ขนาดตัวอักษร

EP 9

 58 Views

 

หลินรันรู้สึกดีเมื่อสถานะความสำเร็จของภารกิจได้รับการอัพเดตเป็น [1/10]

“หมอโจว คุณช่วยดูได้ไหมว่ารอยประสานนั้นเป็นอย่างไร” หลิงรันได้พูดถึงปัญหาที่เขาพบขึ้นมา เขาไม่รู้ว่าการเย็บของเขานั้นเรียกว่าดีได้ไหม

ในความเป็นจริงเมื่อพูดถึงความรู้ทางการแพทย์ต้องถือว่าการตัดสินของเขายังอยู่ในระดับของแพทย์ฝึกหัดเท่านั้น แต่เขาเชื่อว่าถ้าเขาได้ทำการเย็บแผลแบบนี้ต่อไปอีกไม่นานก็สามารถบอกได้ว่าการเย็บแผลของเขาตอนนี้นั้นถูกต้องหรือไม่

หมอโจวเหลียวมองหลิงรันอย่างสงสัย เขาไม่รู้ว่าคนตรงหน้าของเขาได้พูดล้อเล่นกับเขาหรือไม่ ถ้าเป็นการพูดล้อเล่น เขาคิดว่าไม่ควรทำแบบนี้ต่อหน้าผู้ป่วย แต่หากคนตรงหน้าเขาไม่ได้พูดล้อเล่นละ?

ทำไมเขาถึงต้องถามคำถามแบบนี้? เป็นไปได้ไหมว่าเขาต้องการให้ฉันยกย่องเขา?

ในพริบตาความคิดทุกชนิดก็ไหลผ่านสมองของหมอโจว

ศัลยแพทย์ทั่วไปทุกคนชอบทำสิ่งที่แปลกอยู่เสมอ เช่นคนที่ชอบฟังเพลงไพเราะ เพลงร็อค เพลงฮิปฮอป และการฟังทอล์คโชว์ในห้องผ่าพวกนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้บ่อย หรือไม่ก็แพทย์ที่ชอบความความสะอาดอย่างมากก็มีเช่นกัน

สิ่งเหล่านี้จะถูกมองข้ามไปทันทีเมื่อศัลยแพทย์คนนั้นมีทักษะการแพทย์ที่สูงหรือเฉพาะทาง พวกเขาจะสามารถทำอะไรก็ได้ตามต้องการ

ด้วยเหตุผลที่เขาพอคิดได้มันทำให้เขาดูไม่ที่มีความสุขอย่างมาก เขาคาดการณ์ว่าแพทย์อายุน้อยที่อยู่ตรงหน้าเขาต้องเป็นศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลท้องถิ่นบางแห่งที่มาที่นี้เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หรือไม่ก็เพื่อเพิ่มมาตรฐานทางการแพทย์ของเขา

‘เขาอาจได้รับการยกย่องในห้องผ่าตัดในโรงพยาบาลในท้องถิ่นของเขา เพราะเขามีทักษะประเภทนี้ อย่างนี้ก็เป็นที่เข้าใจว่าเขาพัฒนานิสัยที่ไม่ดีแบบนี้มาจากไหน ‘หมอโจวคิดต่อว่า ‘เขาต้องการที่จะอวดว่าเขาทำการเย็บแผลได้สวยงามใช้ไหม?’

‘ถึงแม้ว่าทักษะของคุณจะพอใช้ได้ แต่ฉันก็ไม่ได้เป็นรุ่นน้องในแผนกของคุณที่ต้องมาคอยพูดประจบคุณ?

