ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 179: ฟื้นคืนสติ

 162 Views

ภายในบ้านของผู้อาวุโสสูงสุด ฉีชิง ข้าราชการหลายคนนั่งล้อมวงอยู่ สีหน้าที่ดูกังวลใจอย่างมากอยู่บนหน้าของพวกเขาทุกคน

 

พวกเขาส่วนใหญ่ได้ข่าวเกี่ยวกับการจู่โจมเหยินปาเชียนในวันนี้ ถึงอย่างไรก็ตามตอนที่จักรพรรดินีรีบไปที่โรงหมอด้วยความโกรธแค้นเต็มประดานั้น หลายคนก็รู้สึกถึงกลิ่นอายของนาง หลังจากที่ได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาก็สามารถค้นพบได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าจักรพรรดินีจะพาเหยินปาเชียนไปทางเหนือเพียงลำพัง

 

การกระทำของจักรพรรดินีในคราวนี้ยอมรับไม่ได้จริง ๆ

 

ตอนที่พระองค์ทรงเลือกเขาเป็นพระสวามีของพระองค์แล้วทุกคนก็คัดค้านการตัดสินใจของพระองค์ พระองค์ตรัสว่าพระองค์จะผลักดันเขาไปสู่ระดับกงจักรดินแล้วทุกคนก็ยอมรับเขา

 

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นได้พิสูจน์ว่าเหยินปาเชียนมีความสามารถอย่างแน่นอน อย่างน้อยเขาก็ได้เพิ่มปริมาณผลผลิตเหล็กของเขาต้าหมัวตั้งหลายครั้ง

 

สิ่งนี้ได้เปลี่ยนมุมมองของทุกคนในตัวเขาเล็กน้อย

 

อย่างไรก็ตาม คราวนี้พวกเขาไม่สามารถทนต่อความจริงที่จักรพรรดินีพาเหยินปาเชียนไปทางเหนือเพียงลำพังได้

 

บุตรแห่งสวรรค์ย่อมตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ แม้วลีนี้จะไม่มีอยู่ในต้าเย่า ทุกคนในต้าเย่าต่างก็รู้ตรรกะเบื้องหลังนี้

 

ย่อมรู้กันว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับจักรพรรดินี ต้าเย่าก็จะตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขากำลังเตรียมตัวทำสงครามกับมหาจักรวรรดิเซี่ย

 

แถมจักรพรรดินีก็เป็นสุดยอดผู้ทรงพลังที่สุดของต้าเย่าอีกด้วย

 

ณ เวลานี้ ทุกคนต่างรู้สึกว่าเรื่องนี้กำลังจะคุมไม่อยู่แล้ว

 

“ทุกคน ตอนนี้พวกเราควรทำยังไงดี ? ไม่ว่าจะเป็นยังไง พวกเราจะปล่อยให้พระองค์ไปยังมหาจักรวรรดิเซี่ยเพียงลำพังมิได้” ถูหว่านมองไปรอบ ๆ แล้วถามออกมา

 

“ส่งทหารม้าติดปีกตามพระองค์ไป” เสนาบดีกรมยุทธนาการ ฉินชวนขมวดคิ้วแล้วพูดออกมา

 

“ถ้าทหารม้าติดปีกเข้าไปในอาณาเขตของมหาจักรวรรดิเซี่ยล่ะก็ ทางนั้นคงจะไม่นิ่งดูดายและทำอะไรซักอย่าง ถ้าเราทำเช่นนั้น ข้าเกรงว่าพระองค์จะยิ่งตกอยู่ในอันตรายเข้าไปอีก” ใครบางคนแสดงความคิดเห็น

 

“พระองค์ก็ตกอยู่ในอันตรายมากแล้วนะ” ฉินชวนตอบกลับไปทันที

 

ถึงแม้ว่าทุกคนจะถกเถียงกันในประเด็นนี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่พลทหารม้าติดปีก 1,500 นายที่ประจำการอยู่นอกเมืองหลานก็ยังคงโจมตีค่ายและมุ่งหน้าไปทางเหนือ 4 ชั่วโมงต่อมา

 

และก่อนหน้านี้เอง พวกเขาก็ได้ส่งนกพิราบสื่อสารไปยังหงอู่

 

อย่างไรก็ตาม ทุกคนต่างรู้สึกว่าความเป็นไปได้ที่หงอู่จะหยุดจักรพรรดินีนั้นมีน้อยมาก กิเลนตัวนั้นสามารถเดินทางข้ามผืนแผ่นดินได้ทุกรูปแบบ ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าจักรพรรดินีจะเข้าไปยังมหาจักรวรรดิเซี่ยทางไหน

