ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 183: เผชิญหน้าผู้คน

 123 Views

ในวันที่สองตอนกลางดึก ชายหญิงปรากฏตัวที่สนามบินอิสตันบูล ผู้ชายคนนั้นสะพายกระเป๋าเป้และผู้หญิงคนนั้นสวมชุดสีแดง ผู้หญิงโอบเอวผู้ชาย ดูราวกับเป็นคู่รักหนุ่มสาวออกเดินทางไปต่างประเทศ

 

อย่างไรก็ตาม หากมีใครมองดูใกล้เข้าไป พวกเขาจะรู้ว่าร่างกายของผู้ชายนั้นนุ่มนิ่มและไร้กำลังโดยสิ้นเชิง ขาของเขาขยับไม่ได้เลย และปลายเท้าของเขาอยู่ห่างจากพื้นดินประมาณ 1 เซนติเมตร เขาถูกช่วยพยุงด้วยแขนของผู้หญิงคนนั้นอย่างเต็มที่ ทำให้เขาดูราวกับว่ากำลังเดินด้วยตัวเอง

 

ใช่แล้ว ชายหญิงคู่นี้ก็คือเหยินปาเชียนกับจักรพรรดินีนั่นเอง

 

ทั้งสองคนออกจากสนามบินหลังจากที่ลงจากเครื่องบิน พวกเขารออยู่หนึ่งคืนและขึ้นเครื่องบินอีกลำไปยังกาซีอันเท็พในวันถัดไป กาซีอันเท็พเป็นเมืองในประเทศตุรกีที่อยู่ใกล้เขตแดนที่องค์กรดังกล่าวควบคุมอยู่มากที่สุด

 

เมื่อมาถึงกาซีอันเท็พแล้ว ทั้งสองคนก็ได้รับประทานอาหารท้องถิ่น แน่นอนว่าจักรพรรดินีเท่านั้นที่กำลังกินอยู่ บางครั้งนางก็จะป้อนอาหารเหยินปาเชียน ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้อ่อนโยนเหมือนหญิงสาวธรรมดาทั่วไป แต่เหยินปาเชียนก็ยังรู้สึกโชคดีมากที่ได้รับการปรนนิบัติเช่นนี้จากนาง

 

หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จ ทั้งสองคนก็ไปที่ร้านใกล้ ๆ เพื่อซื้อของ ต้องขอบคุณโปรแกรมแปลภาษา เหยินปาเชียนซึ่งสามารถพูดภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานได้เท่านั้น และจักรพรรดินีก็สามารถรับมือกับต่างแดนได้

 

หลังจากที่ซื้ออาหารกับน้ำดื่มแล้ว จักรพรรดินีก็แบกเหยินปาเชียนขึ้นมาแล้วมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทาง หลังจากที่ออกจากเมือง พวกเขาก็มาถึงพื้นที่สันโดษแล้วจักรพรรดินีจึงเร่งความเร็ว ถึงแม้ว่าจักรพรรดินีแบกเหยินปาเชียนอยู่ นางก็ยังเคลื่อนไหวได้เร็วกว่ากิเลนอยู่ดี ลมแรงพัดปะทะหน้าเหยินปาเชียน ทำให้เขาไม่สามารถลืมตาได้ เขารู้สึกว่าหากมีเชือกผูกไว้กับร่างกายของตน ตอนนี้เขาคงจะลอยขึ้นไปข้างบนเหมือนว่าวแล้ว

 

แน่นอนว่าเขาอาจถูกลากไปตามพื้นดินได้เช่นกัน

 

หลังจากที่เดินทางไปครึ่งชั่วโมงด้วยความเร็วสูง พวกเขาก็เห็นรั้วเหล็ก จักรพรรดินีกระโดดข้ามไปด้วยการตบเท้า

 

ห่างออกไป พลทหารนายหนึ่งหันหน้าไปในทิศทางของพวกเขาแล้วดูเหตุการณ์นี้ ทันใดนั้นเขาก็ขยี้ตาด้วยความไม่เชื่อสายตา ตอนที่เขาลืมตาเงาสีแดงก็หายไปซะแล้ว

 

“จานซู มีอะไรหรอ ?” พลทหารอีกนายมองไปยังจุดที่เหยินปาเชียนกับจักรพรรดินีหายไปแล้วถามออกมา

 

“ไม่มีอะไร ท่าทางเมื่อกี้ผมจะตาฝาดไป” ทหารยามที่ชื่อจานซูตอบกลับไปด้วยความฉงนใจ

 

หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที ทั้งสองคนก็ออกจากชายแดนกาซีอันเท็พแล้วไปหยุดที่ด้านหลังเนิน

 

จักรพรรดินีนำมือถือของตนออกมาแล้วปัดนิ้วไปมา จากนั้นแผนที่ดาวเทียมจึงปรากฏบนมือถือของนาง เหยินปาเชียนได้สอนวิธีใช้งานแอปพลิเคชันนี้แล้วก่อนที่พวกเขาจะออกเดินทาง

 

ต้องขอบคุณสื่อที่ทำให้เขตแดนที่องค์กรนี้ครอบครองอยู่สามารถหาพบได้ง่าย

 

องค์กรนี้ควบคุมเขตแดนต่าง ๆ ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางของประเทศนี้ ทุก ๆ ปีจะมีเด็กวัยรุ่นที่ถูกล้างสมองหลายคนเข้าร่วมองค์กรนี้

 

เมื่อตรวจสอบทิศทางที่ถูกต้องแล้ว จักรพรรดินีก็แบกเหยินปาเชียนขึ้นมาแล้วเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังจากผ่านไปอีกชั่วโมง ทั้งสองคนก็เข้าสู่เขตแดนที่องค์กรนั้นควบคุมอยู่ พวกเขาสามารถมองเห็นเมืองในระยะไกล ทันใดนั้นจักรพรรดินีก็ลอยไปที่ก้อนหินขนาดใหญ่แล้วซ่อนตัวอยู่ข้างหลังพร้อมกับเหยินปาเชียนในอ้อมแขนของนาง

 

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง มีรถไม่กี่คันขับผ่านไปตามถนนลูกรังไม่ไกลจากพวกเขามากนัก มีรถกระบะอยู่ที่หัวขบวนและอีกคันอยู่ที่ท้ายขบวน รถกระบะทั้งสองคันติดตั้งปืนกล ภายในรถแต่ละคันมีชายประมาณ 6 คนสวมเสื้อกันกระสุนและหมวกเหล็กลายพราง

 

กลางขบวน มีรถบรรทุกซึ่งบรรทุกคนจำนวนมาก

 

เมื่อเหยินปาเชียนเห็นรถเหล่านั้นจากด้านหลังหิน เขาก็รู้ว่าพวกตนอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสม

 

แถมยังได้เวลาที่พวกเขาจะกลับไปยังอีกโลกด้วย

 

ยังไงซะพวกเขาก็ไม่มีเวลาเหลือแล้ว การที่พวกเขาไม่เสียเวลามากเกินไปในตอนนี้จะดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้พวกเขาได้เก็บข้อมูลที่จำเป็นแล้ว หากพวกเขาไม่ได้รับของทันเวลา พวกเขาก็ต้องมาเก็บข้อมูลอีกครั้งอยู่ดีและจะใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าพวกเขาจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง พวกเขาจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วันครึ่งกว่าพวกเขาจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง

 

นอกจากนี้ เหยินปาเชียนยังพอมีหวังในห้องทดลอง

 

ครั้งต่อไปที่พวกเขากลับมายังดาวโลกจะเป็นอีก 5 วันในอีกโลก นั่นจะเท่ากับ 15 วันบนดาวโลก พอถึงตอนนั้นห้องทดลองอาจพบวิธีรักษาโรคของเขาก็เป็นได้

 

ถึงแม้ว่าความไม่น่าจะเป็นที่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นมีสูง แต่ก็ยังมีโอกาส

 

ถ้าหากพวกเขาค้นพบวิธีการรักษาขึ้นมาจริง ๆ เหยินปาเชียนและจักรพรรดินีก็ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงกับการไปเอายาถอนพิษจากเก้าศาลาอีกต่อไป

 

เมื่อเหยินปาเชียนคิดถึงสิ่งนี้ เขาก็พูดออกมา “จี่เซียว กลับกันก่อนเถอะ”

 

“ได้สิ” จักรพรรดินีพยักหน้าแล้วตอบกลับไป

 

ทันทีที่จักรพรรดินีพยักหน้า ทั้งสองคนก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จากนั้นพวกเขาก็ปรากฏตัวที่โลกนั้นในจุดเดียวกันกับที่พวกเขาหายไปเพื่อกลับไปยังดาวโลกก่อนหน้านี้

 

เจ้ากิเลนนอนอยู่บนพื้นพร้อมกับหันหน้าไปยังท้องฟ้า มันยังคงนอนถูหลังกับพื้นอยู่ ดูเหมือนว่าหลังของมันจะคันมากทีเดียว

 

การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเหยินปาเชียนกับจักรพรรดินีทำให้เจ้ากิเลนตกใจ ทันใดนั้นมันก็ลุกขึ้นจากพื้น ส่งเสียงครวญครางนิดหน่อย แล้ววิ่งไปหาจักรพรรดินี

 

จักรพรรดินีตบหัวมันแล้วกระโดดขึ้นไปบนหลังมัน “ไปกันเถอะ”

 

 

 

ไม่กี่วันต่อมา ทุกหนทุกแห่งในป่าของมหาจักรวรรดิเซี่ยเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงอันเร่าร้อน ในบางครั้งใบไม้เหล่านั้นจะลอยลงมาจากต้นไม้พร้อมกับสายลมฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งปกคลุมผืนป่าทั้งหมด

 

เหยินปาเชียนกำลังพิงไปที่กิเลน เมื่อกิเลนรู้สึกเบื่อ มันจะแทะกรงเล็บของมันเอง มันอาจจะแทะโดนเนื้อเล็บของมัน

 

เจ้ากิเลนตัวนี้มีชื่อว่าฉีสุ่ย ว่ากันว่ามันถูกจักรพรรดิต้าเย่าพระองค์แรกพบข้างทะเลสาบที่ชื่อว่าฉีสุ่ย ดังนั้นมันจึงได้รับชื่อนี้ มันอยู่ในพระราชวังหลวงแห่งต้าเย่ามา 50 ปีแล้ว ถึงแม้ว่าสายเลือดของมันจะไม่ได้บริสุทธิ์ แต่ช่วงชีวิตของมันก็ยังเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตธรรมดา ว่ากันว่ามันสามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 500 ปี ตอนนี้มันเติบโตถึงเพียงวัยผู้ใหญ่เท่านั้น

 

ณ ตอนนี้ เหยินปาเชียนกำลังนั่งอยู่บนพื้นโดยมีเสื้อคลุมที่หนามากปกคลุมเขาไว้ มันถูกจักรพรรดินีนำกลับมาจากการเดินทางครั้งหนึ่งที่นางไปเอาทรัพยากร

 

ส่วนใหญ่แล้ว พวกเขาเดินทางบนเส้นทางที่สันโดษ ด้วยวิธีนี้ความน่าจะเป็นที่จะถูกพบเจอนั้นจะน้อยลง ยังไงซะจักรพรรดินีก็รู้ถึงความอันตรายของการเดินทางครั้งนี้

 

ในบางครั้งนางจะลงมาจากภูเขาเพื่อหาสิ่งของ

 

ก่อนหน้านี้ เนื่องจากอุณหภูมิในมหาจักรวรรดิเซี่ยที่ลดลงอย่างมาก จักรพรรดินีได้ลงจากภูเขาไปเอาเสื้อคลุมและโจ๊กกลับมา เหยินปาเชียนไม่รู้ว่านางเอามาจากไหน

 

ในคราวนี้ จักรพรรดินีลงจากภูเขาอีกครั้งเพื่อหาอาหาร ยังไงซะเหยินปาเชียนก็ไม่สามารถกินเลือดสัตว์ให้หมดได้

 

ท่านั่งของเขาในตอนนี้ก็ไม่สบายเท่าไรนัก ในตอนแรกเขายังรู้สึกไม่เป็นไร แต่ทว่าหลังจากที่ฉีสุ่ยขยับตัวเล็กน้อย ท่าของเหยินปาเชียนก็เปลี่ยนไปอย่างงุ่มง่าม แม้เขาจะไม่สามารถขยับตัวได้ เขาก็สามารถรู้สึกได้ว่าแขน ไหล่ และหลังชาไปหมด

 

ในตอนนี้ เขาหวังให้จักรพรรดินีกลับมาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่านั่งของเขาในตอนนี้ไม่สามารถทนได้แล้ว ตอนนี้เขาอยากจะนอนราบกับพื้น

 

ทันใดนั้นเอง เสียงกรอกแกรกดังไปทั่วบริเวณโดยรอบ เหยินปาเชียนก็ตื่นตัวแล้วมองไปในทิศทางของแหล่งกำเนิดเสียงในทันที

 

สัตว์ป่าหรอ ?

