ขนาดตัวอักษร

บทที่ 6 การต่อสู้ที่มิอาจหลีกเลี่ยง

 39 Views

การเรียนในช่วงบ่ายทำให้อันหลินรู้สึกง่วงนอน อย่างไรก็ตามหลังจากประสบพบเจอเรื่องต่างๆ ในช่วงเช้าวันนั้นมันทำเอาเขาไม่กล้าแอบงีบหลับในชั้นเรียนอีกต่อไป

 

สำหรับอันหลินแล้ว เหตุการณ์ที่น่าสนใจสำหรับเขาเพียงหนึ่งเดียวในช่วงบ่ายก็คือการโหวตเลือกหัวหน้าห้อง

 

เซียนกระบี่หลิงเซี่ยว ผู้ซึ่งคอยประสานงานในชั้นปีของพวกเขา นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ดูแลการโหวตเลือกหัวหน้าห้องในครั้งนี้ หน้าตาเขาดูหล่อเหลาสดชื่นและดึงดูดสาวๆในชั้นเรียนได้ทันที

 

การโหวตเลือกหัวหน้าห้องนั้นมีพื้นฐานมาจากระบบการลงคะแนนตามแบบประชาธิปไตย ซึ่งผู้สมัครสามารถพูดหาเสียงและพยายามดึงคะแนนเสียงเข้าหาตัวเองให้ได้มากที่สุด

 

บทการพูดหาเสียงของ เซวียนเยวียนเฉิง อาจมีข้อความที่หยาบและเรียบง่าย แต่เขาก็มีเพียงสิ่งเดียวที่อยากจะพูด

 

“พวกนายทุกคนเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่คัดมาแล้วในหมู่คนรุ่นใหม่ดังนั้นหัวหน้าห้องของพวกเราก็ต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มนี้ ถึงจะสมควรได้รับตำแหน่งนี้ไปครอง!”

 

ต้องยอมรับเลยว่าการหาเสียงของเซวียนเยวียนเฉิงนั้น ไม่เพียงแต่จะได้รับการชื่นชมจากเพื่อนร่วมห้องของเขาเท่านั้น มันยังได้ผลแบบสุดๆ

 

ท้ายที่สุดแล้ว เป็นเรื่่องที่ซือเชียนหยุนไม่คิดจะโต้แย้งใดๆนอกจากนี้ก็ยังไม่มีคนเข้าแข่งขันคนอื่นทำให้เซวียนเยวียนเฉิงจึงกลายเป็นหัวหน้าห้องด้วยผลโหวตอันล้นหลาม

 

หลังเลิกเรียน หัวหน้าห้องคนใหม่ก็เดินมาหาอันหลิน

 

นี่เขาจะจู่โจมเลยเหรอทำไมรีบร้อนขนาดนี้? อันหลินพยายามใจเย็นแล้วคิดหาทางเอาตัวรอด

 

ภารกิจกำจัดขยะที่พระเอกทุกคนต้องโดนรับน้องสำหรับนิยายจีน!!!

ในที่สุดเซวียนเยวียนเฉิงก็เริ่มลงมือแล้ว อันหลินคิดไว้แล้ว่า เซวียนเยวียนเฉิงจะต้องเป็นคนที่รับบทนี้

 

“คลาสนี้…ไม่ต้อนรับพวกขยะ” เซวียนเยวียนเฉิงกล่าวอย่างราบเรียบ

 

อย่างที่เราคิดเอาไว้เลย…

 

เมื่อได้ยินสิ่งนี้อันหลินก็โกรธจนแทบคลั่งแต่แล้วความโกรธของเขาก็ถูกดับลงด้วยประโยคถัดไปของเซวียนเยวียนเฉิง

 

“ดังนั้นนักเรียนอันหลิน นายจะต้องตั้งใจเรียนอย่างหนัก!”

 

“หากนายมีปัญหาในการฝึกตน นายมาคุยกับฉันได้เลยนะในฐานะของหัวหน้าห้อง ฉันจะพยายามให้ดีที่สุดเพื่อช่วยนายเอง!”

