ขนาดตัวอักษร

บทที่ 3 : ระบบที่ทั้งรักทั้งเกลียด

 47 Views

หลังจากสิ้นสุดการลงทะเบียน อันหลินก็ถูกจัดให้เข้าหอพักส่วนตัว

 

แล้วพอเขามาถึง ก็ต้องอุทานออกมาอย่างชื่นชม

 

ดูท่าตำแหน่งที่ดูโม้ๆ อย่างสถาบันฝึกตนที่ดีที่สุดจะไม่ได้เกินเลยซักเท่าไหร่แหะ เพราะนักเรียนใหม่ทุกคนจะได้รับการจัดสรรให้อยู่ในบ้านพักเป็นอาคาร 2 ชั้น

 

อาคารขนาดเล็กที่สร้างขึ้นจากไม้แถมเฟอร์นิเจอร์ภายในก็มีทุกอย่างที่เท่าที่ทุกคนพอที่จะนึกออกได้

 

แต่เพราะว่าทุกอย่างนั้นทำจากไม้ เพราะฉะนั้นลืมพวกคอมพิวเตอร์ เครื่องปรับอากาศ ทีวี หรืออะไรพวกนั้นไปได้เลย

 

อันหลินรู้สึกว่ามันช่างคล้ายคลึงกับบรรยากาศของนิยายที่เขาเคยอ่านจริงๆ

 

ถึงเฟอร์นิเจอร์นั้นจะหาความสมัยใหม่ไม่ได้เลย แต่มีเท่านี้ก็ทำให้อันหลินนั้นมีความสุขมากแล้ว

 

อาคารจะถูกแบ่งตามห้องเรียนเป็นหลัก ทำให้บ้านพักของอันหลินกับซวีเซี่ยวหลานนั้นอยู่ติดกัน

 

พออันหลินรู้เข้าก็ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย ดังที่เขาว่าศาลาใกล้น้ำมักเห็นแสงจันทร์เป็นอย่างแรก

 

ซวีเซี่ยวหลานใจดีมากๆ เธอไม่สนใจว่าเขาจะอ่อนแอขนาดไหน เธอยอมเป็นเพื่อนกับเขาโดนไม่สนใจเรื่องพวกนั้น

 

ฮึ่ม! ตอนนี้เขามีระบบเทพสงคราม เขาเป็นผู้ที่ถูกลิขิตมาให้แข็งแกร่งที่สุด!

 

‘ซวีเซี่ยวหลาน ผมจะพิสูจน์ตัวเองให้คุณมองผมใหม่ให้ได้!’

 

อันหลินนั้นรู้สึกกระตือรือร้นจากก้นบึ้งของหัวใจ

 

กายแห่งเต๋าของเขาอยู่ที่ขั้น 0 แล้วไง? แม้แต่เซียวเหยียน (พระเอกจากเรื่อง สัปยุทธทะลุฟ้า LC by สยามอินเตอร์) สุดท้ายยังกลายเป็นเทพยุทธ์ได้เลยแล้วทำไมเขาจะเป็นเทพเซียนไม่ได้เล่า?

 

เมื่ออันหลินนึกถึงเรื่องนี้เขาก็ยิ้มมุมปากใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความมั่นใจสุดขีด

 

เขานั่งลงบนเตียงและเปิดระบบเทพเจ้าสงครามในใจ พร้อมเริ่มต้นเข้าสู่เส้นทางการฝึกฝนที่ท้าทาย!

 

ระบบเทพเจ้าสงครามนั้นใช้งานได้ง่ายมากๆ—มันแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ‘พื้นฐานการฝึกตน’,‘วิชาฝึกตน’ แล้วก็ ‘เคล็ดวิชา’

 

โอ๊ะ มีส่วนพิเศษอยู่อีกอย่างมันเขียนเอาไว้ว่า ‘ภารกิจพิเศษ’

 

