ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 167: ถ่ายภาพ

 209 Views

หลังจากผ่านไป 1 ชั่วโมง เหยินปาเชียนก็ได้รับข้อความ เขาจึงโทรไปที่เบอร์โทรของผู้ส่ง หลังจากนั้นไม่นาน ชายวัยกลางคนก็รับสาย

 

หลังจากที่ทักทายกัน เหยินปาเชียนก็บอกกับชายคนนั้นว่าตนทำบัตรประจำตัวประชาชนของตัวเองหายไปขณะที่ย้ายกลับมาจากต่างประเทศ ตนจึงกลายเป็นผู้พักอาศัยที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน

 

ในความเป็นจริง ทั้งสองฝ่ายต่างรู้ความจริงของเรื่องนี้อย่างชัดเจน ยังไงซะต่อให้เหยินปาเชียนทำบัตรประจำตัวประชาชนของตัวเองหายไปจริง เขาก็สามารถไปเอาบัตรแทนจากสถานที่ที่เคยทำมาได้

 

อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไร หลังจากที่ทำการนัดหมายกับเหยินปาเชียนแล้ว เขาจึงวางสายไป

 

ในขณะที่เหยินปาเชียนกำลังโทรอยู่ จักรพรรดินีก็อยู่ไม่ได้ไกลจากเขามากนัก เมื่อเขาเห็นนางมองตน เขาจึงยิ้มแล้วอธิบาย “บัตรประชาชนสามารถช่วยพวกเราจากปัญหามากมาย ยิ่งไปกว่านั้น ฝ่าบาทมิประสงค์จะเห็นโลกใบนี้มากกว่านี้หรือขอรับ ? ถ้าพวกเราต้องการที่จะขึ้นเครื่องบินหรือไปต่างประเทศ พวกเค้าจะต้องใช้หลักฐานยืนยันตัวตนของฝ่าบาทแน่นอนขอรับ กฎระเบียบเรื่องตัวตนในโลกนี้เข้มงวดมาก เพียงแค่ใช้อินเทอร์เน็ต ก็สามารถตรวจสอบตัวตนของฝ่าบาทได้อย่างง่ายดายขอรับ”

 

จักรพรรดินีพยักหน้า ระดับความเข้าใจทางโลกใบนี้ของนางนั้นต่ำมาก โชคดีที่นางมีคนที่เข้าใจโลกใบนี้เป็นอย่างดี มันจะดีที่สุดเลยถ้าหากนางทำตามข้อตกลงของเขา

 

“ฝ่าบาท ขอข้าน้อยถ่ายรูปหน่อยขอรับ”

 

เหยินปาเชียนยิ้มและเศร้าในทันที

 

“ว่าอย่างไรนะ ?” จักรพรรดินีเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูงุนงง

 

เหยินปาเชียนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปห้อง จากนั้นเขาก็ยื่นให้จักรพรรดินีแล้วพูดออกมา “มันสามารถเก็บภาพและแสดงภาพได้เหมือนกับทีวี ข้าน้อยมีความรู้สึกว่ามันสามารถเก็บรักษาช่วงเวลาที่งดงามที่สุดของฝ่าบาทได้ขอรับ”

 

จักรพรรดินีมองดูรูปภาพบนโทรศัพท์มือถือของเหยินปาเชียนและเปรียบเทียบกับมุมห้องที่เขาถ่ายรูป นางถามออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น “มันทำได้อย่างไรกัน ?”

 

“มันสามารถเก็บภาพได้เหมือนกับดวงตามนุษย์ขอรับ ในความเป็นจริงแล้ว ที่เราสามารถมองเห็นได้ก็เพราะแสงจากวัตถุสามารถเคลื่อนที่ผ่านที่ว่างมาเข้าดวงตาของเราขอรับ เมื่อแสงมาถึงดวงตาของเราแล้ว สัญญาณจะถูกส่งไปยังสมองของเรา และสมองของเราก็จะถอดรหัสข้อมูลเพื่อตรวจจับลักษณะ ที่ตั้ง และการเคลื่อนไหวของวัตถุที่เรากำลังมองดูอยู่ กล้องถ่ายรูปหรือกล้องโทรศัพท์มือถือนั้นทำงานด้วยหลักการเดียวกัน มันสามารถจับแสงจากวัตถุและสร้างภาพของวัตถุนั้นได้ขอรับ”

