ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 102 ทักษะเสริมจิตก่อเกิดวิญญาณ

 10 Views

นอกจากการใช้เม็ดยาโอสถแล้ว เวลาเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะช่วยฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณทีละน้อยๆ

 

แต่ตอนนี้หลิงฮันกลับพูดว่าเขาต้องการจะขายทักษะที่สามารถช่วยเร่งการฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณให้กับนาง แล้วจะไม่ให้นางตกตะลึงจนเก็บอาการไม่อยู่ได้อย่างไร?

 

“บัดซบ เจ้าทำอะไรกับหลีซื่อฉาง?” เหอจุนเฉิงตะโกนขึ้นมา ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความโกรธราวกับฟ้าผ่า เมื่อมันเห็นสีหน้าตกตะลึงของหลีซื่อฉาง มันได้คิดไปเองนางถูกเอาเปรียบโดยหลิงฮัน

 

มันหลงรักหลีซื่อฉาง และเมื่อมันเห็นท่าทางอันสนิทสนมระหว่างหลิงฮันกับหลีซื่อฉางก่อนหน้านี้ มันรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ตอนนี้มันจึงไม่สามารถยับยั้งความขุ่นเคืองใจของมันได้อีกต่อไป

 

“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า จะไปนั่งที่ไหนก็ไป” หลิงฮันพูดอย่างเมินเฉย

 

“เจ้ากล้าดีอย่างไร!” เหอจุนเฉิงหงุดหงิดเพราะการมีตัวตนของหลิงฮันมานานแล้ว มันลุกขึ้นในทันทีและเตรียมตัวจะใช้กระบวนท่าออกไป

 

“ศิษย์พี่เหอ ท่านกำลังทำอะไร?” หลีซื่อฉางยื่นมือออกมาขวางมันทันที ใบหน้าอันงดงามของนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจ นับว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่นางจะโกรธ เพราะหากมีทักษะบ่มเพาะที่สามารถช่วยให้ฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณได้อย่างรวดเร็วอยู่จริงๆล่ะก็ มูลค่าของมันจะสูงเกินกว่าจะวัดได้ และมันจะเป็นทักษะที่นักปรุงยาทุกคนจะต้องโหยหากันอย่างบ้าคลั่ง

 

“เจ้าปกป้องมันงั้นรึ?” สีหน้าของเหอจุนเฉิงเปลี่ยนไป มันสงสัยความสัมพันธ์อันคลุมเครือระหว่างหลิงฮันกับหลีซื่อฉางมาตั้งแต่แรกแล้ว และตอนนี้หลีซื่อฉางยังปกป้องหลิงฮันอีก ซึ่งทำให้ความสงสัยของมันมีมากขึ้นไปอีก

 

“ท่านต่างหากเป็นฝ่ายทำตัวไร้เหตุผลก่อน!” หลีซื่อฉางพูดอย่างไม่พอใจ

 

“ข้าเนี่ยนะไร้เหตุผล?” เหอจุนเฉิงเกือบจะกระโดดออกไป มันคิดอยู่ในใจว่า ‘พวกเจ้านั่นแหละที่มาพลอดรักกันในที่สาธารณะ แต่ดันมากล่าวโทษว่าข้าไร้เหตุผล?’

 

“เงียบไปซะ เจ้าโง่!” เมื่อหลิงฮันเห็นว่าการประมูลหญ้าสองดาราได้เริ่มไปแล้ว เขารีบโบกมือไปยังหลีซื่อฉางและพูด “นำหญ้าสองดารามาให้ข้าซะ และทักษะบ่มเพาะนั่นจะเป็นของเจ้า”

 

เขามีเงินอยู่เพียงหนึ่งแสนเหรียญกว่าๆ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการซื้อหญ้าสองดาราสามต้นนี้แน่นอน ดังนั้นเขาจึงเท่าได้เพียงตั้งความหวังไว้ที่หลีซื่อฉางผู้ร่ำรวย

 

