ขนาดตัวอักษร

TERTA:บทที่ 18 ข้อผิดพลาด

 21 Views

TERTA:บทที่ 18 ข้อผิดพลาด

“ระวังด้วย!

ผู้ใช้ปราณระดับสองเตือนทุกคนหลังจากที่ได้เห็นกระบวนท่าเหล่านั้น เขาโต้ตอบการกระทำนั้นได้อย่างรวดเร็วทันทีที่หลีเย่พุ่งออกมาจากโล่ ก็มีแสงสีเหลืองปรากฎจากแขนเสื้อของเขาไปทางหลีเย่

“ผนึกพันธนาการ จงระเบิด!

ผู้ใช้ปราณคนนั้นสะบัดนิ้วและแทงไปข้างหน้า แสงสีเหลืองนั่นระเบิดตัวเองออกมา โซ่สีขาวจำนวนเจ็ดเส้นกระจายตัวพุ่งไปทางหลีเย่

โซสีขาวนั่นพุ่งเข้าใกล้หลีเย่อย่างรวดเร็วจนมีเส้นหนึ่งเกือบจะจับเขาได้แล้ว

หลีเย่ที่เพิ่งออกมาจากค่ายกลใหญ่นั่นไม่สามารถหลบได้กลางอากาศแน่ๆ เขาจะต้องโดนพลังปราณทั้งหลายรุมจนตายแน่ๆ

ถึงกระนั้นหลีเย่ก็ไม่ได้กลัวสิ่งใดเลย เขาออกหมัดระเบิดต่อไปไม่หยุดพร้อมกับตะโกน “แตกสลาย!

ท่ามกลางเมฆสีม่วงเหล่านั้นหมัดของหลีเย่พุ่งไปราวกับมังกร โซ่สีขาวโดนหมัดของหลีเย่เข้าไปและสลายหายไปกลางอากาศ

จากนั้นหลีเย่จึงออกหมัดอีกครั้ง

“อะไรกัน! ผู้ใช้ปราณเปลี่ยนสีหน้าทันที และเขาก็ชักดาบออกมาพร้อมๆกัน

หมัดของหลีเย่กระทบกับดาบยาวนั่นจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นจนดาบหักกลับไปด้านหลัง คลื่นพลังปราณปะทะกันรุนแรงมากจากจุดปะทะส่งให้ผมแสนยาวของเขากระพรือไปข้างหลัง

ผู้ใช้ปราณคนนั้นหน้าซีด เขาสัมผัสได้ได้ถึงพลังที่ทะลุเข้าไปยังช่วงท้องของเขา เลือดกระอักออกมาจากปาก เขารีบถอยขึ้นไปบนยอดประตู

เขาคือคนแรกที่ไม่ได้รับบาดเจ็บหนักจากการโจมตีของหลีเย่ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในระดับเดียวกันก็ตาม เขาหันไปพูดกับหลีเย่ “ข้าก็นึกว่าเจ้าจะเก่งกว่านี้เสีย ที่ไหนได้เจ้ามันก็แค่ระดับธรรมดาๆนี่หว่า”

เขาหันไปมองพรรคพวก “พวกเจ้ารออะไรกันอยู่? ใช้ระเบิดฆ่าเขาสิ!

เพื่อนของเขาเล็งไปที่หลีเย่ตั้งนานแล้ว แต่กำลังรอจังหวะดีๆอยู่

แต่ในขณะที่พวกเขากำลังสนใจหลีเย่

“ระวัง!

“ข้างหลังเจ้า!

พวกเขาเตือนถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว

ฉางกวงในชุดเกราะอย่างดีกระโดดพุ่งออกมาจากค่ายกลใหญ่นั่นและใช้ดาบของเธอฟันไปที่ผู้ใช้ปราณคนนั้น

ดาบที่ตีมาอย่างดีของเธอวาดวงอย่างสวยงามกลางอากาศ ฟาดฟันใส่ผู้ใช้ปราณที่ไม่สามารถหลบได้ทันเวลา และเขาก็ได้แต่กรีดร้องอ้อนวอนขอชีวิต

“อั่ก!

