ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 107 ผนึกสี่วิถี

 14 Views

สีหน้าของฟูหยวนเชิงเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดมันก็ถอนหายใจยาวออกมา “แม้เจ้าหมอนั่นจะอวดดีไปเสียหน่อย แต่มันก็มีความสามารถมากพอจะอวดดีได้จริงๆ ข้าคิดว่าจะมอบโอกาสที่ยากเช่นนี้ให้มันเสียหน่อย ไม่คิดเลยว่าจะ… เฮ้อ!”

 

มันประสานมือขอโทษไปทางหลิงฮันและพูด “นายน้อยฮัน ได้โปรดอย่าเก็บเรื่องเมื่อครู่ไปคิดมากเลย”

 

หลิงฮันยิ้มและพูด “ช่างเถอะ” เห็นแก่หน้าของฟูหยวนเชิง ครั้งนี้เขาจะไม่เอาเรื่องอะไร แต่ถ้าเหอหลิงกล้าทำตัววางท่าต่อหน้าเขาอีกครั้ง เขาจะต้องบดขยี้ฟันทั้งปากของมันทิ้งแน่นอน!

 

“งั้นก็เริ่มกันเลย!”

 

ฟูหยวนเชิงได้เตรียมวัตถุดิบสมุนไพรที่หลิงฮันขอมาไว้แล้ว และหลิงฮันได้นำหญ้าสองดาราออกมา

 

พวกมันทุกคนเป็นนักปรุงยาระดับดำ จึงเป็นธรรมดาที่พวกมันจะรู้จักหญ้าสองดารา พวกมันบางคนมีท่าทีไม่พอใจขึ้นมาทันที พวกมันถูกเรียกมาที่นี่เพื่อดูรุ่นเยาว์หลอมเม็ดยาฟื้นจิต? นี่นับว่าเป็นการดูถูกพวกมันอย่างแท้จริง!

 

โชคร้ายที่พวกมันไม่มีบิดาเป็นนักปรุงยาระดับดำขั้นสูง เพราะงั้นถึงแม้พวกมันจะไม่พอใจการประทำของฟูหยวนเชิง พวกมันก็ไม่กล้าแสดงความไม่พอใจออกไป แต่ถึงอย่างนั้นสีหน้าของพวกมันก็เปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง

 

เมื่อจูเฮอซินและจางเหวยชางเห็นท่าทางของคนอื่น ทั้งสองรู้สึกอยากจะชักอาวุธออกมาไล่ฟันคนพวกมันออกไป พวกมันกล้าสงสัยในตัวนายน้อยฮัน? ในขณะเดียวกัน จางเหวยชางเองก็รู้สึกละอายใจเหมือนกัน มันเองก็เคยสงสัยในตัวหลิงฮันมาก่อน

 

หลิงฮันไม่สนใจว่าคนอื่นๆจะคิดอะไร ในฐานะจักรพรรดินักปรุงยา เขาจะต้องการความเคารพจากนักปรุงยาคนอื่นไปเพื่ออะไร?

 

เขาหยิบเตาปรุงยาขึ้นมาและเริ่มโยนวัตถุดิบต่างๆเข้าไป

 

“เจ้าเด็กนี่รู้วิธีหลอมเม็ดยาจริงๆรึเปล่า? เขาโยนสมุนไพรมากมายขนาดนั้นเข้าไปพร้อมกันครั้งเดียวได้อย่างไร?”

 

“นั่นสิ ขั้นตอนแรกของการหลอมเม็ดยาคือการชำระล้างสมุนไพร และสมุนไพรต่างชนิดกันก็ต้องใช้ระดับความร้อนที่ต่างกัน ถ้าโยนสมุนไพรหลายชนิดลงไปทีเดียว ผลลัพธ์เดียวที่จะเกิดขึ้นคือสมุนไพรจะได้รับความเสียหาย”

 

“ช่างเถอะ ยอมเสียเวลาสักนิดนึงละกัน”

 