 

 

 

จักรพรรดินีกำลังนั่งอยู่ด้านข้างบนหลังกิเลน ไม่ว่ากิเลนจะวิ่งหรือกระโดดอย่างไร ตัวของจักรพรรดินีก็ดูเหมือนติดอยู่บนหลังมัน

 

เหยินปาเชียนนอนบนตักจักรพรรดินี

 

ต้องยอมรับเลยว่าจักรพรรดินีไม่รู้ว่าจะดูแลผู้คนได้อย่างไร การวางตำแหน่งลำตัวของเหยินปาเชียนบนต้นขาของนางเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่นางคิดได้ ในความเป็นจริงแล้ว เหยินปาเชียนรู้สึกไม่สบายแถมคลื่นไส้ตลอดทาง

 

ถ้าหากเขาไม่อยู่ในอาการโคม่า เขาคงจะบอกให้ใครสักคนฆ่าตนไปแล้ว

 

เหยินปาเชียนหมดสติและเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก เขารู้สึกว่าตัวเองอยู่ในทะเลสาบใน [การมโนภาพน้ำ] พื้นผิวของทะเลสาบนั้นไม่สงบและเรียบเนียนอีกต่อไป แต่มีคลื่นค่อนข้างแรงและค่อนข้างไหลเชี่ยว

 

เขาต้องการว่ายน้ำลงไป แต่ไม่สามารถทำได้ ทุกครั้งที่เขาต้องการดำดิ่งลงไป เขาจะถูกหยุดโดยแรงที่มองไม่เห็นและถูกคลื่นซัดไป

 

เมื่อเวลาล่วงเลยไปไม่รู้ว่านานแค่ไหน จู่ ๆ เขาก็ตื่นและฟื้นคืนสติ

 

สิ่งแรกที่เขารู้สึกเมื่อตื่นขึ้นมาคือมีบางสิ่งกดหน้าอกของเขาไว้ ทำให้เขาไม่สบายและคลื่นไส้ อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถอาเจียนไม่ว่าจะพยายามมากเท่าไหร่ก็ตาม

 

ในขณะเดียวกัน ร่างกายของเขาก็ไม่มีพละกำลังเลย เขาพบว่าแม้แต่หันหน้าก็ยากแล้ว

 

เขารู้ตัวว่าเขากำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พื้น หญ้า และก้อนหินข้างล่างเขาพาดผ่านดวงตาของเขาด้วยความเร็วสูง ในขณะที่ลมแรงปะทะหน้าเขา

 

เมื่อเหยินปาเชียนส่งเสียงคร่ำครวญ ใบหน้าอันเยือกเย็นของจักรพรรดินีก็สั่นคลอน นางยกเขาขึ้นแล้ววางเขาไว้บนหลังของกิเลน ปล่อยให้เขานั่งด้านข้างนาง

 

ในตอนนี้ เหยินปาเชียนสะลึมสะลือเล็กน้อย ตอนนี้เขารู้แล้วว่าใครอยู่ข้างเขาตอนที่เขาได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ

 

“ฝ่าบาท” ลำคอของเหยินปาเชียนแห้งมาก เสียงของเขาถูกลมกลบตอนที่เขาอ้าปากพูด

 

“เจ้าฟื้นแล้ว” จักรพรรดินีพูดอย่างเฉยเมย

 

“ไอ้พวกที่จู่โจมเจ้าน่ะ โดนฆ่าไปแล้วนะ” นางพูดต่อ

 

“ฝ่าบาท พวกเรากำลังจะไปไหนขอรับ” ในขณะนี้ เหยินปาเชียนสามารถขยับคอของเขาได้ในที่สุด อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้มองไปข้างหน้า แต่กลับมองจักรพรรดินีที่อยู่ข้างเขา

 

สิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือดวงตาที่กระจ่างใสและคิ้วที่ดูมีเสน่ห์

 

“ไปมหาจักรวรรดิเซี่ยน่ะ” จักรพรรดินีเพียงแต่ตอบกลับมา ในความเป็นจริงแล้ว นางไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ยังไงซะนางก็เป็นผู้หญิงที่ไม่รู้วิธีดูแลผู้อื่น

 

“พวกเรากำลังไปมหาจักรวรรดิเซี่ยรึขอรับ ?” แม้เหยินปาเชียนจะไม่ได้สติเต็มที่ เขาก็ยังรู้ว่าจักรพรรดินีไม่ควรไปยังมหาจักรวรรดิเซี่ย

 

จักรพรรดินีคือผู้ปกครองของต้าเย่านะ พระองค์จะเสด็จไปมหาจักรวรรดิเซี่ยได้ยังไงกัน ?

