ขนาดตัวอักษร

บทที่ 10 อันหลินผู้โชคดีในเรื่องความรัก

 35 Views

อันหลินเข้าประตูห้องเรียนและพาตัวเองไปนั่งอยู่ที่ด้านหลังของห้อง

 

เขารู้สึกว่าความสนใจของนักเรียนคนอื่นที่มีต่อตัวเขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

 

นักเรียนบางคนถึงกับเริ่มพูดคุยกันอย่างเงียบๆ เมื่อพวกเขาเห็นอันหลิน

 

ถึงแม้ว่าอันหลินจะไม่รู้ว่าพวกเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไร แต่เขาค่อนข้างแน่ใจว่าเพื่อนๆ ไม่ได้กำลังชื่มชมเขาอยู่แน่ๆ

 

มีเหตุการณ์มากมายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาล้วนมีความเกี่ยวข้องกับ

อันหลินทั้งนั้น ซึ่งการพูดคุยกันระหว่างนักเรียนคนอื่นทำให้แม้แต่อันหลินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกท้อแท้กับตัวเอง

 

จุดสนใจหลักในวันนี้คือวิชาสังคมมนุษย์ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงภาพชัดเจนนักเรียนทุกคนในชั้นเรียนจึงสวมใส่เสื้อผ้าตามแบบแฟชั่นบนโลก

 

กางเกงยีนส์, เสื้อกล้าม, เสื้อยืด, เดรส…ชุดที่มีสไตล์เกินจริงรวมไปถึงชุดสูทและแม้กระทั่งชุดกี่เผ้า ภาพในตอนนี้มันแปลกมาก ในห้องเรียนตอนนี้ไม่แตกต่างอะไรจากการประกวดแฟชั่นกันเลย

 

แต่ถ้าให้พูดถึงคนที่มีคุณสมบัติที่จะใส่ชุดสูทล่ะก็คงไม่มีใครอื่นนอกจากหัวหน้าห้องเรียนนี้ เซวียนเยวียนเฉิง

 

การแต่งกายของเขาดูดีไร้ที่ติ สวมเน็คไทสีฟ้ารวมไปถึงแว่นกันแดด

 

เขาดูมีชีวิตชีวาและดูเหมือนละม้ายคล้ายคลึงกับสายลับเจมส์บอน 007!

 

อย่างไรก็ตามคุณคิดเหรอว่าพวกคนที่แต่งตัวกันแบบนี้ในห้องเรียนจะตั้งหน้าตั้งตาเรียนในสิ่งที่อาจารย์กำลังสอนอยู่น่ะ??

 

อันหลินพยายามอย่างเต็มที่เพื่อกลั้นเสียงหัวเราะของเขา

 

หลังจากนั้นไม่นานอาจารย์เยว่อิงก็เดินเข้ามาในห้องเรียน

 

เธอสวมกระโปรงลายสก๊อตสีเหลืองอ่อนพร้อมกับแว่นตากรอบแดงคู่หนึ่ง ลักษณะของเธอนั้นช่างงดงามและดูเฉลียวฉลาดอีกด้วย

 

ไม่เพียงแค่นั้น เธอยังเป็นคนตัวสูงและผอมเพรียวพร้อมด้วยผมหยิกเล็กน้อยยาวถึงเอว และกางเกงยีนส์ไหมสีดำครอบคลุมขาอันแสนเรียวงามของเธอ ไม่ใช่แค่เพียงดูดีแล้ว แต่เซ็กซี่สุดๆ

 

เธอเต็มไปด้วยจิตมุ่งมั่นในขณะที่เดินเข้าไปในห้องเรียน อย่างไรก็ตามเมื่อเธอเห็นสายลับ 007 ที่นำแสดงโดยเซวียนเยวียนเฉิง นั่งอยู่แถวหน้าพร้อมกับสีหน้าจริงจังบนใบหน้าของเขา เธอก็หัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้

 

นักเรียนมองไปที่เยว่อิงด้วยความประหลาดใจ เพราะไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงหัวเราะออกมา

