ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 186: แสร้งทำเป็นลม

 185 Views

นาช่าเคยคิดว่าตนนั้นมีอุดมการณ์สูงส่งเพื่อผดุงความยุติธรรมอย่างแท้จริง เธอเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีก่อนที่จะจากบ้านเกิดของตนมาที่นี่

 

แต่ทว่า เธอกำลังสั่นระริกในขณะนี้ ไม่เพียงแต่สั่นจากความเจ็บปวดตรงแขนซ้ายเท่านั้น แต่ยังสั่นจากความหวาดกลัวด้วย

 

ในตอนนี้ มีคนอยู่สองคนข้างหน้าเธอ ชายหนุ่มที่กำลังพิงอยู่ตรงมุมกำแพงและหญิงสาวที่เหลือบมองแวบแรกแล้วดูงดงามล้ำเลิศ หลังจากที่ถูกพาตัวมาที่นี่ด้วยวิธีการที่คาดไม่ถึงโดยสิ้นเชิงและทำให้แขนเธอหัก เธอจึงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

 

ถ้าหากพวกเขามาจากกองทัพของรัฐบาล เธอคงไม่อยู่ในสภาพนี้ แต่ทว่าผู้หญิงชุดแดงพาตัวเธอมาแล้วกระโดดสูง 7-8 เมตรด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ มันทำให้เธอหวาดกลัวอย่างผิดวิสัย นางไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นปีศาจที่สวมหนังมนุษย์ต่างหาก

 

รอยยิ้มอันอ่อนโยนครอบคลุมใบหน้าของเหยินปาเชียนแล้วพูดอย่างอ่อนโยน “เป็นเด็กดีสิลูก แค่บอกสิ่งที่พวกเราอยากรู้มา แล้วเธอก็จะได้หยุดทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดนี้ สิ่งที่พวกเราอยากรู้น่ะง่ายมาก ๆ และคนอื่นก็จะบอกต่อให้เธอปฏิเสธก็เถอะ แล้วทำไมต้องทำให้เรื่องมันยุ่งยากกับตัวเองด้วยล่ะ ?”

 

แอปพลิเคชันแปลภาษาในโทรศัพท์มือถือที่จักรพรรดินีถืออยู่ได้แปลสิ่งที่เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

โชคดีที่เขาพกพาวเวอร์แบงค์พลังงานแสงอาทิตย์ที่ซื้อไว้ก่อนที่จะออกเดินทางครั้งล่าสุดมาด้วย ตอนที่เขารีบระหว่างการเดินทางในอีกโลก เขาได้ห้อยที่ชาร์จไว้ด้านนอกกระเป๋าเป้ของตนเพื่อที่ตนจะได้สามารถชาร์จมือถือได้

 

นาช่าเข้าใจสิ่งที่ชายคนนั้นพูดและลังเลอยู่กว่า 10 วินาทีก่อนที่ความเจ็บปวดจะกระทบมือขวา ความเจ็บปวดจากการที่กระดูกอีกชิ้นหนึ่งหักทำให้เธอหน้ามืด และมือที่ได้รับบาดเจ็บได้ขยับขึ้นมาที่คออีกครั้ง

 

“ถ้าเธอปฏิเสธที่จะบอกล่ะก็ พวกเราก็คงต้องหาคนอื่นต่อ ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเราเลย จะต้องมีซักคนที่บอกแน่นอน” เหยินปาเชียนเร่งเร้าอย่างอ่อนโยนต่อไป

 

นาช่านั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอตะโกนอย่างเสียสติและร้องไห้อย่างขมขื่น “พวกคุณต้องการอะไร ? หนูจะบอกทุกอย่างเลย ปล่อยหนูเถอะ…ขอร้องล่ะค่ะ…ปล่อยหนูเถอะ…”

 

ไม่ว่าอะไรก็ตาม เธอก็เป็นแค่เด็กสาววัยรุ่นที่มีอายุเพียง 20 ปีเท่านั้น แม้เธอจะมาที่นี่เพื่อเติมเต็มความฝันของตนอันเนื่องมาจากอุดมการณ์ของตัวเองและได้รับการฝึกฝนขั้นพื้นฐานมาบ้างแล้ว แต่เธอก็ยังคงเป็นเด็กสาววัยรุ่นที่ไม่ได้มีประสบการณ์ในชีวิตมากมายนัก

