ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 168: ฟ้องกลับ

 296 Views

เหยินปาเชียนและจักรพรรดินีต่างรู้สึกถึงแรงดันที่ตามมากับเสียงไอพ่นเมื่อเครื่องบินเร่งความเร็วขึ้นทะยานสู่ท้องฟ้า แถมทิวทัศน์นอกหน้าต่างเครื่องบินยังพิสูจน์ให้เห็นถึงการแบ่งแยกออกจากโลกด้วย เมื่อมองดูผ่านหน้าต่างเครื่องบินลงไปข้างล่าง พวกเขาจะค่อย ๆ เห็นทุกอย่างเล็กลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งทุกอย่างดูเล็กจิ๋วราวกับมดยังไงยังงั้น เครื่องบินนั้นบินอยู่คงที่ชั่วขณะก่อนที่จะบินขึ้นอีกครั้ง

 

“ฉีจี่เซียว เป็นยังไงบ้าง ?” เหยินปาเชียนถามพร้อมกับมองฉีจี่เซียวที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าต่างเครื่องบิน เขาสามารถบอกได้ว่านางวิตกขึ้นมาเล็กน้อย

 

บนพื้นดิน นางถูกจัดอันดับให้เป็นบุคคลผู้มีความแข็งแกร่งมากเป็นอันดับ 7 ในอีกโลก แต่บนท้องฟ้า นางรู้สึกราวกับว่าควบคุมตัวเองไม่ได้เลย ต่อให้เป็นระดับทักษะของนาง นางก็คงจะไม่รอดถ้าหากต้องตกจากความสูงขนาดนี้

 

“พวกเราจะไม่ตกลงไปสินะ ?” จักรพรรดินีมองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมกับทำหน้าบึ้ง

 

“มันปลอดภัยกว่าการขับรถ โดยทั่วไปแล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากมายนักหรอก” เหยินปาเชียนปลอบโยนนางเบา ๆ

 

“เป๊าะ !” มีเสียงดังขึ้น ขณะที่เหยินปาเชียนมองหาต้นตอของเสียง เขาก็เห็นว่าที่วางแขนระหว่างพวกเขาถูกจักรพรรดินีบีบจนแตกไปแล้ว มันแตกออกเป็นเศษเล็กเศษน้อย

 

ใครหลายคนคงจะรู้สึกหวาดกลัวในเที่ยวบินแรก อย่างไรก็ตาม จักรพรรดินีเพียงแต่ออกแรงมากกว่าปกติที่เคยเป็น มันจึงลงเอยอย่างที่เห็น

 

เมื่อมองถึงสถานการณ์ เหยินปาเชียนกำลังพิจารณาว่าจะฟ้องร้องโดยบอกว่าคุณภาพของที่วางแขนแย่เกินไปดีหรือไม่ แต่ทว่าความแข็งแกร่งของจักรพรรดินีจะต้องไม่ถูกเปิดเผย ถ้าหากมีคนพบว่าคนในตำนานเช่นนี้ ที่สามารถฉีกหุ่นกันดั้มออกเป็นชิ้นด้วยมือเปล่านั้นมีอยู่จริง ใครจะไปรู้ล่ะว่าคนพวกนั้นจะทำอะไรบ้าง

 

นั่นเป็นเพราะพลังที่เหนือจินตนาการนั้นสามารถนำไปเชื่อมโยงกับสิ่งอื่นได้อย่างง่ายดาย อย่างเช่น ตำนาน สิ่งลึกลับ เทพนิยาย เป็นต้น

 

เหยินปาเชียนคิดในมุมมองของผู้อื่น ถ้าหากเขาต้องเป็นเจ้าหน้าที่หรือเจ้าสัว เขาจะต้องชำระใช้จ่ายทั้งหมดยกเว้นการนำหัวรบนิวเคลียร์มาใช้ไถนา

 

เมื่อดูความวิตกของจักรพรรดินีที่ยังคงเป็นอยู่ เหยินปาเชียนจึงยื่นมือออกมาแล้วพูด “ผมสามารถให้มือเธอจับได้นะ แต่อย่าไปบีบให้แตกมันสิ”

 

