ขนาดตัวอักษร

บทที่ 7 ผู้อ่อนแอที่สุดในห้อง 1 ปะทะ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในห้อง 100

 41 Views

ทั้งอันหลินและหลิวต้าเป๋าเริ่มโจมตีพร้อมๆกัน

 

พวกเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจดั่งสายลมและปะทะกันอย่างรวดเร็ว

 

การต่อสู้เข้าสู่จุดสูงสุดทันทีในขณะที่ทั้งสองทุ่มความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มีซัดใส่หน้ากันตั้งแต่เริ่มต้น

 

ผัวะผัวะผัวะ…ปังปังปัง… แกร้งแกร้งแกร้ง…พรึ่บพรึ่บพรึ่บ …

 

หลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือดพวกเขาทั้งสองก็พยายามอย่างหนักเพื่อที่จะแยกตัวเองออกจากกันจากนั้นพวกเขาก็มองหน้าซึ่งกันและกัน

 

“ไม่เลวนี่!”

 

“เฮ้…แกก็ไม่ได้กากเกินไปนี่นา!”

 

“ถ้างั้นก็บวกกันต่อเลยดีกว่า!”

 

“จัดไปอย่าให้เสีย!”

 

ดังนั้นพวกเขาทั้งสองจึงปะทะกันอีกครั้งและเริ่มต่อสู้กัน …

 

ผัวะผัวะผัวะ … ปังปังปัง … แกร้งแกร้งแกร้ง … พรึ่บพรึ่บพรึ่บ …

 

หลายร้อยคนจากทั่วราชอาณาจักรแห่งรัฐทั้งเก้ากำลังตะลึงในขณะที่พวกเขามองไปยังการต่อสู้ด้วยหมัดของทั้งสองคนนั้น นานมากๆจนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่สามารถฟื้นจากความตะลึงได้

 

“พระเจ้า! นี่ฉันไปทำบาปอะไรลงไปเนี่ย? ทำไมฉันต้องมาดูอะไรที่มันปัญญาอ่อนแบบนี้ด้วย?” นักเรียนใหม่บางคนคร่ำครวญด้วยความสิ้นหวัง

 

“นี่มันคือมาตรฐานของพวกห้องหนึ่งงั้นเหรอ?”

 

“ถ้างั้นข่าวลือเกี่ยวกับอันหลินก็เป็นจริงล่ะสิ นี่เขาเป็นพวกเด็กเส้นจริงๆด้วยสินะ…”

 

น้ำตาเริ่มไหลออกมาจากนัยน์ตาของหญิงสาวบางคนที่ได้เป็นสักขีพยานในคววามติ๊งต๊องและปัญญาอ่อนของอันหลิน เธอเริ่มรู้สึกราวกับว่าความฝันได้แตกสลายไป

 

ซวีเซี่ยวหลานรู้สึกเศร้าเสียใจขึ้นมาเมื่อเธอมองไปยังการต่อสู้ของ

อันหลินเธอก็รู้สึกราวกับว่าดวงตาทั้งสองข้างของเธอตาบอดสนิท เธอได้แต่พูดพึมพำอย่างช่วยไม่ได้ 

 

“ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่ต้องมาเชียร์นายเนี่ย”

 

ปฏิกิริยาของผู้ชมโดยรอบก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆและซวีเซี่ยวหลานก็รู้สึกดีใจที่เธอไม่ได้แสดงความคิดเห็นดังกล่าวออกมา

 

เธอเช็ดเหงื่อแสนเยือกเย็นบนหน้าผากของเธอและมองไปที่อันหลิน ซึ่งตอนนี้เขาได้ก้าวเข้าสู่การต่อสู้ที่ยากลำบาก “ฉันขอโทษจริงๆ ฉันไม่มีความกล้ามากพอที่จะตะโกน “จัดการมันเลยอันหลิน!” ต่อหน้าทุกคน ซวีเซี่ยวหลานพูดพึมพำอย่างเงียบๆ

 

เช่นเดียวกับอันหลินและหลิวต้าเป๋าที่กำลังแลกหมัดกันอย่างรุนแรง ซวีเซี่ยวหลานก็ได้เห็นถึงเสน่ห์อันแสนงดงามของเธอ

 

เซวียนเยวียนเฉิง! ใครจะไปคิดล่ะว่าเขาจะมาดูการต่อสู้นี้ด้วย? 

