ขนาดตัวอักษร

บทที่ 1 : ทำไมท่านเซียนถึงดูมีความสุขขนาดนี้

 93 Views

ในตอนที่อันหลินยืนจนตรอกอยู่บนตึกสูง สายลมที่ผันผวนนั้นก็ล้อมรอบตัวเขา

 

ที่ด้านหลังของเขานั้นมีกลุ่มคนที่ท่าทางน่ากลัวกำลังไล่ต้อนเขาอยู่

 

“ฮิฮิฮิ คิดว่าจะหนีพ้นเหรอ ไอ้เด็กเหลือขอ แกใจกล้าพอที่จะกระโดดลงไปจากตรงนั้นไหมล่ะ!” ชายที่ท่าทางเหี้ยมเกรียมเอ่ยขึ้นพร้อมแกว่งกระบองเหล็กในมือ

 

อันหลินรู้ดีว่าตอนนี้เขาจนตรอกซะแล้ว แต่พอคิดถึงสิ่งที่น่ากลัวสุดๆที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เขาก็อดที่จะตัวสั่นไม่ได้

 

เขาควรจะทำยังไงดี? ทำยังไงดี? ถ้าเขาบินได้ละก็คงจะดี…ในตอนที่เขากำลังคิดอยู่นั้น สายลมก็กรรโชกพาตัวของเขาลอยขึ้นไป

 

“ฮ..ฮะ…เฮ้ย?”

 

อันหลินตกใจสุดขีด เพราะว่าตอนนี้เขากำลังบินอยู่ตามที่เขาคิดฟุ้งซ่านเป๊ะๆ!

 

“ไอ้ชิบหาย! มันบินได้เฉยเลยเห้ย?” พอเห็นร่างคนตรงหน้าลอยขึ้นไปต่อหน้าต่อตา ใบหน้าของชายโหดก็งงเป็นไก่ตาแตกพอๆกับใบหน้าของอันหลินที่กำลังลอยอยู่

 

ลมกรรโชกนั้นพาร่างของอันหลินลอยออกไปนอกดาดฟ้า

 

แล้ว…มันก็หายไปซะเฉยๆ…ร่างนั้นเริ่มร่วงลงตามแรงโน้มถ่วงทันที

 

“อ้ากกกกกกก….ช่วยด้วยยยยยยย!”

 

เสียงลมที่กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งจากการตกแบบไร้น้ำหนัก ทำให้อันหลินกรีดร้องอย่างเสียสติ

 

ตายแน่! ตายแน่ๆ! นี่มันตายชัวร์ๆเลยนี่หว่า!

 

ความคิดของอันหลินพุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดอย่างต่อเนื่องพร้อมกับปากที่ยังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง

 

ร่างกายนั้นสั่นสะท้านไปทุกส่วน เมื่อเข้าใกล้ความตายที่กลัวนักกลัวหนา

 

บนดาดฟ้าของตึกสูง ชายหน้าโหดมองร่างคนที่ตกลงไปอย่างตกตะลึง ผ่านไปซักพัก เขาก็หันกลับมาคุยกับกลุ่มคนด้านหลังของเขา 

 

“คือ…นั่น…ฉันไม่ได้สั่งให้มันโดดลงไปนะ ลมพัดมันตกลงไปเอง พวกแกเป็นพยานให้ฉัน…ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย…ขอละ”

 

แต่พวกด้านหลังนั้นยังมึนงงกันไม่หาย สายลมที่เกิดขึ้นนั้นดูผิดธรรมชาติ ถึงจะเห็นด้วยตาตัวเองก็ไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี

 

เมื่อมองลงไปทางด้านล่างอันหลินก็หลับตาปี๋ด้วยความสิ้นหวัง เขาไม่คิดว่าชีวิตต้องมาตายด้วยอุบัติเหตุโง่ๆแบบนี้

 

ทันใดนั้น ลูกบอลเรืองแสงสีขาวก็เข้ามาห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้

 

บอลแสงนั้นชะลอการตกลงจากฟ้าของเขาเอาไว้ได้ อันหลินรู้สึกเหมือนกำลังอยู่บนรถไฟเหาะที่พุ่งลงมาในจุดต่ำสุดแล้วก็หยุดลง

 

“อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาก!”