นักปรุงยาในห้องไม่สามารถหยุดตัวเองในการวิจารณ์หลิงฮันได้ ไม่ใช่ว่าพวกมันไม่เชื่อในตัวฟูหยวนเชิง เพียงแต่หลิงฮันนั้นยังเยาว์วัยเกินไป และการกระทำของเขายังบ้าบิ่นอีกด้วย

 

ไม่ใช่แค่พวกมันที่สงสัย แม้แต่ฟูหยวนเชิง จูเฮอซิน และจางเหวยชางเองก็ประหลาดใจ การชำระล้างสมุนไพรคือขั้นตอนแรกในการหลอมเม็ดยา มันเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก หรือว่าหลิงฮันจะทำพลาดตั้งแต่ขั้นตอนแรก?

 

น่าเสียดายที่หลีซื่อฉางไม่ได้อยู่ที่นี่ เพราะนางเคยเห็นขั้นตอนการหลอมยาตั้งแต่ต้นจนจบของหลิงฮันมาก่อน การชำระล้างสมุนไพรนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมากสำหรับเขา

 

หลังจากโยนสมุนไพรเจ็ดชนิดลงไป มือของหลิงฮันเริ่มสั่นและปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมา นิ้วของเขาเริ่มหมุนวนรอบเตาหลอม และใช้ฝ่ามือกระแทกเตาหลอมซ้ำไปซ้ำมา

 

“ฟูม ฟูม ฟูม ตุบ ตุบ ตุบ”

 

ไอน้ำรั่วไหลออกมาจากภายในเตาหลอม กลิ่นหอมของสมุนไพรเริ่มแพร่กระจายไปทั่วห้อง

 

“อะไรกัน?!” นักปรุงยาทุกคนในห้องล้วนแต่ตกตะลึงจนดวงตาเปิดกว้างพร้อมกัน มีหน้าไม่อยากจะเชื่อปรากฏอยู่บนใบหน้าของพวกมัน พวกมันดูท่าทางราวกับว่าเห็นผีโผล่ออกมา

 

“อาจารย์ พวกท่านเป็นอะไรไป?” ฉีซางไต๋ถามด้วยความสับสน นางเพิ่งจะเริ่มฝึกฝนทฤษฎีพื้นฐานของศาสตร์แห่งการปรุงยามาได้ไม่นาน ดังนั้นนางจึงไม่เข้าใจว่าพวกมันทุกคนตกใจเรื่องอะไร

 

“พระเจ้า สมุนไพรเจ็ดชนิดถูกชำระล้างพร้อมกัน… ข้ากำลังฝันไปรึเปล่า?” หนึ่งในพวกมันอ้าปากค้างด้วยความตะลึงก่อนที่จางเหวยชางจะตอบคำถามของมัน

 

“สมุนไพรทั้งเจ็ดจำเป็นต้องใช้อุณภูมิที่ต่างกันในการชำระล้าง และเป็นไปไม่ได้ที่จะชำระล้างพวกมันพร้อมกันในครั้งเดียว แต่เด็กคนนั้นใช้ทักษะพิเศษเข้าช่วย ดูเหมือนว่าเขาจะแยกเตาหลอมอันเดียวให้เป็นเจ็ดส่วน และอุณหภูมิของทั้งเจ็ดส่วนก็แตกต่างกันไป ทำให้การหลอมสมุนไพรทั้งเจ็ดเป็นไปได้ขึ้นมา”

 

“สุดยอด!”

 

พวกมันเริ่มสงบสติได้อย่างช้าๆ แต่ใบหน้าของพวกมันก็ยังไม่สามารถซ่อนความรู้สึกชื่นชมได้

 

“แต่นี่ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรมากนัก” หนึ่งในนักปรุงยาพูดขึ้นมาอย่างลังเล เพราะตัวมันเองก็ไม่สามารถทำสิ่งที่สุดยอดเช่นนั้นได้ น้ำเสียงของมันจึงพูดออกมาอย่างขาดความมั่นใจ

 

