ขนาดตัวอักษร

บทที่ 11: วิกฤตความรักของอันหลิน

 34 Views

ใบหน้าของอันหลินแดงก่ำสติแทบหลุดลอยออกไปทันทีจากคำพูดของ

ซูเชียนยวิน

 

ผ่านไปนานกว่านที่สติของเขาจะเข้าที่ แล้วเขาก็ถามกลับด้วยความแลกใจ “ฉางเอ้อ? ฉางเอ้อแห่งวังจันทรา? พี่สาวของเธอเองเหรอ?”

 

“อืม…แต่ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆหรอก พี่น้องร่วมสาบานน่ะนะ แต่เธอก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลย เธอดีกับฉันมาก” เมื่อพูดถึงฉางเอ้อรอยยิ้มก็ปรากฎบนใบหน้าของซูเชียนยวิน

 

นั่นทำให้อันหลินนั้นสนใจมากขึ้น เขาไม่คาดคิดว่าเรื่องของฉางเอ้อนั้นจะมีอยู่จริงบนโลกนี้

 

ตามคิดของอันหลินยังคงฟุ้งซ่านแล้วก็ตามอีกฝ่ายต่อไป “แปลว่ายังมีกระต่ายจันทราที่รู้วิธีในการปรุงยาแล้วก็คนตัดไม้ด้วยอย่างนั้นเหรอ?”

 

“อ้อ! กระต่ายนั่นน่าจะเป็นหมอยาเสี่ยวเยว่แห่งวังจันทราล่ะนะแต่นอกจากนั้นกฎที่เข้มงวดของวังจันทราคือผู้ชายห้ามเข้าอย่างเด็ดขาด เพราะฉะนั้นเรื่องคนตัดไม้อะไรนั่นน่ะ ไม่มีอยู่หรอก!”ซูเชียนยวินตอบรับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

“อย่างนี้นี่เอง” อันหลินพยักหน้า

 

ดูเหมือนว่าตำนานหลายอย่างของโลกมนุษย์นั้นจะเกิดขึ้นจริงที่โลกนี้

 

“แล้วโฮวอี้*1 กับฉางเอ้อยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ใช่ไหม?” อันหลินยังคงถามต่อไป

(*1 โฮ่วอี้นักยิงธนูแห่งสวรรค์ ตามตำนานเขาสามารถยิงดวงตะวันให้แตกดับได้เลย)

 

“จะเป็นไปได้ยังไงเล่า! ท่านพี่ฉางเอ้อเป็นถึงหญิงงามอันดับ 1 ของตุลาการสวรรค์ ผู้คนที่หลงไหลในตัวเธอน่ะสามารถเข้าแถวต่อกันได้ตั้งแต่ตุลาการสวรรค์ยาวไปจนถึงตำหนักมังกรแห่งทะเลตะวันออกเลยนะทำไมเธอจะต้องมาหลงรักแค่เซียนปฐพีที่ทำได้แค่่ยิงศรไปยังดวงจันทร์ได้เล่า?”

 

“ยิงศรไปถึงดวงจันทร์?” อันหลินรู้สึกสับสนมากกว่าเดิม

 

“เพราะว่ามีคนจำนวนมากมารออยู่หน้าตำหนักของท่านพี่ เธอจึงตั้งกฎขึ้นมาว่าถ้าใครสามารถยิงศรขึ้นไปจนถึงวังจันทราได้ล่ะก็ เธอจะอนุญาตให้คนๆนั้นเขาพบเธอได้” ซูเชียนยวินอธิบายออกมา

 

“โห จะทำได้ยังไงล่ะนั่น” อันหลินถามอย่างใช้ความคิด“หรือว่าเขายิงธนูไปถึงวังจันทราได้จริงๆ?”

 

ซูเชียนยวินส่ายหัวปฎิเสธ “ก็เปล่าหรอก แต่ฉันได้ยินมาว่าเขาใช้เวลาอยู่ทั้งหมด 9 ปีแล้วก็ศึกษาวิชายิงธนูจนทะลุปรุโปร่งจนสามารถบรรลุกลายเป็นเซียนปฐพีได้ในที่สุด หลังจากนั้นเขาก็จากไปอย่างพึงพอใจ”

 

“…”

 

ความประทับใจที่อันหลินมีต่อโฮวอี้เปลี่ยนไปเขายังไม่ได้พิสูจน์พลังของตัวเองก็จากไปก่อนอย่างงั้นเหรอ!

 

“งั้น แล้วมาเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันได้ไง?”

