ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 171: ความบังอาจ

 198 Views

ถึงแม้ว่าทั้งคู่กำลังฟังเพลงจีนน่ารักสดใสอยู่ในรถ แต่พวกเขาก็กำลังถกเถียงกันในเรื่องเครียด ๆ

 

หลังจากที่คุยกันไปสักพัก ทั้งสองคนก็เงียบลงอีกครั้ง จักรพรรดินีได้ไตร่ตรองคำพูดของเหยินปาเชียนและอนาคตของต้าเย่า

 

ก่อนหน้านี้ ขณะที่นางอยู่ในต้าเย่า นางไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ถึงแม้ว่าต้าเย่าจะยังมีสิ่งที่ต้องทำก่อนที่จะไล่ทันระดับของแคว้นเฉินและแคว้นหยูน แต่มันก็ไม่ได้ย่ำแย่เท่ากับความแตกต่างระหว่างต้าเย่ากับดาวโลก

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นางได้เดินทางมาถึงโลกนี้ นางก็รู้สึกว่าต้องทำอะไรบางอย่างให้สำเร็จ

 

สิ่งเดียวที่ชนเผ่าสามารถภูมิใจได้คือมีความแข็งแกร่งมากในการต่อสู้เฉพาะตัว

 

จากที่เหยินปาเชียนพูด ซึ่งได้ใช้คำว่า “ระดับความเจริญก้าวหน้าทางสังคม” เพื่ออธิบายถึงระดับการพัฒนาของโลก ความแตกต่างระหว่างระดับความเจริญก้าวหน้าทางสังคมของดาวโลกกับต้าเย่านั้นห่างกันไกลโข

 

เหยินปาเชียนเอามือไว้ที่ท้ายทอย ในบางครั้งเขาจะมองดูโฉมด้านข้างของจักรพรรดินีกับปุยเมฆสีขาวท่ามกลางท้องฟ้าสีคราม

 

หลังจากนั้นพักใหญ่ เหยินปาเชียนก็พูดออกมา “พวกเราทำเนื้อย่างเสียบไม้กันที่นี่ดีมั้ยขอรับ ? ข้าน้อยจะลงไปเตรียมของก่อน”

 

พวกเขาอยู่ใกล้กับชายหาด แต่คุณภาพทรายที่ใต้เท้าของพวกเขาไม่ค่อยจะดีนัก นอกจากนี้ยังมีโขดหินมากมายรายล้อมพวกเขา อย่างไรก็ตามมันเป็นสภาพแวดล้อมแบบใหม่เมื่อเทียบกับชายหาดอันเงียบสงบ

 

เหยินปาเชียนหยิบเตาย่างบาร์บีคิวและถ่านออกมา แล้วหาจุดก่อไฟดี ๆ สักที่ หลังจากนั้นเขาก็กลับไปที่รถเพื่อหยิบเนื้อหมัก

 

หลังจากนั้นไม่นาน เหยินปาเชียนและจักรพรรดินีได้นั่งอยู่บนม้านั่งตัวเล็กบนชายหาดพร้อมกับทะเลข้างตัวพวกเขา ถึงแม้ว่าม้านั่งตัวเล็กจะเทียบไม่ได้กับเก้าอี้ในโรงแรมหรูนั้น แต่พวกเขาก็รู้สึกสบายที่ได้นั่งบนนั้น

 

ในบางครั้งเหยินปาเชียนจะวางเนื้อย่างลงบนจานแล้วส่งให้จักรพรรดินี

 

“ไม่ว่าสถานที่เหล่านั้นจะหรูหราเพียงใด มันก็เทียบไม่ได้กับพระราชวังหลวงเลย การใช้ชีวิตของคนธรรมดาแบบนี้ยังน่าสนใจมากกว่าขอรับ สำหรับคนธรรมดาแล้วการใช้ชีวิตแบบนี้น่ะถือว่าเป็นการโอ้อวดผู้อื่น. สำหรับฝ่าบาทแล้วถือว่าเป็นการเสวยสุขขอรับ “เหยินปาเชียนคุยโวไม่หยุดหย่อนไร้จุดมุ่งหมาย เขาไม่สนใจด้วยว่าจักรพรรดินีจะตอบกลับมาหรือไม่