“ก็จริง!” แม้แต่ฟูหยวนเชิงก็พยักหน้า “การที่สามารถชำระล้างสมุนไพรได้พร้อมกันนับว่าเป็นความสามารถที่ยอดเยี่ยม แต่การจะชำระล้างพวกมันทีละอันก็แค่เป็นการใช้เวลานานกว่าเดิมเล็กน้อยเท่านั้น”

 

มันพูดความคิดของมันออกมา

 

นี่นับว่าเป็นความสามารถที่ยอดเยี่ยมแต่ก็ไม่ค่อยมีค่า อย่างเช่นถ้าหากทำเช่นนั้นแล้วเกิดข้อผิดพลาดในการชำระล้างขึ้นแม้แต่นิดเดียว นั่นหมายถึงสมุนไพรทั้งเจ็ดจะต้องสูญเปล่า

 

“ไม่สิ!” จู่ๆฟูหยวนเชิงก็ส่ายหัว ดวงตาของมันเปิดกว้าง “ถ้าเช่นนั้นแล้ว กลิ่นหอมของสมุนไพรจะรุนแรงเช่นนี้ได้อย่างไร?”

 

เมื่อมันพูดขึ้นมา คนอื่นๆเองก็ดูเหมือนว่าจะรู้ตัวและแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมา

 

ในฐานะนักปรุงยาระดับดำ จำนวนครั้งที่พวกมันทำการชำระล้างสมุนไพรมาเป็นเวลาหลายปีเรียกได้ว่านับครั้งไม่ถ้วน พวกมันคุ้นเคยกับสมุนไพรเหล่านั้นที่มักจะใช้ในการหลอมเม็ดยาเป็นอย่างดี แต่เมื่อพวกมันสูดดมกลิ่นหอมของสมุนไพรที่กำลังแพร่กระจายไปทั่วห้อง ณ ตอนนี้ เห็นได้ชัดว่ามันแตกต่างกับกลิ่นหอมจากสมุนไพรที่พวกมันเคยชำระล้างมาก่อน

 

ยิ่งกลิ่นของสมุนไพรหอมมาก ก็ยิ่งเป็นสิ่งที่บ่งชี้ให้เห็นว่าสมุนไพรเหล่านั้นมีความบริสุทธ์มากขนาดไหน และเมื่อเหล่านักปรุงยาเริ่มต้นขั้นตอนต่อไป อัตราการหลอมสำเร็จของเม็ดยาก็จะเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน

 

“หรือว่านี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมสมุนไพรทั้งเจ็ดจะต้องถูกชำระล้างพร้อมกัน?”

 

“นั่นคือเหตุผลเดียวที่เป็นไปได้!”

 

“ใช่แล้ว ข้าเคยได้ยินผู้อาวุโสของข้าบอกมาว่าเมื่อครั้งอดีตกาล นักปรุงยาระดับสูงจะสามารถชำระล้างสมุนไพรหลายชนิดได้พร้อมกัน ซึ่งพวกเขาใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพของสมุนหลายชนิดทำให้ความบริสุทธิ์ของสมุนไพรที่ถูกชำระล้างแล้วมีมากขึ้นไปอีก”

 

“หรือว่าเรื่องนั้นจะเป็นความจริง?”

 

ตอนนี้ทุกๆคนไม่สามารถรักษาความสงบนิ่งเอาไว้ได้อีกต่อไป ไม่ว่าขั้นตอนการชำระล้างจะใช้เวลานานขึ้นหรือสั้นลงก็ไม่ใช่สิ่งที่จะมีคนมาสนใจ เพราะอย่างไรก็เป็นเวลาเพียงแปปเดียว แต่ถ้ามันสามารถทำให้ความบริสุทธิ์ของสมุนไพรเพิ่มขึ้นได้จริงๆ มันจะเป็นความสามารถที่น่าตกตะลึงและเป็นความสามารถที่จะช่วยสนับสนุนศาสตร์แห่งการปรุงยาได้ย่างมหาศาล

 

