ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 157 ดาวข่ม!

 107 Views

บัลซาสมาถึงหอสังเกตและเห็นผู้ลี้ภัยจำนวนมากหลั่งใหลเข้าค่ายของลู่เฉิน

กลุ่มผู้ลี้ภัยเหล่านี้กำลังทิ้งเมืองฉัน?ลู่เฉินทำได้ยังไง?!

มันทำให้บัลซาสตระหนักว่ากลุ่มผู้ลี้ภัยเหล่านี้เห็นแก่ผลประโยชน์เป็นส่วนใหญ่ อย่างเดียวที่ชักจูงพวกเขาได้คือผลประโยชน์เล็กน้อยเพราะพวกเขาไม่เคยได้รับผลประโยชน์ที่ใหญ่กว่า บัลซาสคิดว่าเขาควบคุมได้แล้ว แต่นั่นก็เป็นความคิดโง่ๆ!
ฉันถึงคราวแล้ว…บัลซาสวิ่งพล่านเป็นวงกลม ผู้ลี้ภัยเหล่านี้คือไพ่ตายเขาและตอนนี้ลู่เฉินก็มีมัน ความได้เปรียบเขาไม่หลงเหลืออีกแล้ว

ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ ลู่เฉินไม่ควรรู้อะไรเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย!
ในเวลานั้น ผู้ช่วยก็วิ่งมาหาเขาอย่างตื่นตระหนกและรายงานข่าวเรื่องปีศาจทมิฬให้ความช่วยเหลือลู่เฉิน

ข่าวนี้เหมือนสายฟ้าที่ฟาดใส่เขา บัลซาสยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างตกใจ เขาไม่อาจจินตนาการได้ว่าเขาไปเป็นศัตรูกับปีศาจทมิฬตอนไหน ยอดมนุษย์ทุกคนที่ตกตายภายใต้ปืนของปีศาจทมิฬสะท้อนให้เขาเป็นภาพจุดจบตัวเอง

ปีศาจทมิฬคือตำนาน ทำไมจู่ๆเขาถึงช่วยลู่เฉิน?

มันต้องเป็นเพราะปีศาจทมิฬที่ช่วยให้ลู่เฉินจัดการผู้ลี้ภัยได้ ทำไมเขาถึงมีอิทธิพลมากขนาดนั้น?จากนั้นบัลซาสก็จำได้ว่าปีศาจทมิฬกล่าวว่าเขาแค่ผ่านมา

โกหก!
บัลซาสมีความคิดหนี  หากบัลซาสถอยไปพร้อมกับกองทัพ มันก็มีโอกาสสูงที่ลู่เฉินจะไม่ไล่ล่า

 

“การต่อสู้ยังไม่เริ่ม และแกก็คิดหนีแล้ว แกลืมกฏของตระกูลอลูเมร่าไปแล้วหรือไง?”เสี่ยวรุ่ยเดินมา ยืนข้างบัลซาสและขมวดคิ้ว

“แต่นั่นคือปีศาจทมิฬ!นอกจากนี้ ผู้ลี้ภัยครึ่งหนึ่งยังทรยศเรา…”

“อลูเมร่าไม่เคยหนีสงคราม ให้คนของแกเตรียมพร้อมซะ”เสียงของเสี่ยวรุ่ยหนักแน่น

“แต่ปีศาจทมิฬ…”

“ผู้คุ้มกันฉัน หลิวเฉิงจะจัดการเขาไม่ให้เข้าร่วมการต่อสู้เอง”

หลิวเฉิงทื่ยืนอยู่ด้านหลังเสี่ยวรุ่ยก้าวออกมาอย่างเย็นชา ท่าทางมั่นใจเขาช่วยคลายความหวั่นวิตกของบัลซาส

บัลซาสกัดฟันและลังเลสักพักก่อนตัดสินใจและเรียกผู้ช่วยเขา”ระดมทุกคนมาและเตะไอพวกแบล็คไพน์กลับบ้านเก่ามันไปซะ!เรายังมีผู้ลี้ภัยอยู่ฝ่ายเราบ้าง เรายังมีโอกาสชนะ!”
“ครับท่าน!”ผู้ช่วยรีบส่งคำสั่ง