 

จักรพรรดินีขมวดคิ้วแล้วไตร่ตรองคำพูดของเหยินปาเชียนอยู่พักหนึ่ง สีหน้าของนางเยือกเย็นลงขณะที่นางพูด “ข้ายังไม่เข้าใจอยู่ดี เจ้าสิ่งนี้จะดูดวิญญาณของข้ามั้ย ?”

 

เหยินปาเชียนเกือบกระอักเลือดออกมาเมื่อเขาได้ยินคำนี้ สีหน้าตกตะลึงปรากฏขึ้นบนหน้าเขาทันที เขาคิดไม่ถึงว่าจักรพรรดินีจะมีด้านที่ทึ่มได้ขนาดนี้

 

 

 

หลังจากที่ใช้เวลาและความพยายามอย่างมากในการอธิบายทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังการถ่ายรูปที่เขาพบในอินเทอร์เน็ต ในที่สุดเหยินปาเชียนก็ทำให้จักรพรรดินีเชื่อว่ากล้องถ่ายรูปจะไม่ดูดวิญญาณของนางและจะถ่ายแต่รูปของนางเท่านั้น

 

ในขณะเดียวกัน เขาถ่ายรูปตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น

 

“ยังไงซะเมื่อกาลเวลาผ่านไป รูปร่างหน้าตาของคน ๆ หนึ่งจะเปลี่ยนไปเสมอ ผู้คนและสิ่งต่าง ๆ รอบตัวจะไม่คงอยู่ถาวร ยังไงก็เถอะ พวกเราจะถ่ายรูปเพื่อเก็บรักษาช่วงเวลาที่งดงามและมีค่าในชีวิตของพวกเรา นอกจากนี้จะต้องใช้รูปของฝ่าบาทเพื่อทำบัตรประชาชนให้ฝ่าบาทขอรับ”

 

หลังจากเวลาผ่านไปนาน ในที่สุดจักรพรรดินีก็พยักหน้า ซึ่งสื่อว่านางเชื่อเขาแล้ว

 

มันยากมากที่จะได้รับความไว้วางใจจากนาง

 

ยังไงซะจักรพรรดินีก็ไม่เข้าใจวิทยาศาสตร์และความสำคัญของการถ่ายภาพ

 

เหยินปาเชียนย่อตัวลงหน้าจักรพรรดินีและถ่ายรูปขณะที่นางอยู่นิ่ง ดูจากกำมือของนางที่กำไว้แน่นแล้ว เขาสามารถบอกได้ว่านางกังวลนิดหน่อย

 

จากนั้นเหยินปาเชียนก็โชว์รูปครึ่งตัวที่เขาถ่ายนางให้ดู เมื่อนางรู้สึกว่าไม่มีอะไรผิดปกติกับร่างกายของตัวเอง ในที่สุดนางก็รู้สึกสบายใจ

 

“ยิ้มหน่อยขอรับ” เหยินปาเชียนวิ่งกลับไปแล้วเล็งกล้องไปหาจักรพรรดินีที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาอีกครั้ง สิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือสีหน้าท่าทางอันเยือกเย็น

 

เมื่อได้เห็นแสงอาทิตย์ที่สาดมาบนตัวหญิงสาวในชุดแดงที่งดงามซึ่งเรือนร่างส่วนบนเปล่งประกายแล้ว เหยินปาเชียนก็มีอารมณ์ เขาถ่ายรูปจักรพรรดินีหลายรูปจากมุมต่าง ๆ จากนั้นเขาก็ไปนั่งข้างจักรพรรดินีแล้วพูดออกมา “ฝ่าบาท มันสามารถเก็บภาพช่วงเวลาที่งดงามที่สุดของฝ่าบาทและเก็บรักษาไว้ถาวรขอรับ ข้าน้อยต้องการให้ทุกคนในต้าเย่าและโลกนั้นได้เห็นว่าฝ่าบาทนั้นงดงามเพียงใดขอรับ”

