ขนาดตัวอักษร

Chapter 11: อันธพาลในโรงเตี๊ยม

 40 Views

Chapter 11: อันธพาลในโรงเตี๊ยม
“เหล้า” ถูกเขียนไว้บนจดหมายขนาดใหญ่โตบนผ้าขาวที่ถูกทำเป็นป้ายชื่อของโรงเตี๊ยม มันสะบัดไปสะบัดมาด้านบนถนนนอกเมืองกูซู มันมีโต๊ะสี่เหลี่ยมง่ายๆหลายโต๊ะและเก้าอี้ยาวที่ถูกตั้งไว้ข้างถนน พนักงานเสิร์ฟต่างวิ่งกันไปมาอย่างขยันขันแข็ง ในขณะที่ตะโกนออกมาเป็นครั้งคราวด้วยเช่นกัน “เอาละครับ ท่านลูกค้าครับ ได้โปรดรอสักพักหนึ่งนะครับ ผมจะไปรับใช้คุณเองครับ” หลังจากนั้น เขาได้เทเหล้าลงไปบนแก้วของลูกค้าหลายต่อหลายในร้านค้า ซึ่งมันก็ทำให้เขาดูยุ่งเป็นอย่างมาก

โรงเตี๊ยมถือว่าเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นในโลกศิลปะการต่อสู้

พวกมันก็ยังเป็นสถานที่ที่การต่อสู้เกิดขึ้นบ่อยที่สุดอีกด้วย

ปัง!

มืออ้วนก็ทุบลงไปบนโต๊ะ ชาม ช้อน ส้อมและเหล้าต่างสั่นสะเทือน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าชายคนนี้มีพละกำลังมากมายเพียงใด

“เจ้าของร้าน!”

พร้อมกับเสียงเรอที่ดังลั่น ชายเปิดอกที่มีใบหน้าดุร้ายก็ยกแก้วเหล้าของเขาขึ้น เขาก็ยกแขนขึ้นแล้วโบกแขนไปมา

เจ้าของร้านที่เป็นชายวัยกลางคน เขามีรูปร่างที่ดูบอบบางเป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงดูเหมือนจะถูกลมพัดปลิวไปไกลได้ทุกเวลา เขายิ้มออกมาอย่างอ่อนน้อมและก็เดินไปหาชายเปิดอก “ท่านลูกค้าครับ ท่านต้องการอะไรงั้นเหรอครับ?”

“เอา…เอาเหล้ามาอีก..สองเหยือก เอามา”

มันมีเหยือกเหล้าที่ว่างเปล่าวางเรียงราย เต็มไปหมดบนโต๊ะด้านหน้าของเขา จานอาหารก็อยู่ในสภาพเละเทะ เขาดูเหมือนว่าจะดื่มไปเยอะแล้ว คนที่อยู่ข้างเขาก็ได้กลิ่นอันไม่น่าพึงประสงค์มาจากเขา

“เอาละ ซูจี่น้อย ไปเอาเหล้าหลานแดง มาสองเหยือก (1) ให้กับลูกค้าของเราซะ ข้าขอคำนวนราคาก่อนนะครับ ราคาของท่านก็เท่ากับ…” เจ้าของร้านก็บอกราคากับเขา

“ไม่ต้องคิดไรทั้งนั้นแหละ ราคาของมันคือหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ข้ามาที่นี่เพื่อเก็บค่าธรรมเนียมเดือนนี้”

ชายคนนี้ก็ไม่ได้อาเงินมาสักตำลึง เขาก็ยื่นมือไปหาเจ้าของร้านแทน ที่ซึ่งใบหน้าซีดขาวเป็นกระดาษและดูถูกเขา คำพูดของเขาก็ถูกพูดออกมาตรงๆ

“อ๊า…นี่มัน…ท่านคือ..”

เจ้าของร้านเป็นคนที่ซื่อสัตย์และเขาก็ไม่เข้าใจว่าชายตัวใหญ่หมายความว่าอะไร เขาตกตะลึงจนเริ่มที่จะพูดติดอ่าง

“ข้าลืมบอกชื่อของข้าให้กับเจ้าไปใช่ไหม ชื่อของข้าคือหลี่ฉานและโรงเตี๊ยมของเจ้าจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายเดือน ข้าก็แสดงความนับถือให้กับเจ้าแล้วนะ ด้วยการกินอาหารของเจ้าไปแล้ว รีบส่งเงินมาได้แล้ว ข้ายังมีที่อื่นที่ต้องไปเก็บค่าธรรมเนียมอีก”

ชายที่เมาเหล้ามีชื่อว่าหลี่ฉาน ซึ่งก็ดูไม่เมาแล้ว ใบหน้าของเขาดูดุร้ายเป็นอย่างมาก เหมือนกับพวกคนอันธพาล

