ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 180: ห้องทดลอง

 135 Views

ผ่านไปอีกวัน ภายในป่าดง จักรพรรดินีแบกเหยินปาเชียนไว้ด้วยมือข้างหนึ่งพลางใช้มืออีกข้างตบกิเลน “รออยู่แถวนี้นะ อีกหนึ่งวันข้าจะกลับมา”

 

เจ้ากิเลนโยกหัว กระโดดโลดเต้น แล้วกระโดดข้ามลำธารภูเขา จากนั้นมันก็เลี้ยวลับหายไป

 

ถึงแม้ว่าเหยินปาเชียนได้อยู่บนหลังกิเลนในช่วงสองวันที่ผ่านมา แต่เขาก็ไม่ได้ใช้เวลาตรวจสอบเจ้ากิเลนเลย

 

เขาแทบจะไม่ได้ใช้ชีวิตเลย การตรวจสอบเจ้ากิเลนตัวนี้จะมีประโยชน์อะไร ?

 

วินาทีต่อมา เงาทั้งสองร่างก็ปรากฏขึ้นในอพาร์ตเมนต์บนดาวโลก จักรพรรดินีกำลังแบกเหยินปาเชียนด้วยมือข้างเดียว ในขณะนี้เหยินปาเชียนแทบจะพูดไม่ได้เลย หากจักรพรรดินีปล่อยมือเขาออกไป แม้แต่ยืนด้วยขาตัวเองเขาก็ยังทำไม่ได้เลย

 

“พวกเราจะไปหายารักษาพิษได้ที่ไหน ?” จักรพรรดินีถามออกมา

 

“ฝ่าบาท ได้โปรดหยิบโทรศัพท์มือถือมาให้หน่อยขอรับ” เหยินปาเชียนตอบอย่างอ่อนแรง

 

หลังจากที่เขาตื่นขึ้นมา เขาก็ได้ดื่มแต่เลือด เลือดนั้นมาจากสัตว์ร้ายตัวเล็กที่จักรพรรดินีจับมาได้ระหว่างทาง แล้วนางก็เทมันลงในปากของเขาโดยตรง

 

เหยินปาเชียนถูกจักรพรรดินีนำตัวมาวางไว้บนโซฟา เขารู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่งเพียงแค่มองตามหลังจักรพรรดินีที่ขึ้นไปชั้นบน

 

ผู้หญิงที่ทุ่มเทให้เขามากขนาดนี้ มีอะไรที่จะให้พูดอีกล่ะ ?

 

รู้กันว่านางเป็นผู้ปกครองแคว้น นางไม่ได้นอนหลับหรือพักผ่อนติดต่อกันตลอดสองวันที่ผ่านมาตลอดทางเพื่อหายาถอนพิษให้เขา ด้วยเหตุนี้นางจึงยอมเสี่ยงที่จะเข้าสู่เขตแดนของมหาจักรวรรดิเซี่ย

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่าหากเขาสามารถอยู่รอดได้ในระยะนี้ ต่อให้เขาจะต้องสร้างศัตรูกับคนทั้งโลก เขาก็เต็มใจที่จะทำ

 

หลังจากนั้นไม่นาน จักรพรรดินีก็นำโทรศัพท์มือถือของเหยินปาเชียนมาให้เขา ภายใต้การแนะนำของเหยินปาเชียน นางโทรไปยังเบอร์ของเฉินชิ่ง ในขณะนี้เขาพึ่งพาได้แค่เขาคนนี้เท่านั้น

 

“รู้สึกว่าเราจะไม่ได้เจอนายนานแล้วนะ นายนี่เข้าใจยากจริงช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาเนี่ย” หลังจากที่โทรออกไป เฉินชิ่งก็พูดพลางหัวเราะคิกคัก

 

“มาที่บ้านเราที นี่เป็นเรื่องความเป็นความตายเลยล่ะ” เหยินปาเชียนตอบอย่างอ่อนแรง

 

“เป็นเพราะผู้หญิงคราวที่แล้วหรอ ?” ปฏิกิริยาแรกของเฉินชิ่งคือการทำให้เขามีปัญหากับหญิงสาวคนนั้น