 

“มันเริ่มเมื่อตอน 5 ปีก่อนตอนนั้นท่านพี่ฉางเอ้อมาที่อาณาจักรดาราอินทนิลเพื่อรวบรวมน้ำจันทราหน้าหนาวเธอได้เข้ามาหาราชวงค์พงไพร…”

 

อันหลินนั้นไม่ได้คาดคิดเลยว่าตัวเองแค่ถามไปเล่นๆ แต่ซูเชียนยวินนั้นก็เล่าความสัมพันธ์ของเธอกับฉางเอ้อออกมาโดยไม่ได้ปิดบังเลยซักนิด

 

ซูเชียนยวินเล่าย้อนไปตั้งแต่ฉางเย่ช่วยเธอค้นพบพลังพิเศษของเธอตั้งแต่สมัยเธอยังเด็ก แถมเล่าออกมาอย่างละเอียดยิบทุกอย่างให้เขารู้เกี่ยวกับฉางเอ้อ

 

ยิ่งอันหลินฟัง ก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ

 

เห้ย…เห้ย! จะเชื่อใจฉันมากเกินไปแล้วมั้ง?

 

นี่เล่าให้ฉันรู้กระทั่งว่าฉางเอ้อหอมแก้มเธอทุกครั้งที่เธอไปเยี่ยมเลยเหรอ?

 

เดี๋ยวก่อนนะ…เธอกับฉางเอ้อนอนกอดด้วยกันจนอายุ 16 เลยเหรอ?

 

อันหลินเริ่มได้ยินอะไรที่พิเศษสุดๆ ซะแล้วสิ

 

เพื่อป้องกันหายนะจากการรู้สิ่งที่ไม่ควรที่จะรู้ไปมากกว่านี้ เขารีบหยุดการเล่านิทานของซูเชียนยวินทันที

 

อันหลินรู้สึกละอายใจเล็กน้อย ทำไมซูเชียนยวินถึงเล่าทุกอย่างออกมาขนาดนี้? มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย

 

แถมถามอะไรไปก็ตอบตามตรงหมดเลยด้วย เธอได้สำนึกไหมว่าตัวเองเป็นเทพธิดาอันดับ 1 ของสถาบันฝึกตนนี้นะ?

 

แต่ตอนนี้อันหลินเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออกมาได้

 

เป็นไปได้ไหมว่าเธอจะเป็นคนซื่อบื้อโดยธรรมชาติ?

 

“เฮ้ เฮ้…ฉันว่าตอนนี้น่าจะเสียเวลาการเรียนมากเกินไปแล้วล่ะนะ” 

อันหลินได้แต่แนะนำเธออย่างอ่อนล้า

 

แม้ว่าซูเชียนยวินจะโดนขัดจังหวะ แต่เธอก็ไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจ กลับกันเธอนั้นพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายแล้วก็วางมือลงบนโต๊ะอย่างเงียบๆ ให้อันหลินสอนหนังสือต่อไป

 

เมื่อมองดูท่าทีของเธอ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจของอันหลิน

 

หลังจากความขัดแย้งที่เขาได้ตัดสินใจไปแล้ว

 

“ต่อไปก็ เริ่มจากประโยคง่ายๆ ก่อนแล้วกันนะ” อันหลินพูดอย่างจริงจัง

 

เขาเขียนประโยคสั้นๆ 2 ประโยคลงไปบนกระดาษแล้วพูดออกมา “เรื่องต่อไปคือเรื่องของรูป ประธาน-กริยา-กรรมแบบง่ายๆ อ่านตามฉันนะ?”

 

“ได้ ฉันจะทำอย่างสุดฝีมือเลยละ” ซูเชียนยวินทวนคำอย่างตั้งใจ

 

“I love you (ฉันรักเธอ ภาษาอังกฤษ)”

 

“I love you (ฉันรักเธอ ภาษาอังกฤษ)” เสียงที่เปล่งออกมานั้น สามารถทำให้หัวใจของคนๆ หนึ่งนั้นละลายได้เลย

 

“我爱你 (หว่อ อ้าย หนี่ หรือ ฉันรักเธอ ภาษาจีน)”

 

“我爱你 (หว่อ อ้าย หนี่ หรือ ฉันรักเธอ ภาษาจีน)” ซูเชียนยวินอ่านตามคำต่อคำ

 

เลือดในกายของอันหลินนั้นเดือดพล่านราวกับไปวิ่งออกกำลัง เขารู้สึกเหมือนจะเป็นลมได้เลย

 

ฮิฮิ เทพธิดากำลังสารภาพความรู้สึกของเธอให้ฉันรู้…

 

อันหลินนั้นยิ้มออกมาอย่างงี่เง่า

 

“ที่ยิ้มออกมานี่เพราะว่าฉันอ่านได้ดีมากสินะ?” ซูเชียนยวินถามออกมาอย่างมีความสุขในตตอนที่เขาเห็นรอยยิ้มของอันหลิน

 

อันหลินได้สติแล้วพยักหน้าให้ในทันที “อ่า ทำได้ดีมากเลยล่ะ เพื่อความสมบูรณ์ลองดูอีกซักสองสามประโยคแล้วกันนะ…”

 

“อ่า อืม…ได้ ช่วยบอกความหมายของประโยคที่พูดให้ฟังได้ไหม?”ซูเชียนยวินถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

ชิบหายละ…จะอธิบายยังไงดีเนี่ย?