 

เยว่อิงหันสายตาของเธออย่างเชื่องช้าและเริ่มส่งบทเรียนให้ทุกคนราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

เหตุผลที่สถาบันแห่งการฝึกฝนเสนอวิชาศึกษาสังคมมนุษย์เพื่อให้นักเรียนเข้าใจและบูรณาการความรู้ได้ดีขึ้นเมื่อพวกเขาต้องอวตารลงไปสู่โลกมนุษย์เพื่อทำภารกิจที่ได้รับจากตำหนักสวรรค์

 

เนื้อหาเฉพาะของวิชาสังคมมนุษย์โดยรวมก็คือ: วัฒนธรรมของประเทศต่างๆ การกระจายอำนาจ ภูมิศาสตร์ และภาษาบังคับเรียนถึงสองภาษานั่นก็คือ จีนและอังกฤษ

 

เมื่อเทียบกับวิชาอื่นแล้ว วิชาค่อนข้างจะไร้ประโยชน์สำหรับเขา อันหลินรู้สึกได้ถึงความเก่งกาจของเขาที่สุดในวิชานี้ ราวกับว่าเขาสามารถกำราบคนอื่นได้ด้วยความรู้ที่เขามีแน่ๆ

 

แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจเพราะวิชาอื่นเขาเก่งแบบนี้ แต่วิชานี้ก็ส่งผลแบบเดียวกับเขาเหมือนวิชาเซียนเลยยยยโว้ยยยย เปลี่ยนไปแค่มันคือ 

“ยานอนหลับยี่ห้อ เยว่อิง”

 

เนื้อหาทั้งหมดที่เยว่อิงสอนนั้นเป็นพื้นฐานยิ่งกว่าพื้นฐานเช่น โลกมีอยู่ด้วยกัน 7 ทวีป ประเทศจีนอยู่ในเอเชีย บลาๆๆ

 

อันหลินไม่รู้จริงๆว่าวิชานี้มีจะมีความหมายกับเขาอย่างไร ดังนั้นเขาจึงเริ่มรู้สึกเซื่องซึมอีกครั้ง…

 

วิชาสังคมมนุษย์อันนี้ดำเนินการต่อไปตลอดทั้งวัน และนั่นทำให้อันหลินไม่รู้ว่าจะทนได้มากแค่ไหน

 

ในที่สุดวิชาเรียนก็จบลงด้วยคำพูดสุดท้ายของเยว่อิง “นักเรียนอันหลินเป็นตัวแทนวิชาในการเรียนครั้งนี้ หากใครมีปัญหาสามารถไปปรึกษาเขาได้นะ ตกลงไหม?”

 

แม้ว่าอาจารย์จะพูดแบบนี้ แต่อันหลินก็รู้ว่าพวกกลุ่มอัจฉริยะนี้เป็นพวกยโสโอหังสุดๆ

 

แทนที่จะถามใครซักคนที่อ่อนแอกว่าเพื่อขอความช่วยเหลือ เดาได้เลยว่าพวกเขาจะต้องใช้ความพยายามค้นคว้าหามันด้วยตัวเองยังจะดีเสียกว่าอีก

 

แน่นอนว่าไม่มีใครมาถามเขาหลังจากจบวิชานั้น

 

อันหลินถอนหายใจอย่างนุ่มนวลและกำลังจะยืนขึ้น

 

“เอ่อ…นักเรียนอันหลินนายว่างหรือเปล่า?”

 

เสียงที่เบาและนุ่มนวลน่าฟังดังอยู่ข้างหูของเขา

 

อันหลินมองไปทางที่มาของเสียงและจิตใจของเขาว่างเปล่าทันที เขาจ้องเขม็งไปยังเด็กผู้หญิงที่ปรากฏตัวต่อหน้าเขา

 

ดวงตาสีฟ้าที่สดใสของหญิงสาวนั้นมองต่ำไปยังอันหลิน

 

อันหลินไม่เคยมีโอกาสได้มองเธออย่างใกล้ชิดมาก่อนและทันใดนั้นเขาก็รู้สึกราวกับว่าหัวใจของเขาหยุดเต้น

 

“ว่ะ….ว่างสิ ว่างแน่นอนอยู่แล้ว ฉันขอถามหน่อยได้ไหมว่าลมอะไรหอบเอาซูเชียนยวินมาที่นี่เนี่ย??”