ดาบนั่นฟันลงไปเหนือหัวไหล่ของเขา และมันตัดตรงลงไปจนแขนซ้ายของเขาขาดออกมา

เลือดสีแดงพุ่งกระจายไปทั่วบริเวณ

ผู้ใช้ปราณคนนั้นกรีดร้องยกมือขึ้นกุมบาดแผลพร้อมกับร่วงหล่นลงมา

แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่ว่าเขาไม่ได้ร่วงลงไปในค่ายกลใหญ่นั่น

“มันเกิดขึ้นได้ยังไง?”

“มีคนอื่นที่ใช้ปราณได้ในตำหนักอันนอกจากหลีเย่อีกงั้นเหรอ?!

ผู้บุกรุกเริ่มร้องออกมาด้วยความกลัว

ในตอนนี้ฉางกวงได้กลายเป็นผู้ใช้ปราณระดับเริ่มต้นแล้ว

การที่ต้องมารับมือกับหลีเย่ที่มีค่ายกลใหญ่นั่นก็ลำบากมากพอแล้ว นี่ยังต้องมารับมือกับคนที่ใช้ปราณได้อีกคนอย่างนั้นเหรอ?

แน่นอนว่าไม่มีใครรู้หรอกว่าฉางกวงได้ยินยาเม็ดนั่นเพื่อช่วยเร่งกระบวนการฝึกปราณของเธอ

ฉางกวงรีบวิ่งกลับเข้าไปในค่ายกลนั่นทันทีไม่รีรอให้พวกผู้บุกรุกได้ใช้โอกาสโจมตี

“ฆ่าหลีเย่ด้วยระเบิดซะ!

หลีมูเชาตะโกนจากหน้าประตู

ฉางกวงพุ่งออกมาโจมตีและกลับเข้าไปในค่ายกลอยู่ต่อเนื่อง ทำให้พวกผู้ใช้ปราณไม่สามารถตอบโต้กลับได้ ถึงกระนั้นหลีเย่เองก็ยังเป็นเป้าหมายหลักของพวกเขาอยู่ดี

“ใช้กระบวนท่าประสานการโจมตี! ปิดทางหนีของเขาซะ!

ผู้ใช้ปราณพวกนั้นเป็นคนฉลาด การที่หลีเย่นั้นซุ่มโจมตีด้วยค่ายกลใหญ่นั่นหมายความว่าเขาต้องใช้ค่ายกลนี้ในการป้องกันตัวเองพร้อมๆกับธนูพวกนั้น  เขาต้องโจมตีและถอยเป็นจังหวะที่ถูกต้องไม่งั้นจะถูกรุมโจมตีได้ แต่ในคราวนี้ผู้ใช้ปราณทั้งแปดคนกำลังจะเล็งไปที่ทางหนีเข้าไปยังค่ายกลของหลีเย่

“ลงนรกไปซะ!

ฉางกวงพุ่งออกไปโจมตีในจังหวะที่ผู้ใช้ปราณเคลื่อนไหวพอดี ทุกๆกระบวนท่าถูกปล่อยออกไปพร้อมๆกันจนแสงสว่างวูบวาบไปทั่วบริเวณ

ในจังหวะนั้นผู้ใช้ปราณทั้งหลายต่างก็เห็นว่าหลีเย่น่าจะไม่รอดจากการโจมตีของพวกเขาแน่

และเมื่อแสงพวกนั้นหายไป ก็ปรากฎเป็นค่ายกลใหญ่อยู่ท่ามกลางพวกเขาทุกคน ผิวของโล่สีน้ำเงินขยับราวกับเป็นคลื่นน้ำ แต่พวกเขากลับไม่เห็นหลีเย่เลย

ทุกคนเห็นแค่เพิ่งเสื้อของหลีเย่อยู่ตรงกลางเท่านั้น

จากนั้นหลีมูเชาก็ตะโกนมาจากระยะไกล “เขาอยู่ตรงนั้น!