“หลี่-หลี่ฉาน…”

เจ้าของร้านและพนักงานเสิร์ฟก็ตัวสั่นไปด้วยความสั่นกลัว พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะให้ชายคนนี้จ่ายเงินค่าอาหารอีกแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่อยากที่จะจ่ายเงินให้กับเขาด้วยเช่นกัน ในการที่เผชิญหน้ากับพวกอันธพาลที่กำลังรังแกพวกเขาอยู่แบบนี้ พวกเขาก็สามารถที่จะทำได้เพียงยืนนิ่งเหมือนกับคนโง่

ใบหน้าของหลี่ฉานก็ดำมืดขึ้น!

“ยังไง? เจ้ากำลังดูถูกข้าอยู่งั้นเหรอ?” ดาบขาวที่ทำจากเหล็กบริสุทธิ์ก็ปรากฏขึ้นมาจากที่ไหนก็ไม่ทราบ และเขาก็ปักไว้ด้านหน้าเจ้าของร้าน และพนักงานเสิร์ฟไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาสักคำ

เมื่อพวกเขาเห็นเจ้าของร้านและพนักงานเสิร์ฟก็กำลังจะเลือดสาดไปทั่วโรงเตี๊ยม คนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างหลี่ฉานก็ไม่สามารถที่จะทนดูได้อีกต่อไป

“หยุดนะ!”

ชายหนุ่มก็ทุบโต๊ะและลุกขึ้นยืน!

เพื่อนของเขาอีกสามคนก็เป็นสองเด็กหนุ่มและหนึ่งเด็กสาว ก็ยืนขึ้นมาอย่างประหลาดใจและมีใบหน้าที่พึงพอใจ มันมีความรู้สึกถูกต้องอยู่ในนั้น พวกเขาก็จ้องไปที่หลี่ฉานและเคลื่อนไปล้อมรอบเขาเป็นสี่มุม

ในความเป็นจริงแล้ว ทันทีที่หลี่ฉานชักดาบของเขาออกมา พวกเขาก็ได้รับการแจ้งเตือนที่ไม่ได้คาดคิดขึ้น!

[คุณจะตอบรับเควสระดับต่ำของโลกศิลปะการต่อสู้ : เผชิญหน้ากับความอยุติธรรมหรือไม่? ช่วยเจ้าของร้านจัดการคนเลวหลี่ฉาน และคุณก็จะทำเควสสำเร็จ! คนร้ายหลี่ฉาน เป็นอันธพาลท้องถิ่น ดินแดนแห่งปราณ : ไม่มี]

พูดตามจริงแล้ว ผู้เล่นก็ได้ยินเกี่ยวกับข่าวลือ เรื่องนี้เป็นเวลาหลายวันแล้ว มันก็เป็นเรื่องที่พูดกันว่า มีอันธพาลกำลังก่อเรื่องในโรงเตี๊ยมบนถนนที่รัฐบาลสร้างขึ้นด้านนอกเมืองกูซู เขาจะมาสองครั้งในทุกๆวัน และเก็บค่าธรรมเนียมที่อ้างว่าเป็นการปกป้องจากคนบริสุทธิ์ เจ้าของร้านวัยกลางคนและผู้เล่นทั้งหมดที่อยู่ใกล้เคียงก็สามารถที่จะพบเควส ที่เกี่ยวกับการจัดการกับเขาพบ!

สิ่งที่ดึงดูดกลุ่มของผู้เล่นมากที่สุดก็คือ เมื่อพวกเขาทำเควสสำเร็จ พวกเขาก็จะได้รับความขอบคุณจากเจ้าของร้านค้าและได้รับ ครีมทาจิงฉวงสิบชิ้น ถ้าพวกเขาสามารถที่จะฆ่าอันธพาลหลี่ฉานได้ รางวัลที่พวกเขาได้รับก็จะเพิ่มมากขึ้น ไม่เพียงแต่พวกเขาจะได้รับดาบเหล็กบริสุทธิ์หลี่ฉาน ซึ่งเป็นอาวุธที่มีราคามากกว่าห้าร้อยตำลึงเงินแล้ว – พวกเขาก็ยังจะสามารถได้รับเงินอีกหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ซึ่งเป็นเงินค่าธรรมเนียมที่หลี่ฉานเก็บรวบรวมไว้ และวิชาดาบ

อาวุธเหล็กบริสุทธิ์ก็มีคุณภาพที่สูงมาก ควบคู่ไปกับรางวัลอย่างอื่นแล้ว มันต่างเป็นที่ดึงดูดต่อมือใหม่ทั้งหมดแล้ว เด็กหนุ่มทั้งสามคนและหญิงสาวก็รีบวิ่งมาที่โรงเตี๊ยมด้านข้างของเมือง และนั่งรอมามากกว่าชั่วโมง เพื่อที่จะรอดูหลี่ฉานทำตัวเลวทรามแบบนี้

ในเวลาเดียวกัน พวกเขาสี่คนก็ไม่ลังเลที่จะรับเควสนี้

“โอ้ เจ้ายังมีคนมาช่วยด้วยอีกเรอะ?”

