ขนาดตัวอักษร

TERTA:บทที่ 12 จำกัดคนทรยศ

 19 Views

TERTA:บทที่ 12 จำกัดคนทรยศ

ตำหนักก๋งเจวี่ยซิง

“หลิวเลินเนิง! เจ้าคนไร้ค่า! ผู้ใช้ปราณระดับสองหน้าไหนเขาแพ้ให้กับคนที่เพิ่งใช้ปราณได้วะ! หลีเหยาขว้างหยกสื่อสารในมือทิ้งอย่างหัวเสีย พร้อมจ้องไปยังที่ปรึกษาของเขา “ข้าต้องทำยังไงต่อ? หลีเย่กลับมาที่ฉางอันแล้ว แต่หลิวมันยังไม่ติดต่อข้ากลับมาเลย มันตายห่าไปแล้วรึยังไง?”

ที่ปรึกษาหน้าตาดั่งขงจื๊อของเขาถอนหายใจ “ถ้าว่าตามตรงหลิวอาจจะยังไม่ตาย แต่ถ้าหลีเย่ได้น้ำเต้าหยกของข้าไปแล้วหลิวยังไปเหยียดยามศัตรูอีก ก็มีความเป็นไปได้อยู่บ้างว่าเขาอาจจะตายไปแล้ว… ปัญหาหลักของเราตอนนี้คือนักบวชเต๋าทั้งสองคนของเราที่ถูกจับได้ตอนนี้ก็อยู่กับหลีเย่ที่ตำหนักของเขาอีก”

“พวกมันต้องบอกคววามลับเรื่องของข้าแน่ๆ! หลีเหยากัดฟัน “ถ้าพวกนั้นทรยศข้า แล้วหลีเย่ไปแจ้งทางการเรื่องของข้าล่ะก็ ทุกคนก็รู้ถึงแผนการของข้ากันพอดี!

ที่ปรึกษาของเขาพูดต่อ “ตอนนี้ก๋งเจวี่ยไม่อยู่ที่นี่เป็นเวลาสองวัน ทางที่ดีเราควรจะรอให้เขากลับมาก่อนจะดีที่สุด”

หลีเหยาโกรธหนักกว่าเดิมและมองไปยังเสนาบดีของเขาด้วยบหน้าเศร้าหมอง “เจ้ากำลังจะบอกว่าข้านั่นไม่สามารถจัดการกับไอ้ขยะไร้ค่านั่นได้จนต้องให้พ่อของข้าเป็นคนทำให้อย่างนั้นเหรอ?”

ที่ปรึกษาของเขาพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป พูดมาแบบนี้เขาจะตอบยังไงได้ล่ะ?

“ต่อให้พ่อของข้าจะไม่อยู่ตอนนี้ แต่ก็ยังมีผู้ใช้ปราณระดับหนึ่งหรือสองอยู่ หลีเย่เองก็เพิ่งจะใช้ปราณได้ไม่นานมันรับมือพวกนั้นไม่ไหวหรอกต่อให้มีน้ำเต้าหยกนั่นก็ตาม อีกอย่างหนึ่งพวกที่อยู่ในตำหนักองค์ชายอันเกือบทั้งหมดเป็นพวกของข้าแล้วด้วย!

หลีเหยาคิดได้ทันที “บอกพวกที่อยู่ในตำหนักอันให้ก่อความวุ่นวายในคืนนี้ซะ แล้วข้าจะส่งคนเข้าไปชิงตัวนักบวชพวกนั้นออกมาโดยเร็วที่สุดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม รีบไปจัดการเดี๋ยวนี้!

เสนาบดีคิดยู่แปปนึงก่อนจะเอ่ยปาก “นั่นคงเป็นหนทางเดียวแล้วล่ะขอรับ”

หลีเหยาพูดทิ้งท้าย “ถ้าเรื่องนี้ยังพลาดอีก ข้าจะไปจัดการมันเอง! ข้าไม่ยอมให้หลีเย่มันได้ตำแหน่งองค์ชายอันไปได้หรอก!