 

“ข้าได้กินตัวอ่อนหยกมาก่อนหน้านี้ ข้าจะไม่แก่ลง” จักรพรรดินีพูดอย่างเย็นชา

 

เหยินปาเชียนยังไม่รู้ว่าตัวอ่อนหยกคืออะไร ในตอนนั้นที่หงอู่มอบตัวอ่อนหยกแด่จักรพรรดินี ไม่มีใครบอกเขาว่ามันคืออะไร

 

เพราะฉะนั้นเมื่อเขาได้ยินคำพูดของจักรพรรดินี เขาจึงตกใจ หลังจากที่ถามเรื่องนี้ ในที่สุดเขาก็ได้รู้ถึงประโยชน์ที่ได้จากการกินตัวอ่อนหยก ในโลกนั้น ตัวอ่อนหยกเป็นสมบัติล้ำค่าที่ผู้ปกครองและสามัญชนครอบครองไว้

 

น่าเสียดายที่ตัวอ่อนหยกนั้นหายากมาก มิฉะนั้นเมื่อตอนที่หงอู่มอบมันแด่จักรพรรดินีเป็นของขวัญวันเกิด ทุกคนก็คงไม่อุทานด้วยความอิจฉาและแปลกใจกันหรอก

 

เหยินปาเชียนดูรูปจักรพรรดินีในโทรศัพท์มือถือ เขาต้องการที่จะเก็บภาพและแต่งภาพช่วงเวลาที่งดงามที่สุดของจักรพรรดินี แล้วนำไปติดไว้บนกำแพงทุกแห่งทั่วโลก เขาต้องการให้ทุกคนได้เห็นว่าจักรพรรดินีแห่งต้าเย่านั้นงดงามเพียงใด

 

เขารู้สึกว่ามันน่าจะเป็นความคิดที่ดีที่จะติดรูปของนางไว้บนกำแพงเมืองต้าเย่า อย่างไรก็ตาม เขาไม่รู้ว่าผู้คนจะเห็นว่ามันดูไม่ดีหรือเปล่า

 

ในตอนนี้เหยินปาเชียนค่อนข้างที่จะมีความคิดในการเผยความสง่างามของจักรพรรดินี

 

 

 

เหยินปาเชียนเพลิดเพลินไปกับการถ่ายรูปจักรพรรดินีมาเกือบครึ่งวัน จักรพรรดินีก็ไม่ได้สนใจเขาแต่อย่างใด หลังจากที่เขาพอใจแล้ว เขาก็ดูเวลา มันใกล้เวลาที่เขาจะออกเดินทางไปตามสถานที่ที่นัดพบชายคนนั้นแล้ว เขาวางโทรศัพท์มือถือแล้วบอกจักรพรรดินี “ฝ่าบาท พวกเราจะสร้างบัตรประชาชนของฝ่าบาทก่อนที่จะไปเดินเล่นในเมืองนะขอรับ”

 

หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เหยินปาเชียนจึงลงมาพร้อมกับโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องในมือ มันเป็นโทรศัพท์มือถือที่เขาเตรียมไว้ให้จักรพรรดินีก่อนหน้านี้ มีสิ่งเดียวที่บันทึกไว้คือเบอร์โทรของเขา

 

“ฝ่าบาท ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นข้างนอกและพวกเราพลัดจากกัน มันจะง่ายกว่ามากที่พวกเราจะติดต่อกันหากฝ่าบาทมีเครื่องนี้ขอรับ” เหยินปาเชียนยื่นโทรศัพท์มือถือไปให้จักรพรรดินี

 

จักรพรรดินีสงสัยเกี่ยวกับอุปกรณ์ชิ้นนี้มาสักพักแล้ว ต่อให้มีขนาดเล็กมาก แต่มันก็ทำให้คนหนึ่งสามารถพูดคุยกับอีกคนที่อยู่ห่างไกลได้ ถ้าหากกองทัพของนางพกอุปกรณ์นี้ไว้ การสื่อสารก็จะสะดวกยิ่งขึ้น

 