ถ้าไม่ใช่หญ้าสองดารา เขาคงไม่คิดที่จะขายทักษะบ่มเพาะที่ช่วยฟื้นฟูจิตวิญญาณแน่นอน เพราะต่อให้เป็นทักษะระดับต่ำที่สามารถช่วยฟื้นฟูจิตวิญญาณได้ ในเขตพื้นที่ของแคว้นพิรุณหรือแคว้นที่ใกล้เคียง มันก็นับว่าเป็นสมบัติที่ไม่สามารถหาค่าได้

 

หลีซื่อฉางรีบหันหน้ามาทางเขาและถาม “เจ้าไม่ได้กำลังหลอกลวงข้าใช่ไหม?”

 

“เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?” หลิงฮันตอบ

 

หลีซื่อฉางกำลังครุ่นคิดว่า ทั้งๆที่ชายคนนี้มีอายุน้อยกว่านาง แต่ความสามารถของเขากลับได้รับการยอมรับจากนักปรุงยาระดับดำขั้นสูงพร้อมกันถึงสองคน เพราะงั้นคำพูดของเขาคงไม่ได้เป็นการพูดโอ้อวดอย่างแน่นอน

 

นางพยักหน้าและเริ่มประมูลในทันที

 

ในฐานะนักปรุงยา ถึงแม้จะเป็นเพียงระดับเหลืองขั้นกลาง แต่ความมั่งคั่งของนางนั้นน่าตกตะลึงมาก นางเพิ่มราคาประมูลจนสูงถึงหลักล้านเหรียญอย่างไม่แยแส และดูเหมือนว่าราคาแค่นี้ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่ได้ลำบากอะไรไรสำหรับนาง

 

หลิงฮันพยักหน้าในใจ ดูเหมือนอัตราการหลอมเม็ดยาสำเร็จของสตรีนางนี้จะสูงพอสมควร เพราะงั้นนางถึงสามารถเก็บสะสมเงินทองจนมั่งคั่งได้ขนาดนี้

 

…ด้วยอัตราสำเร็จของการหลอม แม้จะเป็นนักปรุงยาระดับสูงก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถหาเงินได้เยอะเสมอไป อย่างเช่น หากสมุนไพรมีมูลค่าหนึ่งล้านเหรียญ และจากสมุนไพรนี้จะสามารถหลอมเม็ดยาได้สามสิบเม็ด ซึ่งเม็ดยาทั้งสามสิบเม็ดนี้จะมีมูลค่าถึงเก้าล้านเหรียญ ด้วยอัตราความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ นักปรุงยาจะได้รับกำไรเป็นเงินแปดล้านเหรียญ ซึ่งนับว่าเป็นแปดเท่าของต้นทุน

 

แต่ถ้าอัตราความสำเร็จมีเพียงสิบเปอร์เซ็นต์ เม็ดยาที่หลอมเสร็จแล้วจะขายได้แค่เก้าแสนเหรียญ ไม่เพียงแค่นักปรุงยาจะไม่ได้กำไร แต่ยังขาดทุนถึงหนึ่งแสนเหรียญ

 

ยิ่งเม็ดยามีระดับสูง อัตราความสำเร็จก็ยิ่งต่ำ เพราะงั้นอย่าคิดว่านักปรุงยาเป็นอาชีพที่หาเงินได้ง่าย เพราะจะสามารถมีกำไรได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวของนักปุรงยาเอง เงินที่หามาได้ของนักปรุงยาแต่ละคนก็จะต่างกันไป

 

อย่างเช่น สามเพลิงชี้นำที่หลิงฮันคิดค้นขึ้นมาในชีวิตที่แล้วสามารถช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จของการหลอมเม็ดยาได้ ซึ่งทำให้เกิดการปฏิวัติของศาสตร์แห่งการปรุงยา และมันยังเป็นสิ่งที่ทำให้หลิงฮันได้รับฉายาว่าจักรพรรดิแห่งการปรุงยาอีกด้วย

 

