ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 103 แก่นแท้แห่งดาบ

 13 Views

หลีซื่อฉางออกไปจากที่พักมีความสุข และหลิงฮันได้นอนลงบนเตียงเพื่อพักผ่อน

 

ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจะหลอมเม็ดยาสองดาราในทันที แต่เป็นเพราะเขาไม่เคยคิดว่าจะได้รับสมุนไพรล้ำค่าเช่นนี้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามายังเมืองจักรพรรดิ แล้วเขาจะไปมีวัตถุดิบอย่างอื่นที่ใช้หลอมเม็ดยาได้อย่างไร? ดังนั้นทางเลือกเดียวของเขาคือต้องรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ แล้วค่อยไปยังตำหนักโอสถสวรรค์เพื่อซื้อสมุนไพรที่จำเป็น

 

เพื่อความสะดวก เขายังจำเป็นต้องซ่อมแซมที่พักของตัวเองเล็กน้อย เพราะเขาต้องอยู่ที่นี่ไปอีกอย่างน้อยปีสองปี ในขณะเดียวกัน ฮูหนิวกำลังนอนขดตัวอยู่ข้างๆขาเขาราวกับเป็นลูกแมวตัวใหญ่ เสียงหายใจของนางค่อยๆเบาลงเรื่อยๆ แต่ถ้ามีอะไรบางอย่างไปรบกวนนางแม้แต่นิดเดียว นางจะลุกตื่นขึ้นมาและแยกเขี้ยวพร้อมกับคำรามขู่ในทันที

 

หลิงฮันเชื่อว่าด้วยอำนาจในสำนักของหลิวอู๋ตง นางจะสามารถหาตัวเขาเจอได้ในไม่ช้า ดังนัน้เขาจึงไม่คิดอะไรมากและหลับไปอย่างสงบ

 

ค่ำคืนผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงบสงัด และในที่สุดก็ถึงเวลาเช้า หลังจากหลิงฮันเตรียมอาหารเช้าและกินจนอิ่มท้อง เขาไปออกจากที่พักไปทักทายอาจารย์ของเขา นี่เป็นเคารพพื้นฐานที่ลูกศิษย์ควรจะมีต่ออาจารย์

 

เขาพลักประตูเข้าไป และเห็นม่อเกากำลังฝึกซ้อมทักษะดาบอยู่ อย่างไรก็ตาม ท่าทางของม่อเกานั้นแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก มือขวาของมันจับถือดาบ ในขณะที่มืออีกข้างกำลังตั้งท่าอย่างมั่นคง ซึ่งดูไม่เหมือนกับกระบวนท่าอะไรแม้แต่น้อย

 

นี่มันกำลังฝึกฝนทักษะดาบ หรือทักษะฟื้นฟูปราณอยู่กันแน่?

 

“ฮู่!” ฮูหนิวแสดงท่าทางป้องกันตัวออกมา มือทั้งสองของนางแตะพื้นและยกร่างขึ้นอยู่ท่าคลานสี่ขา ปากเล็กๆของนางเปิดออกและดวงตาของนางปรากฏประกายแสงที่ดุร้าย นางพร้อมจะลงมือตลอดเวลา

 

หลิงฮันรู้สึกประหลาดใจ เด็กน้อยคนนี้จะแสดงท่าทางแบบนี้ก็ต่อเมื่อนางสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามเท่านั้น แต่ประเด็นก็คือกระบวนท่าของม่อเกามันน่ากลัวขนาดนั้นเลยรึ?

 

‘เดี๋ยวก่อน!’