 

อันหลินเริ่มกรีดร้องอีกรอบ เพราะว่าตอนนี้ร่างของเขากลับมาอยู่ในจุดที่เขาร่วงลงมาอีกรอบแล้ว

 

จากการตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงอย่างรุนแรงแถมด้วยภาพประสบการณ์เฉียดตาย ทำให้อันหลินหัวแทบระเบิดแล้วเขาก็อาเจียนออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

 

“เฮ้ย…นี่ ไอ้หนู ดีขึ้นรึยัง?” ตอนนั้นไม่ว่าใครจะพูดอะไร อันหลินก็แทบที่จะไม่ได้ยินอะไรเลยแม้แต่น้อย

 

พอเขาเงยหน้าขึ้นมามอง ชายชราคนหนึ่งก็มองลงมาที่เขาด้วยสายตาที่อ่อนโยน

 

ข้างหลังเขานั้น พวกคนที่ไล่ต้อนเขามาที่นี่นอนสลบเหมือดเรียงรายกันเต็มไปหมด

 

ถึงผมและเคราของชายชราจะมีสีขาวทั้งหมด แต่ร่างของเขานั้นแผ่ออร่าสีทองออกมาจางๆออกมา ทำให้เขาดูน่าเกรงขามและสง่างามอย่างไร้ที่ติ

 

อันหลินจ้องมองตาค้าง ฉากต่างๆมากมายเกิดขึ้นมาในความคิดของเขา

 

ไลท์โนเวล อนิเม ภาพยนตร์…

 

ฉากต่างๆปรากฎขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง มันเป็นภาพที่เหมือนกับอยู่ในความฝัน?

 

ฮึก! ฮึก! ฮึก!

 

ใบหน้าของอันหลินเปื้อนไปด้วยน้ำตา “ท่านเซียน ขอบคุณที่ช่วยผมเอาไว้ฮึก! ฮึก!”

 

ชายชราที่อันหลินเรียกเขาว่าเป็นเซียนลูบเคราเบาๆก่อนที่จะยิ้มเล็กน้อย “ดูท่าว่าการทดลองใช้คาถาของข้าจะทำให้สติเจ้าเตลิดไปเลยนะเจ้าหนุ่ม ว่าก็ว่าเถอะ ทำไมคนพวกนี้ถึงได้ไล่ตามเจ้าล่ะ?”

 

อันหลิงนั้นตะลึงไป เขาร่ายคาถาผิดพลาดเหรอ? งั้นการที่เขาถูกลมพัดลอยออกไปนั้นก็เป็นเพราะเซียนคนนี้?

 

ถึงคนๆนี้จะช่วยเขาเอาไว้ แต่พอได้ยินคำถามแบบนั้นเข้าไป ความขุ่นเคืองในใจก็โหมขึ้นมา

 

“ตั้งแต่แม่ผมตายไป พ่องี่เง่าของผมก็ติดการพนัน…จนหนี้สินท่วมหัวเป็นล้านไม่มีปัญญาใช้คืน เขาเลยทิ้งผมแล้วหนีหนี้ไปเลย!”

 

เขาพักหายใจแปปนึงแล้วก็ว่าต่อ “จนผมเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหัวซิง เจ้าหนี้ก็หาตัวผมจนเจอแล้วเอาผมไปใช้หนี้พนันของพ่อ…”

 

“หนี้เป็นล้าน! แล้วจะไปใช้หมดได้ยังไงเนี่ย?!”