ทุกคนในห้องมองหน้ากันและไม่ได้พูดอะไรอีก

หลีเหยาเป็นอัจฉริยะของราชวงศ์เลยก็ว่าได้ เพราะเขาคือผู้ใช้ปราณระดับสามทั้งที่อายุยังน้อย

ในบรรดาผู้ใช้ปราณทั้งหมดบนโลกนี้ ผู้ที่สามารถใช้ปราณระดับสามได้ทั้งที่อายุเพียงยี่สิบต้นๆนั้นเรียกได้ว่ามีความสามารถที่เก่งกาจ

เมืองฉางอันในตอนนี้ไม่ค่อยมีผู้ใช้ปราณระดับสูงมากเท่าไหร่ นายพล หลิวซิงเฉิน และ ฮันเหวินเย่ แห่งกองทัพพระเจ้าคือคนที่มีพลังปราณระดับสูงที่สุดในตอนนี้

ในฐานะนายพลแห่งกองทัพซ้าย ก๋งเจวี่ยซิงมีผู้ใช้ปราณระดับสูงอยู่ใต้บัญชามากมาย แต่น้อยคนนักที่จะเป็นผู้ใช้ปราณระดับสาม และเสนาบดีของตำหนักเขาก็คือหนึ่งในนั้น

ถึงกระนั้นแล้วผู้ใช้ปราณระดับสามส่วนใหญ่จะถูกโอนย้ายไปประจำเป็นข้าราชการระดับห้าของเมืองนี้ ซึ่งตามกฎของอาณาจักรถังแล้ว นายพลผู้ตรวจการของที่นี่คือข้าราชการระดับที่สี่เท่านั้น เช่นนั้นแล้วเขาคนนี้ทำไมถึงเป็นแค่เสนาบดีล่ะ?

…….

แต่เดิมนั้นเมื่อหลีเย่ไม่ได้รับตำแหน่งองค์ชายอันในงานพิธีการ หลีเหยาต้องชิงตำแหน่งนั้นมาได้ทันที ถ้าหลีเย่จำความทรงจำจากชาติที่แล้วไม่ผิด เหตุการณ์นั้นเสร็จสิ้นในเวลาเพียงแค่ครึ่งเดือน

ซึ่งในตอนนี้คนของตำหนักองค์ชายอันต่างก็ก้มหัวให้หลีเย่หมดแล้ว แผนของหลีเหยาจึงถูกเลื่อนออกไป

หลีเหยาจึงออกคำสั่งไปที่ตำหนักทันที

ผู้ตรวจการ ซ่งซีเหวิน,ผู้นำ เช่าซิงหยวน และผู้ดูแล เฉียนสง กำลังรวมรวมกันในห้องลับเพื่อหารือกันเรื่องแผนของหลีเหยา

“ตั้งแต่หลีเย่กลับมาจากไท่ฉวน ตำหนักแห่งนี้ก็วุ่นวายไปหมด ฉางกวงมันเล่าเรื่องของเขาให้ทุกคนฟังจนหมดเปลือกและหันไปก้มหัวให้กับมันหมดแล้ว ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปหลีเย่ต้องควบคุมที่นี่ได้ในเวลาอันใกล้แน่!

ซ่งซีเหวินพูดอย่างโกรธเกรี้ยว

“หลีเย่มันก็แค่โชคดีเท่านั้นแหละ… แต่บุคลิกของเขาเปลี่ยนไปนับตั้งแต่ที่ใช้ปราณได้ทำให้ทุกคนเริ่มมองหลีเย่ใหม่อีกครั้ง ซึ่งก็เป็นไปตามคาด”

เช่าซิงหยวนบ่นพึมพำ

“แต่ใครจะไปนึกล่ะว่าคนไร้ค่าแบบนั้นจะสามารถใช้ปราณได้ในเวลาเพียงวันเดียว?” เฉียนสงถอนหายใจ “โชคยังดีที่หลีเหยาสั่งการพวกเรามาทันท่วงที เพราะฉะนั้นคืนนี้อย่าให้พลาดล่ะ”