อันธพาลหลี่ฉานดูถูกเด็กหนุ่มสาวทั้งสี่คนที่ถือดาบและกระบี่โลหะธรรมดาทั่วไปในมือ เขาก็ไล่เจ้าของร้านและพนักงานเสิร์ฟไปไกล “เจ้าคิดหรือไงว่า การใช้จำนวนมันจะช่วยเจ้าได้?”

ก่อนที่เขาจะพูดจบ เขาก็ปลดปล่อยกระบวนท่า แยกภูเขาฮัวซานและเหวี่ยงดาบใส่ชายหนุ่มที่นำหน้าอยู่ และทำให้เขาไม่สามารถที่จะพูดประโยคตามบทที่เขาคิด

เด็กหนุ่มก็รีบยกดาบของเขาขึ้นป้องกันการโจมตี

แม้ว่าเขาจะเมา อันธพาลหลี่ฉานยังคงคล่องแคล่วอย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมกับกำลังแขนที่ทรงพลัง เขาก็ฟันใส่เด็กหนุ่ม จนแทบเขาต้านรับไม่ไหว เขาก็โซเซไปมา และหลังจากนั้นเขาก็ถูกเตะไปโดยกระบวนท่า เตะทะลุหัวใจ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ให้เขาเกือบชนเข้ากับลูกค้าหนุ่มอีกคนหนึ่ง

แฮปปี้ก็ลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างคล่องแคล่ว

ปัง!

โต๊ะและเก้าอี้ที่อยู่ด้านหน้าเขาก็พังโดยชายที่กระเด็นไปทับมันในทันที เศษจานและแก้วแตกก็กระจัดกระจายไปทั่วพื้น และก่อความวุ่นวายโกลาหล

แฮปปี้โยนแก้วเหล้าในมือของเขาทิ้ง แต่เขาก็ไม่ได้โกรธรู้สึกโกรธอะไร เขาไม่ได้ช่วยคนสี่คนที่กล้าหาญแบบนั้น จัดการกับหลี่ฉาน เขาก็หาโต๊ะว่างๆและนั่งลงก่อนที่จะดื่มต่อ เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ในความเป็นจริงแล้ว ระบบก็แจ้งเตือนให้กับเขาด้วยเช่นกัน แต่เขาไม่ได้รับเควส

ก่อนที่อันธพาลหลี่ฉานจะได้โจมตี แฮปปี้ก็ลอบมองเขาอย่างลับๆและก็ตระหนักได้ว่า เขาไม่สามารถที่จะสู้กับชายคนนี้ด้วยกำลังตรงๆได้

หลี่ฉานอาจจะดื่มเหล้าไปเยอะและมีกลิ่นเหล้า แต่แขนขวาของเขายังมั่นคงอย่างมาก เมื่อถือดาบเหล็กบริสุทธิ์ ซึ่งมือของเขาก็ด้าน ซึ่งแสดงว่าเขาเป็นผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้ที่ได้ฝึกฝนมาเป็นเวลานานและมีความสามารถได้ระดับหนึ่ง เพียงแค่เรื่องนี้แล้ว ไม่เพียงแต่ความแข็งแกร่งของแขนเขาจะสูงกว่าแฮปปี้มากแล้ว สกิลของเขาในการใช้ดาบก็อาจจะค่อนข้างสูงด้วยเช่นกัน

ในขณะที่ระบบพูดว่า เขาอาจจะเป็นอันธพาลท้องถิ่นที่ไม่มีพลังปราณ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่มีปราณ หรือจะไม่แข็งแกร่ง เขาเหลือเพียงอีกแค่ก้าวเดียวที่จะไปถึงดินแดนแห่งประตู ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกในโลกศิลปะการต่อสู้!

ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว แฮปปี้ก็รู้ดีเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของอันธพาลคนนี้

มันก็ยังมีเควสอีกหลายสิบเควสที่เหมือนกับเมืองนี้ แต่ชื่อของเควสก็แตกต่างออกไป แม้ว่าชื่อของหลี่ฉานอาจจะดูไม่ได้สำคัญอะไร ความแข็งแกร่งของอันธพาลคนนี้ก็อยู่ต่ำกว่าดินแดนแห่งประตู เขาก็ยังมีศิลปะการต่อสู้ที่ขั้นต่ำก็อยู่ที่ระดับเก้า มันก็มีข่าวลือว่าอันธพาลอันธพาลคนนี้ดรอปดาบโลหะบริสุทธิ์และวิชาการต่อสู้จริงๆ และรางวัลของมันก็ค่อนข้างดีเลยทีเดียว แต่มันมีคนมากแค่ไหนกันที่สามารถฆ่าผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้ ที่ห่างจากดินแดนแห่งประตูเพียงแค่เดียวอีกกัน?

ด้วยเหตุนี้นี่เอง แฮปปี้ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาก็วางแผนออกมาในหัวอย่างรวดเร็ว และปฏิเสธที่จะรับเควส ซึ่งนั่นทำให้ปัญหาไม่ได้มาหาเขา และเขาก็ไมได้ดึงดูดความสนใจของหลี่ฉาน

ไม่เหมือนกับเขา อีกสี่คนต่างเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณอันเต็มเปี่ยม ที่ซึ่งพวกเขาพึ่งจะตระหนักได้ว่ามันมีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติไป ทันทีที่พวกเขาโจมตีใส่มัน!

การโจมตีด้วยดาบของหลี่ฉานอาจจะดูหนักแน่นเป็นอย่างมาก แต่พวกมันก็ยังเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยวด้วยเช่นกัน เขาก็ใช้มือและเท้าในเวลาเดียวกันกับที่เขาโจมตี เพื่อที่จะฆ่าและทำให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บ อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด พร้อมกับดาบที่ฟันออกไปสามครั้ง เขาก็ได้ส่งเด็กหนุ่มสามคนและเด็กสาวกระเด็นออกไป และเขายังจัดการกับผู้เล่นอีกสองคนที่รับเควสอีกด้วย ซึ่งเขายังไม่สามารถที่จะโจมตีโดนได้เลย พวกเขาก็ทำได้เพียงแต่ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด

“โจมตีเขาพร้อมกัน!”

ผู้เล่นทั้งหกคนก็ถอยจนกระทั่งพวกเขายืนอยู่เคียงข้างกัน และหนึ่งในพวกเขาก็แสดงความคิดเห็นออกมา

คนที่เหลือต่างพยักหน้าพร้อมกัน หลังจากนั้น พวกเขาก็โจมตีพร้อมกันจากสองทิศทางที่แตกต่างกันออกไป! ในครั้งนี้ พวกเขาตัดสินใจที่จะใช้ประโยชน์จากจำนวนในการจัดการหลี่ฉานลง

แฮปปี้ก็ยังดื่มเหล้าต่อไป ในขณะที่ส่ายหัว

‘พวกเขาคิดอะไรอยู่กันแน่? พวกเขาคิดหรือไงว่าอันธพาลหลี่ฉานเป็นพวกโง่เง่างั้นเหรอ?’

พร้อมกับเสียงคำรามที่รุนแรง หลี่ฉานกระโดดถอยหลัง หลบการโจมตีจากการโจมตีผสานของทั้งหกคนได้อย่างง่ายดาย จนทำให้พวกเขาตกอยู่ในความอลหม่าน และเขาหมุนตัวกลับไปบดขยี้ผู้เล่นทั้งหก!

คนทั้งหกคนก็ล้มเหลวในการทำเควสของพวกเขา และของที่พวกเขามีทั้งหมดก็ยังถูกยึดไปโดยหลี่ฉานอีก หลังจากนั้น พวกเขาก็จากไปอย่างโกรธแค้น….

เจ้าของร้านที่น่าสงสารก็ไม่มีทางเลือกอื่น แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกับอันธพาล

หลี่ฉานก็กลับกลายเป็นคนเมาอีกครั้งหนึ่ง และกำลังจะเดินจากไปพร้อมกับเงินในกระเป๋า เมื่อเสียงของลมพัดผ่านจากด้านหลังของเขา เขาหยุดเดินและชักอาวุธออกมาอีกครั้งหนึ่ง ดวงตาของเขาที่ยังไม่เปิดดี เขาก็เต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว แล้วเขาก็จ้องไปยังเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าเขา

“เอ็งคือใคร?”

เมื่อเขาเห็นอันธพาลหลี่ฉานเมาและไม่สามารถที่จะจับดาบได้อย่างมั่นคง เด็กหนุ่มก็ยิ้มจางๆออกมาและสัญลักษณ์ ผู้ฝึกตนกับเขา

“โทษทีนะ ข้ามาเพื่อปล้นเจ้าละ”

โน้ตคนแปล : เหล้าหลานแดง : เหล้าจีน

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top