‘วิชาฝึกตน’,‘เคล็ดวิชา’ และ ‘ภารกิจพิเศษ’ ทุกส่วนนั้นยังเป็นสีเทาซีดๆ ‘วิชาฝึกตน’ และ ‘เคล็ดวิชา’ นั้นระบุไว้ว่าเขาต้องมีพลังการฝึกตนในขั้นกายแห่งเต๋าขั้น 7 ก่อนถึงจะสามารถเข้าถึงส่วนนั้นได้

 

อันหลินรู้สึกรำคาญใจเล็กน้อยแต่เขาก็เข้าไปที่ ‘พื้นฐานการฝึกตน’

 

“การฝึกกายแห่งเต๋าขั้น1—เงื่อนไข : วิดพื้น 10 ครั้ง”

 

“โอ้โห! ให้ตายเถอะ!” อันหลินอ้าปากค้าง ความไม่เชื่อสลักอยู่บนใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน “นี่มันบทเรียนแน่เหรอวะ แน่ใจนะว่าไม่ใช่สูตรโกง?”

 

อันหลินนั้นไม่นานก็วิดพื้นบนเตียงครบ 10 ครั้ง

 

หลังจากนั้นกระดูกของเขาก็เริ่มส่งเสียงแถมยังรู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

ทันทีที่เขาลุกขึ้น เขาก็รู้สึกปวดเมื่อยไปหมดจนเหงื่อผุดออกมาเป็นเม็ดๆ

 

“ฉัน…แข็งแกร่งขึ้นแล้ว…” อันหลินรู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังเปลี่ยนแปลง เขาไม่เคยรู้สึกเต็มไปด้วยพลังแบบนี้มาก่อนเลย

 

เขายังสามารถรับรู้ได้ถึงพลังลมปราณ เป็นพลังแบบเดียวกับที่ลอยอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าและผืนดิน

 

“หรือว่านี่จะเป็นลมปราณ? น่าสนใจซะจริงๆ” อันหลินรับรู้ว่าตั้งแต่นี้ไปเขาได้เป็นผู้ฝึกตนอย่างเป็นทางการแล้ว!

 

เขาพยายามที่จะข่มความตื่นเต้นของตัวเองแล้วมองกลับไปที่ระบบเทพเจ้าแห่งสงคราม

 

“การฝึกกายแห่งเต๋าขั้น2—เงื่อนไข : วิดพื้น 10+10 ครั้ง”

 

“เห้ย…ล้อเล่นกันใช่ไหม…เนี่ย?” แม้ว่าอันหลินจะพูดแบบนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

 

“ห่าเอ๊ย! แบบนี้ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้เขาอาจแข็งแกร่งที่สุดในสถาบันนี้เลยนี่หว่า!” อันหลินนั้นหัวเราะออกมาราวกับคนบ้า!!

 

หลังจากวิดพื้น 20 ครั้งเสร็จแล้ว อันหลินก็ตัวเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเขารู้สึกว่าเขาแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว!

 

เขากำหมัดแล้วก็เหวี่ยงมันลงไปบนโต๊ะ ทันใดนั้นโต๊ะตัวนั้นก็แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า อะไรกันเนี่ย! นี่มันไม่ใช่แค่ระบบกากๆ นี่หว่า นี่มันโครตเจ๋ง ฉันรักแกแล้ว เจ้าระบบให้ตายเถอะ!” อันหลินหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น

 

เขามองระบบก็เห็นว่ามันเริ่มเปลี่ยนแปลง 

 

“กายแห่งเต๋าขั้น3 — เงื่อนไข : วิดพื้น 10×10 ครั้ง” 

 

เมื่อเห็นแบบนี้แล้วอันหลินก็ยิ้มกว้าง “หึหึหึ นี่ยากขึ้นแล้วใช่ไหมเนี่ย”

 

ไม่นานอันหลินก็ยิ้มในตอนที่วิดพื้นเสร็จ 100 ครั้ง จากนั้นกายแห่งเต๋าของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็นขั้น 3

 

นี่เป็นระบบโกงชัดๆ หากคนอื่นมาเห็นการเพิ่มระดับพลังที่บ้าคลั่งแบบนี้พวกเขาจะต้องบ้าตายอย่างแน่นอน! อาจถึงขั้นเอามีดปาดคอตัวเองตายเลยก็ได้!