“ใช่แล้ว! หลีเหยาคืออัจฉริยะของราชวงศ์ พ่อของเขายังเป็นทั้งก๋งเจวี่ยและนายพลของกองทัพซ้ายอีก แตกต่างกับหลีเย่เป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่ที่องค์ชายอันจากไปก็ไม่มีใครใช้ปราณได้ในตำหนักแห่งนี้อีก เพราะฉะนั้นคืนนี้ก็ง่ายสำหรับพวกเราแล้วล่ะ” ซ่งซีเหวินบอก

“ท่านซ่งพูดถูกค่ำคืนนี้เหมาะแก่การปฏิบัติการณ์นี้เป็นอย่างยิ่ง ทำไมเราต้องกังวลด้วยล่ะในเมื่อเขาก็คือเจ้าของตำหนักอันแห่งนี้?” เช่าซิงหยวนพูด “ตั้งแต่ที่เรารับใช้หลีเหยา เราก็ถอยหนีไม่ได้อีกแล้ว!

ในขณะที่พวกเขากำลังปรึกษากัน ก็มีเสียงคุยกันนอกห้องนั้น ซ่งซีเหวินขมวดคิ้วและเดินไปเปิดประตูพร้อมกับตะโกน “เกิดอะไรขึ้น?”

“ท่านผู้ตรวจการ องค์รัชทายาทมีข้อความถึงท่าน องค์รัชทายาทกำลังจัดงานที่ตำหนักแห่งนี้เพื่อฉลองที่ท่านกลายเป็นผู้ใช้ปราณ พวกท่านทุกคนสามารถเข้าร่วมงานได้” ทหารยามวิ่งมาที่หน้าประตู

ทั้งสามมองหน้ากันอย่างตื่นเต้น “ถ้ามีงานเลี้ยงล่ะก็… ตอนที่ทุกคนกำลังเมาจนไม่ได้สติเราก็จะจุดไฟเผาคืนนี้ซะเลย! หลีเย่ทำตัวเองชัดๆ!

คืนนั้นทุกคนในตำหนักอันมาร่วมงานในอาคารหลัก

ทั่วทั้งงานตกแต่งประดับไปด้วยโคมไฟ เสียงพลุดังสนั่นไปทั่ว ข้ารับใช้ทั้งหลายต่างก็วุ่นวายไปหมด

หลีเย่นั่งอยู่บนเก้าอี้ยิ้มให้กับพวกเขาที่มาร่วมงานเฉลิมฉลองนี้

เมื่อชาติที่แล้วหลีเย่มั่นใจได้เลยว่าทุกคนในที่นี้ล้วนภักดีต่อหลีเหยา

เพราะในช่วงเวลานี้ของชาติก่อน หลีเหยากำลังจะได้ตำแหน่งองค์ชายอันแล้ว ทุกคนในที่แห่งนี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่หันมาภักดีให้กับหลีเหยาทั้งนั้นเพื่อตำแหน่งและสวัสดิภาพส่วนตัว

หลีเย่ต้องกำจัดคนพวกนั้นทิ้งเสีย เพื่อไม่ให้เป็นเสี้ยนหนามในตำหนักของเขาเอง

“ที่นี่มีทหารราวๆ 800 นาย และข้าราชการอีกหลายคน ถ้าข้าได้รับความภักดีจากพวกเขาทั้งหมดก็น่าจะทำให้ข้ากลายเป็นระดับสองได้” หลีเย่มองทุกคนในงาน

แม้ว่าชาติที่แล้วเขาจะเป็นเซียนใช้ปราณก็เถอะ แต่พลังนั่นก็อ่อนแอเกินไป

เพราะฉางกวงแท้ๆที่ช่วยกระจายข่าวของเขา ทำให้เกือบทุกคนในที่นี้เริ่มหันมาก้มหัวให้กับเขา