 

“พอแฟนผมรู้ว่าผมมีหนี้สินท่วมหัวก็ทิ้งผมไปอีก”

 

“ผมโดนพาไปใช้แรงงาน เขาบอกว่าถ้าชดใช้หมดก็จะปล่อยผมไป”

 

“แต่ว่า…ที่นั่นน่ะมันนรกชัดๆ! ผมหนีออกมาเพราะว่าทนต่อไปไม่ได้ตอนนี้เจ้าหนี้เลยส่งคนมาตามจับผมกลับไป”

 

น้ำตานั้นก็ไหลออกมา ชายชรานั้นรู้ปัญหาของอันหลินแล้วอนาคตของเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับทางตัน ตอนนี้คงมีแค่ 2 ทาง คือ ไปเป็นขอทานไม่ก็กลับไปใช้หนี้ให้หมด

 

ดวงตาของเซียนชรานั้นเต็มไปด้วยความสงสาร “ชีวิตช่างโหดร้ายเหลือเกินนะหนุ่มน้อย…ดูท่าการพบกันของเรานั้นคงเป็นโชคชะตา แถมดูท่าเธอจะมีแวว ถ้าข้าคนนี้จะมอบ ‘ระบบ’ เพื่อพลิกชีวิตของหนุ่มน้อยล่ะ เธอจะตกลงไหม?”

 

อันหลินนั้นตัวสั่นเทิ้มไปในทันที ตอนแรกเขาคิดว่าแค่ได้พบกับเซียนนั้นดูจะน่าเหลือเชื่อแล้ว แถมดูท่าจะโชคดีไปอีกเมื่ออีกฝ่ายจะมอบ “ระบบ” ที่ว่านั้นให้กับเขา

 

“ท่านเซียน ช่างเมตตาเหลือเกิน! ผมต้องตอบแทนอย่างแน่นอน!” 

อันหลินนั้นแสดงท่าทางโอเวอร์โดยมีน้ำตานองหน้าขณะที่มองไปทาง

ผู้อาวุโส

 

เซียนยิ้มอย่างอ่อนโยนนั้นแล้วก็ผายมือไปทางท้องฟ้า ทันใดนั้นบอลแสงสีขาวก็ปรากฎขึ้นมา

 

“มาสิ รับนี่ไป ถือเอาไว้ในฝ่ามือนะ” เซียนพูดกับอันหลิน

 

อันหลินรับมันเอาไว้อย่างใจร้อนในทันที

 

บอลนั้นปล่อยแสงออกมาอย่างอบอุ่นทำให้รู้สึกสบายใจ

 

“เริ่มการสืบทอด” เซียนเฒ่าเอ๋ยขึ้นอย่างช้าๆ

 

เมื่อพูดออกไป แสงที่เปล่งประกายจากลูกบอลก็เปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น!

 

เซียนเฒ่าพูดกับอันหลิงต่อไป “หนุ่มน้อย กล่าวคำสาบานต่อระบบเทพสงคราม สาบานว่าจะสืบทอดระบบนี้ต่อไป สาบานต่อทะเลและภูเขาว่าจะอยู่กับระบบตลอดไปชั่วฟ้าดินสลาย ไม่ตายไม่แยกจาก”

 

ระบบเทพสงคราม?

 

ฟังแค่ชื่อก็ขนลุกแล้ว!

 

แต่ทำไมมันเหมือนการให้คำสาบานที่พูดตอนแต่งงานมากกว่าล่ะ?

 

แต่อันหลินก็ไม่ได้คิดนานแล้วพูดออกไป “ผมสาบานต่อทะเลและภูเขาจะอยู่กับระบบเทพสงครามตลอดไปชั่วฟ้าดินสลาย ไม่ตายไม่แยกจาก!”

 

หลังจากจบคำสาบาน ลูกบอลแสงนั้นก็เข้าไปรวมอยู่ในร่างของอันหลิน

 

แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของเขา “ผู้สืบทอดมีกายสวรรค์ตรงคุณสมบัติ เริ่มหลอมรวม!”