 

หลังจากนั้นไม่นานอันหลินก็สามารถพูดประโยคหนึ่งด้วยความกลัวและความกังวลใจ

 

ในฐานะที่เธอมีความงดงามราวกับเทพธิดาจนสามารถล้มหญิงสาวทุกคนของสถาบันแห่งนี้ได้ทันทีที่เธอเข้ามาเรียนที่นี่ อันหลินไม่รู้จริงๆว่าทำไมเธอถึงมาตามหาเขา

 

“ถ้าอย่างนั้นนายพอจะสละเวลามาสอนฉันพูดภาษาจีนกับภาษาอังกฤษได้ไหม? ฉันไม่มีความสามารถด้านภาษาเลยน่ะ”

 

“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่รบกวนนายมากหรอก!” ซูเชียนยวินกล่าวเพิ่มเติมอย่างรวดเร็วราวกับว่าเธอกลัวว่าอันหลินจะปฏิเสธคำขอของเธอ

 

…ความสุขเกิดขึ้นในทันตาเห็น!

 

หัวใจของอันหลินอาจจะเต้นเร็วกว่าปกติสองหรือสามเท่าจนเกือบหัวใจวายตายแล้ว

 

อดทน! อันหลิน! นายทำได้! หากนายปล่อยโอกาสที่มีพียงครั้งเดียวแบบนี้หลุดลอยไปล่ะก็ นายคงจะต้องโสดไปตลอดชีวิตแน่ๆ!

 

หัวใจของหลินกำลังเต้นระรัวและเขารู้ว่าต้องทำตัวให้ดูเท่ไว้ก่อนในสถานการณ์แบบนี้

 

“ไม่ต้องห่วง! ยังไงฉันก็เป็นตัวแทนของวิชานี้อยู่แล้ว การช่วยเหลือเพื่อนพ้องในยามคับขันถือเป็นหน้าที่อันมีเกียรติของฉันอยู่แล้วล่ะนะ“

 

“นั่งลงก่อนสิ ฉันจะเริ่มสอนให้อย่างค่อยเป็นค่อยไป”

 

อันหลินตอบซูเชียนยวินด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นเหมือนแสงอาทิตย์ฤดูใบไม้ผลิ

 

ซูเชียนยวินพยักหน้าและนั่งลงข้างๆอันหลิน “ ขอโทษที่รบกวนด้วยนะ” เธอพูดอย่างเกรงใจ

 

ขณะที่ซูเชียนยวินนั่งลงกลิ่นหอมของกล้วยไม้ที่จางๆก็ล่องลอยเข้าไปในจมูกของอันหลิน

 

แม้ว่าเขาจะตื่นเต้นมาก แต่เขาก็ยังพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อให้ดูสงบและรวบรวมสมาธิไว้

 

“ถ้างั้นแล้วซูเชียนยวินระดับภาษาทั้งสองของเธออยู่ที่ระดับไหนล่ะ?“ 

อันหลินถามอย่างจริงจังแต่ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

 

ซูเชียนยวินกัดริมฝีปากเบาๆจนรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย “ฉันไม่ค่อยได้พูดน่ะ และวิชาภาษาเองก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันถนัดเหมือนกัน สำหรับภาษาอังกฤษกับจีน ฉันเองก็ยังไม่ได้เรียนเรื่องการออกเสียงเลย อ่ะ เอ่อ… ถ้าพูดให้ถูก ฉันยังไม่ได้เรียนเรื่องการออกเสียงแม้แต่พยางค์เดียวเลย…”

 

หัวใจของอันหลินเกือบละลายในขณะที่เขานั่งฟังเสียงที่นุ่มนวลชวนหลงไหลของซูเชียนยวิน