ในฐานะของรัชทายาทแห่งตำหนักอัน หลีเย่เองก็คือผู้ใช้ปราณซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องปกติ

แต่มังกรปราณของหลีเย่เองก็ยังไม่ปรากฎตัวออกมา หลีเย่สังเกตตั้งแต่กลับมาที่ตำหนักแล้ว มังกรปราณพยายามขัดขวางไม่ให้เขาเก็บเกี่ยวค่าโชคได้

หลีเย่มองเรื่องนี้ให้ลึกขึ้นและเข้าใจทันที “สถานการณ์แบบนี้มัน… ถ้ามีพวกชั่วร้ายอยู่แถวนี้จะเก็บเกี่ยวค่าโชคลำบากสินะ”

ถ้ารอบตัวมีแต่คนดีและซื้อสัตย์มันก็ย่อมทำให้ชีวิตนั้นเฟื่องฟู กลับกันแล้วถ้าพวกนั้นเป็นคนเลวก็มีแต่จะทำให้ชีวิตแย่ลง

เพื่อการเก็บเกี่ยวโชคแล้ว หลีเย่ต้องกำจัดพวกตัวขัดขวางให้หมดสิ้น

พูดง่ายๆก็คือมีทั้งคนเลวและคนดีปะปนกันไป บางคนก็สามารถช่วยให้คนอื่นบรรลุในสิ่งที่ต้องการได้ บางคนก็เป็นคนขี้เกียจที่อยากจะประสบความสำเร็จแต่ก็ไม่พยายามอะไร ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นแหละคือคนที่คอยสนุกบนความทุกข์ยากของคนอื่น และโชคที่ออกมาจากพวกเขาช่างไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่

สำหรับคนธรรมดาการคบเพื่อนก็ต้องระมัดระวังอยู่บ้าง แต่กับเจ้านายนั้นการเลือกลูกน้องที่ดีเองก็มีส่วนต่อความสำเร็จเช่นกัน

หลีเย่ครุ่นคิด “เพื่อการนั้นข้าต้องกำจัดพวกที่เป็นสมุนของหลีเหยาก่อนสินะ”

แต่หลีเย่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีแบบนั้นออกมาทันที เขาดื่มและสนุกสนานไปกับงานเลี้ยงก่อน

ผู้ขับร้องเพลงและนางรำต่างก็เปลี่ยนหมุนวนกันไป

สองชั่วโมงต่อมา งานเลี้ยงก็มาถึงช่วงสำคัญ

ฉางกวงเดินเข้ามารายงานเขา “องค์รัชทายาท ทุกอย่างพร้อมแล้ว”

หลีเย่พยักหน้า “บอกทหารให้เข้ามาได้เลย”

“น้อมรับบัญชา” ฉางกวงรับคำและเดินไปเรียกทหารเหล่านั้น “พวกเจ้า ประจำตำแหน่งได้เลย”

ทหารที่ตามหลีเย่ไปเมื่อกลางวันกลายเป็นข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ของเขา ทันทีที่ฉางกวงออกคำสั่ง พวกเขาก็ขึ้นไปที่ระเบียงกันจนเต็ม พวกเขาช่างดูดุดันยิ่งนัก

เมื่อเห็นแบบนั้นทุกคนในงานต่างก็ตกใจกัน

ซ่งซีเหวิน,เช่าซิงหยวน ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะและเฉียนสงที่อยู่ตรงมุมสวนเองก็ตกใจไม่ต่างกัน

ทุกคนในตอนนี้ต่างก็สงสัยว่าหลีเย่ต้องการจะทำสิ่งใดกันแน่

หลีเย่ที่นั่งอยู่ก็ได้ยืนขึ้นและเอามือไพล่หลัง เขามองไปที่ทุกคนในสวนนี้และพูดอย่างช้าๆ “วันนี้เป็นวันดีที่ข้าได้กลายเป็นผู้ใช้ปราณ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนที่คิดจะลอบสังหารข้าอยู่ ข้าไม่มีทางเลือกนอกเสียจากต้องจัดงานเลี้ยงนี่และให้ฉางกวงทำการตรวจสอบหาคนทรยศในหมู่พวกท่าน!