 

ทันทีที่ได้ยิน น้ำตาของอันหลินก็ไหลออกมาอีกรอบ

 

เขาเคยคิดว่าชีวิตของตัวเองนั้นมาถึงทางตันเสียแล้ว ดูท่าว่าด้วยระบบสุดแหกกฎนี้ เขาคงสามารถที่จะเริ่มชีวิตใหม่ได้

 

ส่วนทางด้านเซียนนั้นก็เริ่มที่จะแสดงท่าทีบางอย่างออกมา อันที่จริงก่อนที่จะแสดงท่าทีนั้น น้ำตามันก็ปริ่มๆออกมาแล้วด้วยซ้ำ!

 

เขาแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแล้วก้มลงคุกเข่าพร้อมกับน้ำตา แต่จู่ๆก็หัวเราะอย่างกะทันหันขึ้นมา “วะฮ่าฮ่าฮ่า! ในที่สุดแกก็ออกไปได้ซะที 

ในที่สุดฉันก็ได้ผู้สืบทอดระบบคนใหม่แล้ว!”

 

“ท่านเซียนเฒ่า มีอะไรเหรอครับ? หัวเราะซะดังเลย?” เมื่อเห็นท่าทางประหลาดๆ ของชายชรา อันหลิงก็ถามอย่างหวาดๆ

 

เมื่อเห็นว่าตัวเองเริ่มที่จะเสียภาพลักษณ์แล้ว เซียนเฒ่าก็สงวนท่าทีก่อนจะเช็ดน้ำตาตัวเอง

 

“ก็เปล่าหรอกแค่นึกถึงเรื่องเก่าๆ ที่ลืมไปแล้วก็เท่านั้น…หลังจากรับระบบไปแล้ว ก็อย่าท้อล่ะ ความยากลำบากยังรอเจ้าอยู่นะ” เซียนเฒ่าว่าอย่างจริงจัง

 

“อ-อื้ม! แน่นอนครับ!” อันหลินพยักหน้าอย่างจริงใจ

 

“งั้นอยากไปสถาบันเพื่อที่จะฝึกวิชาไหม? ข้าว่าน่าจะดีไม่น้อยเลยนะ” เซียนเฒ่าว่าต่อ

 

สถาบันสำหรับฝึกวิชา? ไม่เอาก็โง่แล้ว!

 

“แน่นอน ผมจะไปแน่ๆ!” อันหลินแทบจะไม่ลังเลที่จะตอบเลย

 

เซียนเฒ่ายิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อได้ยิน แล้วก็ดึงกระดาษทองคำออกมาจากแขนเสื้อของเขาส่งให้กับอันหลิน “นี่เป็นจดหมายแนะนำตัวด้วยสิ่งนี้เธอจะสามารถเข้ารับการฝึกที่สถาบันฝึกตนเพื่อที่จะกลายเป็นเซียนในอนาคตอย่างเป็นทางการได้”

 

อันหลินอึ้งตาค้าง ดูเหมือนว่าเซียนเฒ่าจะช่วยปูทางให้เขากลายเป็น

จักรพรรดิสวรรค์บนถนนแห่งการฝึกตนนี้!

 

เขาหยิบจดหมายรับรองจากเซียนเฒ่าแล้วมองอีกฝ่ายด้วยความขอบคุณ

 

“ท่านเซียนชื่อว่าอะไรเหรอครับ?”