 

หลังจากที่กินเนื้อย่างแล้ว จักรพรรดินีก็ดื่มเหล้าไป๋จิ่วคนเดียวหมดขวด ถึงกระนั้นดวงตาของนางก็ยังคงใสสะอาด

 

“ฝ่าบาทรู้หรือไม่ว่าโลกใบนี้กลมขอรับ ? โลกน่ะเป็นเพียงดาวเคราะห์ขนาดเล็กในจักรวาลไร้ขอบเขตนี้ มีดาวเคราะห์เหมือนดาวโลกนับไม่ถ้วน บนดาวเคราะห์เหล่านั้นมีสิ่งมีชีวิตที่เฉลียวฉลาดหลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น ออโต้บ็อท ดีเซปทิคอน อุลตร้าแมน ซุปเปอร์ไซย่า…” เหยินปาเชียนเริ่มพูดพล่ามหลังจากที่ดื่มเหล้าไป๋จิ่วไปครึ่งขวด

 

เพื่อเป็นการทำให้จักรพรรดินีเชื่อ เหยินปาเชียนจงใจหาคลิปทรานส์ฟอร์มเมอร์สในโทรศัพท์มือถือแล้วโชว์ให้นางดู เมื่อจักรพรรดินีได้เห็นการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับทรานส์ฟอร์มเมอร์ส นางก็ตกตะลึง

 

สายตาของนางจมปลักไปที่หน้าจอ นางคิดไปโดยไม่รู้ตัวว่าควรทำอย่างไรหากเผชิญกับศัตรูแบบนี้ในอนาคต

 

ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะมีขนาดใหญ่มหึมา สร้างจากโลหะ และพกอาวุธหลากหลายประเภท แต่นางก็ยังคงสามารถจัดการกับมันได้อยู่ อย่างไรก็ตาม ชนเผ่าธรรมดานับไม่ถ้วนจะเสียชีวิตคามือของมันอย่างง่ายดายทีเดียว

 

เหยินปาเชียนรู้สึกตลกเมื่อได้เห็นสีหน้าหม่นหมองของจักรพรรดินี รอยยิ้มบนหน้าเขาจึงกว้างยิ่งขึ้น

 

จักรพรรดินีเงยหน้าขึ้นแล้วก็เห็นรอยยิ้มบนหน้าของเหยินปาเชียนเข้าโดยบังเอิญ ทันใดนั้นนางจึงได้รู้ว่าในคลิปนั่นคือ “หนังภาพยนตร์” ที่เหยินปาเชียนพูดถึงก่อนหน้านี้ ใบหน้าของนางจึงเย็นชาในทันที

 

“เจ้าหลอกข้า !”

 

“อ๊าาาาาา…” เสียงของเหยินปาเชียนลากไปตามลม จากนั้นเขาก็ตกลงไปในน้ำพร้อมเสียงดังโครม

 

เหยินปาเชียนตกใจเมื่อเขาตกลงไปในน้ำ เขาไม่คิดว่าน้ำจะลึกขนาดนี้ แถมเท้าก็ไม่สามารถแตะพื้นทะเลได้ด้วย นอกจากนี้เขายังว่ายน้ำไม่เป็นอีกต่างหาก

 

“ช่ว…อึก…ด้ว…อึก” เหยินปาเชียนรู้สึกได้ถึงน้ำทะเลที่ท่วมเข้าปาก เขาไม่ได้หาอะไรเกาะไว้เนื่องจากเขาพยายามดิ้นรนเพื่อชีวิตของตัวเอง

 

