ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 158: ความสำเร็จ

 613 Views

“ใต้เท้าเหยิน ท่านคิดจริง ๆ หรอว่าวิธีนี้จะใช้ได้น่ะ ?” เถาจี้หยวนเกิดความสงสัย ถึงแม้ว่าการเผาหินสักก้อนดูจะได้ผล แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าวิธีนี้ดูจะเพ้อเจ้อเกินไป

 

ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น กู่ฉง เถิงจี้ และคนอื่นที่ฟังอยู่ข้าง ๆ ต่างก็มีความคิดแบบเดียวกัน

 

“พวกเราควรจะทดสอบดูนะว่ามันเป็นไปได้รึเปล่า ยังไงซะในตอนนี้ก็ยังไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่า ข้าพูดถูกมั้ยล่ะ ?” เหยินปาเชียนกางแขนออกพร้อมกับเสนอออกมา

 

“ก็จริงแฮะ” เถาจี้หยวนพยักหน้า

 

“ใต้เท้ากู่ ข้าจะต้องรบกวนให้ท่านจัดการเรื่องนี้แล้วล่ะ”

 

ต่อจากนั้นกู่ฉงก็มอบหมายให้ทหารยาม 100 นายไปคุมเชลยศึก 300 คนที่อยู่ภายใต้การควบคุมให้พวกเขาทำการโค่นต้นไม้

 

เชลยศึก 3 คนถูกเชือกผูกไว้ด้วยกันเป็นเส้นเดียว 300 คนเหล่านี้รวมเข้าเป็น 100 กลุ่มได้เป็นอย่างดี และทหารยาม 100 คนนั้นก็เพียงพอที่จะคอยคุมเชิงคนเหล่านี้แล้ว

 

เขาต้าหมัวเป็นภูเขาที่แปลกประหลาด มีภูเขาลูกอื่นอีกมากมายในบริเวณโดยรอบ ภูเขาทุกลูกล้วนมีสีเขียวชอุ่ม มีแต่เขาต้าหมัวเพียงลูกเดียวเท่านั้นที่ผิดแปลกไปตรงที่มันโล่งเตียนและไม่มีดอกหญ้าแม้แต่ดอกเดียว

 

ระยะห่างในการตัดโค่นต้นไม้นั้นมิอาจเรียกได้ว่าใกล้เลย อย่างไรก็ตาม ต้นไม้ที่เคยอยู่ใกล้ ๆ ก็ถูกโค่นไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการทำอาหารในแต่ละวันแล้ว และเหลืออยู่อีกไม่มากนัก

 

ตลอดทั้งวัน ไม้ซุงทั้งหมด 30 ต้นที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 20 เซนติเมตร และยาวกว่า 3 เมตรกำลังถูกขนกลับมา

 

เชลยในเหมืองแห่งนี้ได้หยุดขุดเจาะภูเขา พวกเขาลากท่อนซุงทั้ง 30 ต้นลงมายังฐานที่ตีนเขาต้าหมัวแล้วตัดให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

 

หลังจากทำงาน 2 วันเต็ม ไม้ซุงทั้งหมด 50 ต้นก็ถูกลากกลับไป ชิ้นที่ถูกส่งไปในวันแรกนั้นถูกหั่นเป็นชิ้นใหญ่เท่าแขน ต่อจากนั้นส่วนที่เหลือได้ถูกเก็บไว้ใช้สำหรับเผาภูเขา… กลุ่มคนกว่าร้อยคนลากเกวียนกว่า 20 เล่ม และวัวเขาง่ามกว่า 70 ตัว มุ่งหน้าไปยังเขาต้าหมัว

 

วัวเขาง่ามเป็นหนึ่งในสัตว์ที่เลี้ยงไว้เป็นวัวเนื้อมากที่สุดในต้าเย่าโดยทั่วไป มันเจริญเติบโตเร็วมาก ด้วยเวลาประมาณกึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับวัวหลังค่อม วัวหลังค่อมใช้เวลาในการเติบโต 5 ปี ในขณะที่วัวเขาง่ามใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปีกว่าเท่านั้น

 

รสชาติของเนื้อวัวชนิดนี้ธรรมดา มันค่อนข้างผอมทีเดียว โดยทั่วไปเหล่าทหารจะบริโภค

 

พวกเขานั้นเป็นคนส่งเสบียงไปให้คนงานเหมืองบนเขาต้าหมัวทุก ๆ 20 วัน นอกจากอาหารแล้ว ยังมีการจัดส่งพลั่ว หอก และเครื่องมือขุดสำเร็จรูปอื่น ๆ เนื่องจากเครื่องมือที่ใช้ในการขุดเจาะในเขาต้าหมัวนั้นชำรุดเร็วมาก