เหลือแค่สามคนบนหอคอย เสี่ยวรุ่ยหันหัวและกล่าว”เตรียมรถในกรณีล้มเหลว เราต้องมั่นใจว่าเราจะสามารถถอยหนีได้ ไม่ต้องห่วง เราอยู่ฝั่งเดียวกัน ฉันขอรับรองว่าเราต้องผ่านการต่อสู้นี้ไปได้”

 

บัลซาสถอนหายใจโล่งอก การสนับสนุนทำให้หัวใจเขามั่นคง เขากลัวว่าเสี่ยวรุ่ยจะตัดหางเขา แต่ดูเหมือนว่าเขายังมีเหตุผล การทิ้งทหารหมู่บ้านไว้ด้านหลังเพื่อต้านทานจะช่วยชะลอกองกำลังของลู่เฉินและช่วยให้พวกเขาหลบหนี และการรายงานให้ตระกูลอลูเมร่ารับทราบก็ย่อมเป็นเรื่องง่าย

….

ในชั่วโมงแรก ท้องฟ้ามืดครึ้มและมีหมอกหนาปกคลุม

ทหารหมู่บ้านหุบเขาเขียวกำลังยืนบนกำแพงด้านหลังปืนกลในบังเกอร์พวกเขา ผ่านรั้วกำแพง พวกเขาเห็นกองทหารในตำแหน่งและพาดด้วยปืนกล หากพวกเขาบุกผ่านประตูเมืองได้ การต่อสู้ที่แท้จริงก็จะเปิดฉาก

 

“พวกเขาตัดสินใจปกป้องจนกว่าจะตาย ดังนั้นมันย่อมเกิดการต่อสู้ โชคดี จำนวนของผู้ลี้ภัยได้ลดลงอย่างมาก”

ลู่เฉินวางกล้องส่องทางไกลลงและถอนหายใจ

เขาไม่อยากสังหารหมู่ผู้ลี้ภัยและหานเซี่ยวก็ช่วยเขาได้มาก ลู่เฉินรู้สึกงุนงงเมื่อเห็นว่าหานเซี่ยวมีอิทธิพลต่อผู้ลี้ภัย เขาใช้เวลาแค่ครึ่งคืนเพื่อแก้ไขปัญหานี้

สำหรับผู้ลี้ภัยที่ยังอยู่ในหมู่บ้านหุบเขาเขียว ลู่เฉินได้ให้โอกาสพวกเขาแล้ว แต่โอกาสก็มีแค่ครั้งเดียว

 

“โจมตีในอีก20นาที”

ลู่เฉินออกคำสั่งและใช้ประโยชน์ของช่วงเวลาให้กองทัพเตรียมการ

“มันต้องขอบคุณคุณที่ช่วยให้เราแก้ไขปัญหาได้”

หานเซี่ยวยิ้มตอบ

ไม่มีของฟรีในโลก และยิ่งหานเซี่ยวไม่พูดถึงรางวัล ลู่เฉินก็ยิ่งไม่สบายใจ เขาหยุดก่อนพูดด้วยความกังวล”ผมรู้สึกว่าไม่มีอะไรในตัวผมที่คุณน่าจะสนใจเลย”

ประโยคนี้ทำให้ขนมปังสุนัขหูผึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงความหมาย

ประเภทตัวละคร?เงื่อนงำอื่นที่เกี่ยวข้องกับตัวตนของปีศาจทมิฬ

ขนมปังสุนัขคิดถึงโครงร่างแสนคลุมเครือในตอนแรก

“เราจะคุยเรื่องนี้อีกครั้งหลังสงครามจบลง ผู้ลี้ภัยเหล่านี้จะต่อสู้เพื่อคุณ”หานเซี่ยวตอบ