มันไม่ใช่เรื่องตลก นั่นคือความรู้สึกที่แน่นอนของเขา มือของเขาไม่ได้แข็งเหมือนที่วางแขน และแม้แต่ที่วางแขนก็ยังถูกบีบจนแตกในทันที มือของเขาอาจจะถูกตัดออกก็เป็นได้หากมันเกิดขึ้นกับเขา

 

จักรพรรดินีเหลือบมองเขาแล้วหันออกไปมองนอกหน้าต่างต่อ ในที่สุดนางก็ปล่อยมือ และชิ้นส่วนที่วางแขนก็ร่วงลงบนพื้น

 

ในขณะนี้ ทั้งสองคนอยู่บนเครื่องบินจะที่บินไปยังหยาโจว

 

ก่อนหน้านี้ เหยินปาเชียนได้ถามออกมา “ฝ่าบาท อยากไปเที่ยวทะเลมั้ยขอรับ ?”

 

เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทั้งสองคนก็นั่งอยู่ในเครื่องบิน

 

พวกเขาต้องเดินทางไปหยาโจวเพื่อไปเที่ยวทะเลในช่วงฤดูนี้เพราะอาจจะแข็งตายที่ชายฝั่งทางเหนือได้ นอกจากนี้ในสภาพอากาศที่หนาวจัดเช่นนั้น จึงไม่ค่อยมีอะไรให้เที่ยวดูมากนัก

 

เหยินปาเชียนอยากรู้ว่าจักรพรรดินีจะรู้วิธีใส่ชุดว่ายน้ำหรือไม่ แต่นั่นเป็นเพียงแค่ความคิด ถ้าหากเขานำเรื่องนี้มาพูด เขาเชื่อว่าตนอาจจะถูกฆ่าตายได้

 

ก่อนหน้านี้ ตอนที่เขาแสดงวิธีการใส่บราให้นางดู โทรศัพท์มือถือของเขาก็ถูกทำลายในทันที

 

 

 

เมื่อเครื่องบินขึ้นไปบนเมฆ จักรพรรดินีก็เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ในขณะนั้น ก้อนเมฆมีลักษณะคล้ายกับผืนดินที่ลอยอยู่ได้สะท้อนลำแสงของดวงอาทิตย์ มันเป็นภาพที่งดงามมาก

 

หลังจากนั้นสักพัก เหยินปาเชียนก็เรียกแอร์โฮสเตสขณะที่หล่อนเดินผ่าน เขาชี้ไปที่ที่วางแขนแล้วพูดด้วยสีหน้าใสซื่อ “คุณภาพห่วยจัง เพียงแค่จับมันก็ดันแตกซะงั้น”

 

เมื่อมองไปที่พวกเขาทั้งสองคน ความประทับใจในตัวหญิงสาวชุดสีแดงก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นางทั้งสวยมากและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่กล้าหาญ แม้แต่กลิ่นอายของนางก็ยังแข็งแกร่งขึ้นด้วย แอร์โฮสเตสรู้สึกด้อยกว่าเมื่อหล่อนมองไปที่จักรพรรดินี เมื่อครู่นี้หล่อนกำลังพูดคุยกับแอร์โฮสเตสอีกหลายคนที่ห้องโดยสารด้านหลัง ซึ่งกำลังสงสัยกันว่าจักรพรรดินีมาจากตระกูลแบบไหน

 

หล่อนยังคงไตร่ตรองว่าเหยินปาเชียนพูดถึงอะไรเมื่อครู่นี้ที่เขาพูดว่าคุณภาพห่วยจัง แต่หลังจากที่เห็นว่าที่วางแขนถูกบีบจนแตกทั้งอัน แอร์โฮสเตสก็รู้สึกประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด หล่อนมั่นใจมากในคุณภาพของที่วางแขน มันจะถูกบีบจนแตกแบบนั้นได้อย่างไร ?