คุณหมอโจวปล่อยลมหายใจออกมาก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น และบังคับยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “เป็นการเย็บที่สมบูรณ์แบบ”

ภายในใจของหมอโจวได้คร่ำครวญถึงความหน้าด้านของเขาอีกครั้ง เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมสังคมสมัยนี้ถึงผลิตคนแบบนี้ขึ้นมามากแบบนี้

ในขณะที่เขาก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้น เขาได้แสร้งทำตัวสงบก่อนที่จะถามว่า “เราไม่เคยเจอกันมาก่อน ฉันควรจะเรียกคุณว่ายังไงดี? ”

หมอโจวคาดการณ์ว่าหลังจากที่เขาถามออกไปแบบนั้น คนตรงหน้าต้องแสดงสีหน้าภาคภูมิใจแล้วก็ต้องบอกชื่อของเขาออกมาอย่างแน่นอน

ในฐานะแพทย์ฝึกหัดหลิงรันตอบอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเขาถูกถามคำถาม เขาพูดว่า “ผมชื่อหลิงรันและผมเพิ่งได้รับมอบหมายให้มายังแผนกฉุกเฉิน”

“หลิงรันเหรอ?” หมอโจวได้ทวนชื่อนี้อีกครั้ง

“หมอหลิงนิ้วของคุณยาวมาก นั้นแสดงว่าคุณเหมาะสำหรับเป็นศัลยแพทย์” พยาบาลวังได้พูดขึ้นมา โดยปกติเธอจะไม่ชอบแพทย์ฝึกหัดเท่าไหร่ แต่เธอต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อเธอได้เห็นหลิงรันโดยที่ไม่รู้ตัวเธอได้เรียกหลิงรันว่า ‘หมอ’

เป็นที่ทราบกันดีว่าหากนักศึกษาแพทย์ที่เพิ่งเริ่มฝึกงานได้รับการเรียกในฐานะ ‘แพทย์’ โดยผู้ป่วยของเขา เขาจะรู้สึกดีใจอย่างมากเหมือนกับว่าเขาอยู่บนสวรรค์ชั้นเก้า

หากเขาได้รับการกล่าวถึงในฐานะ ‘หมอ’ โดยแพทย์หรือพยาบาลคนอื่นๆ ผู้นักศึกษาแพทย์จะมีความสุขมากจนสวรรค์เก้าที่เขาอยู่ในจะมีชั้นขึ้นไปอีก

หลิงรันที่ได้ยินพยาบาลวังเรียกตัวเองว่าหมอหลิงก็มีความสุขเช่นกัน เขาได้ใช้สายตาส่องประกายไปหาพยาบาลวังเพื่อแสดงความขอบคุณ พยาบาลวังที่ได้รับสายตานั้นก็รู้สึกว่าร่างกายของตนร้อนขึ้นมาทันที

พยาบาลอีกคนมาหาทางนี้ก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “หมอโจว! คุณว่างไหม? ตอนนี้มีมีผู้ป่วยอยู่บนเตียง 3”

ไม่เคยมีผู้ป่วยขาดในแผนกฉุกเฉิน ผู้ป่วยที่มีมีดปักที่มือเป็นกรณีฉุกเฉินและผู้ป่วยที่มีหลอดไฟติดอยู่ในปากก็เป็นกรณีฉุกเฉินเช่นกัน

หมอโจวพยักหน้าและออกจากเตียงที่เขาอยู่ทันที หลิงรันได้วิ่งตามเขาไปอย่างไม่ลังเล ในฐานะแพทย์ฝึกหัดเขาต้องคว้าทุกโอกาสที่ทำได้

พยาบาลวังเองก็ถูกเรียกตัวจากพยาบาลอีกคนหนึ่ง แพทย์กำลังยุ่งอยู่กับสิ่งต่างๆของพวกเขายังไงพยาบาลก็ยุ่งไม่ต่างจากแพทย์เช่นนั้น

หมอโจวไม่เต็มใจที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลอื่นติดตามเขา แต่เขาไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไงให้เขาไม่ตามมา