ซวีเซี่ยวหลานดีใจแบบสุดๆ

 

ขณะที่เธอคิดจะเข้าไปทักทายเขาเธอเห็นเซวียนเยวียนเฉิงจับไปที่คิ้วตัวเองแล้วเดินจากไป

 

ท่าทางของเซวียนเยวียนเฉิงนั้นบ่งบอกออกมาทางสายตาได้เลยว่าเขากำลังเสียใจมาก เมื่อเห็นอย่างนี้ซวีเซี่ยวหลานก็หยุดเดินและมองไปยังเซวียนเยวียนเฉิงอย่างเห็นอกเห็นใจ เธอเข้าใจว่าต้องเวลาเขาสงบสติอารมณ์เสียก่อนเพราะฉากปัญญาอ่อนตรงหน้า

 

อันหลินและหลิวต้าเป๋าถูกแยกตัวออกมากันอีกครั้ง โดยตอนนี้ทั้งสองได้รับบาดเจ็บกันอยู่บ้าง

 

ใบหน้าหล่อเหลาของอันหลินมีรอยฟกช้ำแล้วและหลิวต้าเป๋าเองก็มีขอบตาที่ดำปื้ด

 

“นายแข็งแกร่งเกินกว่าที่ฉันคาดการณ์เอาไว้ซะอีก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนายถึงเป็นที่จับตามองของกลุ่มคนเข้าเรียนใหม่“

 

“แกควรภูมิใจที่ไล่ต้อนฉันมาได้ขนาดนี้เลยนะ ตอนนี้ฉันจะใช้

ท่าไม้ตายก้นหีบของฉันแล้วล่ะ!”

 

หลิวต้าเป๋ามองหน้าเขาอย่างโกรธแค้นหลังจากถูกผลักออกไปจากนั้นเขาก็คำรามใส่อันหลิน

 

ด้วยเหตุผลบางอย่างการสนทนาระหว่างผู้ชมค่อยๆเงียบลงเมื่อพวกเขาได้ยินสิ่งนี้ เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาเริ่มมีความคาดหวังต่อการเคลื่อนไหวที่น่ากลัวที่สุดของหลิวต้าเป๋า

 

ความรู้สึกหวาดผวาผุดขึ้นจากในจิตใจของอันหลินเขาไม่ได้คิดว่าหลิวต้าเป๋าจะขยับแขนเสื้อขึ้นและระมัดระวังอย่างมาก

 

“วิชาเซียน – ฝ่ามือลมดูด!” หลิวต้าเป๋าตะโกนร้องพร้อมกับแสงสีขาวที่พุ่งออกมาจากมือทั้งสองของเขา

 

ทันใดนั้นอันหลินก็รู้สึกถึงแรงดูดและเริ่มลอยเข้าไปหาหลิวต้าเป๋าโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

“ นี่มันคาถาเซียน!” อันหลินอุทานในขณะที่เขากำลังหน้าซีดด้วยความกลัว

 

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสกับวิชาเซียนเป็นครั้งแรกและรู้สึกได้ถึงความภาคภูมิใจที่เต็มเปี่ยมในหัวใจของเขา

 

แต่เขาเห็นว่าตอนนี้หลิวต้าเป๋าไม่สามารถใช้มือของเขาได้เพราะกำลังรวบรวมพลังอื่น อันหลินเลยวิ่งเข้าใส่หลิวต้าเป๋าพร้อมเหวี่ยงหมัดเข้าไปที่ใบหน้าของหลิวต้าเป๋าด้วยแรงทั้งหมดที่เขามี

 

ผัวะ!

 

หลิวต้าเป๋าไม่ได้เตรียมตัวเอาไว้ก่อนฟันของเขาก็กระเด็นลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าในขณะที่กำปั้นของอันหลินสัมผัสกับใบหน้าของเขา

 

หลิวต้าเป๋าทรุดตัวลงบนพื้น เขากระอักเลือดออกมาและใบหน้าของเขาก็ตกใจน่าดู

 

“ช่างเป็นการตอบโต้ที่น่ากลัวอะไรแบบนี้! อย่างที่คาดไว้เลย นายมันเป็นคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจจริงๆ“

 

“แต่ทว่า ยิ่งนายแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ฉันก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก เพราะว่านี่แหละถึงจะเรียกได้ว่าการต่อสู้ที่แท้จริง!”

