ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 177: ทรทัณฑ์

 178 Views

ฉินชวนควงมือแล้วพูดออกมา “พวกเจ้ายังอยู่ทำอะไรกันที่นี่อีก อยากโดนเฆี่ยนนักรึไง ? กลับไปทำงานต่อซะ ! “

 

ทันใดนั้น ทุกคนที่ดูเหตุการณ์ก็แยกย้ายกันไปด้วยความสับสน

 

จักรพรรดินีอยู่ด้านข้างอาคารขณะที่นางกำลังโกรธจัด ณ ตอนนี้ไม่มีใครกล้าทำอะไรพลาด ทุกคนต้องการอยู่ให้ห่างจากจักรพรรดินีมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ที่จริงแล้ว มีหลายคนที่รู้สึกถึงกลิ่นอายของจักรพรรดินีตอนที่นางพรวดพราดไปที่โรงหมอ ตลอดทางนั้นทุกคนต่างสงสัยกันว่ามีอะไรที่สามารถทำให้นางโกรธจัดได้ขนาดนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงรีบตามนางไป อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาได้เห็นถงเจิ้นเหย่ถูกซ้อมอย่างหนักหน่วงแล้ว พวกเขาจึงตัดสินใจอยู่ให้ห่างจากนางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ขณะนั้นความไวต่อกลิ่นอายที่ฉินชวนมีนั้นต่ำมาก และด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่สามารถรู้สึกได้ถึงการมาถึงขององค์จักรพรรดินี

 

เมื่อถงเจิ้นเหย่กลับไปที่ลานว่าง เขาก็เห็นหมอและลูกศิษย์ของเขาตัวสั่นอยู่ที่นั่น

 

ผู้คนที่ยืนอยู่บนกำแพงและหลังคาด้านนอกลานว่างต่างพยายามดูว่าเกิดอะไรขึ้น คนเหล่านั้นคือข้าราชการจากกรมต่าง ๆ

 

บอกมา มันเกิดอะไรขึ้น ?” จักรพรรดินีกำลังยืนอยู่นอกห้องในโรงหมอ อุณหภูมิโดยรอบลดลง ทำให้อากาศเย็นจัด ทุกคนที่นี่อาจรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกกันเลยทีเดียว

 

เมื่อครู่นี้ จักรพรรดินีได้ไปดูเหยินปาเชียนมาแล้ว บาดแผลที่รุนแรงที่สุดของเขาอยู่ที่เอวซึ่งถูกลูกดอกแทงทะลุ เขาจะไม่ตายในทันที แต่มันก็ยังคงเป็นปัญหาที่ยุ่งยากมากเพราะลูกดอกนั้นอาบยาพิษมาด้วย

 

ถึงแม้ว่ายาพิษจะไม่เป็นอันตรายถึงตาย แต่มันก็เป็นปัญหามากกว่ายาพิษที่อันตรายถึงตายซะอีก

 

มันทำให้ไฟแห่งความโกรธในใจของนางโชกโชนอย่างดุเดือด หากนางรู้ว่าใครเป็นคนทำ นางจะฆ่าทุกคนในพระราชวังหลวงแห่งมหาจักรวรรดิเซี่ย

 

ฝ่าบาท ผู้รักษาการเหยินถูกโจมตีหลังจากที่ออกเดินไปแล้ว 200 ก้าวจากกรมโยธาธิการขอรับ พวกศัตรูมีการเตรียมการมากพออย่างเห็นได้ชัด อาวุธที่พวกนั้นใช้คือหน้าไม้ และเป้าหมายของพวกนั้นก็คือผู้รักษาการเหยินขอรับ ข้าน้อยรีบไปที่นั่นทันทีที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของทหารหลวง ตอนที่ข้าน้อยไปถึง การต่อสู้ก็สิ้นสุดลงแล้ว ทหารหลวงคนหนึ่งเสียชีวิตทันที และอีกคนได้รับบาดเจ็บสาหัสขอรับ” ถงเจิ้นเหย่เล่าเหตุการณ์ ที่จริงแล้วเขาไม่ได้รู้อะไรมากมายนัก บังเอิญว่าเขาดันเป็นคนแรกที่มาถึงที่เกิดเหตุ