 

ก่อนจะเดินจากไปเซวียนเยวียนเฉิงก็ยิ้มให้เขาอย่างจริงใจแล้วตบบ่าให้กำลังใจ

 

อันหลินที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการงุนงงของเขาในขณะที่เขากำลังมองร่างของเซวียนเยวียนเฉิงที่ค่อยๆหายไป

 

กลายเป็นว่าเขาเป็นหัวหน้าห้องที่ห่วงใยผู้คนซะงั้น!

 

 

ในคืนนั้นอันหลินยังคงนั่งสมาธิและฝึกฝนต่อไป

 

เขารู้สึกว่าพลังของเขาค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละน้อย

 

แต่เนื่องจากเขาเองก็ไม่มีอะไรบอกค่าสถานะเหมือนในเกมส์ เขาจึงไม่รู้ว่าความเร็วในการฝึกตนของเขามันรวดเร็วแค่ไหน

 

อ่า…ฉันหวังว่าฉันจะก้าวข้ามไปสู่กายแห่งเต๋าขั้น 4 เร็วๆด้วยพลังของตัวเองนะ

 

อันหลินไม่สามารถวิดพื้นแสนล้านครั้งได้เขาเลยต้องพยายามฝึกตนด้วยแนวทางของตัวเองยิ่งเขาอดทนฝึกได้นานมากเท่าไร ก็หมายความว่าเขาจะเลื่อนขั้นเร็วเท่านั้น!

 

ในวันถัดมาอันหลินผู้ซึ่งต้องการฝึกวิชาด้วยความเงียบสงบก็พบกับเรื่องที่ไม่คาดฝันอีกครั้ง

 

นักเรียนจากคลาสอื่นอีกคนหนึ่งมอบหนังสือให้อันหลิน

 

บนซองจดหมายนั่นมีคำขนาดใหญ่อยู่สองคำที่โดดเด่นมาก

 

: ท้าประลอง!

 

เมื่อเห็นทั้งสองคำนี้หัวใจของอันหลินก็กระโดดโหย่ง

 

นี่เป็นเรื่องตลกแบบไหน? มีใครโกรธแค้นเขามากถึงขนาดที่จะต้องส่งคำท้ามาขนาดนี้กันนะ?

 

อันหลินเปิดซองจดหมายอย่างกังวลและอ่านมัน

 

“ฉันได้ยินมาว่า ผู้ฝึกตนอันหลิน ได้รับจดหมายแนะนำตัวจากท่านเทพเจ้าและมีพื้นฐานการฝึกตนที่ยอดเยี่ยมมาก”

 

“ฉันคือ หลิวต้าเป๋า หัวหน้าของห้องที่ 100 ตอนนี้ฉันขอท้าประลองกับผู้ฝึกตน อันหลิน มาต่อสู้กันหลังเลิกเรียน สถานที่คือหน้าแปลงดอกไม้ที่หน้าตึกเรียน…”

 

ครึ่งแรกของตัวอักษรยังคงเป็นปกติ แต่อีกครึ่งหลังมันเปลี่ยนไป:

 

“ใครก็ตามที่หนีการต่อสู้นี้จะถือว่าเป็นพวกไก่อ่อน!”

 

“ฉันได้แจ้งเพื่อนในห้องเดียวกับฉันไปหมดแล้วเกี่ยวกับการต่อสู้ครั้งนี้ และจะมีคนมาดูมากมายเลยละ ฉันหวังว่านายจะไม่ผิดสัญญานะ? เพราะงั้น…หลังเลิกเรียน มาเจอกับฉันหรือว่าจะไปเป็นไอ้ไก่อ่อน!”

 

“บ้าไปแล้วโว้ย!” อันหลินเกือบเริ่มสบถเมื่อเขาอ่านจบ

 

อันหลินจะไม่รู้แผนของหลิวต้าเป๋าได้ยังไง? ถ้าเขาสามารถเอาชนะนักเรียนห้องหนึ่งได้หลังจากที่กลายเป็นหัวหน้าห้องที่ 100 คิดดูสิว่ามันจะเป็นเรื่องที่ดีแค่ไหน!