 

แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเราตอนนี้เนี่ย ? ทำไมเราถึงต้องใช้กำลังในการขยับนิ้วมากขนาดนี้ล่ะ ?

 

“ฝ่าบาท เกิดอะไรขึ้นรึขอรับ ?” เหยินปาเชียนถามอย่างอ่อนแรง

 

“เจ้าโดนยาพิษเข้าให้น่ะสิ ตอนนี้ข้ากำลังพาเจ้าไปรับยาถอนพิษ” เสียงของจักรพรรดินีเริ่มเย็นชา

 

“…” เหยินปาเชียนตกตะลึง

 

นี่เราโดนยาพิษเหรอ ? องค์จักรพรรดินีกำลังพาเราไปยังมหาจักรวรรดิเซี่ยเพื่อรับยาถอนพิษเหรอ ? ทำไมเราถึงไม่สามารถรับการรักษาที่ต้าเย่าได้ล่ะ ? ไอ้พิษนี่มันร้ายแรงมากเลยเหรอ ?

 

“จะเกิดอะไรขึ้นหากพวกเราเอายาถอนพิษมาไม่ได้ขอรับ ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“เจ้าจะขยับตัวหรือพูดคุยไม่ได้ แต่เจ้าจะยังมีสติอยู่”

 

“ข้าน้อยมีเวลาเท่าไหร่ขอรับ ?”

 

“เจ้าต้องกินยาถอนพิษภายในเวลาครึ่งเดือน ไม่งั้นมันจะเปล่าประโยชน์ต่อให้เจ้ามียาถอนพิษก็เถอะ”

 

เหยินปาเชียนตื่นตระหนกเมื่อเขาได้ฟัง เขาต้องการที่จะด่าใครสักคน แต่เขาไม่รู้ว่าจะด่าใคร อาการที่จักรพรรดินีเล่ามาฟังดูเหมือนโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส (Amyotrophic Lateral Sclerosis: ALS) ซึ่งเป็นสิ่งที่สตีเฟน ฮอว์กิงต้องทนทุกข์ทรมาน นอกจากนี้โรคอาจทำให้ทรุดลงอย่างรวดเร็ว

[เกร็ดความรู้ 1: โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงอะไมโอโทรฟิก แลเทอรัล สเกลอโรซิส (Amyotrophic Lateral Sclerosis: ALS) เป็นโรคเสื่อมของระบบประสาทชนิดหนึ่ง มีลักษณะเฉพาะคือเกิดการฝ่อของกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดกล้ามเนื้อเกร็งและอ่อนแรงลงเรื่อยๆ มีอาการพูดลำบาก กลืนลำบาก หายใจลำบาก สาเหตุเกิดจากหลายเหตุปัจจัยก่อให้เกิดโรคร่วมกัน ได้แก่ การมีปัจจัยบางอย่างทางพันธุกรรมซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดที่ทำให้มีเซลล์ประสาทนำคำสั่งมีโอกาสเสื่อมได้ง่ายกว่าบุคคลอื่น มีปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมที่มีการปนเปื่อนของสารพิษ เป็นต้น

เกร็ดความรู้ 2: สตีเฟน วิลเลียม ฮอว์กิง เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎี นักจักรวาลวิทยา และนักเขียน ผลงานวิทยาศาสตร์สำคัญของเขาจนถึงปัจจุบันมีการบัญญัติทฤษฎีบทเกี่ยวกับภาวะเอกฐานเชิงความโน้มถ่วงในกรอบของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป และการทำนายเชิงทฤษฎีที่ว่าหลุมดำควรปล่อยรังสี เขาป่วยจากโรคอะไมโอโทรฟิก แลเทอรัล สเกลอโรซิส (ALS) ชนิดหายาก ซึ่งเริ่มมีอาการเร็ว แต่ดำเนินโรคช้า ทำให้เขามีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงลงเรื่อย ๆ เป็นเวลาหลายสิบปี จนกระทั่งเสียชีวิต]

 

ถ้าหากเขาได้รับผลกระทบจากอาการดังกล่าว เขาก็คงจะต้องตาย

 

“ไม่ต้องกังวลไป มียาถอนพิษอยู่” เป็นครั้งแรกที่จักรพรรดินีปลอบโยนเขา

 

ถ้าหากยาถอนพิษหาได้ง่าย เหตุใดจักรพรรดินีถึงต้องพาเขาไปรับยาด้วยตัวเองล่ะ ? ยังไงซะจักรพรรดินีก็เป็นผู้ปกครองของต้าเย่า นางจะหุนหันพลันแล่นเข้าสู่อาณาเขตของมหาจักรวรรดิเซี่ยได้ยังไงกัน ?