 

ในตอนนี้เขาได้กลายเป็นกระสอบทรายของจักรพรรดินีแล้ว เขาจึงได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น

 

ฝ่าบาท ตอนนี้ใต้เท้าเหยินไม่เป็นอะไรแล้วขอรับ บาดแผลของเค้าก็ไม่เป็นอะไรเช่นกัน แต่ทว่าพิษในลูกดอกยังคงติดอยู่ในตัวเค้า ถึงแม้ว่าภายนอกเค้าจะดูไม่เป็นอะไรแล้ว แต่พิษนั้นจะกัดกร่อนร่างกายของเค้าในตอนนี้ หากไม่มียาแก้พิษ ข้าน้อยเกรงว่าใต้เท้าเหยินจะกลายเป็นคนพิการในเวลาครึ่งเดือน พอถึงตอนนั้นเค้าจะยังคงมีสติอยู่ แต่เค้าจะไม่สามารถขยับร่างกายได้เลย ต่อให้เค้าได้รับยาแก้พิษ ก็รักษาไม่ได้อีกแล้วขอรับ ชายชราผู้มีกำลังวังชาเดินออกมาจากห้องแล้วบอกกับจักรพรรดินี

 

มันเป็นพิษชนิดใดรึ ?” จักรพรรดินีถามด้วยความเย็นชา

 

ทรทัณฑ์เก้าศาลาขอรับ ชื่อพิษคือทรทัณฑ์ ตามที่ชื่อมันสื่อ บุคคลที่ถูกทรมานด้วยทรทัณฑ์จะถูกทรมานไปตลอดชีวิต อาการจะเลวร้ายยิ่งกว่าคนจวนตายซะอีกขอรับ”

 

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผมของจักรพรรดินีก็ปลิวขึ้นไปเอง ลมกระโชกรุนแรงจึงพัดไปทั่วลานว่าง ทุกคนถูกลมแรงพัดถอยกลับอย่างต่อเนื่อง

 

ฝ่าบาท ทรงเกรี้ยวไปก็เปล่าประโยชน์ขอรับ ในตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหาทางรักษาใต้เท้าเหยินนะขอรับ” ถงเจิ้นเหย่รีบแนะนำจักรพรรดินี สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเมื่อเขาได้เห็นสีหน้าของจักรพรรดินี

 

แต่ทว่า เขาก็ตกใจกับคำพูดของชายชราอยู่เหมือนกัน

 

เก้าศาลา ตามที่ชื่อได้สื่อความหมาย จะมีศาลาทั้งหมดเก้าหลัง เจ้าผู้ดูแลศาลาทุกคนเป็นสุดยอดระดับแนวหน้า คนเหล่านี้ได้รับการจัดอันดับไว้ในกลุ่มสุดยอดหนึ่งร้อยคนแรกของโลก

 

จากเจ้าศาลาทั้งเก้านี้ ผู้ที่ทรงพลังที่สุดคือฮวาซ่านหลิว สุดยอดผู้ทรงพลังอันดับ 5 ของโลก

 

ด้วยสุดยอดผู้น่าเกรงขามจำนวนมาก ทุกคนสามารถจินตนาการถึงความแข็งแกร่งของเก้าศาลาได้เป็นอย่างดี

 

เจ้าศาลาทั้งเก้านั้นขึ้นชื่อในเรื่องความวิตถาร

 

เวลาหนึ่งพวกเขาจะพูดคุยและดื่มร่วมกับคุณอย่างรื่นเริง เวลาต่อมาพวกเขาอาจกลายเป็นศัตรูและฆ่าคุณแบบไม่ยั้งมือ หลังจากที่ฆ่าคุณแล้ว พวกเขาก็จะร่ำไห้กับศพของคุณ