 

นอกเหนือจากอันหลินแล้วคนอื่นๆในห้องสามารถจัดการหลิวต้าเป๋าได้ภายในนิ้วเดียว

 

แต่อันหลินนั้นแตกต่างกัน ฐานพลังของเขาอ่อนแอเกินไป แต่เขากลับกลายเป็นจุดสนใจของพวกนักเรียนใหม่ซะงั้น

 

ดังนั้นหลิวต้าเป๋าจึงเลือกอันหลินมาเป็นคู่มือของเขา

 

ด้วยวิธีดังกล่าวไม่เพียงแต่มันจะเพิ่มพูนชื่อเสียงของเขาได้เท่านั้น เขายังสามารถจัดการคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายๆไปในเวลาเดียวกัน…

 

เพราะคำยกย่องอย่างล้นเหลือว่า อันหลินนั้นแข็งแกร่งและน่าประทับใจมากจากในจดหมายท้าประลอง มันจะยิ่งอีกฝ่ายดูแข็งแกร่งขึ้นมากเมื่อเขาเอาชนะอันหลินได้

 

สิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดคือเขาได้กระจายข่าวการต่อสู้นี้ให้กับทุกห้องเรียนหมดแล้ว

 

เมื่อฝูงชนกลุ่มใหญ่มารวมตัวมันคงจะน่าอับอายมากหากอันหลินไม่ได้ไปปรากฎตัวที่นั่น

 

อย่างไรก็ตามหากอันหลินไปตามนัดและพ่ายแพ้ต่อหน้าทุกคนนั่นก็จะเป็นสิ่งที่น่าอับอายไม่ต่างกัน

 

น่าโมโหจริงๆ! เพื่อที่จะกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงทุกคนจึงยอมทำทุกหนทาง

 

แม้ว่าเขาจะไม่เคยพบกับหลิวต้าเป๋ามาก่อน แต่อันหลินก็สบถด่าสาสปแช่งบรรพบุรุษของเขาจนหมดแล้ว

 

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมนายถึงได้โมโหแบบนั้นล่ะ?“ ซวีเซี่ยวหลานถามด้วยความสงสัยที่เห็นใบหน้าโกรธเกรี้ยวของอันหลิน

 

“ขอฉันถามนายหน่อยนะ เธอเคยกับคนที่ชื่อ หลิวต้าเป๋า หัวหน้าห้อง 100 รึเปล่า?” อันหลินถามอย่างจริงจัง

 

“นายหมายถึงหัวหน้าห้องถุงทอง? ฉันจะไปรู้จักขยะแบบนั่นได้ยังไงล่ะ” 

ซวีเซี่ยวหลานรู้สึกได้เลยว่าคำพูดของเธอนั้นทำร้ายอันหลินโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

อันหลินที่กำลังอยู่ในความเศร้าโศกและงุนงงพูดขึ้น “ทำไมไอ้พวกห้อง 100 ถึงถูกห้องถุงทองละ?”

 

“มันเป็นชื่อที่ตั้งกันเล่นๆ นักเรียนของห้องนั้นส่วนใหญ่มาที่่นี่เหมือนมาเป็นกระเป๋าเงินให้สถาบันน่ะ” (หมายถึงเข้ามาโดยการส่งส่วย)

 

“ถึงแม้ว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้จะเป็นแหล่งรวบรวมอัจฉริยะส่วนใหญ่ของราชอาณาจักรจากรัฐทั้งเก้า แต่ก็ยังมีพวกขยะเล็ดลอดเข้ามาได้อยู่ดี”

 

“เป้าหมายของพวกเขาที่มาที่นี่ก็เพื่อรับใบรับรองการสำเร็จการศึกษาและใช้เพื่ออวดต่อหน้าคนอื่นๆว่าเป็นนักเรียนที่ยอดเยี่ยม” ซวีเซี่ยวหลานกล่าวสรุปอย่างมีเหตุผล

 

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ความรู้สึกแห่งความหวังก็จุดประกายในหัวใจของอันหลิน 

“ถ้าอย่างนั้นแล้วหัวหน้าห้องถุงทองมี พลังฝึกตนระดับไหนกันล่ะ?”