ได้ยินแบบนั้นทุกคนก็ล้วนแต่ตกใจ,หวาดผวา,งุนงง แตกต่างกันออกไป

ผู้นำกองทัพคนหนึ่งลุกขึ้นและตะโกนออกมา “ใครกันที่คิดจะลอบสังหารองค์รัชทายาท? เผยตัวเจ้ามาซะแล้วข้าจะฆ่าเจ้าเสีย!

เขาเลือกที่จะแสดงความภักดีต่อหน้าหลีเย่ได้อย่างชาญฉลาด

ลูกสมุนของหลีเหยาทั้งสามมองหน้ากันและกันด้วยอาการตื่นตระหนก

หลีเย่ถามฉางกวง “นายพลฉางกวง ท่านเจอใครบ้างไหม?”

ฉางกวงหยิบบัญชีรายชื่อออกมาและพูดอย่างช้าๆ “ผู้ตรวจการ ซ่งซีเหวิน,ผู้นำ เช่าซิงหยวน และผู้ดูแลเฉียนสง พยายามที่จะจุดไฟเผาทำลายที่นี่คืนนี้!

“อะไรนะ?”

“เขาช่างกล้าดียังไง!

“ทำไมถึงทำแบบนั้นล่ะ?”

“พวกมันอยู่ที่ไหน?”

ทุกคนในงานเลี้ยงต่างก็รีบควานหาตัวทั้งสามด้วยความโกรธเกรี้ยว

ซ่งซีเหวิน,เช่าชิงหยวน และเฉียนสงเปลี่ยนสีหน้ากันทันที

ฉางกวงโบกมือพร้อมบอก “จับตัวพวกเขา!

ทหารรีบกรูกันเข้าไปจับกุมตัวพวกเขาไว้และบังคับให้คุกเข่า

“ท่านกำลังเข้าใจผิดองค์รัชทายาท!

“พวกเราภักดีต่อท่านจะเราทำแบบนั้นได้อย่างไร!

“ท่านมีข้อพิสูจน์หลักฐานที่ท่านกล่าวหาข้ารึเปล่าองค์รัชทายาท?”

ทั้งสามไม่ขัดขืน แน่อยู่แล้วก็เพราะว่าที่นี่มีทหารตั้งหลายร้อยนาย ใครมันจะกล้าขัดขืน

“หลักฐานงั้นเหรอ? ได้สิ” ฉางกวงบอก “พาตัวเขาขึ้นมา!

สิ้นเสียงคำสั่งทหารประจำตำหนักก็พาตัวคนร้ายทั้งหลายที่พยายามลอบวางเพลิงที่นี่มาที่สวนแห่งนี้ ในมือของพวกเขามีทั้งฟางและตัวจุดไฟที่ร่วงลงบนพื้น

เห็นแบบนั้นทั้งสามจึงพากันร้องออกมาดังๆด้วยความตกใจ

เพื่อเป็นการชิงตัวนักบวชเต๋าคืน พวกเขาจึงคิดจะก่อความวุ่นวายและอาศัยช่วงจังหวะนั้นทำตามแผน

พวกเขาทั้งหมดที่ถูกจับได้นั้นเป็นลูกสมุนของหลีเหยาทั้งสิ้น

“เป็นไปไม่ได้! ทั้งสามตะโกน

พวกเขาคิดว่าแผนของพวกเขาสมบูรณ์แบบและไม่มีใครจับได้ แต่ทว่าหลีเย่และฉางกวงก็รู้ถึงแผนนี้ได้ตั้งแต่เมื่อสี่ชั่วโมงก่อนแล้ว และยังถูกจับได้คาหนังคาเขาโดยฉางกวงอีกด้วย

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top