 

“กูโดนยิงยาพิษ มาเร็ว ๆ” เหยินปาเชียนพูดออกมาพลางจับตามองจักรพรรดินี อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้รู้สึกถึงความเย็นชาจากนางอย่างที่เขาคิดไว้เลย

 

“ทำไมไม่ไปโรงพยาบาลล่ะ ? ให้เรียกรถพยาบาลให้มั้ย ? เดี๋ยวจะติดต่อโรงพยาบาลให้นะ” เฉินชิ่งผู้ที่อยู่ปลายสายถามแล้วรีบออกไป

 

“ระหว่างนี้ เราจะไม่ตายเพราะพิษหรอก เรากลัวว่าโรงพยาบาลจะไม่เคยพบพิษแบบนี้มาก่อนน่ะสิ” เหยินปาเชียนตอบกลับ แน่นอนว่าไม่มีใครเคยพบพิษชนิดนี้มาก่อน เขาเป็นคนแรกในโลกที่พบพิษแบบนี้ และน่าเห็นใจที่มันอยู่ในตัวเขา

 

“รอก่อนนะ อีกซักพักจะเข้าไปหา” เฉินชิ่งวางสาย เขาวิ่งไปที่โรงรถเมื่อออกจากลิฟต์ แล้วรีบขับรถไปยังที่อยู่ของเหยินปาเชียน

 

“จี่เซียว เปลี่ยนชุดใหม่ซะสิ” เหยินปาเชียนหันหัวของเขาเล็กน้อยเพื่อดูจักรพรรดินี

 

วิธีที่เขาเรียกว่าจี่เซียวนั้นเป็นธรรมชาติมากทีเดียว

 

“ผู้หญิงคนที่ว่านี่ใครกัน ?” จักรพรรดินีถามออกมาทันที

 

เหยินปาเชียนเกือบกระอักเลือดออกมา ในตอนนี้เธอผู้นี้ยังจำสิ่งที่เฉินชิ่งพูดได้อยู่หรอเนี่ย ?

 

“เพื่อนของข้าน้อยเห็นฝ่าบาทจากระยะไกลเมื่อครั้งก่อนที่มายังดาวโลก แล้วเค้าก็รู้สึกว่ารูปร่างหน้าตาและกิริยาท่าทางของฝ่าบาทนั้นไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป เห็นมั้ยขอรับ มันเป็นอะไรที่แม้แต่คนตาบอดก็ทำได้ ถึงยังไงก็เถอะเค้าน่ะรู้สึกว่าสถานะทางสังคมของฝ่าบาทนั้นสูงมาก แล้วถ้าพวกเราอยู่ด้วยกัน ปัญหาจะเกิดขึ้นได้ง่ายในโลกของพวกเรา พวกเราให้ความสนใจเป็นพิเศษกับคู่รักที่ได้รับสถานะทางสังคมที่เหมาะสมขอรับ…” เหยินปาเชียนอธิบายอย่างช้า ๆ แล้วคิดกับตัวเอง “เฉินชิ่ง ไม่ว่ายังไงคราวนี้เราก็ช่วยชีวิตนายแล้วนะ”

 

หลังจากที่จักรพรรดินีได้ฟังสิ่งที่เหยินปาเชียนพูดมา นางก็ยังคงนิ่งเงียบแล้วแบกกระเป๋าตรงเข้าบ้านไปเปลี่ยน

 

สิ่งที่หายไปเมื่อครั้งก่อนที่พวกเขาถูกเคลื่อนย้ายนั้น ไม่ได้หายไปในระหว่างกระบวนการเคลื่อนย้าย สิ่งเหล่านั้นถูกทิ้งไว้ในอพาร์ตเมนต์ของเหยินปาเชียน และแม่บ้านก็ได้จัดวางไว้ด้านข้างให้เป็นระเบียบ

 

 

 

เฉินชิ่งใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะมาถึงอพาร์ตเมนต์ของเหยินปาเชียน และคนที่เปิดประตูให้เขาก็คือหญิงสาวชุดแดงที่เขาเคยเห็นมาก่อน เขาจึงแปลกใจเล็กน้อยเนื่องจากเขาไม่คาดคิดว่านางจะอยู่ที่นี่