เมื่อจักรพรรดินีเห็นเหยินปาเชียนกำลังดิ้นขึ้นและจมน้ำ นางจึงขมวดคิ้ว

 

เงาสีแดงลอยข้ามผิวน้ำดั่งสายฟ้าแลบ จักรพรรดินีคว้าเหยินปาเชียนไว้ด้วยมือข้างหนึ่งแล้วตบผิวน้ำด้วยมืออีกข้าง ผิวน้ำลดตัวแล้วกระจายออก ทำให้เกิดสายน้ำขนาดมหึมาเหนือน้ำ

 

การที่ใช้พลังจากแรงกระจาย จักรพรรดินีจึงเด้งกลับไปบนฝั่งแล้วโยนเหยินปาเชียนไปอีกด้านหนึ่ง

 

เหยินปาเชียนเริ่มอาเจียนเป็นน้ำทะเลมากมาย เขาอาเจียนแม้กระทั่งอาหารเย็น หลังจากนั้นเขาก็กลิ้งไปตามหาดทรายแล้วหอบอย่างแรง

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า…” ขณะที่นอนพักอยู่บนหาดทราย จู่ ๆ เหยินปาเชียนก็นอนหัวเราะเสียงดังออกมา ดูแล้วมีความสุขมาก

 

เมื่อเขานึกถึงความบังอาจของตัวเองที่ได้หลอกให้จักรพรรดินีหวาดกลัวด้วยทรานส์ฟอร์มเมอร์สเมื่อครู่นี้ เขาก็อดชื่นชมตัวเองไม่ได้เลย

 

ถึงแม้ว่าจักรพรรดินีจะโยนเขาลงน้ำด้วยอารมณ์โกรธชั่ววูบ แต่นางก็ยังช่วยเขาในภายหลัง ทำให้เห็นว่าจักรพรรดินีไม่ได้โกรธเขาจริง ๆ

 

หรือว่านี่อาจเป็นวิธีที่คู่รักสองคนมีปฏิกิริยาต่อกัน ? ถึงกระนั้นก็เป็นการโต้ตอบที่รุนแรง

 

จักรพรรดินีมองเคืองไปหาคนงี่เง่านั่น ถึงแม้ว่านางจะไม่เคยลงน้ำ แต่ร่างกายของนางก็ยังเปียก เสื้อผ้าหลายส่วนแนบติดลำตัว

 

หลังจากที่เหยินปาเชียนได้สติ เขาก็ลงไปที่น้ำอีกครั้งแล้วล้างทรายออกจากตัว จากนั้นเขาก็บิดเสื้อผ้าแล้วกลับไปที่รถโดยที่น้ำหยดไปตามพื้น ในตอนนี้จักรพรรดินีได้อยู่ในรถแล้ว

 

ตลอดทางจนถึงเที่ยงคืน เขาขับรถกลับไปที่โรงแรม

 

ทั้งสองคนใช้เวลาสองวันที่หยาโจว วันที่สองพวกเขาเดินเที่ยวรอบเกาะและหาซื้อของ เขาซื้อชุดให้จักรพรรดินีและเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ตัวเอง หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ขึ้นเครื่องบินกลับไปที่เสิ่นเฉิง

 

 

 

เมื่อกลับไปที่บ้านของเหยินปาเชียน จักรพรรดินีก็นั่งบนโซฟาพร้อมกับถุงขนมมอลทีเซอร์ในมือของนาง

 

ขนมมอลทีเซอร์ถุงนั้นซื้อที่หยาโจว สิ่งที่ทำให้เหยินปาเชียนประหลาดใจคือจักรพรรดินีชอบมันมาก ๆ

 

ทั้ง ๆ ที่นางมีความแข็งแกร่งในการต่อสู้ที่เยี่ยมยอด แต่นางก็ชอบกินขนมหวานมาก เหยินปาเชียนสงสัยว่านางจะปวดฟันหรือไม่หลังจากที่กินของหวานมากขนาดนั้น ถ้าหากนางมีอาการปวดฟันจริง ๆ มันคงไม่ง่ายเลยที่จะหาหมอฟันให้นาง

