ขนาดตัวอักษร

TERTA:บทที่ 15 ไหวพริบ

 86 Views

TERTA:บทที่ 15 ไหวพริบ

ตรงหน้าของเขา กลุ่มเมฆสีม่วงเริ่มก่อตัวขึ้น หมัดของหลีเย่เข้าใกล้ถึงหน้าอกเขาแล้ว!

ซูเช่าหลีหัวใจเต้นระรัว และพยายามร่ายวิชาต่อ

“โล่ปราณ…” เขาตะโกน

พร้อมด้วยเสียงปะทะกันของหมัดมวลเมฆากับโล่ปราณ หมัดของหลีเย่ทะลุไปกระแทกบนอกของซูเช่าหลี

ซูเช่าหลีรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า เครื่องในของเขาถูกทำลายเกือบทั้งหมด เขากระอักเลือดออกมาและไม่สามารถใช้พลังปราณได้อีกต่อไปพร้อมกับกระเด็นออกไป

“รวดเร็วมาก! แถมด้วยวิชานั่น เป็นไปไม่ได้…” ซูเช่าหลีพยายามทรงตัวขึ้นมาและก็สลบไปบนพื้นทั้งๆที่ยังมีหน้ามึนงงอยู่

ดูเหมือนว่าการต่อสู้นี้น่าจะยาวนาน แต่หลีเย่สามารถจบมันลงได้อย่างรวดเร็ว เขาสามารถล้มระดับสองได้สองคนด้วยวิชาธรรมดาๆเท่านั้น

หลังจากซูเช่าหลีพ่ายแพ้ไป ผู้ใช้ปราณระดับหนึ่งที่เหลืออยู่สองคนก็ตัวแข็งทื่อ

พวกเขาโจมตีอย่างบ้าระห่ำ คนแรกใช้เคล็ดวิชาเพลิงโลกันต์ และอีกคนใช้ดาบปราณวายุ แต่ทว่าพลังของพวกเขาก็หายไปในอากาศเมื่อหลีเย่สะบัดแขนเสื้อ

ผู้ใช้ปราณทั้งสองมองหน้าหลีเย่ราวกับว่าเห็นผี

ไหนบอกว่าหลีเย่ปราบหลิวได้เพราะค่ายกลเล็กๆนั่นไง?

แล้วไหนล่ะน้ำเต้าที่บรรจุค่ายกลนั่น? แล้วค่ายกลด้วยล่ะ? ทำไมถึงไม่เห็นมันอยู่แถวนี้กันล่ะ?

ซูเช่าหลียังไม่ทันได้หยิบธงค่ายกลออกมาก็สลบไปเสียแล้ว

ทั้งสองมองหน้ากันเองด้วยความงุนงง และไม่นานนักก็รู้คำตอบ

ในจังหวะหลีเย่หันมามองพวกเขา ทั้งสองก็ได้ใช้พลังปราณและพยายามกระโดดหนีข้ามกำแพง

ข้อมูลผิดพลาดแน่ๆ พวกเขาสู้องค์รัชทายาทไม่ได้ในตอนนี้!

พวกเขาตะโกนใส่หยกสื่อสารไปถึงหลีเหยา “ซูเช่าหลีแพ้ไปแล้วขอรับ หลีเย่แข็งแกร่งเกินไป…”

“อยู่นิ่งๆซักหน่อยไม่ได้รึไง” หลีเย่รู้อยู่แล้วว่าทั้งสองคนจะต้องหนี เขาใช้เคล็ดวิชาเพลิงโลกันต์ส่งลูกไฟสองลูกไปทางพวกนั้น

ถึงจะมีแค่สองลูก แต่ลูกไฟเหล่านั้นกลับใหญ่กว่าของซูเช่าหลีสองเท่าแถมยังเร็วกว่าสองเท่าอีกด้วย

ผู้ใช้ปราณระดับหนึ่งสัมผัสได้ถึงอันตราย พวกเขารีบหันกลับมากางโล่ปราณใส่ทันที

แต่ทว่าลูกไฟทั้งสองนั่นก็พุ่งทลายโล่ของพวกเขาจนแตกกระจาย ทำให้ตัวของพวกเขาติดไฟร่วงลงมาจากกำแพง

หลีเย่เก็บมือของเขาพร้อมกับส่ายหัว “ปราณของข้ายังต่ำเกินไป ถึงแม้ว่าจะพยายามฝึกใช้มันก็เถอะ แต่วิชาของข้าก็ยังอ่อนเกินไป ถ้าข้าไม่ได้กลับมาเกิดใหม่ที่ชาตินี้ล่ะก็ไฟของข้าคงเผาคนพวกนนั้นจนกลายเป็นจุลไปแล้ว”

ณ ตำหนักซิง

หลีเหยากำลังตะลึงจากคำพูดที่ผ่านหยกสื่อสาร ก่อนที่จะดึงสติกลับมาได้พร้อมกับความโกรธ

เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทุกอย่างที่นั่นผ่านทางหยกสื่อสาร เขาได้ยินทุกอย่างราวกับว่ากำลังดูถ่ายทอดสด

