ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 140 เรื่องราวทั้งหมด

 11 Views

เมื่อพวกนางเห็นหลิงฮันเดินเข้ามา ทั้งสองคนแสดงท่าทางระมัดระวังขึ้นมา

 

หลิงฮันหยิบเก้าอี้เข้าไปนั่งใกล้พวกนางและพูด “ทำไมเจ้าไม่เล่าเรื่องทั้งหมดให้ข้าฟังล่ะ?”

 

ทั้งสองส่ายหัวพร้อมกัน และหญิงสาวคนน้องได้พูดออกมาอย่างดื้อรั้น “ความตายยังดีกว่าโดนดูถูก สังหารพวกเราซะ!”

 

“ก็ได้ ถ้าพวกเจ้าอยากจะตายขนาดนั้น ข้าก็จะช่วยเอง!” หลิงฮันพยักหน้าและยืนขึ้น

 

หญิงสาวทั้งสองทำท่าทีราวกับไม่กลัวตายและยื่นคอ ออกไปเพื่อรับการสังหาร ถึงจะยังงั้นแต่มือนางพวกนางกลับกำแน่น… ใครกันจะไม่หวาดกลัวความตาย?

 

หลิงฮันเอาถือถูคางและพูด “พวกเจ้าดูดีใช้ได้ หากจะฆ่าทิ้งก็รู้สึกเสียดาย”

 

“เจ้า… ทำเจ้าถึงเป็นคนไม่น่าเชื่อถือเช่นนี้!” หญิงสาวทั้งสองตะโกนขึ้นมา “รีบสังหารพวกเราซะ!”

 

หลิงฮันรู้สึกตลกและถามกลับไป “ถ้าข้าไม่น่าเชื่อถือแล้วจะทำไมล่ะ?”

 

“เจ้าจะไม่ได้รับจุดจบที่ดีแน่!” หญิงสาวคนน้องพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าซีดเผือด

 

หลิงฮันหัวเราะและถามหญิงสาวคนพี่ “พาเด็กน้อยที่งี่เง่าแบบนี้มาด้วยคงจะลำบากมากเลยสินะ?”

 

“เจ้า… เจ้าสบประมาทข้า?” หญิงสาวคนน้องรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ชายหนุ่มคนนี้ทั้งดูถูกนางและทำให้นางหวาดกลัว ช่างเป็นผู้ชายที่น่ารังเกียจยิ่งนัก! ยิ่งกว่านั้นเขายังดูเหมือนจะไม่แก่ไปกว่านางเลยด้วยซ้ำ แต่กลับเรียกนางว่าเด็กน้อย

 

“บอกชื่อของเจ้ามา หรือจะให้ข้าตีก้นเจ้า!” หลิงฮันพูดขู่

 

“ฮึ ข้าไม่บอกหรอก!” หญิงสาวคนน้องพูดอย่างดื้นรั้น

 

“ข้าคือลิ่วเฟิงเอ๋อ และนางเป็นน้องของข้าลิ่วลู่เอ๋อ” หญิงสาวคนพี่พูด

 

“ท่านพี่ ทำไมพูดออกไปกัน? พวกเราควรยอมตายยังจะดีกว่ายอมจำนน!” หญิงสาวคนน้อง ลิ่วลู่เอ๋อบุ้ยปากพูดออกมา

 

“แล้วคนที่เจ้าอยากจะสังหารล่ะ?” หลิงฮันถาม

 

“ชื่อของนางคือ ซูเค่อซิน นางเคยเป็นสมาชิกของตำหนักบุปผาร่วงหล่น แต่ตอนนี้นางเป็นศัตรูของเรา!” ครั้งนี้ลิ่วลู่เอ๋อเป็นฝ่ายแย่งตอบ ในเมื่อไม่มีการ’ยอมตายยังจะดีกว่ายอมจำนน’อีกต่อไป คนที่ตรงไปตรงมาเช่นนางก็ไม่อาจเก็บความลับใดๆได้

 

“ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?” หลิงฮันถาม เขารู้สึกเขานิสัยอยากรู้อยากเห็นของเขาช่างมีมากเสียจริง ทั้งๆที่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลยแท้ๆ

 

“ซูเค่อซินเคยเป็นนักฆ่าระดับหัวกะทิของตำหนักบุปผาร่วงหล่น แต่นางกลับย้ายฝ่ายไปเป็นพวกกับบุคคลภายนอกและโจมตีตำหนักบุปผาร่วงหล่น รวมทั้งยังสังหารสมาชิกของเราไปจนหมด ถึงแม้คนที่เหลืออยู่จะมีเพียงพวกเราสองพี่น้อง แต่พวกเราจะต้องทำให้คนทรยศนั่นชดใช้ด้วยชีวิตของนางให้ได้” ลิ่วลู่เอ๋อประกาศออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

 

“เพี๊ยะ” หลิงฮันดีดหน้าผากของนาง ซึ่งทำให้หญิงสาวต้องใช้มือกุมหน้าผากด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับมองอย่างดุร้ายไปทางหลิงฮัน