 

อันหลินรู้สึกว่าเขาสามารถเข้าถึงจุดสุดยอดของชีวิตได้แน่ๆ ไม่นานเขาก็เปิดหน้าต่างของระบบ เมื่อเห็นว่ายังมีเงื่อนไขสำหรับการเลื่อนระดับปรากฏออกมา เขาก็ลิงโลดกระโดดอย่างมีความสุข

 

“กายแห่งเต๋าขั้น 4 —เงื่อนไข : วิดพื้น 10 ยกกำลัง 10 ครั้ง”

 

10 ยกกำลัง 10?

 

อันหลินก็สตั๊นไปเกือบๆ 10 วินาที

 

10 ยกกำลัง 10 มันเท่าไหร่หว่า……

 

เขานับเลขอยู่นานในที่สุดผลลัพธ์ออกมาจนได้

 

10 ยกกำลัง 10 นั้นมีค่าอยู่ที่ 1 หมื่นล้าน!!!

 

ถ้าสมมติว่าวันหนึ่งวิดพื้นแบบฟิดสุดๆ น่าจะได้ซัก 1 แสนครั้ง…จะใช้เวลาทั้งหมด 270 ปีจะวิดพื้นได้ครบ…

 

“นี่…นี่มัน” ดวงตาของอันหลินว่างเปล่า เขานั่งตะลึงอยู่บนเตียงของเขา ดูท่าว่าเขาจะสิ้นหวังอีกแล้ว

 

เขาเปิดระบบเทพสงครามอีกรอบแล้วก็พบว่านอกจากส่วนของ ‘การฝึกขั้นพื้นฐาน’ แล้ว ส่วนอื่นๆ ยังมีสีเทาซีดเหมือนเดิม

 

หมายความว่าเขาต้องวิดพื้นไปอีกร้อยๆ ปี เพื่อที่จะไประดับต่อไปเนี่ยนะ?

 

ไม่ๆ นั่นไม่ใช่ปัญหา แต่มนุษย์บ้านไหนวะจะอยู่ไปได้กว่า 200 ปี…

 

ดวงตาของอันหลินนั้นรื้นน้ำตาอีกรอบ นี่มันระบบบ้าอะไรวะเนี่ย? นี่มันเส้นทางแห่งความสิ้นหวังชัดๆ เลยนี่หว่า?

 

แต่ตอนที่เขาท้อใจแบบสุดๆ เขาก็คิดอะไรบางอย่างได้

 

งั้นก็ไม่ต้องพึ่งพาระบบก็ได้วะ ลุยไปเองแบบหน้าด้านๆ นี่แหละ!

 

แล้วอันหลินก็ระลึกได้ว่าไอ้ระบบสุดบ้าบอนี่ ทุกครั้งที่เขาสามารถเลื่อนระดับได้ เงื่อนไขของมันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

 

ซึ่งหมายความว่าหากเขาพึ่งพาความสามารถของตนเองในการเลื่อนขั้น เงื่อนไขของระบบก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วย บางทีเงื่อนไขขั้นต่อไปก็จะง่ายขึ้น!

 

เป็นไปได้ๆ มันอาจได้ผล? อันหลินรู้สึกมั่นใจในความคิดของตัวเองมาก

 

แต่ว่าก็เกิดปัญหาขึ้นทันที แล้ว….แล้วการฝึกตนนี่มันจะต้องฝึกยังไงวะ?

 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

 

ดูท่าว่าอันหลินต้องหาตัวช่วยซะหน่อยแล้ว

 

ประตูไม้เปิดออกและมีรูปร่างที่สง่างามปรากฏในสายตาของอันหลิน

 

ผมสีดำยาวที่ดูชื้นๆ สยายอยู่บนไหล่ของหญิงสาว ดูเหมือนว่าเธอเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

 

ทันทีที่ประตูเปิดออกอันหลินก็ได้กลิ่นหอมๆ

 