 

“ชื่อของข้า…อย่าพึ่งไปนึกถึงเรื่องนั้นเลย” เซียนเฒ่าลูบหัวอันหลินเบาๆ มันแสดงถึงความเห็นใจโดยที่ไม่ต้องแสดงออกมาทางใบหน้า

 

“ข้าต้องไปก่อนแล้ว ไว้เจอกันใหม่นะเจ้าหนุ่ม”

 

เซียนนั้นลาอันหลินก่อนที่จะลอยออกไปตามก้อนเมฆและสายลม

 

“รักษาตัวด้วยนะครับ!” อันหลินรู้สึกซาบซึ้งอย่างมากต่อเซียนเฒ่าที่บินไปบนท้องฟ้า

 

เสียงหัวเราะของเซียนเฒ่าราวกับมาจากสวรรค์ ฟังดูไร้ความกังวลอย่างมาก ดูเหมือนว่าเขาได้กำจัดความเจ็บปวดตลอดชีวิตของเขาออกไปได้แล้ว

 

แต่ว่าทำไมเซียนเฒ่านั่นดูมีความสุขจัง? ดูท่าจะมีความสุขกว่าเขาด้วย?

 

อันหลินเกาหัว ใบหน้าของเขานั้นมีแต่ความสับสน

 

ในตอนนั้นเองก็มีเสียงของผู้หญิงดังอยู่ในหัวของเขา “ว่าไง”

 

เสียงที่อันหลินได้ยินนั้นไพเราะราวกับเป็นเสียงของดนตรีจากสวรรค์

 

นี่เสียงจากระบบอย่างนั้นเหรอ? อันหลินนั้นได้แต่ประหลาดใจ

 

ในตอนนั้น มีบางอย่างแทรกขึ้นมาในจิตใจของเขา

 

บางอย่างที่คล้ายๆกับหน้าจอสีเทาแสดงคำสั้นๆออกมามันเขียนว่า 

‘ระบบเทพสงครามจะใช้งานได้ต่อเมื่อเข้าสู่ทวีปไท๋ฉู่’

 

อะไรคือทวีปไท๋ฉู่วะ? หรือว่ามันจะเป็น…

 

อันหลินหยิบมีจดหมายแนะนำจากเซียนและแผ่กระดาษทองคำออกมา

 

ในไม่ช้าเขาก็ตระหนักว่าไม่มีอะไรเลยบนแผ่นทองคำนอกเหนือจากรอยฝ่ามือที่ยุบลงไปเล็กน้อย

 

อันหลินไม่แน่ใจ แต่ก็วางมือตามรอยบนกระดาษ

 

ทันใดนั้นแสงสีทองอันงดงามเปล่งประกายจากกระดาษ อันหลินอุทานอย่างประหลาดใจก่อนที่ร่างของเขาถูกกลืนหายไปกับแสงสีทอง

 

“อ้าาาาาาาา…!”

 

อันหลินรู้สึกถึงอาการวิงเวียนศีรษะ เมื่อแสงเข้ามาในวิสัยทัศน์ของเขาอีกครั้ง

 

จากนั้นเขาก็ตระหนักว่าร่างกายของเขาปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศอีกรอบและกำลังจะตกลงไปอีกแล้ว

 

ถึงอันหลินจะมีประสบการณ์ในการตกจากที่สูงมาสดๆร้อนๆ แต่ว่ามันก็ยังทำให้เขารู้สึกอยากร้องไห้ออกมาอยู่ดี

 

ตู้มมมมมมมมมม!

 

เขากระแทกกับพื้นอย่างแรงยังโชคดีที่รอดชีวิตมาได้ เพราะแสงสีทองห่อหุ้มตัวเขาและช่วยไม่ให้เขาลงไปกระแทกพื้นจนร่างกายแหลกเหลว

 

“นี่มันวิชาเคลื่อนย้ายอะไรวะเนี่ย? โครตจะโหดร้ายเลย!” อันหลินบ่นอุบในขณะที่เขานอนอยู่บนพื้น

 

เขาพยายามที่จะลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล แต่ดูท่ามันจะลำบากมากกว่าที่คิด

 

จากนั้นเขาก็เห็นสิ่งที่เขาต่อให้อยากลืมก็คงลืมไม่ลง

 

เสาสีขาวสองต้นที่ตกแต่งด้วยลวดลายมังกรสูงขึ้นไปหลายร้อยเมตรบนท้องฟ้า แกะสลักด้วยตัวอักษรที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนเขาก็อ่านมันไม่ออก