“ผู้ลี้ภัยเหล่านี้ไม่ใช่ทหาร และผมก็ไม่ใช่บัลซาส ผมไม่มีทางเอาชีวิตพวกเขาไปทิ้ง”ลู่เฉินส่ายหัว

“ต่อให้ไม่มีคำสั่งคุณ พวกเขาก็จะยังคงเข้าร่วมการต่อสู้”หานเซี่ยวลดเสียง

 

คนเหล่านี้บ้ารึเปล่า?พวกเขาไม่กลัวตายกันเลย?ลู่เฉินแสดงความสงสัย แต่ทว่า เวลาสำหรับการต่อสู้ใกล้เข้ามาแล้ว เขาไม่มีเวลาสอบถามเพิ่มเติม เขารีบสั่งกองทหารเขา

หลังกองรถเคลื่อนพล สงครามก็เปิดฉาก ประกายไฟฉีกความมืดเป็นชิ้นๆ กองทัพลู่เฉินเปิดฉากการโจมตีใส่หมู่บ้านหุบเขาเขียว ทหารบนกำแพงและรถหุ้มเกราะและปืนครกยิงใส่กันและสนามรบก็เต็ฒไปด้วยเสียงของเครื่องยนต์ ปืนกล เสียงกรีดร้อง ท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างไสวด้วยแสงไฟจากระเบิดและปืน

ผู้เล่ยเริ่มการต่อสู้ระยะประชิดพวกเขา ผู้เล่นฝ่ายหมู่บ้านได้รับคำสั่งที่ชัดเจนจากหัวหน้ากิลด์บางคน ส่วนผู้เล่นฝั่งลู่เฉินขาดการติดต่อกัน แม้จะมีจำนวนมากกว่า

หานเซี่ยวสังเกตอยู่อีกด้านเนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ต้องให้เขาแทรกแซง ลู่เฉินมีโอกาสชนะสูง

ทันใดนั้น เงาดำก็ทะลุผ่านสนามรบและสร้างเส้นทางมาหาหานเซี่ยวตามแนวขอบสนามรบ กระสุนปืนใหญ่กระทบใส่ร่างเขา แต่เขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บเลย

 

“ปีศาจทมิฬ ฉันจะเป็นคู่ต่อสู้ให้แกเอง!”

หลิวเฉิงถีบตัว

“จะให้ฉันจัดการธุระก่อนไม่ได้หรือไง?”หานเซี่ยวหยิบปืนกลขึ้นมาและยิง กระสุนสามนัดดพุ่งใส่ระหว่างคิ้ว หัวใจและช่วงล่างของหลิวเฉิง แต่กลับไม่มีเลือดสาดออกมา

ชั่ววินาทีที่กระสุนเหล็กสามนัดกระทบโดนหลิวเฉิง มันก็ดูเหมือนว่าพลังงานจลน์จะหายไปในทันใด กระสุนดีดออกจากผิวของหลิวเฉิง และอาจไม่แรงเท่าหนังสติ๊กด้วยซ้ำ ควันสีฟ้าอ่อนแสดงให้เห็นความเสียหายเหนือหัวเขา

-0!

-0!

หานเซี่ยวเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อหัวกระสุนชนเป้าหมาย ผิวของเป้าหมายจะกระเพื่อม หลังจากนั้น กระสุนก็สูญเสียพลังงานจลน์

ดวงตาเขาดำมืด

การดูดซับพลังงานจลน์?

หน้าต่างสถานะแสดงให้เห็นว่าหลิวเฉิงมีระดับ44แล้ว ระดับไม่ได้สูงเท่าหานเซี่ยว แต่ความสามารถของหลิวเฉิงก็จัดการได้ยากมาก มันถือเป็นภัยคุกคามต่ออาวุธพลังงานจลน์ และนี่ก็เกิดขึ้นเพื่อสะกดข่มเครื่องจักรเขา