หลีเหยานั่งที่เก้าอี้ด้วยสายตาว่างเปล่า

ผู้ใช้ปราณระดับสอง 2 คนไม่สามารถปราบผู้ที่เพิ่งจะเข้าสู่ระดับสองได้

“การที่เขาใช้ปราณในเวลาไม่ถึงวันนั้นไม่ใช่ปัญหาเลย แต่ตอนนี้เขากลายเป็นระดับสองได้ในเวลาเพียงไม่กี่วันพร้อมกับจัดการผู้ใช้ปราณระดับสองไปได้อีกสองคนในเพียงอึดใจ โดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์เวทย์มนต์เลยด้วยซ้ำ มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน?” หลังจากที่ปรึกษาของเขาเดินเข้ามา หลีเหยาก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ในใจของเขาตอนนี้รู้สึกโศกเศร้าเป็นอย่างมาก

เสนาบดีของเขามองโลกในแง่ดี “ไม่มีใครใช้ปราณเป็นทันทีหรอก! ไม่มีใครที่แข็งแกร่งในชั่วข้ามคืนหรอก! เขาเปลี่ยนสีหน้าและพูดในโทนเสียงทุ้มหนัก “แม้แต่ปรมาจารย์หยวนชื่อดังแห่งอาณาจักรถังและต่างประเทศก็ยังทำไม่ได้เลยขอรับ!

“แต่มันก็เกิดขึ้นไปแล้วไงโว้ย! ถึงหลีเหยาจะไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธความจริงได้

“ข้าก็แค่อธิบาย…”

“เจ้าจะบอกว่าหลีเย่มันคือผู้ที่ชะตากำหนดมารึไง!

“ไม่ใช่แน่นอนขอรับ…”

“แล้วอะไรล่ะวะ?”

“หลีเย่เข้าสู่ขั้นตอนการฝึกปราณแล้ว!

“แล้วมันเป็นไปได้ยังไงล่ะ?!

“เช่นนั้นท่านหาคำอธิบายอื่นได้ไหมล่ะขอรับ?”

“…”

หลีเหยานั่งพิงเก้าอี้ด้วยบหน้าซีด ในเมื่อสิ่งที่เสนาบดีของเขาพูดออกมา

“เจ้าหลีเย่มันเข้าสู่ขั้นตอนการฝึกปราณตอนไหนกันนะ?” หลีเหยาบ่นพึมพำ

“ข้าก็ไม่อาจทราบได้”

ตั้งแต่ที่เขากลับมาที่นี่ทำไมเขาถึงไม่บอกกับทางราชสำนักหลวงล่ะ? ถ้าเขาบอกไปตั้งแต่แรกเขาก็ได้ตำแหน่งองค์ชายอันไปแล้วแท้ๆ”

“ข้าก็ไม่อาจทราบได้”

“เจ้าไม่รู้อะไรเลยงั้นเหรอ?!

“ข้ารู้เพียงอย่างเดียว”

“ก็บอกมาสิ!

“หลีเย่เป็นคนที่ชาญฉลาดและมีความทะเยอทะยานมาก”

“…เจ้าหมายความว่ายังไง?”

ที่ปรึกษายื่นหน้าเข้ามาพร้อมด้วยสายตาแห่งปัญญา และพูดช้าๆ “ถ้าเขาไม่ฉลาด เขาคงไม่ปล่อยให้คนอื่นเรียกเขาว่าไอ้ขีแพ้ตั้งแต่ก่อนที่จะใช้ปราณได้หรอก ถ้าเขาไม่มีความทะเยอทะยาน เขาก็คงไม่พลาดโอกาสที่จะคว้าตำแหน่งองค์ชายอันไปหรอก”

ข้างนอกนั่นมีลมเย็นๆพัดผ่านเข้ามาในนี้ หลีเหยารู้สึกหนาวไปถึงสันหลัง ดวงไฟบนเทียนขยับไปมา ผ้าม่านขยับสั่นไหวราวกับว่ามีชีวิต

“เขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน?” หลีเหยาพูดเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัว เขานั้นกลัวหลีเย่

หลีเหยาที่เคยคิดว่าหลีเย่นั้นไม่มีอะไรดีเลยในชีวิตของมัน แต่ในวันนี้มันกลับกลายเป็นอัจฉริยะแห่งการใช้ปราณ ในใจของหลีเหยาเห็นภาพเป็นหลีเย่ที่สูงใหญ่กำลังมองเขาด้วยสายตาเย็นชา

“มันต้องมีเหตุผลในทุกๆการกระทำของเขา” เสนาบดีลดเสียงลง เสียงของเขาน่ากลัวราวกับว่ามาจากก้นบึ้งของนรก “หลีเย่ทำไปเพื่อประการเดียวเท่านั้น”

“แล้วมันคืออะไรล่ะ?”

“ข้าคิดว่าเขารู้ตัวแล้วว่าท่านเล็งตำแหน่งองค์ชายอันจากเขามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว”

“เป็นไปไม่ได้! หลีเหยาตะโกน “ข้าทำทุกอย่างอย่างเงียบเชียบและไม่มีใครรู้ เขาเป็นแค่คนไร้ค่าที่ไม่เคยออกจากตำหนักมาก่อน แล้วเขามองแผนของข้าออกได้ยังไง?”

“ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น ท่านจะอธิบายการกระทำของเขาตอนนี้ได้อย่างไร?”

“แล้วเจ้าล่ะ? ถ้ารู้อะไรก็พูดมาสิ?”

“แน่นอนขอรับ!

“ก็พูดมาสิ!

“เขาถูกเหยียดหยามเพราะมันยังไม่ถึงเวลาของเขา แต่ตอนนี้เขากำลังแสดงพลังที่แท้จริงออกมา เพราะเขามั่นใจว่าเขาสามารถเอาชนะทุกคนได้”

“ทำไมเขาถึงมั่นใจได้ล่ะ? เขาเพิ่งจะเข้าสู่ระดับสองได้เองนะ?”

“อย่าลืมสิว่าเขาทำเรื่องอะไรไว้ที่ราชสำนักหลวงวันนี้ แต่เขากลับไม่ถูกลงโทษอะไรเลย!

“เจ้าจะบอกว่า หลีเย่ได้รับการสนับสนุนจากราชบุตรเขยแห่งองค์จักรพรรดิ อู๋ อย่างนั้นเหรอ?”

“องค์ชายอันกับราชบุตรเขยอู๋คือเพื่อนสนิทกัน”

“หยุดเดี๋ยวนี้!

หลีเหยาหายใจแรง ใบหน้าของเขาเริ่มมีเหงื่อไหล

เสียงลมเริ่มดังขึ้นราวกับกองทหารจากปรโลกกำลังเดินทัพ ดวงไฟสั่นไหวไปมาไม่หยุด

บรรยากาศตอนนี้กดดันทั้งสองคนเป็นอย่างมาก

ที่ปรึกษายังคงพูดต่อไม่หยุด “นั่นคือสิ่งที่ข้ารู้ในตอนนี้ เพราะเขาเผยไต๋ออกมาเอง แต่ก็ยังมีอีกหลายที่เรายังไม่รู้ ในอดีตนั้นองค์ชายอันแข็งแกร่งมากรวมไปถึงผู้ติดตามของเขาทุกคนทั่วโลก แล้วหลีเย่ก็กำลังทำแบบนั้นอยู่มิใช่หรือ?”

“แต่องค์ชายอันตายไปแล้ว! เมื่อผู้นำลงจากอำนาจผู้ติดตามก็ต้องกระจัดกระจายกันไปสิ!” หลีเหยาเบิกตากว้าง

“แล้วองค์ชายอันตายยังไง? ท่านรู้หรือ?” เสนาบดีพูด

“เจ้าจะบอกว่า… เป็นไปไม่ได้น่า หลีเย่ไม่มีทางที่จะรู้เรื่องนี้!

“เมื่อครั้งอดีตไม่มีใครสนใจเขาเลย มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะรู้เรื่องนี้ แต่ดูจากตอนนี้แล้ว มันจะเป็นอะไรไปได้อีกล่ะ?”

“หุบปาก!

หลีเหยาหัวใจเต้นระรัว ทั่วทั้งห้องเงียบกริบ นิ้วของเขาสั่นเทา

ถึงกระนั้นหลีเหยาก็ทำลายความเงียบงันนี้ด้วยการตะโกนกู่ก้อง “ข้าจะไปฆ่ามันเอง!

“หลีเย่พยายามข่มขู่พวกเราอยู่ ถ้าเราไม่รีบจัดการกับเขาอย่างรวดเร็วล่ะก็ เป็นปัญหาแน่ๆ”

“ออกคำสั่งไป ให้รวบรวมผู้ใช้ปราณทั้งหมด!

“นายท่าน แต่เราจะใช้เหตุผลอะไรในการโจมตีตำหนักอันกันล่ะ?”

“องค์ชายอันเคยปราบกบฎปังซุนใช่ไหมล่ะ? ก็ให้คนของเราปลอมตัวเป็นกบฎพวกนั้นแล้วเข้าไปลอบสังหารเขาซะ เข้าท่าดีใช่ไหมล่ะ?”

“ช่างหลักแหลมยิ่งนัก! แต่ที่ว่าการฉางอัน…”

“ถ้าเราจัดการได้เร็วพอ พวกที่ว่าการก็มาไม่ทันหรอก แถมพวกเรายังสามารถวางกับดักหลอกถึงสัมผัสปราณของคนอื่นที่ไม่ได้อยู่ที่นี่…”

เสนาบดีไม่ได้พูดตอบกลับ

หลีเหยาเริ่มตึงเครียดขึ้น “หลีเย่เก่งในการก่อเรื่องมากใช่ไหม? คราวนี้แหละข้าจะไปเอง ข้าอยากจะรู้จริงๆว่าคนอย่างหมอนั่นจะทำอะไรได้บ้าง”

ที่ปรึกษาของเขากำชับ “นายท่าน ถ้าท่านไปเองล่ะก็มันจะเป็นการเสี่ยงเกินไปนะขอรับ!

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top