 

ครั้งหนึ่งเคยมีเจ้าศาลาที่จัดเลี้ยงดื่มงานแต่งงาน เจ้าภาพได้ปฏิบัติต่อเขาเสมือนแขกผู้มีเกียรติ

 

หลังจากที่เขาดื่มเสร็จ จู่ ๆ เขาก็ไปอาละวาดฆ่าทุกคนในงานแต่ง จากนั้นเขาก็ตกแต่งฉากให้เป็นห้องจัดงานศพแล้วสวมเสื้อผ้าไว้ทุกข์ให้กับผู้เสียชีวิต

 

ไม่ว่าใครก็ตามที่พบกับบุคคลเช่นนี้มักจะต้องการอยู่ให้ห่างจากเขาที่สุดเท่าที่จะทำได้และซ่อนตัวจากเขา

 

ไม่ใช่ว่ามีเจ้าศาลาเพียงคนสองคนเท่านั้นที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ แต่พวกเขาทุกคนทำมีพฤติกรรมเช่นนี้ ยิ่งเจ้าศาลาทรงพลังมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งวิตถารและจิตป่วยมากเท่านั้น

 

โดยเฉพาะฮวาซ่านหลิว

 

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหายาแก้พิษจากสถานที่เช่นนั้น

 

 

 

เจออะไรบ้างมั้ย ?” ข้าราชการชายร่างกำยำถามออกมา ขณะนี้ ณ จุดเกิดเหตุที่เหยินปาเชียนถูกโจมตี มีชาย 8 คนกำลังค้นหาเบาะแส

 

ชายร่างกำยำไม่ได้สูงนัก เขาสูงประมาณ 160 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าเตี้ยมากในหมู่ชนเผ่า อย่างไรก็ตามทุกคนรอบตัวต่างกลัวเขา และทำตัวราวกับเขาเป็นเสือ เมื่อพวกเขาได้ยินเขาพูด พวกเขาก็มารวมตัวกันรอบตัวเขาในทันที

 

พวกเค้าเดินมาจนถึงที่นี่แล้วผู้จู่โจมทั้ง 4 คนก็กระโดดออกมาจากด้านหลังกำแพงทั้งสองข้างถนน ในขณะเดียวกันก็มีหน้าไม้ 4 คันเล็งไปที่ใต้เท้าเหยิน ถ้าทหารหลวงคนนั้นไม่ผลักเค้าออกไปล่ะก็ เค้าคงกลายเป็นเม่นไปแล้วขอรับ” คนหนึ่งในนั้นพูดออกมา

 

ชุดของ 4 คนนี้มาจากแคว้นหยูนขอรับ”

 

อาวุธของคนพวกนี้มาจากแคว้นหยูนเช่นกันขอรับ”

 

มีดาบเล่มนึงมาจากต้าเย่า น่าจะเป็นของผู้จู่โจมที่แข็งแกร่งที่สุดขอรับ”

 

ไม่มีอะไรอยู่ในร่างที่เหลือแล้วขอรับ”

 

คนพวกนี้มาจากมหาจักรวรรดิเซี่ยหรือไม่ก็แคว้นหยูน พวกนี้ไม่ได้มาจากแคว้นเฉินแน่ ๆ ขอรับ” คนหนึ่งในนั้นพูดออกมาหลังจากที่ตรวจค้นศพ ทำให้ชายร่างกำยำหันกลับไป

 

ถึงแม้ว่าผู้คนจากทั้งสามแคว้นนี้จะมีลักษณะที่คล้ายกันนิดหน่อย แต่ผิวของชาวหยูนนั้นค่อนข้างแห้งหยาบกว่า ยังไงซะลมในแคว้นเฉินนั้นก็แรงกว่า เห็นได้ชัดว่าทั้ง 4 คนนี้เป็นนักรบพลีชีพที่ถูกฝึกฝนโดยตระกูลที่ทรงพลัง อย่าบอกนะว่าไอ้พวกนี้ฝึกในห้องของตัวเองทุกวันเลยน่ะ ?” คนหนึ่งพูดออกมา