 

“ดีเลย…ใช้ได้นี่นา…พูดมาช้า ๆ…” เหยินปาเชียนพูดอย่างนุ่มนวล

 

จากนั้น เขาก็ทำการเก็บเอาข้อมูลบางส่วนที่จำเป็นหลังจากช่วงการถามตอบ

 

ตามความเป็นจริงแล้ว เด็กสาวคนนี้ไม่ได้รู้อะไรมากนัก และมันก็เป็นไปไม่ได้จริง ๆ ที่นางจะได้รู้มากเกินไป ยกตัวอย่างเช่น รู้ว่าสถานที่ที่มีก๊าซซารินหรือผู้นำองค์กรอยู่ที่ไหน เป็นต้น

 

แต่ทว่า มันได้ให้เบาะแสเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งสำนักงานใหญ่ขององค์กรนี้กับเหยินปาเชียน มันอยู่ห่างออกไปประมาณการเดินทางหนึ่งวัน และด้วยความเร็วของจักรพรรดินี จะใช้เวลาอย่างมากครึ่งวัน

 

บุคคลระดับสูงสุดขององค์กร รวมถึงหัวหน้าจะต้องอยู่ที่นั่น บางทีพวกเขาอาจได้รับสิ่งที่ต้องการก็ได้

 

หลังจากที่ได้รู้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว เหยินปาเชียนก็รู้สึกเสียใจบ้างเล็กน้อยแล้วพูดอย่างอ่อนโยน “การมีอุดมการณ์มันก็ดีอยู่หรอก แต่โชคไม่ดีเลยนะที่โลกใบนี้มันโหดร้ายมาก”

 

เขาเงยหน้าขึ้นมองจักรพรรดินี “ไปส่งเค้าที่เดิม”

 

ก่อนที่นาช่าจะมีโอกาสได้ตอบโต้ จักรพรรดินีก็ใช้นิ้วจับหน้าผากเธอแล้วโยนศพเธอลงไปบนพื้น หลังจากนั้นนางก็อุ้มเหยินปาเชียนแล้วออกเดินทางไปด้วยความเร็วสูง

 

ในบางครั้ง บางคนอาจได้เห็นเงาสีแดงวูบผ่านหน้าต่างหรือเห็นอะไรบางอย่างกระโจนระหว่างสองอาคารเมื่อพวกเขาเงยหน้าขึ้น พวกเขามองไม่เห็นอะไรเลยเมื่อมองดูอีกครั้ง มันดูราวกับเป็นภาพลวงตา

 

หลังจากที่ออกจากสถานที่แห่งนี้ไป เหยินปาเชียนก็โทรหาเฉินชิ่งเพื่อสอบถามความคืบหน้าของห้องทดลอง หากค้นพบยาถอนพิษแล้วก็คงจะดีทีเดียว แต่โชคไม่เข้าข้างเลย ถึงแม้ว่าสีซานได้ขอความช่วยเหลือจากที่ปรึกษาของเธอ แต่ความคืบหน้าก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ

 

เหยินปาเชียนวางสาย ดูเหมือนว่าพวกเขาจะต้องดำเนินการตามแนวทางนี้ต่อไป

 

 

 

หลังจากที่ทั้งสองคนออกไปแล้ว ทหารทั้งหมดในเมืองก็ออกค้นหาทั่วทั้งเมืองอย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไม่พบอะไรเลย หลังจากนั้นไม่นานกว่าหนึ่งชั่วโมงได้มีการค้นพบศพบนดาดฟ้า ในเวลานั้นทั้งสองคนได้ทิ้งห่างจากตัวเมืองไปไกลแล้ว

 

และขบวนด้านนอกเมืองก็ถูกพบเข้าในไม่ช้า

 

ทุกคนในที่เกิดเหตุต่างตกใจกับสิ่งที่ได้เห็น มีคน 20-30 คนนอนกองกับพื้นอย่างสะเปะสะปะ คนเหล่านั้นครึ่งหนึ่งหัวไปอยู่ในช่องอกและกระดูกสันหลังโผล่ออกมาจากแผ่นหลัง ไม่มีใครรู้เลยว่าปฏิบัติการนี้ดำเนินมาได้อย่างไร

 

เหล่าฝูงชนพบเบาะแสจากศพอื่น

 

รอยรองเท้า

 

ศพที่ถือว่าอยู่ในสภาพดีเหล่านั้นมีรอยแผลเหมือนรองเท้า

 

คนเหล่านี้ถูกเตะจนตายด้วยการเตะครั้งเดียวเหรอเนี่ย ? มันเป็นไปได้ยังไงกัน ?