หลีซื่อฉางที่เป็นเพียงนักปรุงยาระดับเหลืองขั้นกลาง ถ้าอัตราหลอมสำเร็จของนางอยู่ในระดับสูง นางจะสามารถหากำไรได้อย่างมากมาย แน่นอนว่ายิ่งเม็ดยามีระดับสูงเท่าไหร่ ด้วยอัตราการหลอมเม็ดยาสำเร็จที่สูงก็จะสามารถหากำไรได้มากขึ้นเท่านั้น

 

ในชีวิตที่แล้ว เมื่อหลิงฮันหลอมเม็ดยาระดับปฐพีขึ้นมา ไม่ว่าจะมีใครให้ราคาขนาดไหนก็ไม่สามารถซื้อได้แม้แต่เม็ดเดียว ใครที่ต้องการจำเป็นต้องใช้สมบัติธรรมชาติ ทักษะบ่มเพาะหรือทักษะยุทธระดับสูงมาแลก

 

ในขณะที่เขากำลังคิดรำพึงถึงเรื่องเก่าๆ หลีซื่อฉางก็ชนะประมูลหญ้าสองดาราทั้งสามต้นมาเรียบร้อยแล้ว โดยนางจ่ายไปทั้งหมดหนึ่งล้านสองแสนกว่าเหรียญ เพราะว่าไม่มีนักปรุงยาอยู่ที่นี่มากนักจึงไม่ค่อยมีคู่แข่งในการประมูล แต่ถึงแม้จะมี พวกมันก็ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนกับหลีซื่อฉาง

 

หลิงฮันยิ้มกว้าง ถ้าเป็นในชีวิตที่แล้ว สมุนไพรที่มีค่าเช่นนี้ไม่อาจหาซื้อได้ด้วยเงินทองเพียงหนึ่งล้านกว่าเหรียญ แต่ตอนนี้เขาสามารถครอบครองมันแล้ว  

 

ไม่นานนักก็มีพนักงานจากตำหนักสมบัติวิญญาณนำหญ้าสองดาราสามต้นมาให้พวกเขา

 

“เมื่อเจ้ามอบทักษะบ่มเพาะที่ว่าให้ข้า ข้าจะให้หญ้าสองดาราแก่เจ้า” หลีซื่อฉางพูด

 

มุมปากของหลิงฮันกระตุกและพูด “เจ้าคิดว่าข้าจะผิดคำพูดกับเด็กสาวเช่นเจ้างั้นรึ?”

 

“ไม่ต้องมาทำตัวเป็นผู้อาวุโส เจ้านั่นแหละที่เด็กกว่าข้าอีก!” หลีซื่อฉางพูดออกมา นางกลัวว่าหลิงฮันจะไร้ยางอายและใช้ประโยชน์จากอายุที่น้อยของเขามาหลอกนาง เพราะอย่างไรนี่ก็เป็นเงินที่นางได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงอันยากลำบาก

 

“เอางั้นก็ได้ งั้นก็รีบกลับสำนักกันเดี๋ยวนี้เลย” หลิงฮันไม่สามารถรอคอยที่จะหลอมเม็ดยาสองดาราได้ ยิ่งเขาหลอมเม็ดยาได้เร็วเท่าไหร่ พลังวิญญาณของเขาก็จะเพิ่มขึ้นเร็วเท่านั้น และเขาจะสามารถบ่มเพาะได้นานขึ้นในทุกๆวัน

 

“ได้เลย!” หลีซื่อฉางพยักหน้า นางเองก็ต้องการจะได้รับทักษะบ่มเพาะที่ว่าให้เร็วที่สุดเช่นกัน

 

หลิงฮันอุ้มฮูหนิวขึ้นมา และกลุ่มของพวกเขาก็ออกจากตำหนัก

 

ฉีฮวงเย่และคนอื่นๆหัวเราะคิดคักอยู่ในใจอย่างมีเลศนัย มีเพียงเหอจุนเฉิงเท่านั้นที่มีสีหน้ามืดมน ความคิดที่อยากจะสังหารหลิงฮันของมันได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม

 

หลีซื่อฉางไม่ใช่เพียงไข่มุกแฝดอันงดงามของเมืองจักรพรรดิ นางยังเป็นคนที่มีความสามารถในการปรุงยาที่สูงมากอีกด้วย อนาคตของนางนั้นไร้ขีดจำกัด ถ้ามันได้แต่งงานกับผู้หญิงเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวมันหรือตระกูลของมันก็จะได้รับผลประโยชน์อันมหาศาล

 

นี่คือผู้หญิงของมัน และมันจะสังหารใครก็ตามที่จะมาคุกคามตำแหน่งผู้ที่จะได้เป็นเจ้าของนางของมัน!