 

ค้นหาต่อไป ข้าอยากรู้ว่าพวกมันอยู่ที่ต้าเย่ามานานแค่ไหนแล้ว พวกมันอยู่ที่ไหนแล้วติดต่อกับใคร อย่าให้รายละเอียดตกหล่นล่ะ” ชายร่างกำยำสั่งการด้วยเสียงอันดัง

 

เมื่อครู่นี้ เขาสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่มุ่งหน้าไปยังโรงหมอ รู้กันว่าตั้งแต่การโจมตีเริ่มขึ้นจนถึงตอนนี้ ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เมื่อองค์จักรพรรดินีได้รับข่าวที่เหยินปาเชียนถูกซุ่มโจมตี นางจึงรีบออกจากพระราชวังทันที ใคร ๆ ก็สามารถบอกได้ว่านางใส่ใจเรื่องนี้มากแค่ไหน

 

ในขณะเดียวกัน กลิ่นอายของจักรพรรดินีทำให้ทุกคนรู้ว่านางโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ไม่มีใครกล้าอู้งานทั้งนั้น

 

เขาจะเดือดร้อนอย่างหนักหากเขาไม่รู้อะไรเลยตอนที่จักรพรรดินีถามเขาในภายหลัง

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้จักรพรรดินีไม่ได้คิดเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้

 

จะใช้เวลาประมาณ 10 วันในการเดินทางจากต้าเย่าไปยังเก้าศาลา แม้เขาเดินทางด้วยความเร็วสูงสุดก็ตาม

 

ตามที่ชายชรากล่าว เหยินปาเชียนสามารถทนได้มากที่สุดครึ่งเดือน หลังจากครึ่งเดือนไปแล้ว ถึงแม้ว่าเขาได้ยาแก้พิษมาแล้ว ก็คงไม่มีประโยชน์

 

เพราะฉะนั้น นางจึงไม่สามารถส่งคนไปยังเก้าศาลาเพื่อหายาแก้พิษ เนื่องจากนางไม่มีเวลาเพียงพอ จึงไม่มีความจำเป็นที่แม้แต่จะคิดว่านางจะได้รับยาแก้พิษหรือไม่

 

นางต้องขอให้ใครสักคนส่งตัวเหยินปาเชียนไปยังเก้าศาลา นอกจากนี้บุคคลนั้นจะต้องมีอำนาจมากพอที่จะทำให้เก้าศาลามอบยาแก้พิษได้

 

มีอยู่เพียง 2 คนเท่านั้นในต้าเย่าที่สามารถทำได้

 

ตัวจักรพรรดินีเองและหงอู่นั่นเอง

 

อย่างไรก็ตาม หงอู่กำลังเฝ้าชายแดนอยู่ในขณะนี้ และถ้าหากนางปรากฏตัวที่มหาจักรวรรดิเซี่ยทันทีทันใด ใคร ๆ ก็สามารถจินตนาการได้ถึงผลกระทบที่นางจะได้รับ

 

ยิ่งไปกว่านั้น ราชวงศ์แห่งมหาจักรวรรดิเซี่ยคงจะไม่เหม่อมองขณะที่นางตะลอนไปรอบมหาจักรวรรดิเซี่ยแล้วกลับมายังต้าเย่า

 

นางกำลังจะไปดูเขาตายตอนนั้นเหรอ ?

 

จักรพรรดินีปิดประตูดังปังด้วยสีหน้าอันเยือกเย็น นางยืนอยู่ในห้องแล้วมองดูเหยินปาเชียนที่ตัวขาวซีดอยู่เงียบ ๆ

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top