 

ผู้คนมากมายไม่มีฝีมือในการต่อต้านการโจมตีนั่นเลยเหรอ ?

 

ถึงแม้ว่าจะพบรอยกระสุนในบริเวณโดยรอบ แต่ก็ไม่มีรูกระสุนที่คนตาย คนเหล่านั้นเสียชีวิตด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง หากไม่มีหัวไปอยู่ในช่องอกราวกับถูกยัดลงไป ก็มีอวัยวะภายในเสียหายกับมีรอยรองเท้ารอยเดียวบนศพ

 

นอกจากนี้ รอยรองเท้านั้นไม่ได้ใหญ่มากและดูเหมือนว่าจะมาจากผู้หญิง

 

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีศพหนึ่งที่แตกต่างไปจากศพอื่น หัวและขาทั้งสองข้างอยู่ด้านนอกประตูรถด้านขวาที่ผิดรูปผิดร่างโดยสิ้นเชิง ในขณะที่ลำตัวและประตูรถด้านซ้ายอยู่ใกล้ ๆ

 

วิธีการที่บุคคลนี้เสียชีวิตนั้นอยู่นอกเหนือความเข้าใจของทุกคน

 

ในที่สุด ก็มีคนคาดเดาว่าบุคคลนี้ยืนอยู่ข้างประตูรถและประตูถูกพับกลับไปด้วยแรงมหาศาล ซึ่งสามารถสรุปได้จากระดับความผิดรูปผิดร่างของประตูรถ

 

ประตูรถกระแทกเข้ากับลำตัวด้วยแรงมหาศาลจนลำตัวถูกประตูรถ หลังคารถ และตัวถังส่วนล่างตัดออกไป ส่วนลำตัวส่วนกลางลอยออกไปทางประตูอีกฝั่งหนึ่งดังที่เกิดขึ้น

 

หากมีใครอยู่ในที่เกิดเหตุ มันจะเป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้ของสถานการณ์ดังกล่าว แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เช่นกัน

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คนกลุ่มหนึ่งที่ประกอบด้วยคนหลายสิบคนถูกฆ่าตายด้วยคนอาจจะสองหรือสามคนโดยใช้มือเปล่า นี่คือข้อความที่สื่อถึงผู้คนในที่เกิดเหตุ พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้และไม่ได้ตื่นตระหนกกันเพราะเป็นไปไม่ได้

 

แม้แต่ทหารที่เก่งที่สุดก็ไม่สามารถทำเช่นนี้ได้

 

 

 

ครึ่งวันต่อมา จักรพรรดินีพาเหยินปาเชียนไปยังชานเมืองอีกเมืองหนึ่ง เมือง LK ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ขององค์กร ถึงแม้ว่าเมืองจะเก่ามาก แต่ก็คับคั่งไปด้วยรถยนต์ตามปกติ และต้องใช้เวลาพอสมควรในการเข้าสู่ใจกลางเมือง

 

สถานที่หลบซ่อนของพวกเขายังคงเป็นบนดาดฟ้าของอาคาร ยังไงซะด้วยทักษะของจักรพรรดินีแล้ว อาคารสูงก็เป็นเหมือนพื้นราบสำหรับนาง พวกเขาจะไม่ถูกคนอื่นพบตัวได้อย่างง่ายดายเช่นกัน

 

ทั้งสองคนยืนอยู่หลังกำแพงบนดาดฟ้าแล้วมองข้างล่าง ที่นี่มีผู้คนมากมาย มันเหมือนเมืองธรรมดามากกว่า มันแตกต่างจากเมืองก่อนหน้านี้ ซึ่งดูราวกับซากปรักหักพังที่มีทหารจำนวนมากและพลเรือนอันน้อยนิด

 

ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวกับเมืองอื่นก็คือ บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย

 