 

หลังจากพูดออกมาอย่างภูมิใจ หลิวต้าเป๋าก็เริ่มเข้าต่อสู้กับอันหลินอีกครั้ง

 

ผัวะผัวะผัวะ … ปังปังปัง … แกร้งแกร้งแกร้ง … พรึ่บพรึ่บพรึ่บ …

 

ผู้ชมต่างก็กำลังงุนงงและตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าขนลุก

 

 

“ฉันล่ะอยากจะเข้าไปอัดไอ้สองคนนี้จริงๆ” นักเรียนคนใหม่กล่าวอย่างไร้สีหน้า

 

“นับฉันด้วยละกัน ฉันเริ่มจะคุมตัวเองไมได้แล้ว” นักเรียนคนอื่นพูดตามและเริ่มชักกระบี่ออกมาจากเอว

 

“ฉันต้องบ้าไปแล้วจริงๆที่มาดูอะไรแบบนี้ นี่ฉันอุตส่าห์ยอมสละการเป็นคนแรกที่จะได้กินไอติมรสสตรอว์เบอรี่จากโรงอาหารเพื่อมาดูอะไรแบบนี้งั้นเหรอ ถ้าพวกนายเอาแบบนี้ฉันก็ขอร่วมวงด้วยสิ!” มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งพูดอย่างดุเดือดพร้อมกับมีดสั้นของเธอ

 

“เอาด้วย”

 

“ฉันด้วย”

 

“ฉันด้วยสิ…”

 

และเมื่อเป็นเช่นนี้ นักเรียนใหม่กว่าร้อยคนก็แผ่จิตสังหารออกมาพร้อมกับชักอาวุธประจำตัว

 

ซวีเซี่ยวหลานยิ้มอย่างหงุดหงิดในขณะที่เธอก้าวถอยหลังออกมาอย่างเงียบๆ เธอสวดอ้อนวอนให้อันหลินในใจของเธอ อันหลินขอร้องล่ะอย่าโดนกระทืบตายเลยนะ อย่างน้อยก็ให้พวกเขากระทืบจนปางตายกระดูกหักซักนิดหน่อยก็ยังดี…

 

อันหลินและหลิวต้าเป๋ายังคงต่อสู้กันอย่างดุเดือดโดยที่ไม่รู้ว่าชีวิตของพวกเขากำลังตกอยู่ในอันตรายเสียแล้ว …

 

“ใจเย็นๆ ทุกคนฉันได้รายงานเรื่องพวกเขาไปแล้ว!” นักเรียนชายคนหนึ่งที่เต็มไปด้วยความโกรธและรังเกียจตะโกนออกมา

 

คนอื่นๆต่างก็คิดว่าเขาล้อเล่น พวกเขาเพิกเฉยและเตรียมพร้อมที่จะเข้าไปกระทืบไอ้ปัญญาอ่อน 2 ตัวนี้

 

หลังจากนั้นไม่นานชายสามคนยืนอยู่บนกระบี่บินและสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินก็ลงมาจากท้องฟ้า พวกเขาลงจอดในสนามรบของอันหลินและหลิวต้าเป๋า

 

กระบี่สวรรค์ปักลงมาใกล้ร่างทั้งสองและปล่อยลมออกมาทันที ซึ่งมันมีแรงกดดันที่น่าตกใจพัดจนอันหลินและหลิวต้าเป๋าต้องแยกจากกัน

 

ทั้งสองคนที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดจ้องหยุดด้วยความประหลาดใจทันที

 

ในตอนนี้ชายคนนั้นได้ตราสีน้ำเงินออกมาและเขียนชื่อของอันหลินและหลิวต้าเป๋าลงไป “พวกข้าคือกลุ่มผู้คมกฎแห่งสถาบันแห่งนี้ พวกเจ้าสองคนได้ทำการต่อสู้โดยไม่ได้รับอนุญาต นี่เป็นเรื่องที่ผิดกฎอย่างร้ายแรงจนไม่อาจให้อภัยได้”

 

“ตามกฎระเบียบที่ได้ระบุเอาไว้ในข้อบังคับของสถาบันแห่งการฝึกตน ตอนนี้พวกเจ้าทั้งคู่จะต้องถูกจับกุมและถูกควบคุมตัวในสถานกักกันของสถาบันเป็นเวลาสามวัน!”