ก่อนที่ผู้ใช้ปราณของเขาจะทันได้โต้ตอบ พวกเขาก็เห็นเมฆสีม่วงลอยขึ้นมาอีกครั้ง

มันเป็นภาพที่พวกเขาไม่อยากจะเห็นมันที่สุดในการต่อสู้นี้ เพราะถ้ามีการใช้วิชานี้ทีไรจะต้องมีคนเจ็บตัวแน่ๆ และการที่มันเกิดภาพนี้ขึ้นกลางอากาศทุกคนจึงไม่สามารถทำอะไรกับมันได้เลย

กลายเป็นว่าฉางกวงที่ร่วมมือกับหลีเย่นั้นสามารถทำกระบวนท่าการโจมตีที่เหนือความคาดหมายได้ ทั้งสองไม่ได้กลับเข้าไปในค่ายกล แต่หลีเย่ใช้ฉางกวงในการหลอกล่อพวกเขา และตัวเขาเองก็กระโดดขึ้นไปด้านบนเพื่อดักโจมตีผู้บุกรุก

ตามมาด้วยเสียงระเบิดพร้อมด้วยคลื่นกระแทกใส่ผู้ใช้ปราณคนหนึ่งจนร่างของเขาบิดเบี้ยวไป

คราวนี้ผู้ใช้ปราณทุกคนเห็นว่าหลีเย่อยู่ข้างหลังแล้ว แต่ก็ไม่สามารถขยับตัวได้

นั่นเป็นเพราะว่าหลีเย่เข้าไปรวบตัวพวกเขาและพาลงเข้าไปในค่ายกลใหญ่นั่นด้วยกัน

อีกอย่างหลีเย่นั้นเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วมาก ถ้าพวกเขาจะโจมตีหลีเย่ต้องใช้อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่วิชาปราณที่ต้องเสียเวลาในการร่าย

“เขาทำได้ไง?”

“เป็นไปไม่ได้!

“มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้!

ผู้บุกรุกทุกคนใบหน้าซีดเผือก พวกเขาอยากจะสับหลีเย่ให้เป็นชิ้นๆแต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรหลีเย่ได้เลย พวกเขาเกลียดในความอ่อนแอของตัวเองที่สุด

ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่าหลีเย่จะสามารถเรียนรู้พลังปราณและใช้มันได้อย่างเก่งกาจขนาดนี้

ก่อนหน้านี้ที่เขาทำการโจมตีพวกระดับสองไปนั้นก็เรียกความสนใจได้มากพอแล้ว และคราวนี้ดันเป็นฉางกวงที่สามารถโจมตีพวกเขาในดาบเดียวได้อีก และเมื่อพวกเขาหันไปเพ่งเล็งฉางกวง หลีเย่ก็สบโอกาสใหญ่

การประสานการโจมตีระหว่างเจ้าตำหนักและหัวหน้ากองทหารนั้นทรงพลังยิ่ง แถมการที่พวกเขาเคยเป็นสหายร่วมรบมาก่อนทำให้พวกเขาสามารถจูนความเข้าใจกันและสามารถออกกระบวนท่าที่ไม่ขัดขากันเองได้

หลีเย่กลับมาที่ค่ายกลและสังหารคนที่จับมาได้ในดาบเดียว ผู้ใช้ปราณทุกคนเริ่มตัวสั่นเท่าด้วยความกลัว ในตอนนี้พวกเขาทำอะไรไม่ถูกนอกจากได้แต่ยืนกลัวอยู่อย่างนั้น

มาถึงขั้นนี้แล้วยังจะไม่ให้พวกเขากลัวอีกเหรอ!