 

ขณะที่ความคิดนี้เกิดขึ้นในใจเหยินปาเชียน คนสองคนสวมเสื้อผ้ารัดรูปปรากฏตัวจากด้านหลังต้นไม้ ทั้งสองคนพกดาบ แม้พวกเขาจะถูกปกคลุมด้วยหญ้าและดิน เหยินปาเชียนก็สามารถบอกได้จากชุดว่าพวกเขาไม่ใช่นักล่าธรรมดาทั่วไป

 

ทั้งสองคนเห็นเขาในเวลาเดียวกันกับที่ตนเห็นพวกเขา แถมพวกเขายังเห็นสัตว์ร้ายที่เขาพิงอยู่ด้วย

 

“นั่นใช่…กิเลนรึเปล่า ?” คนหนึ่งถามด้วยความตื่นกลัว

 

“ข้าขอโทษ พวกเราเดินผิดทางแล้ว” อีกคนหนึ่งคว้าตัวเขาไว้แล้วลากเขาออกไป

 

เหยินปาเชียนเฝ้าดูขณะที่ทั้งสองคนหายเข้าไปในป่า จากนั้นหัวใจของเขาก็ตึงเครียด เขาหวังว่าทั้งสองคนจะไม่กระจายข่าวที่ได้เห็นกิเลนที่นี่

 

กิเลนแบบนี้หายากมากในโลกนี้ กิเลนที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางที่สุดจะเป็นตัวที่อยู่ในพระราชวังหลวงในต้าเย่า

 

น่าเสียดายที่เขาขยับตัวไม่ได้ ต่อให้เขาขยับตัวได้ เขาก็ไม่สามารถทำอะไรกับพวกเขาได้อยู่ดี

 

เหยินปาเชียนตระหนักถึงความสามารถในการต่อสู้ของตนเป็นอย่างดี

 

สำหรับฉีสุ่ยซึ่งอยู่ด้านหลังเหยินปาเชียน ก็ไม่ได้ข้องใจที่จะมองดูชายทั้งสองคนตลอดเวลาที่ผ่านมานี้

 

 

 

“เฉิงอู่ นี่เจ้าดึงข้าออกมาทำไม ? นั่นคือกิเลนนะ !” คนที่ถูกลากไปสะบัดแขนของอีกฝ่ายออกแล้วถามหลังจากที่พวกเขาออกห่างจากเหยินปาเชียนแล้วประมาณ 100 เมตร

 

“พวกเราจะไปยั่วยุคนที่มีกิเลนได้ยังไง ? ถ้าเค้าเกิดไม่สบอารมณ์พวกเราขึ้นมาล่ะก็ วันนี้พวกเราจะไม่มีชีวิตรอดลงจากภูเขานะ”

 

“ก็จริงแฮะ แต่ข้าไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจากการที่พวกเราไปเห็นกิเลนเข้าหรอก พวกเราสามารถคุยอวดเรื่องนี้ตอนที่พวกเรากลับบ้านได้นะ”

 

“นอกจากกิเลนตัวที่คนอื่นเล่าลือกันว่าได้เห็นมาแล้ว ข้าก็รู้แค่ว่ามีตัวหนึ่งในพระราชวังหลวงแห่งต้าเย่า มีอีกตัวในโลกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?”

 

“เอ๊ะ ? เฉิงอู่ เจ้าคิดว่ามันมาจากพระราชวังหลวงของต้าเย่ารึเปล่า ?” ชายอีกคนถามขึ้นมาลอย ๆ

 

“จะเป็นไปได้ยังไงเล่า ?” ชายอีกคนส่ายหน้าแล้วตอบกลับไป

 

“แต่มันคือกิเลนนะเว้ย ไม่ใช่กะหล่ำปลี ทำไมมันถึงปรากฏตัวแบบไม่มีที่มาที่ไปล่ะ ? ทำไมเจ้าถึงยังยืนอยู่ตรงนี้ล่ะ ?”

 

“เดี๋ยวนะ มีบางอย่างที่ดูไม่ใช่” ดวงตาของชายที่ชื่อเฉิงอู่เบิกกว้าง

 

“อะไรรึ ?”

 

“เมื่อกี้มีบางอย่างผิดปกติกับชายคนนั้น กลิ่นอายของเค้าอ่อนแอเกินไปและท่าที่เค้าพิงกิเลนนั้นแอบงุ่มง่ามชอบกลนะ” เฉิงอู่ตอบกลับไปเนื่องจากเขาจำท่านั่งของเหยินปาเชียนได้

 

“เจ้าหมายความว่าไง ?”

 

“ชายคนนั้นอาจได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้วมีปัญหาในการเคลื่อนย้ายก็ได้นะ” เฉิงอู่ตอบกลับไปด้วยความกังขา เขาไม่มีความมั่นใจในการคาดเดาของเขา แต่ยิ่งเขาคิดถึงสถานการณ์เมื่อครู่นี้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งคิดว่ามันเป็นจริงมากเท่านั้น

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top