 

“ท่านหัวหน้ากอง ท่านกำลังมองอะไรอยู่รึ ?” มีคนตะโกนทันทีที่ทุกคนหันไปทางตีนเขา แล้วก็ได้เห็นควันโขมงจากเขาต้าหมัว

 

ในต้าเย่านั้น 10 คนจัดเป็นหนึ่งหมู่โดยมีหัวหน้าหมู่ที่อยู่ในตำแหน่งสำรองขั้นที่ 9

12 หมู่จัดเป็นหนึ่งกองร้อยโดยมีหัวหน้ากองร้อยที่อยู่ในตำแหน่งสำรองขั้นที่ 8

5 กองร้อยจัดเป็นหนึ่งกองพันนำโดยนายทหารที่อยู่ในตำแหน่งสำรองขั้นที่ 6 ถึงตำแหน่งสำรองขั้นที่ 5

 

โดยเฉลี่ยแล้ว หนึ่งกองพันประกอบด้วย 650-700 คน รวมคนงานขนส่ง

 

5 กองพันจัดเป็นหนึ่งกรมที่มีพลทหารระหว่าง 3300-3800 นาย

 

5 กรมจัดเป็นหนึ่งกองพลที่มีพลทหารประมาณ 15000 นาย

 

กองร้อยทั้งกองถูกส่งมาประจำการที่นี่ หัวหน้ากองร้อยได้ยินและเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป “ดูเหมือนว่าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นบนเขาต้าหมัว เจ้า 2 คนรายงานไปยังค่ายแม่ทัพ หนึ่งกองร้อยให้อยู่ป้องกันที่นี่ ส่วนที่เหลือวางเครื่องไม้เครื่องมือลงแล้วตามข้ามาพร้อมอาวุธ”

 

จากคำสั่งนั้น ทุกคนได้วางสิ่งที่กำลังถืออยู่ไว้ด้านข้างแล้วพุ่งไปยังเขาต้าหมัวพร้อมด้วยดาบในมือ

 

หัวหน้ากองร้อยขมวดคิ้วขณะที่เดินไป

 

มันเป็นไปได้ยังไงที่มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นบนเขาต้าหมัว ?

 

เชลยก่อความวุ่นวายงั้นรึ ?

 

ต่อให้พวกเขากำลังก่อความวุ่นวาย ทหารยาม 300 นายที่นั่นก็เพียงพอที่จะปราบปรามพวกเขาแล้ว

 

อันที่จริงไม่จำเป็นต้องมีทหารยาม 300 นายหรอก 200 นายก็เพียงพอที่จะปราบพวกเขาทั้งหมดแล้ว

 

ควันหนานั่นคืออะไรกันแน่ ? มีคนกำลังก่อไฟอย่างแน่นอน

 

หัวหน้ากองร้อยกำลังครุ่นคิดและกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในเขาต้าหมัว เขาแผ่คลุม 60 กิโลเมตรใน 4 ชั่วโมงด้วยพลทหารของเขาและรีบไปยังฐานของเขาต้าหมัว

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นั้นไม่ได้วุ่นวายอย่างที่เขาคิดไว้ ทหารยามที่ฐานยืนนิ่งเงียบราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ ?” หัวหน้ากองร้อยถามด้วยความลนลาน เขามองไปที่ควันก้อนหนาทึบและได้กลิ่นเหม็นไหม้

 

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างเป็นปกติขอรับ” ทหารยามตอบทันที

 

หัวหน้ากองร้อยโล่งใจ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ประหลาดใจ

 

ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นล่ะก็ แล้วมีอะไรเกิดขึ้นข้างบนนั้นล่ะ ?

 

“ท่านหัวหน้ากองเซิ่ง มันน่าจะชัดเจนขึ้นถ้าพวกท่านทุกคนขึ้นไปดูนะขอรับ” ทหารยามไม่เข้าใจรายละเอียดเฉพาะและได้พูดต่อ “พวกเค้าบอกว่ามันเป็นการเผาเขาต้าหมัวจนกว่าจะร้าวขอรับ”

 

เผาเขาต้าหมัวจนกว่าจะร้าว ?

 

มันจะเป็นไปได้ยังไง ? นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันเนี่ย ?