พยาบาลที่มาเรียกหมอโจวก็ไม่มีข้อคัดค้านเช่นกัน เธอเห็นเพียงเหลือบมองหลิงรันครั้งเดี่ยวก่อนที่จะเริ่มสรุปอาการของผู้ป่วยว่า “ผู้ป่วยในเตียงที่ 3 หัวของเขาถูกฟันคาดว่าคงได้รับการทำร้ายจากคู่กรณีบางคน เขามีเลือดออกเกินกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว ก่อนมาเขายังได้ดื่มแอลกอฮอล์มาเล็กน้อย ไม่มีการสูญเสียสติ ไม่มีคลื่นไส้หรืออาเจียน ไม่มีเลือดออกทางจมูก ปากหรือหู ภายนอกแคลิฟอร์เนียไม่มีปัญหากับการเคลื่อนไหวของร่างกาย… ”

เมื่อมาถึงที่เตียง3 หลิงรันได้เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีรอยสักเต็มแขน เขามีกล้ามเนื้อตาเป็นรูปสามเหลี่ยมและจมูกแบน เขานั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับไขว่ห้างมือของเขาได้บีบผ้ากอซที่อยู่บนหัวไว้แน่น ในเวลาเดียวกันเขาก็กำลังพูดและหัวเราะกับสมาชิกในแก๊งสองคน

ผู้ชายที่มาพร้อมกับผู้ป่วยมีอายุมากกว่า เมื่อพบหมอเสียงของเขาก็ดังออกมาทันทีว่า “โอ้! หมอคุณมาแล้วหมอเร็วเข้ามาดูพี่ชายของฉัน พี่ใหญ่ของฉันถูกไล่ล่าโดยคนเกือบร้อยคน ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีทักษะการต่อสู้ที่ดี เขาจะไม่สามารถมาที่นี่ได้ในวันนี้ได้ คุณต้องเย็บแผลของเขาให้ดี … ”

“ฉันขอดูแผลของเขาก่อน” หมอโจวได้พูดต่อว่า “สมาชิกในครอบครัวของผู้ป่วยกรุณาออกไปข้างนอก แล้วรอถ้าไม่เรื่องผิดปกติเกิดขึ้นเราจะเรียกพวกคุณอีกครั้ง”

“ไม่! เราต้องอยู่ที่นี่เพื่อที่จะดูแลพี่ใหญ่ของเรา” ชายหนุ่มสองคนส่ายหัวอย่างไม่ยินยอมและพวกเขาเบิกตากว้างจนดูเหมือนระฆังทองแดง

“สถานที่นี้มีขนาดเล็กเกิดไปและอีกอย่างฉันจะเริ่มทำงานของฉันแล้ว ถ้าพวกคุณยังไม่ออกไปมันจะเป็นการรบกวนการทำงานของฉันได้” หมอโจวเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนดังนั้นเขาจึงรู้ว่าต้องแก้ไขมันยังไง

แพทย์ไม่สามารถเลือกผู้ป่วยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแพทย์ในแผนกฉุกเฉินที่ต้องพบกับเหตุการณ์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น พวกเขาไม่สามารถโกรธหรือวิตกกังวลอย่างแท้จริงได้

ชายหนุ่มสองคนส่ายหัวอย่างรุนแรงก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “เราจะไม่ออกไป ถ้าเราไปแล้วพี่ใหญ่ -”

“แค่ให้ใครบางคนอยู่ที่นี่เพื่อรอจ่างเงินก็พอแล้ว ที่เหลือออกไปรอด้านนอกให้หมด” น้ำเสียงของหมอโจวยังคงอ่อนโยนเช่นเดิม

“เราได้จ่ายไปตอนเข้ามาแล้ว!” ทั้งสองได้พูดขึ้นอีกครั้ง

“จากที่ผมเห็นอาการของชายคนนี้แล้วผมคิดว่าพวกคุณจะต้องไปจ่ายเงินเพิ่มอย่างแน่นอน ดังนั้นพวกคุณต้องอยู่ที่นี่เพียงคนเดียวเท่านั้น”

ขณะที่หมอโจวพูดเขาโบกมือให้ทั้งสองออกไป หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งพวกเขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