หานเซี่ยวโชคไม่ดี เขาเพิ่งพบศัตรูที่สามารถสะกดข่มเขาได้

ด้วยการดูดซับพลังงานจลน์ ใครก็สามารถสลายพลังงานต่างๆในร่างได้ หากพลังไม่รุนแรงกว่าความสามารถเขา จากนั้นพลังก็จะถูกดูดซับและเปลี่ยนเป็นพลังงานเขา การใช้การโจมตีทางกายภาพไม่มีผลต่อความสามารถประเภทนี้ เพื่อจัดการกับการดูดซับพลังงานจลน์ มันต้องใช้พลังจิตเพื่อจัดการ ขีดจำกัดความสามารถประเภทนี้ขึ้นอยู่กับระดับและพละกำลัง น่าเสียดาย โดยทั่วไป ขีดจำกัดมักเหนือกว่าระดับปัจจุบันเสมอ

 

หลิวเฉิงหยุดห่างจากหานเซี่ยวไม่กี่เมตรและกล่าวอย่างเย็นชา”ปีศาจทมิฬ การต่อสู้นี้ไม่เกี่ยวกับแก อย่าแส่ไม่เข้าเรื่อง”

นักฆ่าในตำนานกำลังจับตามองขอบสนามรบ ดังนั้นหลิวเฉิงจึงต้องป้องกันไม่ให้ปีศาจทมิฬเข้าร่วมการต่อสู้

การตอบสนองของหานเซี่ยวเป็นแค่กระสุนสองนัดที่พุ่งใส่ดวงตาของหลิวเฉิง และพวกมันก็สร้างความเสียหายแค่0 กระสุนยังคงดีดออกมา ดวงตาของหลิวเฉิงไม่แม้แต่จะกระพริบ เขาไม่ได้รับบาดเจ็บเลยและกล่าวอย่างไม่แยแส”แกเป็นนักฆ่าระดับสูงของตาค่ายมืดและเป็นไพ่ตายของสมาคมสนธิสัญญาโลหิต คนอื่นอาจกลัวแก แต่ไม่ใช่กับฉัน ฉันจะพูดอีกครั้ง อย่ามายุ่งกับการต่อสู้นี้”

“ตาข่ายมืด?สมาคมสนธิสัญญาโลหิต?นั่นคืออะไรกัน?”ขนมปังสุนัขขบคิดและเก็บคำสำคัญสองคำนี้ไว้ในใจ ในที่สุดเขาก็เห็นยอดภูเขาน้ำแข็งบ้างแล้ว

สมองของเขากรองผ่านอุปกรณ์ทันที คิดแผนขั้นต้นขึ้นได้ เท้าเขากระแทกกับพื้นและรองเท้าแม่เหล็กก็สว่างขึ้น พลังทำให้เขาถีบตัวทันที เขาจับเอวเขาอย่างรวดเร็วและดึงอินทรีคลั่งสองกระบอกออกมา เขาเปลี่ยนเป็นกระสุนเฮมและยิง กระสุนพุ่งใส่ข้างเท้าของหลิวเฉิง และก๊าซพิษก็กระจายไปทั่วอากาศ

หลิวเฉิงตรวจพบก๊าซพิษและขมวดคิ้ว เขากลั้นลมหายใจและพุ่งใส่อย่างรวดเร็ว ขณะที่เขาพุ่งผ่านสนามรบก่อนหน้า เขาก็ได้ดูดซับพลังงานจลน์จำนวนมากจากการยิง(เหมือนblack panther) พลังงานระเบิดจากใต้เท้าเขาขณะพุ่งใส่หานเซี่ยว ด้วยทุกก้าว รอยเท้าเขาจะฝังลึกบนพื้น เขาเหมือนรถถังที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ เขารวบรวมพลังงานจลน์จำนวนมหาศาลและส่งมันใส่หน้าอกของหานเซี่ยว

บูมม!

ราวกับว่าถูกแรดคลั่งชน ร่างเขาลอยอย่างไม่อาจควบคุม พลังที่เหลือไม่อาจหยุดได้ และเขาก็ถูกซัดไปไกลและฆ่าผู้เล่นโชคร้ายหลายคนที่ขวางทางเขา

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top