 

นอกจากนี้ คราวก่อนนั้นเขาได้เห็นนางจากระยะไกล คราวนี้ระยะห่างระหว่างพวกเขานั้นใกล้กว่าเดิมมาก ความเยือกเย็นและความรู้สึกสง่างามนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น

 

เขารู้สึกกดดันอย่างมากเพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น

 

เฉินชิ่งอดชื่นชมในตัวเหยินปาเชียนไม่ได้เลย เนื่องจากเขาได้สานสัมพันธ์กับผู้หญิงแบบนี้ แน่นอนว่านางไม่ใช่คนธรรมดา เขาไม่ได้เข้าใจผิดในตอนนั้น

 

หลังจากที่จักรพรรดินีหลีกทางให้ เขาก็เข้ามาในอพาร์ตเมนต์และได้เห็นเหยินปาเชียนที่กำลังนอนอยู่บนโซฟา เขาก้าวไปข้างหน้าและได้เห็นเขาผิวซีดจาง “เกิดอะไรขึ้นกับนายเนี่ย ?”

 

“เราถูกยิงยาพิษและการขยับตัวก็ทำไม่ได้เลย มันเป็นพิษชนิดที่ไม่มีอยู่อีกแล้ว มีเวลาอีก 13 วันก่อนที่มันจะมีผล และหลังจากนั้นมันจะคล้ายกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอสเลย เรากลัวว่าถ้าไปโรงพยาบาลธรรมดา มันจะเป็นการถ่วงเวลาน่ะสิ”

 

เฉินชิ่งทำหน้าตาบูดบึ้งแล้วพูดออกมา “นายไปเจอสิ่งที่แปลกประหลาดขนาดนี้มาจากที่ไหน ?”

 

ก่อนที่เหยินปาเชียนจะตอบ เฉินชิ่งก็หยิบโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมา แล้วทำการโทรออกไป 2 สาย หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พูดกับเหยินปาเชียน “พวกเรามีอุปกรณ์ทุกชนิดอยู่ในห้องทดลองของพวกเราเอง

 

ก่อนอื่นเลย ต้องหาสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจงแล้วหาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์สองสามคนเพื่อค้นหาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับนาย”

 

“ได้เลย” เหยินปาเชียนพยักหน้า

 

ท้ายที่สุดเฉินชิ่งก็ช่วยพยุงเหยินปาเชียนขึ้นยืน เนื่องจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของเหยินปาเชียนซึ่งทำให้เขาเผลอตัว เขาไม่มีทางเลือกนอกจากมองไปที่หญิงสาวชุดแดง “ผมต้องรบกวนให้เธอมาช่วยแล้วล่ะครับ”

 

จักรพรรดินีเพียงแค่เอื้อมมือออกมาและเหยินปาเชียนก็อยู่ในมือของนางแล้ว นางนั้นคล่องแคล่วว่องไวซึ่งเฉินชิ่งมองไม่เห็นอย่างแน่ชัด แล้วนางก็แบกเหยินปาเชียนด้วยมือเพียงข้างเดียว

 

มันยิ่งทำให้เขาตกใจมากขึ้นไปอีก หญิงสาวคนนี้เป็นใครกันแน่ ?

 

แม้แต่คนที่ฝึกศิลปะการต่อสู้ก็ไม่สามารถทำความเร็วได้ขนาดนี้ นอกจากนี้เฉินชิ่งยังต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการแบกเหยินปาเชียนไว้ด้วยแขนของเขา แต่เหยินปาเชียนกลับเป็นเหมือนฟางข้าวในมือของนาง

 

เฉินชิ่งกำลังขับรถอยู่ข้างหน้า ขณะที่เหยินปาเชียนกับจักรพรรดินีนั่งอยู่ที่เบาะหลัง

 