หลังจากได้รับยาชาเฉพาะที่ร่างกายของคนที่มีรอยสักก็รู้สึกดีมากขึ้น เขาเริ่มโม้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การต่อสู้ของเขาเนื่องจากบาดแผลของเขาเปิดอยู่ นั้นจึงทำให้แผลของเขาสั่นเทาทุกครั้งที่เขาพูด แม้ว่าหมอโจวจะเตือนเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เขาก็ไม่เชื่อฟังเท่าไหร่

หลังจากเย็บแผลที่ศีรษะด้วยความยากลำบากมากหมอโจวก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ เขาลดคีมและเตือนชายที่มีรอยสักอีกครั้งว่า “เรากำลังจะเย็บแผลอีกจุดหนึ่ง ดังนั้นคุณควรหยุดพูดไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้”

ถ้าเข็มถูกใส่ผิดที่มันจะเป็นความประมาทเลินเล่อทางการแพทย์และแพทย์ต้องชดเชยให้กับผู้ป่วย ผู้ชายรอยสักยังคงไม่สะทกสะท้าน เขาพูดว่า “การรักษาอาการบาดเจ็บเป็นหน้าที่ของคุณ และคุณต้องทำมันให้ดี ขนาดกวนอูที่ยังกินดื่มพูดคุยและเล่นหมากรุกในขณะที่เขาพิษถูกทำลายกระดูกของเขาและแพทย์ที่ทำการรักษาเขายังไม่ได้พูดห้ามอะไรเลย ”

หมอโจวจ้องที่เพดานอย่างที่พูดไม่ออก “ผมว่ามันเป็นเรื่องแต่งขึ้นมาเท่านั้น”

“ อืม! ฉันก็ไม่แน่ใจเท่าไร ก็แค่เคยได้ยินผ่านๆมาเท่านั้น?”

“เฮ้อ! … งั้นเราลืมมันไปเถอะ” หมอโจวหันมาและถามหลิงรันว่า “คุณต้องการที่จะเย็บแผลนี้ไหม?”

‘เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลอื่นต้องการมาที่นี่เพื่อแสดงทักษะของเขา ดังนั้นฉันจะให้เขาทำงานอย่างหนัก’ หมอโจวคิดอย่างลับๆ

หลิงรันเดินไปข้างหน้าโดยไม่ลังเล สำหรับแพทย์ฝึกหัดโอกาสในการฝึกฝนทุกครั้งมีค่าเท่ากับทอง

“คุณช่วยหันไปด้านข้างด้วย” หลิงรันปรับตำแหน่งของเขาและหยิบเข็มเย็บขึ้นมา

ชายผู้ที่มีรอยสักสังเกตแล้วว่าหลิงรันนั้นอายุยังน้อย เขาพูดว่าค่อนข้างไม่พอใจว่า “ทำไมพวกคุณถึงส่งแพทย์ที่อายุน้อยแบบนี้มา ถ้าเกิดพวกคุณทำการแย็บแผลตรงส่วนนี้ของผมไม่ดีละก็ เตรียมตัวโดน… ”

เมื่อชายผู้มีรอยสักพูดไม่หยุดหย่อนทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นว่าหมอโจวดูว้าวุ่น เขาดูไม่พอใจมากยิ่งขึ้น “ เฮ้! ทำไมหมอถึงทำสีหน้าแบบนั้น!”

หมอโจวปิดปากของเขาที่เปิดออกจากความตกใจ เขาจ้องมองที่หลิงรันด้วยความประหลาดใจ จากนั้นก็พูดกับชายผู้มีรอยสักว่า “สำหรับศัลยแพทย์การเย็บแผลบนศีรษะนั้นไม่ใช้เรื่องอยากอะไร อย่างไรก็ตามนี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นใครบางคนสามารถเย็บแผลได้ตรงตามทฤษฎีแบบนี้ พูดอีกนัยหนึ่งคือเป็นการเย็บที่เม่นยำขณะที่ผู้ป่วยกำลังเคลื่อนไหว… ผมต้องบอกว่าทักษะแบบนี้จะถูกนำไปใช้ในการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้น”