“อันหลิน? มาทำไมเนี่ย?” เห็นได้ชัดว่าซวีเซี่ยวหลานไม่ได้คาดคิดว่าอันหลินจะมาหาเอาป่านนี้ เสียงของเธอแฝงไปด้วยความแปลกใจ

 

“เอ่อ… ซวีเซี่ยวหลาน ขอโทษจริงๆ นะที่มาหาเอาซะดึกดื่นขนาดนี้ แต่ว่าฉันมีเรื่องสำคัญอยากให้ช่วยหน่อย” อันหลินหัวเราะแหะๆ กลบเกลื่อนความอาย

 

“โอ้ มีอะไร? ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวล่ะก็เข้ามาคุยกันด้านในไหมล่ะ?” 

ซวีเซี่ยวหลานมองอันหลินอย่างคาดหวังด้วยสายตาที่เฉียบคมของเธอ เห็นได้ชัดว่าเธอสนใจคำว่า ‘เรื่องสำคัญ’ เป็นอย่างมาก

 

“มะ…ไม่ต้องหรอก ตรงนี้ก็ได้” อันหลินโบกมือพัลวันปฏิเสธตามสัญชาติญาณ

 

อย่างไรก็ตาม เขารู้สึกเสียใจในวินาทีต่อมา ทำไมเขาถึงปฏิเสธสถานการณ์แบบนี้วะ!? สาวสวยชวนเขาเข้าไปในห้องของเธอ แต่เขาปฏิเสธเนี้ยนะ!!

 

“เฮ้อ…” อันหลินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

“แล้วมีเรื่องอะไรเหรอ?” เมื่อเห็นว่าอันหลินดูห่อเหี่ยวลงอย่างเห็นได้ชัด เสี่ยวหลันก็นึกถึงการทดสอบเมื่อตอนเช้า

 

มันทำให้เธอยิ่งรู้สึกสงสารอันหลินมากขึ้นไปอีก “งั้นเข้ามาอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟังหน่อยสิ ฉันอาจจะช่วยอะไรนายได้บ้าง!”

 

“อ๊ะ? เอาสิ!” อันหลินที่หดหู่สุดขีดเพราะปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป แต่ซวีเซี่ยวหลานก็ให้โอกาสเขาอีกรอบ

 

อย่างน้อยเขาก็ยังรู้ที่จะแก้ไขข้อผิดพลาด คราวนี้เขารีบตอบตกลงในทันที

 

หลังจากที่เข้ามาแล้ว ซวีเซี่ยวหลานก็เตรียมชาเอาไว้ 2 ชุด

 

อันหลินไม่รู้จักชื่อของชานี้ แต่เพียงกลิ่นของมันก็เพียงพอที่จะทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นบ้างแล้ว

 

พวกเขาทั้งสองนั่งฝั่งตรงข้ามกันของโต๊ะ แล้วเริ่มพูดคุยกันขณะดื่มชา

 

“เอาล่ะ บอกเรื่องสำคัญที่ว่ามาสิ” ท่าทางของซวีเซี่ยวหลานนั้นสง่างามมากในขณะที่เธอยกถ้วยชาเข้าปากของเธออย่างละเอียดอ่อนและจิบเบาๆ

 

“อ่าหะ” อันหลินพยักหน้าอย่างจริงจังเมื่อเขามองที่ซวีเซี่ยวหลาน

 

ด้วยเหตุผลบางอย่างอารมณ์ของอันหลินดูตึงเครียดมากจนทำให้ซวีเซี่ยวหลานเองก็มีใบหน้าที่จริงจังขึ้นมา

 

“ตอนนี้ฉันเจออุปสรรคที่หนักมากๆ เลยละ” อันหลินเริ่มอธิบาย

 

ซวีเซี่ยวหลานพยักหน้ารับแล้วให้อีกฝ่ายเล่าต่อ

 

“ปัญหาก็คือ…ฉันไม่รู้วิธีการฝึกตนน่ะ สอนฉันหน่อยได้รึเปล่า?”

 

“พรูดดดดดดด!” ซวีเซี่ยวหลานตกใจจนพ่นชาทั้งหมดในปากใส่หน้าของอันหลินทันที…

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top