 

อย่างไรก็ตาม ความจริงก็อยู่ตรงหน้าหล่อนแล้ว

 

“ต้องขออภัยด้วยนะคะ คุณผู้ชายและคุณผู้หญิง” แอร์โฮสเตสกล่าวขอโทษก่อน ไม่ว่านางจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ที่วางแขนก็หักไปแล้ว มันไม่สามารถถูกบีบจนแตกด้วยพละกำลังของมนุษย์ อาจเป็นไปได้ว่าที่วางแขนมีปัญหาอยู่ก่อนแล้วซึ่งไม่ได้ตรวจพบ

 

หล่อนไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับค่าเสียหาย ยังไงซะเหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และหล่อนเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี หล่อนทำได้แค่ตรวจสอบกับทางบริษัทของตนหลังจากที่เครื่องบินลงจอดแล้วเท่านั้น

 

แต่เมื่อคิดดูแล้ว บริษัทก็คงจะไม่เรียกค่าเสียหายเช่นกัน การที่ที่วางแขนบนที่นั่งของเครื่องบินถูกบีบจนแตกด้วยกำมือของคนนั้นเป็นอุปสรรค์ที่ยิ่งใหญ่มาก ทางบริษัทจะโชคดีมากพอหากอีกฝ่ายไม่เผยแพร่เหตุการณ์ต่อสาธารณะ

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมแค่อยากให้คุณทำการตรวจเช็คให้มากกว่านี้ในวันหลัง” เหยินปาเชียนยิ้มอย่างอ่อนโยน

 

เหยินปาเชียนหัวเราะหลังจากที่แอร์โฮสเตสที่ตกตะลึงเดินออกไป เขาไม่เคยหลอกกล่าวหาใครอย่างนี้มาก่อน การเปลี่ยนแปลงในตัวเขายิ่งใหญ่ขึ้นทุกวันนี้

 

“การที่จะนั่งเจ้าสิ่งนี้มันแพงมั้ย ?” จักรพรรดินีหันหน้าไปถามเหยินปาเชียนหลังจากที่นางเริ่มเบื่อการดูก้อนเมฆแล้ว

 

เครื่องบินนั้นเปิดประสบการณ์ของนางอย่างแท้จริง นางไม่เคยจินตนาการว่าตัวเองจะขึ้นไปบนก้อนเมฆ ว่ากันตามตำนานของมหาจักรวรรดิเซี่ย มันเป็นสถานที่ที่พระเจ้าประทับอยู่

 

แต่ทว่าไม่มีพระเจ้าในโลกใบนี้ และดูเหมือนจะไม่ได้ยากเกินไปที่จะไปยังก้อนเมฆ

 

“คนธรรมดาทั่วไปที่มีเงินเดือนขั้นต่ำน่าจะสามารถนั่งได้ 2 เที่ยวล่ะมั้ง ? มันไม่น่าจะถือว่าแพงเกินไป มันจะรวดเร็วมากถ้าเธอต้องเดินทางไกลนะ จะใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงในการเดินทาง 3,000 กิโลเมตร”

 

จักรพรรดินีทำการคิดคำนวณในใจ ระยะทางจากตัวเมืองหลานถึงมหาจักรวรรดิเซี่ยประมาณ 1,500 กิโลเมตรมันจะใช้เวลาครึ่งเดือนด้วยรถม้า และทหารม้าที่เพิ่มความเร็วจะใช้เวลาประมาณ 4 วัน

 

และน่าจะใช้เวลาน้อยกว่า 4 ชั่วโมงที่จะครอบคลุมระยะทางในโลกนี้

 

นั่นคือพลังของเทคโนโลยีของโลกใบนี้

 

มันเป็นสิ่งที่ต้าเย่าขาดไป พลังที่จะล้ำหน้ากว่าแคว้นหยูน แคว้นเฉิน และมหาจักรวรรดิเซี่ย

 

 

 

เมื่อเครื่องบินมาถึงหยาโจวก็เป็นเวลา 4 ทุ่มแล้ว เหยินปาเชียนรู้สึกได้ถึงอากาศร้อนแรงทันทีที่เขาลงจากเครื่องบิน เขาออกจากสนามบินไปพร้อมกับจักรพรรดินีและเสื้อแจ็คเก็ตในมือ

 

ถึงแม้ว่ามันจะดึกแล้ว ข้างนอกก็ยังคงสว่างอยู่ นอกจากนี้อากาศที่บริสุทธิ์และสะอาด และบรรยากาศของวันหยุดทำให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลายในทันที

 