 

หลังจากที่พวกเขาถึงบ้าน 10 นาที พวกเขาก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตู เหยินปาเชียนเปิดประตูและได้เห็นคู่รักวัยกลางคนมาพร้อมกับเด็กสาวท่าทางจะอายุประมาณ 18 ปีกำลังยืนอยู่ข้างนอก เด็กสาวคนนั้นค่อนข้างน่ารักทีเดียว

 

“สวัสดีครับ ขอโทษที่มารบกวนนะครับ พวกเราอยู่ชั้นล่างคุณเอง ขอบคุณเรื่องเมื่อวันก่อนมาก ๆ นะครับ” ชายวัยกลางคนจับมือเหยินปาเชียนแล้วพูดออกมา

 

“ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ จริง ๆ แล้วพวกเราต้องการจะขึ้นมาขอบคุณเมื่อสองวันก่อน แต่ตอนนั้นคุณไม่อยู่บ้าน เมื่อกี้นี้พอพวกเราได้ยินเสียงข้างบนดัง ก็เลยเดาว่าคุณน่าจะกลับมาแล้ว พวกเราก็ขึ้นมาดูทันทีเลยค่ะ” เด็กสาวก็สุภาพมากเช่นกัน

 

ในทำนองเดียวกัน หญิงสาววัยกลางคนก็ขอบคุณเหยินปาเชียนวนไป

 

หากไม่ใช่เพราะเหยินปาเชียน ลูกสาวของเธอจะไม่สามารถหนีออกจากบ้านและคงจะตายไปแล้ว ถึงแม้ว่าเธอจะรอดชีวิตไปได้ เธอก็อาจจะถูกไฟไหม้และมีแผลเป็น ซึ่งจะเป็นการทรมานที่โหดร้ายมากกับเธอเช่นกัน

 

พวกเขาขอบคุณเหยินปาเชียนจากใจจริง

 

“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยในฐานะเพื่อนบ้าน พวกเราควรช่วยเหลือซึ่งกันและกันนะครับ” เหยินปาเชียนยิ้มแล้วโบกมือ

 

“ผมอยากจะเลี้ยงข้าวคุณเพื่อเป็นการขอบคุณนะ ว่ายังไงล่ะ ? ซักมื้อก็ยังดี” ชายวัยกลางคนพูดออกมา

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยจริง ๆ” เหยินปาเชียนโบกมือต่อ เขาไม่สนใจที่จะรับประทานอาหารกับครอบครัวนี้ นอกจากนี้จักรพรรดินียังอยู่ในบ้านด้วย

 

หลังจากที่ใช้ความพยายามและเวลาไปมาก ในที่สุดเหยินปาเชียนก็ส่งครอบครัวนั้นไป เขาปิดประตูแล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก

 

เขารู้สึกว่าการถูกคนขอบคุณลำบากใจมากกว่าการช่วยเหลือคนเสียอีก

 

 

 

ในตอนกลางคืน เหยินปาเชียนดูหนังกับจักรพรรดินี พวกเขาดูหนังผีเก่าเรื่อง เอาท์ออฟเดอะดาร์ค

[เอาท์ออฟเดอะดาร์ค กึ๋ยเฉพาะชั้น 9 ภาพยนตร์ผีของฮ่องกง ปี 1995 นำแสดงโดย โจว ซิงฉือ]

 

เหยินปาเชียนต้องการดูว่าจักรพรรดินีจะกลัวหนังผีหรือไม่

 

แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคิดไว้ จักรพรรดินีกินป๊อปคอร์นพลางดูหนังเรื่องนี้จนจบโดยไม่สะทกสะท้านเลย

 

ถึงแม้ว่าจะมีบางมุขในหนังที่นางไม่เข้าใจ ฉากระเบิดก็ยังทำให้นางยิ้ม

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top