ตลอดการเดินทาง เฉินชิ่งมองดูกระจกหลังตรวจสอบทั้งสองคนเป็นครั้งคราว ตราบใดที่สายตาของเขายังคงอยู่ที่จักรพรรดินีนานกว่า 1 วินาที จักรพรรดินีก็จะจ้องมองอย่างเย็นชาทันที ทำให้เขารู้สึกผิดอยู่เรื่อย ๆ

 

เป็นเวลานานแล้วที่เขารู้สึกเช่นนี้ ราวกับว่าเขาไม่สามารถเงยหน้ามองใครสักคนได้

 

มันทำให้เขาสงสัยมากขึ้นเกี่ยวกับตัวตนของหญิงสาวคนนี้

 

แต่ทว่า เหยินปาเชียนกลับไม่ได้มีความตั้งใจที่จะแนะนำนางให้รู้จักเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

เขาจอดรถไว้ในที่จอดรถของอาคาร หลังจากที่เขาลงจากรถ เขาก็พบว่าหญิงสาวคนนั้นยังคงเฝ้าดูเขาจากในรถ ทำให้เขาประหลาดใจเนื่องจากเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำอะไร

 

เมื่อเขาเดินไปข้างหน้าเพื่อเปิดประตู หญิงสาวคนนั้นก็ลงจากรถพร้อมกับจับเหยินปาเชียนไว้ด้วยมือข้างเดียว

 

“เธอกำลังรอผมเปิดประตูอยู่เหรอ ?” ในเสี้ยววินาที เฉินชิ่งก็รู้สึกว่าตนเป็นเหมือนผู้ดูแลที่จอดรถและจิตใจของเขาก็สับสนวุ่นวาย

 

ในความเป็นจริงแล้ว เหยินปาเชียนเป็นคนที่คอยเปิดประตูให้นางอย่างสุภาพทุกครั้ง จนถึงตอนนี้จักรพรรดินีก็ยังไม่รู้ว่าจะเปิดประตูรถยนต์ได้อย่างไร ก็แค่นั้นเอง

 

ความเข้าใจเล็ก ๆ นี้สร้างความวุ่นวายใจให้กับเฉินชิ่งอยู่มาก

 

ทั้งสามคนเข้าไปในลิฟต์แล้วเฉินชิ่งก็กดปุ่มชั้นที่ 11 หลังจากที่พวกเขาออกจากลิฟต์ พวกเขาก็เข้าไปในห้องที่อยู่ด้านข้าง ข้างในนั้นมียามรักษาความปลอดภัยอยู่สองสามคน หลังจากที่ตรวจสอบตัวตนของเฉินชิ่งแล้ว พวกเขาจึงเข้าไปในอีกห้องหนึ่งซึ่งมีลิฟต์อีกตัว คราวนี้มีเพียงสองปุ่ม คือชั้นที่ 11 กับชั้นที่ 23

 

เมื่อพวกเขาออกจากลิฟต์อีกครั้ง มันเป็นห้องที่คล้ายกับห้องที่อยู่บนชั้นที่ 11 มียามรักษาความปลอดภัยสองสามคนยืนอยู่ข้างนอก

 

จากตรงนี้ พวกเขาจะเห็นได้ว่าความปลอดภัยของห้องทดลองนั้นแน่นหนามาก

 

ถึงแม้ว่าที่นี่เพิ่งถูกก่อตั้งขึ้นและตั้งอยู่ที่อาคารพาณิชย์ย่านใจกลางเมือง แต่พ่อของเฉินชิ่งก็ทุ่มเทความพยายามอย่างมากให้กับห้องทดลองแห่งนี้

 

ยังไงซะ อิทธิพลของครีมโคลนดำก็มีมากมายทีเดียว

 

ห้องที่เพิ่งผ่านไปเป็นห้องที่กั้นด้วยกระจก ภายในนั้นมีคนหลายคนที่สวมเสื้อคลุมสีขาวซึ่งกำลังยุ่งอยู่กับงานวิจัยของพวกเขา เพียงเหลือบมองผ่าน ๆ ก็มีอย่างน้อย 10 คนที่ปฏิบัติงานอยู่ในห้องทดลองแห่งนี้

 

“รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวจะไปตามผู้ดูแลมา” เฉินชิ่งพูดกับเหยินปาเชียนแล้วเขาก็รีบเข้าไปข้างใน เวลาต่อมาเขาก็พาผู้หญิงออกมาด้วย เหยินปาเชียนพบเธอครั้งที่แล้วที่สำนักงานของคุณพ่อเฉิน เธอมีชื่อว่าสีซาน

 

“ก่อนอื่นเลย ไปเจาะเลือดก่อน จากนั้นพวกเราจะทำการตรวจสอบว่ามันเป็นพิษชนิดไหนนะคะ” สีซานพูดออกมาพลางเดินไป เฉินชิ่งได้พูดถึงรายละเอียดไว้ล่วงหน้าแล้ว มิฉะนั้นเธอก็คงจะแนะนำให้เหยินปาเชียนมุ่งหน้าไปโรงพยาบาล

 

หลังจากนั้น สีซานก็เหลือบมองใบหน้าของจักรพรรดินีและพบว่าน่าหลงใหลทีเดียว

 

ถึงแม้ว่าสีซานนั้นเป็นผู้หญิง แต่เธอก็อดอิจฉาเมือได้เห็นหญิงสาวผู้นี้ไม่ได้เลย

 

เหยินปาเชียนได้รับการเจาะเลือด ตามด้วยการเจาะกระดูกสันหลังส่วนเอวเพื่อสกัดของเหลวในร่างกาย หลังจากที่ทำการทดสอบอยู่หลายครั้ง สีซานก็กำลังหน้าตึงพลางอ่านรายงานผลอยูในออฟฟิศแห่งหนึ่งหลังจากนั้น 1 ชั่วโมง

 

“จากที่คุณกล่าวมา ดิชั้นคิดว่ามันน่าจะเป็นพิษจากอลูมิเนียมค่ะ แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ซะทีเดียว พิษชนิดนี้ไม่ใช่พิษที่พบเห็นได้ทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับโปรตีน สารอินทรีย์ สารพิษจากเชื้อรา หรือแม้แต่แบคทีเรีย มันเป็นพิษที่แปลกมากค่ะ

 

พิษชนิดนี้ยังมีชีวิตอยู่ มันแปลกมากเลยค่ะ”

 

ขณะที่สีซานพูด เธอก็ฉายภาพสองสามภาพขึ้นจอ

 

เหยินปาเชียนยกศีรษะของเขาอย่างแรงเพียงเพื่อดูภาพที่มีจุดขนาดเล็กมากมาย หลังจากที่สีซานขยายภาพ พวกเขาก็สามารถเห็นได้ว่ามีจุดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมากมายอยู่ด้านบน นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่คล้ายคลึงกับเชื้อจุลินทรีย์ขนาดเล็กอยู่บนนั้น

 

“นี่ไม่ใช่เชื้อแบคทีเรีย ดูจากองค์ประกอบมันแล้ว มันคือเชื้อจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งและมีขนาดเล็กมาก มันมีขนาดเท่าเซลล์เม็ดเลือดแดงรวมกันประมาณ 5 เซลล์ แต่ว่าขนาดนี้คือทั้งหมดรวมกันแล้วนะคะ

 

พวกมันจะทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกายคุณ หลังจากนั้นพวกมันก็จะทำการวางไข่และฟักตัวมากขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้น จากนั้นพวกมันก็จะเจาะเส้นเลือดของคุณแล้วโจมตีเซลล์ประสาทของคุณค่ะ” สีซานอธิบายอย่างจริงจัง

 

“นี่คือสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มันเป็นการค้นพบครั้งใหม่และจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาชีววิทยาในปัจจุบันค่ะ” ดวงตาของสีซานเปล่งประกาย

 

“พวกเราจะจัดการกับเชื้อโรคพวกนี้ได้ยังไงหรอครับ ?” ในตอนนี้ สิ่งที่เหยินปาเชียนต้องการรู้ก็คือวิธีกำจัดสิ่งร้าย ๆ เหล่านี้

 

เนื่องจากพวกเขารู้แล้วว่ามันเกิดจากเชื้อโรคชนิดหนึ่ง คงจะมีทางออกสินะ ?

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top