 

ดวงตาของหลิงฮันเปิดกว้าง สัมผัสสวรรค์ของเขาดูเหมือนจะตรวจจับบางอย่างที่น่าเหลือเชื่อได้ นั่นคือกลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมาจากม่อเกา มันดูลึกลับและเป็นความรู้สึกที่เขาคุ้นเคย แต่ก็นึกไม่ออกว่ามันคืออะไรกันแน่

 

ดาบ… ใช่แล้ว ความรู้สึกที่ว่ามันมาจากดาบของม่อเกา

 

“เจ้าอยู่ด้วยรึ” ม่อเกาพูด “งั้นก็มาร่วมฝึกฝนดาบกับข้า”

 

“นั่นคือทักษะดาบอันใด?” หลิงฮันถาม

 

“มันไม่ใช่ทักษะดาบ แต่เป็นดาบไร้พ่าย!” ม่อเกาประกาศออกมา

 

ขณะเดียวกัน หัวใจของหลิงเต้นจนไม่เป็นจังหวะ เขาสัมผัสได้ถึงความลึกลับอันไร้ที่สิ้นสุดจากกลิ่นอายที่ม่อเกาปล่อยออกมาเมื่อครู่ และตอนนี้สิ่งที่อีกฝ่ายพูดขึ้นมาก็ยิ่งดูลึกลับขึ้นไปอีก หลิงฮันรู้สึกว่าเขารู้แจ้งถึงอะไรบางอย่าง แต่มันก็ยังไม่ชัดเจน

 

“ในโลกนี้มีดาบไร้พ่ายอยู่จริงๆรึ?” หลิงฮันถาม

 

“ดาบที่อยู่ในมือของผู้ใช้ดาบที่ไม่มีวันแพ้ใคร จะเรียกว่าดาบไร้พ่าย!” ม่อเกาพูด “ตัวข้าคือดาบ แก่นแท้แห่งจิตใจของดาบส่องประกายสว่างไสว ใบดาบทะลวงผ่านทุกการโจมตี และบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง!”

 

“ตูม” หลิงฮันรู้สึกราวกับจิตใจของเขาสั่นสะเทือนด้วยคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้ามาใส่

 

แก่นแท้แห่งดาบ!

 

ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะสัมผัสได้ถึงความลึกลับที่แสนคุ้นเคยจากม่อเกา ไม่คิดเลยว่าม่อเกาจะกำลังฝึกฝนแก่นแท้แห่งดาบ

 

เขาไม่สงสัยคำพูดที่ดูโอ้อวดของม่อเกาแม้แต่น้อย เพราะว่าระดับของจอมยุทธในแคว้นพิรุณนั้นต่ำเกินไป เพียงแค่สามารถสร้างปราณดาบขึ้นมาได้ก็ถูกเรียกว่าเป็นราชาแล้ว ไม่มีใครเลยที่สามารถสร้างรัศมีดาบขึ้นมาได้ แล้วแก่นแท้แห่งดาบล่ะจะเป็นไปได้อย่างไร?

 

แก่นแท้แห่งจิตใจของดาบที่ส่องสว่าง นั่นคือการหยั่งรู้ขั้นสูงสุดของวิธีดาบ ด้วยแก่นแท้แห่งดาบ ทุกๆกระบวนท่าการโจมตีในโลกนี้จะถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย เพียงแค่สะบัดหนึ่งที ทุกๆการโจมตีที่พุ่งเข้ามาก็จะแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ

 

ใครจะไปคิดว่าผู้ใช้ดาบที่มีพลังบ่มเพาะเพียงระดับรวมธาตุขั้นเก้าจะสามารถก้าวไปแตะต้องเขตแดนของแก่นแท้แห่งดาบได้?

 

ไม่แปลกใจเลยที่ม่อเก่าจะเป็นที่รู้จักกันในนามอัจฉริยะเมื่อตอนเยาว์วัย ไม่เช่นนั้นมันคงไม่สามารถเข้าร่วมกับสำนักฮูหยางได้ ม่อเกาที่ถูกคนอื่นคิดว่า “กลายเป็นคนบ้า” แต่ความจริงแล้วกลับไม่ใช่ เพียงแค่ในตอนนั้นมันเริ่มฝึกฝนแก่นแท้แห่งดาบก็เท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม การจะหยั่งรู้ถึงแก่นแท้แห่งดาบนั้นเป็นความยากลำบากที่ไร้ขอบเขต ผลลัพธ์จึงทำให้พลังบ่มเพาะของมันติดอยู่เดิมเป็นเวลาสิบกว่าปี เนื่องจากมันใช้ความพยายามทั้งหมดไปกับการทำความเข้าใจแก่นแท้แห่งดาบ