 

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ และนึกขึ้นได้ว่าตนและคนอื่น ๆ วิ่งพรวดพราดมาอย่างเร่งรีบด้วยเรื่องนี้ เขาจึงพลุ่งพล่านด้วยความโกรธ

 

“พวกเจ้าทุกคนกลับไปเอาเสบียงมาที่นี่ แล้วก็ส่งคนไปรับ 2 คนที่มุ่งหน้ากลับไปที่ค่ายแม่ทัพ ข้าจะขึ้นไปดู” หัวหน้ากองร้อยเซิ่งตะคอก เขาเช็ดเหงื่อที่ไหลจากหน้าผากแล้วเดินขึ้นเขาด้วยความรีบร้อน ในขณะเดียวกันที่ภูเขา เหยินปาเชียนและคนอื่น ๆ ยืนอยู่หน้าบ้านไม้เพื่อมองดูไฟจากระยะไกล ฟืนจำนวนมากกำลังลุกไหม้และเปลวไฟที่ลุกโชนทำให้ทุกคนนั้นยากต่อการเข้าใกล้

 

 

 

เซิ่งไคซานแสดงความเคารพต่อชายส่วนหนึ่ง เซิ่งไคซานเห็นคนหลายคนที่อยู่บนยอดเขา และเขาก็ประหลาดใจ สิ่งที่ทำให้เขาตกใจมากที่สุดนั้นไม่ใช่เหยินปาเชียนหรือเถาจี้หยวน แต่การที่ได้เห็นพลทหารม้าติดปีกที่นี่นั้นเป็นอะไรที่ไม่คาดคิดโดยสิ้นเชิง

 

เป็นที่รู้กันว่าพลทหารม้าติดปีกเป็นทหารองครักษ์ของจักรพรรดินีและไม่ค่อยถูกเรียกรวมพล เบื้องหลังของผู้มาเยือนคราวนี้คืออะไรกันแน่ ?

 

“คนนี้คือข้าหลวงผู้รักษาการแทน ใต้เท้าเหยินจากเมืองหลาน ใต้เท้าเถาจากกรมทหาร และใต้เท้าเถิง ไคซาน ท่านและลูกน้องของท่านน่าจะอยู่ที่นี่ตอนนี้ ทำไมท่านถึงอยู่ที่นี่แค่คนเดียวล่ะ ? เสบียงทั้งหมดอยู่ที่ไหนรึ ?” เถิงจี้ยืดคอมองไปไกล ๆ แต่สบายสำหรับไคซาน ไม่มีใครอยู่รอบ ๆ เลย

 

เซิ่งไคซานไม่รู้ว่าตนจะร้องไห้หรือหัวเราะดี เขาจึงอธิบายไป “ใต้เท้ากู่ ข้าเห็นควันและเปลวไฟจากที่ไกลออกไป ข้าคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติก็เลยรีบมาที่นี่โดยไม่ได้เอาเสบียงมาเลย พวกเค้ากลับไปนำกองกำลังมาขอรับ”

 

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ กู่ฉงจึงหัวเราะจึงอย่างเต็มที่

 

ต่อมา เซิ่งไคซานถามอย่างระมัดระวังอีกครั้ง “ใต้เท้า เกิดอะไรขึ้นที่นี่ ?”

 

“ข้าหลวงผู้รักษาการเหยินพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการทำให้ร้อนแล้วสาดน้ำเพื่อดูว่าหินจะร้าวหรือไม่น่ะ” กู่ฉงลูบเคราแล้วหันไปพูด

 

“ภูเขาเหล็กลูกนี้เต็มไปด้วยเหล็ก ท่านกำลังชุบแข็งเหล็กรึ ?” เซิ่งไคซานสับสน เขาไม่ใช่ช่างตีเหล็ก แต่เขาก็เคยได้ยินคำว่าชุบแข็ง

 

มันไม่เหมือนกับการนำเหล็กไปหลอมในน้ำ อะไรคือความแตกต่างระหว่างสองอย่างนี้กันแน่ ?

 

“ท่านพูดถูก” กู่ฉงทุบขาตอบสนอง “ทำไมข้าถึงไม่คิดอย่างนั้นกันนะ ?”

 

“ใต้เท้าเหยิน ใต้เท้าเหยิน นี่ไม่ใช่การชุบแข็งใช่มั้ย ?” กู่ฉงหันหน้าไปตะโกน

 

เหยินปาเชียนได้ยินเขาแล้วพยักหน้า “การชุบแข็งเป็นกระบวนการพิเศษและมีข้อกำหนดของตัวเอง ในส่วนของการชุบแข็งปกติ เหล็กที่หลอมด้วยคาร์บอนและวัสดุอื่น ๆ จะถูกชุบแข็งให้เป็นเหล็กกล้า และถ้าทำอย่างไม่ถูกต้องก็จะร้าวได้เช่นกัน ท่านไม่ต้องกังวลจุดนี้หรอก”

 

เมื่อได้ยินเช่นนี้ พวกเขาไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่เขาพูด ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าใต้เท้าเหยินจะมีความรู้มากกว่าพวกเขา