พวกเขานั่งรถแท็กซี่มาถึงโรงแรมไห่ยุ่นซึ่งได้จองไว้ล่วงหน้า พวกเขามีห้องสูทวิวทะเลสุดหรูพร้อมห้องนอน 2 ห้องและห้องนั่งเล่น 1 ห้อง เหยินปาเชียนวางสิ่งของลงแล้วไปที่หน้าต่างห้องนั่งเล่น เขาสามารถได้ยินเสียงคลื่นและได้กลิ่นของทะเล

 

เขาต้องการมาที่นี่ตั้งนานแล้ว

 

จักรพรรดินีหยุดอยู่ข้างเหยินปาเชียน ถึงแม้ว่านางจะมองไม่เห็นอะไรเลย แต่นางก็ได้ยินเสียงคลื่น

 

เท่าที่รู้เกี่ยวกับทะเล นางได้เห็นมันในหนังสือที่มีคำอธิบายน้อยมาก ความรู้ที่ลึกที่สุดที่นางมีในเรื่องของทะเลคือ เกลือนั้นสามารถสร้างขึ้นได้จากทะเล

 

ถ้าหากต้าเย่ามีทะเล ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเกลืออีกต่อไป

 

หลังจากที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างอยู่พักหนึ่งและรับประทานอาหารเย็นเสร็จ พวกเขาทั้งสองคนก็กลับไปที่ห้องของตัวเองเพื่อพักผ่อน

 

เหยินปาเชียนตื่นเช้าวันรุ่งขึ้นและยืนอยู่ตรงหน้าต่าง เขามองดูท้องฟ้าสีครามและเมฆสีขาวข้างนอก ด้วยสภาพอากาศที่แจ่มใสและสวยงามทำให้เขาอารมณ์ดีมาก

 

ในช่วงเวลานี้ของปี มันสบายกว่าเมื่อเทียบกับทางตอนเหนือ

 

ในขณะที่เขายืนอยู่ตรงนั้นแล้วมองออกไปข้างนอก มีคนที่ตื่นแต่เช้าแล้วเดินเล่นบนชายหาด

 

จักรพรรดินีดูทีวีอยู่บนโซฟาในตอนที่เขาออกมาจากห้อง นางตื่นขึ้นมาทุกเช้าเพื่อดูข่าวภาคเช้า นางจะได้รับความรู้เล็กน้อยจากข่าวทุกวัน แต่แทบจะไม่ถามเหยินปาเชียนเลย ส่วนมากนางจะเก็บไว้ในใจและจะถามเขาก็ต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น

 

นางเป็นเหมือนฟองน้ำดูดซับน้ำที่คอยทำความเข้าใจความรู้ในโลกทีละนิด

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่าถ้าหากนางต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมจริง ๆ จะให้ดีที่สุดสำหรับนางก็ควรเรียนรู้ภาษาเขียนของโลกนี้ และค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางอินเทอร์เน็ต วิธีการเรียนรู้แบบนั้นจะมีประสิทธิภาพมากกว่าทีวี แต่ไม่ต้องรีบร้อนเพราะจะมีเวลามากเกินพอในอนาคต

 

จะให้ดีกว่านี้ก็ควรจะสนุกสนานและเพลิดเพลินที่จุดท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อแห่งนี้ซะก่อน

 

หลังจากอาหารมื้อเช้า เหยินปาเชียนเปลี่ยนเป็นกางเกงขายาวกับเสื้อเชิ้ตในขณะที่จักรพรรดินียังสวมชุดสีแดง แล้วพวกเขาก็ออกไปเดินเล่น

 

โรงแรมมีสภาพแวดล้อมที่ดีทีเดียว มีความเขียวชอุ่มภายในสนามหญ้า และยังมีสระว่ายน้ำด้วย ทุกคนที่เดินอยู่รอบ ๆ คือนักท่องเที่ยวซึ่งดูผ่อนคลายมาก

 

หลังจากที่ออกไปข้างนอกโรงแรม ข้างหน้าของทั้งสองคนคือชายหาดที่เต็มไปด้วยหาดทรายสีขาวและทะเลสีครามที่มีเด็ก ๆ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน

 

เกือบทุกคนต่างยิ้มด้วยความสุขและความพอใจ

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top