิดมาก แน่นอนว่าถ้าหลังจากวันนี้ทั้งสองคนนั่นยังไม่ยอมแพ้ สิ่งที่จะรอคอยพวกมันอยู่คือการลงโทษอย่างขั้นเด็ดขาด

 

องค์ชายสามจองพื้นที่ลานด้านข้างเอาไว้ และแขกมากมายได้มาถึงแล้ว เมื่อพวกเขามองไปยังหลิงฮัน ใบหน้าของพวกเขาล้วนแต่แสดงความสงสัยออกมาว่าหลิงฮันมีเบื้องหลังแบบใด ไม่ใช่แค่องค์ชายสามส่งคุณหนูจื่อเหยียนออกไปต้อนรับ แต่แม้แต่ตัวขององค์ชายสามเองก็ยังต้องออกไปต้อนรับด้วยเช่นกัน

 

“เอาล่ะ ให้ข้าแนะนำให้พวกเจ้ารู้จัก นี่คือน้องชายหลิง หลิงฮัน เขาคือสหายน้อยของปรมาจารย์ฟูหยวนเชิง และยังเป็นคนที่สนิทชิดเชื้อกับปรมาจารย์หวู่ซงหลิย”

 

…ก่อนหน้านี้เมื่อมันค้นพบว่าหลิงฮันเป็นตัวแทนของหวู่ซงหลินไปเข้าร่วมการค้นหาที่ลำธารใต้พิภพ พวกเขารู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก แคว้นพิรุณมีนักปรุงยาระดับดำขั้นสูงอยู่เพียงสองคน และทั้งสองคนนั้นต่างก็เป็นสหายใกล้ชิดกับหลิงฮัน ดังนั้นองค์ชายสามจึงไม่กล้าที่จะดูหมิ่นหลิงฮันแม้แต่น้อย

 

“อึก” คนอื่นๆต่างก็อ้าปากด้วยความตกตะลึง ‘สหายน้อย’ คำเรียกเช่นนี้จะนำมาใช้ง่ายๆได้อย่างไร?

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top