“จี่เซียว ระวังตัวด้วยล่ะ ที่นี่น่ะอันตรายมาก ต่อให้กลุ่มคนติดอาวุธนั่นจะไม่สามารถทำอะไรเธอได้ แต่ทหารพวกนั้นก็ยังคงสามารถก่อให้เกิดอันตรายกับเธอได้นะ”

 

“อาวุธของโลกนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สิ่งที่เธอเห็นนะ ยังมีปืนใหญ่ ระเบิด และอะไรพวกนั้น ซึ่งเป็นอาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูงมาก พวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำอะไร เพียงแต่มาเอาของ” เหยินปาเชียนกล่าวเตือน

 

แม้เขาจะรู้ว่าเมืองนี้ไม่น่าจะเป็นภัยอันตรายกับจักรพรรดินี แต่สิ่งที่นางรู้เกี่ยวกับอาวุธในโลกนี้ยังน้อยเกินไป และเหยินปาเชียนไม่ต้องการให้นางเจ็บตัวเพราะความประมาทเลินเล่อของนาง

 

ในเวลานี้ ท้องฟ้าเริ่มมืดลง จักรพรรดินีได้รินน้ำให้เหยินปาเชียน และหลังจากที่ซ่อนตัวเขาแล้ว นางก็หายเข้าไปในฉากกลางคืน

 

 

 

3 ชั่วโมงต่อมา ไม่ไกลจากที่ที่เหยินปาเชียนซ่อนตัวอยู่ มีศพอยู่ 5 ศพด้วยกัน

 

ภารกิจที่จักรพรรดินีทำอยู่ได้ดำเนินไปโดยปราศจากอุปสรรค นางมุ่งเน้นไปที่การจับคนที่ดูเหมือนเป็นคนระดับสูงที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ใน 5 คนนี้ มี 2 คนเป็นเจ้าหน้าที่ของเมืองนี้ แต่พวกเขาไม่ได้เปิดเผยข้อมูลที่เหยินปาเชียนต้องการ

 

เหยินปาเชียนฟังเสียงพึมพำของเมืองและเสียงการจราจรที่หนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เขารู้สึกว่ามีใครบางคนอาจพบความผิดปกติแล้ว

 

ยังไงซะ การจับคน 5 คนนั้นไม่เหมือนกับการจับไก่ 5 ตัว ยังไม่ถึงเวลาพัก และทุกคนก็ไม่จำเป็นต้องอยู่คนเดียว

 

ศพผู้ถูกสังหารทั้ง 5 คนน่าจะถูกค้นพบแล้วในตอนนี้

 

เหยินปาเชียนครุ่นคิดถึงการย้ายตำแหน่งเมื่อจักรพรรดินีกลับมา

 

ในขณะที่รอจักรพรรดินี กลายเป็นว่ากลุ่มทหารในเครื่องแบบจากองค์กรก็รีบขึ้นมาแทน ประตูสู่ดาดฟ้าชั้นบนสุดล้มลงด้วยการถีบเพียงครั้งเดียว ศพที่ไม่ได้จงใจซ่อนนั้นถูกพบพร้อมกันกับเหยินปาเชียนที่ซ่อนตัวอยู่มุมห้อง

 

เมื่อเขาได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังโผและประตูชั้นพังลงมา เหยินปาเชียนจึงหลับตาแล้วแสร้งทำเป็นลม

 

ในใจของเขา เขาได้ร้องออกมา “ถ้าฝ่าบาทไม่กลับมาเร็ว ๆ นี้ ฝ่าบาทจะไม่ได้เจอข้าน้อยอีก”

 

การแสร้งทำเป็นลมเป็นท่าที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้

 

ถึงแม้ว่าเสื้อผ้าและรูปร่างหน้าตาของเขาจะแตกต่างจากผู้คนที่นี่และมีปืนหลายกระบอกจ่อไปที่เขา แต่การแกล้งทำเป็นไม่รู้ตัวก็จะสามารถซื้อเวลาและลดการถูกทุบตีได้

 

ยังไงซะ เขาก็อยู่ที่นี่พร้อมกับศพของเจ้าหน้าที่และพวกเขาไม่น่าจะฆ่าเขาในทันที พวกเขาต้องการทราบตัวตนของเขา ใครคือผู้สมรู้ร่วมคิดกับเขา มีกี่คน และทำไมเขาถึงต้องการข้อมูลนี้

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top