 

เหยินปาเชียนรู้ว่ามันไม่ธรรมดาซะแล้ว

 

“ฝ่าบาท ข้าน้อยหมดสติไปนานเท่าไหร่แล้วขอรับ ?” ในที่สุดเหยินปาเชียนก็ถามเกี่ยวกับเวลาหลังจากที่ตื่นตระหนกอยู่พักหนึ่ง เขาโดนยาพิษ ไม่ได้ทรมานจากโรคเอแอลเอส เนื่องจากมันเป็นพิษ จึงมียาสำหรับถอนพิษอย่างแน่นอน ที่ดาวโลกก็อาจมีวิธีรักษา

 

แน่นอนว่ามันทำให้เขาคิดในแง่บวก

 

ยังไงซะ พิษในอีกโลกนั้นการรักษาได้ไม่ง่ายเลย นอกจากนี้เขามีเวลาน้อยเอามาก ๆ ณ ตอนนี้เขาเหลือเวลาเพียงครึ่งเดือนเท่านั้น

 

เพราะฉะนั้น เขาทำได้ดีที่สุดก็คือคิดในแง่บวกในขณะนี้

 

“20 ชั่วโมง” จักรพรรดินีตอบกลับมา

 

พวกเขาเดินทางไปแล้วหนึ่งวันกับหนึ่งคืน

 

เหยินปาเชียนทำการคำนวณ ครั้งล่าสุดที่เขากลับมายังโลกนี้เวลา 5 ทุ่มถึงตี 1 ตอนนี้เขายังมีเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่เขาจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังดาวโลก

 

“ฝ่าบาท ข้าน้อยอาจจะหาทางรักษาได้หากข้าน้อยกลับไปยังดาวโลกขอรับ” เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

“เจ้ามั่นใจแค่ไหนล่ะ ?” จักรพรรดินีมองไปที่เหยินปาเชียน

 

“ข้าน้อยมิทราบขอรับ” เหยินปาเชียนส่ายหัวแล้วตอบอย่างน่าสังเวช

 

“พวกเรามีเวลาแค่ 15 วันเท่านั้น ในตอนนี้ พวกเราเหลืออยู่ 14 วัน จะใช้เวลาประมาณ 10 วันในการเดินทางจากต้าเย่าถึงเก้าศาลา ถึงแม้เจ้ากิเลนตัวนี้จะเร็ว แต่ก็ต้องใช้เวลาอีก 7 วันครึ่งกว่าจะถึงเก้าศาลา เจ้าสามารถกลับไปยังดาวโลกได้แค่ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 วันครึ่งเป็นอย่างมาก ไม่งั้นแล้วเจ้าจะไม่ทันเวลาเอานะ” จักรพรรดินีพูดอย่างขรึมขลัง

 

ถึงแม้ว่ากิเลนจะเร็วกว่าม้ามาก แต่ม้าที่เหนื่อยล้าก็สามารถแทนที่ด้วยม้าตัวใหม่ได้ แต่ทว่าจักรพรรดินีนั้นไม่สามารถทำเช่นนั้นกับกิเลนได้ นางจะต้องให้กิเลนหยุดพักก่อนที่มันจะสามารถไปต่อได้อีกครั้ง เพราะฉะนั้นการขี่กิเลนจะทำให้พวกเขาสามารถไปถึงเก้าศาลาก่อนหน้า 2 วัน

 

ถ้าหากเหยินปาเชียนกลับไปดาวโลก 2 ครั้ง ครั้งละ 2 วันครึ่ง แม้เขาจะพลาด พวกเขาก็ยังคงมีเวลาอีก 2 วันในการเจรจากับเก้าศาลา หรือไม่ก็ฉวยยาถอนพิษจากพวกเขามา หากพวกเขาทำผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เหยินปาเชียนจะถูกนำไปสู่ชีวิตที่เลวร้ายยิ่งกว่าการตายชั่วนิจนิรันดร

 

จักรพรรดินีได้ไตร่ตรองถึงเรื่องนี้อยู่ตลอดทาง

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top