 

“เจ้าบอกข้าสิ” หลิงฮันหันไปมองหญิงสาวคนพี่

 

“พวกเรามาจากแคว้นอัคคี และตำหนักบุปผาร่วงหล่นคือองค์กรนักฆ่า ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก พวกเราสองพี่น้องถูกผู้อาวุโสรับเป็นศิษย์ ซูเค่อซินนั้นร่วมมือกับตระกูลจักรพรรดิของแคว้นอัคคีและทำการสังหารหมู่ตำหนักบุปผาร่วงหล่น ผู้อาวุโสฮั่วสามารถช่วยให้พวกเราทั้งสองหลบหนีมาได้ แต่อาการบาดเจ็บของนางนั้นสาหัสเกินไป นางสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้ไม่นาน และนางเพิ่งจะสิ้นชีพไปเมื่อปีที่แล้ว” ลิ่วเฟิงเอ๋อพูด คำอธิบายของนางทั้งชัดเจนและมีเหตุผล ไม่เหมือนกับน้องสาวของนางที่อธิบายแบบไม่สนใจเลยว่าผู้ฟังจะเข้าใจหรือไม่

 

“และเหตุผลที่ซูเค่อซินทำเช่นนั้น… เพียงเพราะนางอยากจะขโมยสมบัติของตำหนักบุปผาร่วงหล่น ‘เม็ดยาหวนคืนเยาว์วัย’ หลังจากนางได้มันมาแล้ว นางได้เดินทางมายังแคว้นพิรุณและใช้วิธีบางอย่างจนได้กลายเป็นพระชายาของจักรพรรดิพิรุณ”

 

พวกเราใช้เหรียญตราที่นางเหลือทิ้งเอาไว้เป็นเครื่องมือล่อนางออกมา แต่ไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากผ่านไปห้าปี ผู้หญิงคนนั้นจะทะลวงผ่านระดับห้วงจิตวิญญาณ และทำให้แผนการของพวกเราล้มเหลว

 

หลิงฮันตกตะลึง เพียงเพราะเม็ดยาหวนคืนเยาว์วัย นางกลับยอมกลายเป็นศัตรูและทำลายองค์กรที่เลี้ยงดูนางมานานหลายปีเลยรึ? แต่เมื่อเขาลองคิดดูดีๆ มีผู้หญิงอยู่บางประเภทที่หลงไหลและให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ความงามของของตนเองเท่าชีวิต สำหรับผู้หญิงเหล่านี้ พวกนางสามารถเสียสละได้ทุกสิ่งเพื่อรักษาความงามของพวกนางเอาไว้

 

แต่ซูเค่อซินคนนี้กลับสามารถลบล้างประวัติอันนองเลือดของตนเอง และกลายเป็นพระชายาของจักพรพรรดิพิรุณได้

 

“พวกเจ้าสามารถพักอยู่ที่นี่เพื่อรักษาบาดแผลได้ แต่เมื่อพวกเจ้าฟื้นตัวแล้ว พวกเจ้าต้องออกไปทันที และห้ามนำข้าไปเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย” หลิงฮันพูด

 

ลิ่วลู่เอ๋อมีทางทีตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง “ทำไมเจ้าถึงช่วยพวกเรา?”

 

หลิงฮันหัวเราะและจงใจพูดออกมา “แน่นอนว่าเป็นเพราะพวกเจ้าทั้งสองงดงามไงล่ะ ในอนาคตพวกเจ้าสามารถแต่งงานกับข้าเพื่อเป็นการตอบแทนได้”

 

“ฮึ ข้าไม่ยอมรับเจ้าเด็ดขาด!” ลิ่วลู่เอ๋อพูดขึ้นมาอย่างอวดดี

 

“เด็กโง่!” หลิงฮันส่ายหัว หลังจากเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว เขาจึงหมดความสนใจที่จะสนทนากับพวกนางต่อ เขาหันหลังและออกจากห้องไป เหตุผลที่ทำไมเขาถึงช่วยพวกนางเป็นเพราะเขาไม่ชอบใจซูเค่อซิน ผู้หญิงคนนั้นกล้าปล่อยจิตสังหารมาใส่เขา เป็นธรรมดาที่เขาจะต้องต่อต้านนาง

 

ถึงแม้จะมีคนมาให้เขาต้องเลี้ยงอาหารเพิ่มสองคน แต่เมื่อเทียบกับความอยากอาหารของฮูหนิว การที่จะมีพี่น้องคู่นั้นอยู่ที่นี่หรือไม่ก็ไม่ต่างกัน

 

ภายในพริบตา เวลาก็ผ่านไปสองวันแล้ว หลิงฮันใช้เม็ดยาทุกวันทำให้พลังบ่มเพาะของเขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามเม็ดยาทุกชนิดล้วนแต่มีความเป็นพิษปะปนอยู่ ดังนั้นแม้เขาจะหลอมเม็ดยาเอาไว้มากมาย เขาก็ใช้ได้เพียงหนึ่งถึงสองเม็ดต่อวันเท่านั้น ไม่เช่นนั้นความเป็นพิษที่อยู่ในเม็ดยาเหล่านั้นจะสะสมอยู่ในร่างกายของเขา จนอาจจะเกิดผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นมาได้