ในบรรดาทั้งหมด 13 คน มีผู้ใช้ปราณระดับสองอยู่จำนวนหนึ่ง แต่พวกเขาก็ถูกฆ่าโดยคนที่เพิ่งจะเข้าสู่ระดับสองอย่างหลีเย่จนเกือบหมดสิ้น เหลือแค่เพียงสี่คนจากทั้งหมด13 คนแล้วในตอนนี้

กำลังรบของพวกเขาลดทอนลงเหลือแค่เพียง 1 ใน 3 ด้วยเวลาเพียงแปปเดียว

คนที่เก่งกาจที่สุดอย่างหลีมูเชาก็หมดสภาพอยู่ที่หน้าประตู แค่จะยืนยังทำไม่ได้เลย

ถ้านี่เป็นการศึกสงครามแล้วล่ะก็ ถ้ากองทัพเสียทหารไปจนเหลือแค่ 1 ใน 3 นั้นก็ควรที่จะเรียกให้ล่าถอยกลับมาตั้งหลักกันก่อนได้แล้ว

ก่อนที่พวกเขาจะมาที่นี่ ไม่มีใครคิดมาก่อนว่าหลีเย่จะแข็งแกร่งได้เพียงนี้ ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังไม่คิดว่าหลีเย่จะมีอุปกรณ์เวทย์มนต์ที่เอาไว้ใช้เรียกค่ายกลใหญ่ได้อีก!

และไม่เพียงเท่านั้นหลีเย่ยังใช้ค่ายกลนั่นเพื่อเสริมพลังของตัวเองเข้ากับทหารยามของตำหนักอันเพื่อการโจมตีที่ทรงพลังอีกด้วย

นี่หลีเย่ยังเป็นเป้าหมายของพวกอยู่อีกงั้นเหรอ?

หลีมูเชามองจากด้านบนประตูด้วยใบหน้าที่ซีดเผือก เขามองภาพที่กำลังเกิดขึ้นด้วยสายตาที่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้

เขาเองก็ไม่ใช่คนโง่เขลา เขารู้ว่าหลีเย่ไม่สามารถวางแผนตอบโต้ได้เร็วขนาดนี้หรอก หลีเย่ต้องรู้และเตรียมการมาก่อนหน้านี้แล้ว แถมยังใช้ค่ายกลใหญ่ผสานการโจมตีกับทหารประจำตำหนักได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ข่าวลือที่ว่าหลีเย่เป็นคนไร้ค่าใช้ปราณไม่ได้เป็นเวลา 20 ปีที่เล่าผ่านกันมาคืออะไรกัน

หลีมูเชาคิดว่าคนที่ปล่อยข่าวลือปลอมๆนี้ต้องเป็นคนที่โง่ที่สุดในแผ่นดินนี้แล้วแน่ๆ แถมคนที่เชื่อข่าวลือนั่นก็ยิ่งโง่กว่าอีก

ซึ่งหลีมูเชาก็คือหนึ่งในนั้น

เขาเชื่อว่าหลีเย่นั้นไม่มีอะไรดีไปทุกอย่าง

เขาคิดว่าข่าวลือนั่นคือที่สุดแห่งความเขลาแล้วด้วยซ้ำ

หลีเย่สามารถประสานการโจมตีของเขาร่วมกับเหล่าทหารในตำหนักอย่างไม่มีผิดพลาดได้ยังไงกัน?

ถ้าไม่มีอะไรแบบนั้นเกิดขึ้นแล้วล่ะก็ ป่านนี้หลีเย่คงถูกฆ่าตายหรือไม่ก็ผู้ใช้ปราณทั้งหลายก็คงไม่ถูกกำจัดไปถึง 13 คนขนาดนี้หรอก

คิดแบบนั้นได้ หลีมูเชาก็เริ่มตัวสั่นไปหมดทั้งร่าง

พวกเขาประเมินหลีเย่ต่ำไป ไม่มีใครคาดเดาพลังของเขาถูกเลยซักคน

หลีเย่นั้นแข็งแกร่งมาก

และเบื้องหลังของเขานั้นเต็มไปเปี่ยมไปด้วยพลังลึกลับ

พลังที่ราวกับว่าถูกปลดปล่อยออกมาจากความมืดมิด

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top