 

ความเศร้าหมองได้เกิดขึ้นกับชีวิตของหลิงฮัน แก่นแท้แห่งดาบเป็นสิ่งที่แม้แต่ตัวเขาในชีวิตที่แล้ว หรือนักดาบหัวกะทิหลายคนก็ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้สำเร็จ แต่ตราบใดที่มีคนบรรลุการสร้างแก่นแท้แห่งดาบได้สำเร็จ ไม่เพียงคนคนนั้นจะไร้พ่ายต่อคนที่มีพลังบ่มเพาะระดับเดียวกัน แต่ยังสามารถก้าวข้ามความแตกต่างที่มหาศาลและสังหารศัตรูที่มีพลังสูงกว่าหลายระดับได้ มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก

 

หลิงฮันประสานมือคารวะและพูด “ท่านอาจารย์ได้โปรดสั่งสอนความรู้ให้ข้าด้วย”

 

ม่อเกาประหลาดใจเล็กน้อย นอกจากตัวมันแล้ว ทุกคนในสำนักต่างก็คิดว่ามันเป็นคนบ้า แม้แต่ตัวมันเอง ในสิบปีที่ผ่านมานี้ก็ยังมีบ้างที่สงสัยว่ามันเดินมาผิดทางรึเปล่า มันจะสามารถสร้างดาบไร้พ่ายขึ้นมาได้จริงรึเปล่า

 

แต่เด็กหนุ่มคนนี้กลับยินดีที่จะร่วมฝึกฝนดาบกับมันอย่างไม่ลังเล เด็กหนุ่มแปลกหน้าคนนี้ช่างมีความเชื่อใจในตัวมันมากเสียจริง!

 

เมื่อคิดแบบนี้ ม่อเการู้สึกซาบซึ้งเล็กน้อย

 

ตัวมันมีเพียงดาบเท่านั้นที่เป็นสหาย ซึ่งโดดเดี่ยวแปลกแยกออกมาจากคนอื่นอย่างสิ้นเชิง เพียงพริบตาเดียว เวลาสิบกว่าปีก็ผ่านพ้นไปแล้ว ตัวมันใช้เวลาไปกับการฝึกฝนดาบ ฝึกฝนดาบ และฝึกฝนดาบ และตอนนี้ได้มีเด็กหนุ่มที่ชื่นชมและเชื่อในตัวมัน ทำให้มันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาในทันที

 

นี่คือลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยม มันจะต้องสอนศิษย์คนนี้ให้ดี!

 

ม่อเก่าคิดเช่นนั้นอยู่ในใจและเริ่มพูดขึ้นมาไม่หยุด “วิถีดาบก็เหมือนกับมนุษย์ที่มีคุณธรรม ต้องเปิดใจให้กว้างและปราศจากความเลวทราม…” สิ่งเหล่านี้คือความเข้าใจที่มันหยั่งรู้ได้ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ซึ่งใช้ความมุ่งมั่นและความพยายามไปอย่างมาก มันไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าหลิงฮันจะเข้าใจสิ่งที่มันพูดหรือไม่ มันพูดทุกสิ่งที่มันรู้และเข้าใจออกไป

 

แต่หลิงฮันได้ตกตะลึงมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อได้ยิน ถึงแม้พลังบ่มเพาะของเขาจะลดลงมา แต่ความสามารถในการทำความเข้าใจของเขาก็ยังเป็นของจอมยุทธระดับสวรรค์ ดังนั้นเขาจึงเข้าใจทุกอย่างที่ม่อเกากำลังพูด

 

และที่เขาตกตะลึงก็เป็นเพราะสิ่งที่เขาทำความเข้าใจได้มันเหลือเชื่อเกินกว่าจะวัดได้

 

…ความเข้าใจในวิถีแห่งดาบของม่อเกาได้เหนือกว่าพลังบ่มเพาะของมันไปหลายขุม ถึงแม้มันจะยังไม่บรรลุถึงระดับของ‘แก่นแท้แห่งจิตใจของดาบที่ส่องสว่าง’ก็ตาม แต่มันก็อยู่ห่างระดับจากแก่นแท้แห่งดาบอยู่เพียงแค่เอื้อมแล้ว