 

พี่น้องลิ่วค่อยๆฟื้นฟูตัวเองอย่างช้าๆ การใช้ทักษะสองใจรวมเป็นหนึ่งเพื่อฝืนเพิ่มศักยะภาพของตนเองจะทำให้รากฐานการบ่มเพาะได้รับความเสียหาย และไม่มีเม็ดยาโอสถใดที่สามารถรักษารากฐานการบ่มเพาะได้ และถึงแม้จะมี เม็ดยาโอสถนั่นก็จะต้องเป็นเม็ดยาระดับแปดขึ้นไป หลิงฮันคงไม่ใจกว้างถึงขนาดไปหาเม็ดยาระดับปฐพีมาให้พวกนาง

 

ไข่ของฮูหนิวมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย สีของไข่ที่เดิมทีเคยเป็นสีขาวได้เปลี่ยนเป็นสีแดง และสามารถมองเห็นได้รางๆว่าแสงสว่างสีแดงกำลังกระพริบอยู่ภายใน ดูเหมือนว่าใกล้จะถึงเวลาที่เด็กสาวจะออกมาจากไข่แล้ว

 

เหล่าผู้คนที่เดินทางไปยังลำธารใต้พิภพเริ่มกลับมาทีละคนทีละคน สมุนไพรระดับพระเจ้าได้เผ่นหนีไปแล้ว อาวุธวิญญาณก็ล่องลอยหายไปเช่นกัน และอะไรที่พวกมันควรจะได้พวกมันก็ได้มาแล้ว ต่อให้อยู่ที่นั่นต่อไปก็ไม่เกิดอะไรขึ้นมา

 

ในยามค่ำคืน องค์ชายสามได้เชิญให้หลิงฮันเข้าร่วมทานอาหารที่ ศาลาบุปผางาม’

 

หลิงฮันค่อนข้างประทับใจองค์ชายคนนี้ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะไว้หน้าอีกฝ่ายและตอบรับคำเชิญ

 

ศาลาบุปผางามเป็นสถานที่ที่มีไว้เผื่อนำเงินไปใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายของเมืองจักรพรรดิ ใครก็ตามที่มีพอจะสถานะอยู่บ้างจะถูกยอมรับให้เป็นแขกของที่นี่ได้ ที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงอาหารที่ทำจากวัตถุดิบที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังมีไวน์ชั้นเลิศและพนักงานสาวสวยที่ถูกฝึกอบรมมาอย่างเคร่งครัดอีกด้วย

 

ท่าทางและความงามของพวกนางสามารถเรียกได้ว่าราวกับเป็นเจ้าหญิงของแปดตระกูลใหญ่ สิ่งนี้เองที่ทำให้เหล่าชายหนุ่มพยายามไล่ตามพนักงานสาวใช้เหล่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม การจะเข้าไปยังศาลาบุปผางามนั้นมีข้อจำกัดที่เข้มงวด สมาชิกของตระกูลเล็กๆไม่สามารถเข้าไปยังที่แห่งนี้ได้

 

องค์ชายสามไม่ได้ชวนแค่หลิงฮันคนเดียว มันยังชวนรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นอีกหลายคน และจองลานของศาลาบุปผางามเอาไว้เพื่อใช้ในการรวมตัวครั้งนี้เพื่อทำให้เห็นว่ามันใจกว้างเรื่องเงินขนาดไหน เพียงแค่ค่าใช้จ่ายในค่ำคืนนี้ก็เพียงพอแล้วที่ตระกูลธรรมดาจะใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายไปตลอดชีพ

 

หลิงฮันเดินจนไปถึงทางเข้าของศาลาบุปผางาม ซึ่งที่นั่นมีคนรับใช้สาวงามสองคนกำลังยืนต้อนรับลูกค้าอยู่ พวกนางนั้นทั้งสูงและหุ่นดี เรียกได้ว่าเป็นรูปร่างที่ยอดเยี่ยม

 

“หืม พี่ชายหลิง?” เสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจดังมาจากข้างหลังของเขา

 

หลิงฮันหันไปข้างหลังและเห็นชายหนุ่มกับหญิงสาวยืนอยู่คู่กัน เขาอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา “หลีเฮา เซว่อวี่”

 

“เป็นพี่ชายหลิงจริงๆด้วย!” หลีเฮากับจูเซว่อวี่ยิ้มและรีบเข้ามาใกล้หลิงฮัน

 

“ฮ่าๆ ข้าควรจะยินดีกับเจ้ารึไม่ ที่ในที่สุดเจ้าก็ชนะใจหญิงสาวที่ชอบได้?” หลิงฮันประสานมือไปทางหลีเฮา ทำให้สีหน้าของมันกลายเป็นขวยเขิน แต่ก็ไม่อาจจะปกปิดความสุขเอาไว้ได้

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top