 

อันหลินนั้นอยากจะด่าตัวเองเหลือเกิน หลายคนเคยบอกไว้ว่าแรงกระตุ้นนี่เป็นมารตัวเอง แล้วตอนนี้ถ้าเขาอธิบายออกไปให้ซูเชียนยวินรู้ล่ะก็ได้เป็นเรื่องใหญ่โตแน่ๆ!

 

ท้ายที่สุดแล้วหลังจากที่คิดจนหัวแทบแตกอันหลินมีแต่ต้องเสี่ยงกับความจริงที่ว่าซูเชียนยวินเป็นเด็กที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาเท่านั้น

 

ขอล่ะ ช่วยเชื่อที่พูดทีเถอะ เพราะว่ามันอธิบายประโยคแบบประธาน-กริยา-กรรมได้สั้นสุดๆ แล้ว!

 

“มันแปลว่า ‘ฉันรักเธอ’” อันหลินพูดออกได้ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังที่สุด

 

“อืมๆ มันแปลว่าฉันรักเธอสินะ”ซูเชียนยวินพยักหน้าตอบโดยไม่ได้คิดอะไร

 

แต่หลังจากผ่านไปซักครู่ เธอก็เหมือนจะตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่างแล้วเธอก็เงียบไปซะเฉยๆ

 

 

ความสงบแบบนี้ ที่มันเรียกว่าความสงบก่อนพายุมาสินะ…

 

อันหลินนั้นรู้สึกอยู่ไม่สุขสุดๆ เขาแค่อยากจะล้อเธอเล่นอย่าหวังว่าเธอจะเก็บไปคิดนะ

 

ก็ได้ อันหลินยอมรับว่าการสอนซูเชียนยวินด้วยประโยคแบบนั้นเป็นการหาที่ตายชัดๆ

 

อ่า… อะไรหนอดลใจให้เขาทำตัวเหมือนพวกหน้าม่อแบบนี้? แถมเขาก็หยุดที่จะทำแบบนั้นไม่ได้ด้วย

 

อันหลินมองไปทางซูเชียนยวินอย่างไม่สบายใจสุดๆ เขาสังเกตว่าดวงตาสีฟ้าของเธอนั้นเริ่มที่จะชื้นๆ แถมใบหน้าก็เริ่มกลายเป็นสีแดงก่ำ ริมฝีปากเม้มแน่นแล้วน้ำตาก็ไหลออกมา

 

อันหลินเห็นภาพนั้นแล้วรู้สึกเสียใจที่ทำอะไรโง่ๆออกไป เขารีบอธิบายอย่างเร่งรีบ “ฉันแค่สอนหลักไวยากรณ์เฉยๆ ฉันไม่ได้มีอะไรแอบแฝงจริงๆนะ!”

 

ซูเชียนยวินเงยหน้าขึ้นมาแล้วจ้องมองอันหลินราวกับว่าอยู่ในภวังค์ การแสดงแบบออกนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะว่ากันได้เลยแม้แต่น้อย

 

ริมฝีปากนั้นตัดพ้ออกมาด้วยน้ำเสียงสะอื้น “ท่านพี่ฉางเอ้อพูดถูก ผู้ชายเป็นสัตว์ร้ายกระหายเลือดทุกคนจริงๆ ด้วย…”

 

เมื่อถูกหญิงสาวที่งามหาที่เปรียบไม่ได้อย่างเธอมองด้วยสายตาที่หม่นหมองแบบนี้ เป็นคุณจะรู้สึกยังไง?

 

นางฟ้าของฉัน! ช่างน่าเอ็นดูเหลือเกิน!!!

 

อันหลินนั้นร้อนวูบไปทั่วทั้งร่างอีกรอบ รอบนี้นั้นมาซะจนสติของเขาหลุดลอยออกไปจริงๆ…

 

ซูเชียนยวินไม่ได้คาดคิดว่าการแสดงออกของเธอนั้นร้ายแรงต่อหัวใจของอันหลินอย่างมาก!

 

เธอนั้นยังคงยืนขาแข็งอยู่ที่เดิม แต่อันหลินที่เป็นลมไปแล้วนั้นมีเลือดกำเดากระฉูดออกมา

 

“อันหลิน เป็นอะไรไป?

 

“ฟื้นสิ อย่าทำให้ฉันกลัวสิ!”

 

เมื่อเห็นว่าอันหลินนั้นไม่มีปฎิกิริยาตอบสนองซูเชียนยวินนั้นสับสนในทันที เธอคิดว่าที่เธอพูดออกไปนั้นมันโหดร้ายเกินไปแล้วมันก็ทำให้อันหลินโกรธจนสิ้นสติด้วย

 

ด้วยความละอายใจอย่างยิ่ง เธอรีบแบกอันหลินขึ้นหลังแล้วพาเขาไปที่ห้องพยาบาล…

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top