 

“ไม่คิดเลยว่าใต้เท้าเหยินจะรู้เรื่องการหลอมด้วย” เถาจี้หยวนพูดอย่างเฉยเมย

 

“ข้ารู้นิดหน่อยเอง ปล่อยให้ไฟเผาไหม้จนถึงเที่ยง พอผ่านเที่ยงไปแล้วล่ะก็ อย่าไปเพิ่มฟืนอีก ข้าจะกลับไปที่ห้องเพื่อพักผ่อนก่อน” เหยินปาเชียนบอกลาพวกเขาแล้วกลับไปที่ห้องของตัวเอง

 

 

 

ประมาณบ่าย 3 โมง เหยินปาเชียนคาดว่าถึงเวลาแล้วจึงออกมาจากบ้านไม้ ในขณะเดียวกัน เขาตะโกนให้เถาจี้หยวนกับกู่ฉงออกมา

 

หลังจากที่รอให้เปลวไฟมอดลง เหยินปาเชียนจึงสั่งการ “เอาน้ำมาเทตรงเขาต้าหมัวเลย”

 

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนจึงเคลื่อนย้ายทันที และคนอื่น ๆ ก็เริ่มกระตือรือร้น

 

ที่ดินเพียงแค่ 10 เมตรที่ถูกเผาในครั้งนี้ พร้อมกับน้ำจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในกำแพงภูเขา ได้ยินเสียงฟ่ออย่างต่อเนื่อง ถังน้ำทุกใบสร้างไอน้ำสีขาว และในไม่ช้ามันก็ทำให้คนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ทนไม่ไหว

 

เมื่อเห็นเช่นนี้ เหยินปาเชียนจึงถอยกลับไปนิดหน่อย

 

หลังจากผ่านไปเพียง 1 ชั่วโมง เหยินปาเชียนก็โบกมือเพื่อให้หยุดทุกอย่าง “ใกล้จะเสร็จแล้ว รอให้ไอน้ำกระจายตัวก่อนที่พวกเราจะไปดู”

 

พวกเขารอจนกระทั่งมืด และกลุ่มคนก็นำคบเพลิงเข้ามาใกล้กำแพง

 

“มันจะเปิดหินร้าวได้จริงหรอ ?” น้อยคนที่รู้จักไอเดียนั้นไม่มีความมั่นใจมากนัก และให้ความสนใจกับเหยินปาเชียน

 

“ตรวจสอบหาความจริงทันที” เหยินปาเชียนพูดออกมา เขาประหม่านิดหน่อยเพราะทุกสิ่งที่เขารู้คือทฤษฎี ถ้าหากว่าเขาไม่ประสบความสำเร็จ เขาก็จะขายหน้า ไหนจะกระจกเว้าอีก

 

จากแสงบนผนัง ทุกคนมองไปที่ผนังของภูเขาเหมือนก่อนหน้านี้ พวกเขารู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว เป็นไปได้ไหมว่าเขาไม่ประสบความสำเร็จ ?

 

เหยินปาเชียนนิ่งเงียบ เขาเดินไปด้านหน้ากำแพงภูเขาหนึ่งเมตร เขาหยุดแล้วตรวจดูผนังอย่างละเอียดถี่ถ้วน และแล้วในที่สุดเขาก็แสดงสีหน้าผ่อนคลาย

 

“รอยร้าว มันร้าวจริง ๆ ด้วย !” กู่ฉงเดินไปอีกด้านหนึ่งอย่างระมัดระวัง เขาตรวจสอบผนังของภูเขาและตะโกนเสียงดังด้วยความประหลาดใจ

 

คบเพลิงสว่างขึ้นบนกำแพงที่ทอดยาวบนยอดเขาต้าหมัว และสามารถมองเห็นรอยร้าวขนาดเล็กทั่วผนัง

 

ถึงแม้ว่ารอยร้าวนั้นไม่ถือว่าใหญ่ แต่การขุดตามรอยจะเร็วกว่า 2 เท่าทีเดียว

 

“ใต้เท้าเหยิน วิธีนี้ใช้ได้จริง ข้าชื่นชมท่านอย่างลึกซึ้งจริง ๆ การมีส่วนร่วมของใต้เท้าเหยินนั้นยิ่งใหญ่มากเลยล่ะ” เถาจี้หยวนเห็นรอยร้าวบนผนัง เขารู้สึกประหลาดใจแล้วจึงแสดงความยินดี

 

เขาไม่เคยคาดหวังว่าเหยินปาเชียนจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จลุล่วง โดยใช้วิธีการที่เรียบง่ายและไม่คาดคิด

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top