 

ด้านหลังเสานั้นมีวังมากมายยาวออกไปสุดลูกหูลูกตา

 

เมฆหลากสีนั้นกระจายตัวอยู่รอบๆดุราวกับสะพานที่เชื่อมระหว่างสวรรค์และโลก บรรยากาศนั้นดูงดงามและศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก

 

ใบหน้าของอันหลินนั้นแข็งค้างด้วยความประหลาดใจ

 

งั้นนี่ก็เป็นโลกของเซียนเฒ่าคนนั้นสินะ

 

นี่เขามาอยู่ที่นี่จริงๆน่ะเหรอ…? อันหลินพยายามที่จะควบคุมอารมณ์ลิงโลดของตัวเองเอาไว้

 

หลังจากนั้นครู่หนึ่งเขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งในชุดจีนโบราณเดินมาหาเขา เขารีบทักทายเธอเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ของเขา

 

“เอ่อ ท่านเซียนหญิงน้อยครับ” อันหลินโบกมือให้เธอพัลวัน

 

พอเห็นท่าทีของอันหลินเธอก็เดินเข้ามาหาเขา

 

เห็นแบบนั้น อันหลินก็ถามออกมาอย่างตื่นเต้น “ท่านหญิงแสนงดงาม บอกผมหน่อยได้ไหมว่าที่นี่มันที่ไหนกัน ผมเพิ่งจะมาที่นี่เอง ตอนนี้ผมก็ไม่รู้จะไปที่ไหนด้วย”

 

พอได้ยินอันหลิน ท่าทีของหญิงสาวนั้นก็ดูประหลาดๆ “จี ลี กู ลู?”

 

“ห๊ะ? ว่ายังไงนะครับ?” อันหลินมึนงงในคำตอบนั้น

 

แต่อีกฝ่ายนั้นก็ดูงงงวยไม่แพ้ตัวคนถามเลย “จี ลี กู ลู วา เลีย จี ลี?”

 

อันหลินสตั๊นไปซะเฉยๆ เธอพูดอะไรของเธอวะนั่น?

 

ข้อสันนิษฐานที่ชวนสิ้นหวังหนึ่งอย่างที่เขาคิดไว้ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

 

“คนสวยครับ…คุณพูดภาษาจีนกลางได้ไหม?” ดวงตาของอันหลินนั้นเริ่มที่จะมีน้ำใสๆ ไหลออกมาแล้ว

 

“กู ลู กู ลู วา จี จี จี?” หญิงงามนั้นเท้าสะโพกของเธอ ไม่ต้องฟังให้รู้เรื่องก็พอเดาได้ว่าเธอเริ่มที่จะไม่พอใจแล้ว

 

“บรรลัยแล้วว้อยยยย! คุยกันไม่รู้เรื่องเลยนี่หว่า!”

 

นั่นมันภาษาอะไรวะ? ทำไมเขาเห็นไม่เข้าใจเลยโว้ยยยย!

 

ในเวลานี้อันหลินรู้สึกงงงวยอย่างมากและเขาก็ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มีเพียงหนึ่งความคิดในใจแล่นออกมา

 

“หน่านี้? นี่มันไม่เห็นเหมือนในไลท์โนเวลเลยนะเห้ย! ไม่ใช่ว่าที่ไหนๆ ก็ใช้ภาษาจีนกลางได้เหรอวะ!?” แล้วอันหลินก็บ่อน้ำตาแตกอีกรอบ

 

แค่เริ่มต้นมาก็ส่อแววล่มแล้ว แล้วเมื่อไหร่เขาจะกลายเป็นเซียนได้ล่ะเห้ย?

 

คนอื่นเริ่มการเดินทางด้วยระดับมือใหม่ แต่เขานี่น่าจะเริ่มที่ระดับกากเลยมากกว่านะ!

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top