“ตัวอย่างเช่นในระหว่างการผ่าตัดหัวใจที่หัวใจจะเต้นไม่หยุดพัก การเย็บหลอดเลือดอาจนำไปสู่การไหลเวียนของเลือดที่ไม่คาดฝันเนื่องจากความไม่แน่นอนที่เกิดจากการเต้นของหัวใจ”

หลิงรานผู้ซึ่งสอดเข็มไว้ใต้ผิวหนังของเขาทำปมด้วยคีมหนึ่งคู่และทำการเย็บแผลขัดจังหวะอย่า

ง่าย – เขาพบว่าวิธีนี้ก็ไม่เสียเปล่า

ในลักษณะที่ห้าวหาญเขาวางเข็มลงและเขาได้จับหัวของชายผู้มีรอยสักหันไปสองสามครั้งราวกับว่าเขาบิดหัวของเล่น จากนั้นเขาพูดอย่างพอใจว่า “มันค่อนข้างสมบูรณ์แบบ”

กระจกมีเพียงเลือดปนเปื้อนที่มองเห็นได้จากการบาดเจ็บที่ศีรษะของคนที่มีรอยสักเท่านั้น ด้ายการเย็บแผลที่ดีมันได้ทำการดึงแผลเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ หากไม่สังเกตดีๆจะไม่มีใครมองเห็นแผลนี้อย่างแน่นอน ด้วยบุคลิกของหลิงรันเขาสามารถผ่อนคลายและถอนหายใจได้อย่างโล่งอก หลังจากเย็บแผลเสร็จในลักษณะนี้ สิ่งที่รบกวนเขามากที่สุดในโรงเรียนคือแพทย์ฝึกหัดที่เย็บแผลบนเปลือกกล้วยแล้วปูดขึ้นมา มันถือว่าพวกเขาไม่มีความสามารถพอ

“มันเสร็จแล้ว! มันเป็นการเย็บแผลที่ดีมาก ” ชายผู้มีรอยสักรู้ได้เช่นกันว่าการเย็บแผลครั้งนี้ดีอย่างมาก เพราะเขาได้เข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น นั้นจึงทำให้เขาบอกได้ว่าการเย็บแบบไหนที่ดีหรือไม่ดี เขาถอนหายใจออกมาและพูดว่า “หมอ!…คุณช่วยให้นามบัตรกับฉันได้ไหม? ถ้าเกิดฉันได้แผลแบบนี้อีกจะได้ติดต่อคุณโดยตรง”

หลิงรันรู้สึกดีจริงๆ ที่จริงเขาก็อยากจะมอบนามบัตรให้ แต่มันติดที่ว่าเขาไม่มีมัน เขาจึงพูดขึ้นว่า “ฉันไม่มีนามบัตร คุณสามารถมาหาผมได้ตลอดเพราะผมทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้”

คนที่มีรอยสักตบขาของเขาโดยเสียงแล้วพูดว่า “นั้นผมถือว่ามันเป็นข้อตกลง เอาละผมต้องกลับไปฆ่าคนอีกสองสามคน เพื่อเป็นการแก้แค้นหลังจากนั้นถ้าพี่น้องของผมเกิดแผลอะไรขึ้นจะตรงมาหาหมอทันที”

เขาตื่นเต้นในขณะที่เขาพูด เขาโบกมือที่ไม่ได้รับบาดเจ็บจากนั้นได้ตะโกนว่า “พี่น้องมากับฉัน! เราจะกลับไปเตะก้น **!”

หลิงรันได้ดูสถานะภารกิจซึ่งกลายเป็น [2/10] ด้วยเหตุผลบางอย่างที่อธิบายไม่ได้เขาก็ตั้งตารอคอยมันอยู่

ตอนนี้เรามีเพจแล้วนะ ช่วยกดติดตามเป็นกำลังใจให้แอดหน่อยนะครับ แปลเอามัน

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top