พวกมันทุกคนรู้สึกเสียดายอยู่ในใจ เพราะว่าพวกมันคิดว่าขั้นตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญมาก จึงพลาดที่จะสังเกตทักษะที่ใช้หลิงฮันใช้ไป โชคดีที่ยังมีสมุนไพรหลืออยู่อีกมาก หลิงฮันจึงจะต้องใช้ทักษะเดิมในการชำระล้างสมุนไพรอย่างแน่นอน

 

พวกมันทั้งเก้าคนดวงตาเปิดกว้าง พวกมันไม่กล้าที่จะมองข้ามการกระทำทุกอย่างของหลิงฮันอีกต่อไป

 

ฉีซางไต๋รู้สึกเบื่อขึ้นมา แต่เพราะมีบุคคลที่สำคัญมากมายอยู่ที่นี่ นางจึงไม่กล้าจะถอนหายใจดังออกมา

 

หลังจากที่ชำระล้างสมุนไพรทั้งหมดแล้ว หลิงฮันจึงเริ่มขั้นการการหลอมเม็ดยาสองดารา

 

ทักษะที่เขาใช้ไปเรียกว่า ‘ผนึกสี่วิถี’ มันมีประสิทธิภาพสูงมากในการใช้ควบคุมเพลิง ในชีวิตที่แล้วของเขา ทักษะควบคุมเพลิงทักษะนี้เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดทักษะ และเป็นทักษะที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในยุคสมัยนั้น

 

เพราะตัวเขาเคยเป็นถึงจักรพรรดิปรุงยา หลิงฮันจึงทนไม่ได้ที่จะเห็นศาสตร์แห่งการปรุงยาตกต่ำลงไปมากกว่านี้ ดังนั้น ในบางครั้งเขาจึงไม่คิดมากที่จะชี้แนะความรู้เกี่ยวกับการปรุงยาเพื่อพัฒนาศาสตร์แห่งการปรุงยาในยุคสมัยนี้

 

ขณะที่เขาเริ่มทำการหลอมเม็ดต่อ เขาได้พูดเกี่ยวกับกุญแจสำคัญเกี่ยวกับรายละเอียดและคุณสมบัติของผนึกสี่วิถีออกไป

 

นักปรุงยาทุกคนในที่นี้รวมถึงฟูหยวนเชิงต่างก็ทำตัวราวกับพวกมันเป็นมือใหม่ในศาสตร์แห่งการปรุงยา พวกมันฟังการบรรยายของหลิงฮันด้วยความตั้งอกตั้งใจและเคารพเทิดทูน

 

อายุไม่ใช่ข้อจำกัดในการเรียนรู้จริงๆ… ใครก็ตามที่มีความสามารถก็จะได้เป็นอาจารย์!

 

เมื่อหลิงฮันเสร็จสิ้นกระบวนการหลอมเม็ดยาสองดารา นักปรุงยาทั้งเก้าคนก็กำลังจกจ่ออยู่กับการทำความเข้าใจเกี่ยวกับผนึกสี่วิถี พวกมันนั่งขัดสมาธิอยู่ที่พื้น บางครั้งพวกมันจะดูเหมือนกำลังครุ่นคิด และบางครั้งพวกมันจะใช้ผ่ามือปล่อยออกไปในอากาศ พวกมันพยายามจะซึมซับความรู้ที่หลิงฮันบรรยายออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

“ไปหาเนื้อกินกันเถอะ!” หลิงฮันยิ้มจางๆ และอุ้มฮูหนิวขึ้นมา เขาดูมีท่าทางพอใจอย่างมาก เพราะครั้งเขาสามารถหลอมเม็ดยาสองดาราได้สำเร็จ  และเม็ดยานี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้สัมผัสสวรรค์ของเขาพัฒนาขึ้นไปอย่างมหาศาล

 

ฮูหนิวรู้สึกดีใจขึ้นมาในทันที สิ่งที่นางชอบทำมากที่สุดคือการกิน

 

“ข้าจะไปกับเจ้าด้วย!” ฉีซางไต๋รีบพูดขึ้นมา นางรู้สึกเบื่อมากจริงๆ

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top