 

“มันก็ยากที่จะพูดนะ หัวหน้าห้องถุงทองอาจไม่ได้เลือกมาจากระดับพลัง เป็นไปได้มากว่าจะเลือกตั้งกันตามเส้นสายหรือเบื้องหลังที่แข็งแกร่ง”

 

“ฉันคิดว่าระดับพลังของเขาควรจะอยู่ที่ประมาณกายแห่งเต๋าระดับ 2-4 สถาบันของเราไม่ยอมรับคนที่ไม่สามารถฝึกวิชาได้หรอก” ซวีเซี่ยวหลานตอบ

 

อันหลินสะดุ้งเฮือก ถ้างั้นจะเป็นการต่อสู้ระหว่างสุดยอดเด็กเส้นของสถาบัน กับ สุดยอดเด็กเส้นแห่งห้องที่ 100 งั้นเหรอ?

 

“ทำไมนายถึงถามเรื่องนี้ล่ะ?” ซวีเซี่ยวหลานถามด้วยความอยากรู้

 

หลังจากได้รับความเห็นที่คลุมเครือเกี่ยวกับระดับพลังของหลิวต้าเป๋า ความมั่นใจในชัยชนะก็ปะทุอย่างบ้าคลั่งจนแผดเผาหัวใจของอันหลิน

 

“เซี่ยวหลาน อย่าเพิ่งไปไหนหลังเลิกเรียนนะ มาคอยดูฉันกระทืบหน้าไอ้หัวหน้าห้อง 100 กัน!”

 

เวลาลอยผ่านไปอย่างรวดเร็วและในที่สุดก็ถึงเวลาที่อันหลินจะต้องพิสูจน์ตัวเอง!!

 

คนสองคนยืนอยู่ในที่ว่างถัดจากแปลงดอกไม้ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าอาคารเรียน

 

นักเรียนหลายร้อยคนมารวมตัวกันรอบๆพวกเขามาจากหลายห้องแต่มีเป้าหมายเดียวกันคือมาดูการต่อสู้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นหลังจากได้ข่าวจากหลิวต้าเป๋า

 

มีนักเรียนจากห้องหนึ่งมารวมตัวกันที่นี่แต่ว่าพวกเขาจะไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นกำลังใจให้อันหลิน พวกเขาแค่เบื่อๆเลยหาอะไรดูสนุกๆ

 

ตัวละครเอกของการต่อสู้ครั้งนี้ประกอบไปด้วย ‘สุดยอดเด็กเส้น’ อันหลิน หนึ่งในสามนักเรียนอันแสนโด่งดังจากกลุ่มเด็กใหม่และหัวหน้าห้อง 100 หลิวต้าเป๋า สุดยอดเด็กฝาก

 

อันหลินยืนไพล่มือไปข้างหลังในขณะที่กำลังเผชิญหน้ากับหลิวต้าเป๋า

 

ความหล่อเหลาของอันหลินพร้อมด้วยเสื้อคลุมสีขาวของเขาทำให้เขาดูสง่างามและน่าเกรงขามมาก

 

“เขาคืออันหลินเหรอ? อ๋า! ไม่เห็นอ่อนแอเหมือนกับที่ข่าวลือบอกมาเลย” หญิงสาวพูดขึ้นเบาๆ

 

แค่เห็นรูปร่างของอันหลินใบหน้าของเธอก็แดงแจ๋แล้ว

 

ชายคนนึงพยักหน้าเห็นด้วย “ดูจากท่าทางแล้ว เขาก็ไม่น่าจะอ่อนแอนะ”

 

เมื่อเทียบกับอันหลินแล้ว หลิวต้าเป๋าดูกากมากๆ ธรรมดาสุดๆแถมยังอ้วนอีกต่างหาก!

 

“นายมาจนได้สินะ“ หลิวต้าเป๋าพูดอย่างเย็นชา

 

“เออสิ ฉันมาแล้ว” อันหลินพยักหน้า เสื้อคลุมสีขาวของเขาสั่นไหวแม้ว่าจะไม่มีลม

 

“ถ้างั้นพวกเราก็มาเริ่มต้นการต่อสู้ โดนให้ผู้คนมากมายเป็นพยานเถอะ” หลิวต้าเป๋าพูดอย่างใจเย็น

 

“แน่นอน ก็มาดิครับบบบ” อันหลินยิ้มอย่างกวนตีนสุดๆ

 

เช่นนั้นแล้วการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ก็จะปะทุขึ้น

 

ทุกคนต่างก็ไม่รู้เลยว่าพวกเขาได้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานของการต่อสู้สุด……..ที่จะฝังอยู่ในความทรงจำของพวกเขาตลอดไป…

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top