“ข้าจะใช้มันอย่างไรล่ะ ?” จักรพรรดินีเงยหน้าขึ้นถาม นางไม่เข้าใจอะไรในโลกนี้เลย ในขณะที่รู้สึกถึงความแปลกใหม่ นางก็รู้สึกอึดอัดใจ มันนานมากแล้วตั้งแต่ที่นางรู้สึกหมดหนทางขนาดนี้

 

เหยินปาเชียนสาธิตวิธีการใช้โทรศัพท์มือถือให้จักรพรรดินีดู ในขณะเดียวกันเขาก็โทรเข้าเบอร์โทรของตัวเอง นำโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ไปไว้ข้างหูของจักรพรรดินีแล้วรับสาย

 

“ฝ่าบาท” เหยินปาเชียนนั่งอยู่ข้างจักรพรรดินี เขาได้กลิ่นหอมจากตัวของนาง รอยยิ้มอันอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนหน้าของเขา

 

เมื่อจักรพรรดินีได้ยินว่าเสียงที่ออกมาจากโทรศัพท์มือถือนั้นเหมือนกับเสียงของเหยินปาเชียน นางจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู จากนั้นนางก็ทำตามขั้นตอนที่เหยินปาเชียนสอนนางซ้ำไปซ้ำมา

 

การที่จักรพรรดินีถูกคลุมด้วยเสื้อโค้ตขนสัตว์สีน้ำตาลเข้มในครั้งนี้ ได้ทวีความรุนแรงให้กับความเยือกเย็นที่นางหลั่งออกมา

 

ตอนนี้เป็นช่วงกลางเดือนมีนาคม ถึงแม้ว่ามันจะยังเย็นอยู่ แต่ก็จะรู้สึกสบายเมื่อแสงอาทิตย์อบอุ่นส่องลงมาหา

 

เมื่อเทียบกับช่วงฤดูหนาวแล้ว ถนนในเดือนมีนาคมนั้นมีชีวิตชีวาและสวยงามกว่ามาก

 

หลังจากฤดูหนาวอันทรหด ทุกคนก็รู้สึกมีพลังขึ้น ทำให้พวกเขาดูมีพลังมากกว่าในช่วงฤดูหนาว สีหน้าที่ดูผ่อนคลายสามารถเห็นได้จากหน้าของคนเดินถนนจำนวนมากที่ผ่านไปผ่านมา

 

หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาทั้งสองก็มาถึงสำนักกิจการพลเรือน เหยินปาเชียนหันกลับไปพูด “ฝ่าบาท รอข้าน้อยตรงนี้ได้มั้ยขอรับ ? ข้าน้อยไม่คิดว่าฝ่าบาทจะชอบบรรยากาศที่พลุกพล่านข้างในนั้นนะขอรับ”

 

“ข้าขอตามเจ้าไป ข้าต้องการดูว่าสิ่งต่าง ๆ ที่นี่ทำงานอย่างไร” จักรพรรดินีส่ายหน้าแล้วพูดออกมา

 

หลังจากผ่านไป 1 ชั่วโมง ทั้งสองคนก็เดินออกมาจากสำนักกิจการพลเรือน เหยินปาเชียนได้รับบัตรประจำตัวประชาชนชั่วคราวที่มีชื่อ “ฉีจี่เซียว” เขียนไว้อยู่ในมือของเขา

 

เมื่อครู่นี้ ตามที่เหยินปาเชียนคาดไว้ บุคคลที่รับผิดชอบตกตะลึงเมื่อเขาได้เห็นจักรพรรดินี คนที่จัดการกับผู้คนจากทุกแวดวงจะไม่เห็นว่าฉีจี่เซียวเป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดาได้อย่างไร

 

บุคคลที่ไม่ธรรมดาเช่นนี้จะเป็นผู้พักอาศัยที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนได้อย่างไร

 

เรื่องนี้จะต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่อย่างแน่นอน

 

โชคดีที่สุดท้ายแล้วทุกอย่างถูกจัดการโดยไม่มีข้อผูกมัด ในที่สุดจักรพรรดินีก็ได้เป็นประชากรของโลกแล้ว

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top