 

ในสถานที่ที่จอมยุทธส่วนใหญ่มีระดับต่ำเช่นนี้ และตัวมันยังมีพลังอยู่เพียงระดับรวมธาตุขั้นเก้า แต่นิ้วของมันกลับสัมผัสไปยังประตูที่จะนำไปสู่แก่นแท้แห่งดาบได้แล้ว จึงเป็นธรรมดาที่หลิงฮันจะตกตะลึง

 

เมื่อม่อเกาพูดเสร็จ หลิงฮันยืนนิ่งโดยไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย เขายืนสงบนิ่งเพื่อซึมซับและย่อยความรู้ที่ได้ยินมา

 

สำหรับผู้ใช้ดาบ การบรรยายของมอ่เกาเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามาก!

 

มันไม่ใช่ทักษะดาบและทักษะยุทธระดับสวรรค์หรือปฐพี มันเป็นเพียงการบรรยายความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีแห่งดาบของแต่ละคนเท่านั้น แต่การบรรยายที่ว่านั้นได้ก้าวเข้าไปใกล้แก่นแท้แห่งวิถีดาบ จนสัมผัสได้ถึงรากฐานของมัน

 

แน่นอนว่า ต่อให้นักดาบจะสามารถสร้างแก่นแท้แห่งดาบได้ แต่ระดับความเข้าใจของนักดาบแต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไป เพราะรากฐานของแก่นแท้แห่งดาบจะขึ้นอยู่กับความใจของคนคนนั้น การฟังคำบรรยายเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือหลิงฮันที่สร้างปรารดาบขึ้นมาได้ห้าเล่มเป็นอย่างมากแล้ว มันราวกับว่ามีเส้นทางแห่งทองคำปรากฏขึ้นเพื่อชี้นำให้เขาก้าวต่อไปข้างหน้า

 

ฮูหนิวรู้สึกเบื่อขึ้นมา มือของนางขยี้ไปที่ตาทั้งสองข้าง ท่าทีของนางดูเหมือนจะง่วงเป็นอย่างมาก

 

“ฟุบ!” จู่ๆหลิงฮันก็กระโดดขึ้นฟ้าและชักดาบจากเอวออกมา เขาหันไปรอบๆและกวัดแกว่งดาบจนเกิดเป็นคลื่น

 

ปราณดาบห้าเล่มเคลื่อนไหวอย่างไม่อาจคาดเดาได้ “ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ” แสงอันเย็นเฉียบส่องประกายสะท้อนไปมา และจากนั้นไม่นาน ปราณดาบอันแหลมคมขนาดเท่าเข็มได้ถูกสร้างขึ้นมาและพุ่งเข้าไปรวมกับปราณดาบห้าเล่มก่อนหน้านี้

 

ปราณดาบเล่มที่หก!

 

ประกายแสงของปราณดาบขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว จนในที่สุดก็มีขนาดไม่ต่างจากปราณดาบอีกห้าเล่ม

 

“ท่านอาจารย์ ขอบพระคุณมาก!” หลิงฮันยกมือประสานไปยังม่อเกาและกล่าวขอบคุณ นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆเพียงแค่การสร้างปราณดาบอีกเล่มขึ้นมา เขาได้รับประโยชน์จากคำบรรยายของของม่อเกาที่ใช้ความพยายามมาทั้งชีวิต ถ้าเขาสามารถทำความเข้าใจแก่นแท้แห่งดาบได้ในชีวิตนี้ การบรรยายของม่อเกาก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยเขาย่นเวลาในการบรรลุระดับนั้นได้ครึ่งหนึ่ง

 

เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น เหตุผลเดียวที่เขามายังสำนักฮูหยางเป็นเพราะต้องการทำให้หลิงตงซิงภูมิใจและมีความสุข แต่เขากลับได้รับผลประโยชน์ที่คาดไม่ถึงเช่นนี้

 

เขาได้รับผลประโยชน์มามากมายจริงๆ!

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top