 

เขามักจะคิดว่าคนที่ดูนิ่งเฉยอย่างซูเชียนยวินจะมีเสียงที่เย็นชาน่ากลัวๆ ดังนั้นเขาจึงไม่คาดหวังว่าเสียงของเธอจะนุ่มลื่นและน่ารักได้ขนาดนี้

 

พูดก็พูดเถอะ สิ่งสำคัญที่เขาได้รู้ในตอนนี้ก็คือ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเสียงของซูเชียนยวิน

 

โดยปกติแล้วซูเชียนยวินมักจะมีออร่าของความงามที่เย็นยะเยือกเมื่อเธอปรากฏตัวในบริเวณโรงเรียนและเธอก็ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นซักเท่าไหร่

 

คนอื่นๆบอกว่าเธอเป็นผู้งมงายยุทธ์และสนใจในการฝึกฝนเท่านั้น จากรูปลักษณ์ของเธอในตอนนี้บ่งบอกได้เป็นอย่างดีเลยว่าเธอไม่ค่อยเป็นคนที่ชอบพูดคุยซักเท่าไหร่

 

“โดยปกติแล้วการพูดจะช่วยทำให้เธอคุ้นชินกับหลักภาษามากขึ้น งั้นเอาแบบนี้ไหม ฉันจะสอนเธอเกี่ยวกับประโยคง่ายๆก่อน แล้วค่อยลงลึกไปจนถึงการรวมเสียงและหลักสัทธศาสตร์ ” อันหลินยิ้มเบาๆและเขียนคำพูดสองสามคำขนาดใหญ่ลงบนโต๊ะ

 

คำเหล่านี้ได้แก่: ครู นักเรียน โรงเรียน และการเข้าเรียน ซึ่งถูกเขียนในรูปแบบของภาษาจีนและอังกฤษ

 

อันหลินอ่านพวกมันหนึ่งครั้งและซูเชียนยวินก็อ่านตามหลังจากเขา

 

มันใช้เวลาสักครู่หนึ่งก่อนที่ซูเชียนยวินจะเข้าใจหลักการออกเสียงของวลีเหล่านี้

 

อันหลินเข้าใจสุดๆในสิ่งที่ซูเชียนยวินพูดถึงเมื่อครั้งที่เจอกัน เรื่องที่ว่าเธอมีความสามารถทางภาษาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แน่นอนว่าเธอไม่ได้โกหกเขาจริงๆ!

 

ซูเชียนยวินตระหนักว่าเธอเข้าใจภาษาทั้งสองนี้ช้ามากและเธอก็ขอโทษขอโพยผ่านทางสีหน้าของเธอ “อ๊า! ต้องขอโทษด้วยนะที่รบกวนเวลานาย” เธอพูดเบาๆ

 

อันหลินส่ายหัวอย่างรุนแรง “เพื่อนร่วมชั้นก็ควรจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันสิ ฉันจะโกรธมากเลยนะถ้าเธอพูดแบบนั้นอีกน่ะ”

 

แสงริบหรี่ปรากฏขึ้นในดวงตาของซูเชียนยวินเมื่อเธอได้ยินแบบนี้และเธอก็ยิ้มออกมาเบาๆ “พี่ใหญ่ฉางเอ้อน่ะ มักจะบอกว่าผู้ชายทุกคนน่ะเป็นสัตว์ร้ายกระหายเลือด”

 

“แต่ก็อย่างว่าแหละนะ ฉันว่าอันหลินเหมือนจะเป็นข้อยกเว้นล่ะ นายช่างเป็นคนที่ดีจริงๆ”

 

รอยยิ้มของเธอเหมือนแสงแดดยามฤดูใบไม้ผลิที่เปล่งประกายและมีเสน่ห์มากที่สุดราวกับมันสามารถละลายผ่านน้ำแข็งนิรันดร์ได้ มันส่องแสงทอดผ่านจิตใจของอันหลินทันที

 

ในช่วงเวลานั้นอันหลินรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังตกหลุมรัก…

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top