 

หลิงฮันและหลีซื่อฉางกลับสำนักอย่างรวดเร็ว เพื่อพวกเขามาถึงลานที่พักของหลิงฮัน หลิงฮันบอกให้ฮูหนิวไปหาอะไรเล่นคนเดียวก่อน ส่วนเขาก็ได้เริ่มจะส่งมอบทักษะให้กับหลีซื่อฉาง ชื่อของทักษะนี้คือ ‘ทักษะเสริมจิตก่อเกิดวิญญาณ’

 

นี่ไม่ใช่ทักษะที่หลิงฮันคิดขึ้นเอง แต่มันเป็นทักษะทั่วไปที่ช่วยในฟื้นฟูพลังวิญญาณจากชีวิตที่แล้วของเขา ทักษะนี้จะมีประสิทธิภาพในการช่วยฟื้นฟูพลังวิญญาณของจอมยุทธที่ระดับต่ำกว่าก่อเกิดธาตุ แต่หลังจากทะลวงผ่านระดับก่อเกิดธาตุขึ้นไป ประสิทธิภาพของทักษะจะเริ่มลดลง

 

เนื่องจากมันเป็นทักษะทั่วไป หลิงฮันจึงไม่ได้กังวลหรือไม่เต็มใจและสอนทักษะนี้ให้กับหลีซื่อฉางโดยตรง ไม่เช่นนั้น นางจะต้องคุกเข่ากราบสามครั้ง โค้งคำนับเก้าทีต่อหน้าเขา และกลายเป็นลูกศิษย์อย่างเป็นทางการของเขา เขาถึงจะสอนศาสตร์แห่งการปรุงยาของจริงให้กับนาง

 

แต่สำหรับหลีซื่อฉาง ทักษะบ่มเพาะทักษะนี้คือทักษะที่ล้ำค่าเกินกว่าจะบรรยายออกมาได้ ทั่วทั้งร่างของนางสั่นไหวเพราะอาการตื่นเต้นที่มีมากเกินไป

 

“ข้า…ข้าสามารถสอนทักษะเสริมจิตก่อเกิดวิญญาณให้กับอาจารย์ของข้าได้หรือไม่?” นางถามด้วยความกังวลใจอย่างมาก

 

“ก็ได้ แต่ข้าจะขายมันในราคาสิบล้านเหรียญ!” หลิงฮันพยักกน้าอย่างไม่ลังเล

 

“ตอนที่เจ้าขายให้ข้า ราคาของมันยังแค่เพียงหนึ่งล้านสองแสนเหรียญเท่านั้น!” แม้นางจะรู้ดีว่าหวู่ซงหลินสามารถใช้จ่ายเงินจำนวนนั้นได้อย่างง่ายดาย แต่ในฐานะลูกศิษย์ นางจะต้องรักษาผลประโยชน์ของอาจารย์ของนาง

 

“นั่นเพราะว่าเจ้าเป็นสตรีที่งดงาม ข้าจึงให้ราคาที่เป็นมิตร แต่อาจารย์ของเจ้า… ไม่เจริญหูเจริญตาแม้แต่น้อย ข้าจึงต้องขายให้ในราคาปกติ” หลิงฮันหัวเราะขึ้นมา

 

หลีซื่อฉางกรอกตามองไปยังหลิงฮัน แต่เพราะคำพูดของหลิงฮันเป็นการชื่นชมนางอย่างอ้อมๆ ทำให้นางรู้สึกมีความสุขอย่างมาก

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top