 

สีหน้าของอันหลินเปลี่ยนไปแล้วเขาก็มองไปยังหลิวต้าเป๋าด้วยความไม่แน่ใจ

 

เกิดอะไรขึ้น? อย่าบอกนะว่าการต่อสู้ระหว่างพวกเราสองคนนั้นผิดกฎสถาบันงั้นเหรอวะ?

 

หลิงต้าเป๋าเพิกเฉยต่อท่าทีของอันหลินและมีสีหน้าเหมือนว่า ตูกำลังจะตายอยู่ในเงื้อมมือของยมทูตแล้ว “ฉันไม่เสียใจที่ได้เข้าต่อสู้เพื่อปกป้อง

เกียรติยศของห้อง 100” เขาหัวเราะอย่างดังก้อง 

 

“แต่มันน่าสมเพชมากที่พวกเราสองคนสู้กันแล้วก็ยังหาผู้ชนะไม่ได้” 

หลิวต้าเป๋ามองไปยังอันหลินอย่างโศกเศร้า

 

ฉิบหาย! กูโดนต้มนี่หว่า! อันหลินตะโกนออกมาเป็นครั้งแรก เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าที่สถาบันนี้จะมีกฎแบบนั้นด้วย

 

เขาเพิ่งมาที่มหาวิทยาลัยเพียงไม่กี่วันก็โดนกักบริเวณสามวันเสียแล้ว

 

ทำไม? ทำไมมันจบแบบนี้ว่ะ?

 

อันหลินและหลิวต้าเป๋ายอมให้ถูกใส่กุญแจมือและถูกพาตัวไปด้วยน้ำมือของสามคนนั้น

 

เมื่อพวกเขาจากไปเสียงปรบมือของนักเรียนหลายร้อยคนก็ดังขึ้น

 

เสียงปรบมือฟังดูอบอุ่นมากและดังขึ้นเป็นเวลานาน บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา

 

“นายได้ยินเสียงปรบมือหรือเปล่า? พวกเราได้พิสูจน์ตัวเองผ่านการต่อสู้ครั้งนี้แล้ว” หลิวต้าเป๋าพูดกับอันหลิน

 

ความตื่นเต้นจากการต่อสู้ได้หายไปจากดวงตาของหลิวต้าเป๋าตั้งนานแล้ว และเขากำลังมองอันหลินด้วยสายตาอ่อนโยน ใบหน้าของเขาตอนนี้มีความรู้สึกของราวกับว่าได้มองไปยังฮีโร่ก็ไม่ปาน

 

รอยยิ้มจางๆปรากฎบนใบหน้าของอันหลินในที่สุดเขาก็ตระหนักถึงสิ่งนี้ 

 

“นายพูดถูก การถูกคุมตัวแค่สามวันแลกกับการได้รับเสียงเชียร์แบบนี้มันเป็นอะไรที่ดีจริงๆ“

 

นักเรียนหลายร้อยคนถอนหายใจอย่างลึกซึ้งด้วยอารมณ์ที่แสนปลื้มปิติ พวกเขาเห็นการต่อสู้สุดปัญญาอ่อนที่ไม่มีส้นตีนอะไรเลยทั้งนั้นทำให้พวกเขาต้องปวดหัวใจ ซึ่งตอนนี้มันได้จบลงแล้วทำให้พวกเขารู้สึกสุดแสนจะมีความสุขที่ไม่ต้องเห็นอะไรอุบาทแบบนั้นอีกในชีวิตของพวกเขา!!!

 

“ขอบคุณพระเจ้าที่มีผู้คุมกฎมาพอดี ไม่งั้นฉันคงพุ่งออกไปซัดหน้าพวกมันแล้ว”

 

“พวกเขาหยุดการต่อสู้สุดปัญญาอ่อนนี้ได้ซักที”

 

“พวกผู้คุมกฎสุดยอดไปเลย ฉันละนับถือจริงๆ!”

 

ชายหนุ่มอันแสนน่าสงสารทั้งสองคน…พวกเขาไม่รู้ว่าเลยเสียงปรบมืออันแสนอบอุ่นที่มาจากนักเรียนหลายร้อยคนนั้นมันเป็นการชมเชยให้กับเหล่าผู้คุมกฎที่มาจัดการเรื่องนี้ได้ทันเวลาพอดี…ก่อนที่จะมีคนปัญญาอ่อนตาย!

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top